หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี >อ.บ้านผือ >ต.คำด้วง > วัดอภิญญาเทสิตธรรม
TL;DR: วัดอภิญญาเทสิตธรรม อยู่ที่บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์ ฝ่ายธรรมยุต และเป็นวัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐานบนภูเขา มีพื้นที่ปลูกสร้างเสนาสนะประมาณ 15 ไร่.
วัดอภิญญาเทสิตธรรม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดอภิญญาเทสิตธรรม อุดรธานี หรือที่รู้จักในชื่อวัดนาหลวง และวัดภูย่าอู่ ตั้งอยู่บนยอดเขาภูย่าอู่ บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดปฏิบัติธรรมสำคัญของจังหวัดอุดรธานีที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากคนในตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่ วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์ชัดเจนในฐานะวัดป่าบนภูเขา เป็นสถานที่อบรมสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานที่เน้นการฝึกตนอย่างจริงจัง ภายในพื้นที่วัดมีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และแวดล้อมด้วยป่าภูเขา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกราบพระ ฟังธรรม เจริญสติ ปฏิบัติธรรม และสัมผัสวิถีวัดป่าที่ให้ความสำคัญกับความสงัด ความสำรวม และการรู้เท่าทันจิตใจของตนเอง
ชื่อวัดอภิญญาเทสิตธรรมมีความหมายลึกซึ้งในเชิงธรรมะ เพราะสื่อถึงสถานที่แห่งการแสดงธรรม การอบรมธรรม และการยกระดับจิตใจให้เข้าถึงความสงบภายใน ต่อมาเมื่อวัดได้รับการแต่งตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ จึงใช้ชื่อวัดนาหลวงตามชุมชนบ้านนาหลวง ส่วนชื่อวัดภูย่าอู่เป็นชื่อที่ประชาชนทั่วไปเรียกตามภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด ชื่อทั้งสามชื่อจึงสะท้อนตัวตนของสถานที่เดียวกันใน 3 มิติ ได้แก่ มิติทางธรรมะ มิติชุมชน และมิติภูมิประเทศ วัดอภิญญาเทสิตธรรมคือชื่อที่บอกภารกิจด้านการอบรมธรรม วัดนาหลวงคือชื่อทางการของวัด และวัดภูย่าอู่คือชื่อที่บอกความสัมพันธ์กับยอดเขาและป่าอันสงบ
ประวัติของวัดเริ่มชัดเจนในปี พ.ศ. 2529 เมื่อพระภาวนาวิสุทธาจารย์ หรือหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร ได้แสวงหาสถานที่สัปปายะสำหรับบำเพ็ญภาวนาและเผยแผ่ธรรมแก่พุทธศาสนิกชน ท่านพบพื้นที่ภูย่าอู่บริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่าถ้ำเกิ้ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำโสม-นายูง บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ภูมิประเทศของพื้นที่นี้มีความสงบ ห่างไกลความวุ่นวาย และเหมาะแก่การเจริญธรรม หลวงพ่อทองใบจึงเลือกพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม และต่อมาพัฒนาเป็นวัดป่าที่มีบทบาทสำคัญด้านวิปัสสนากรรมฐานของจังหวัดอุดรธานี
วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2529 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของวัด เมื่อหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร พร้อมพระภิกษุ 5 รูป และสามเณร 2 รูป ขึ้นมาปักกลดใต้ร่มไทรคู่บนภูย่าอู่ โดยมีชาวบ้านและศรัทธาญาติโยมในละแวกใกล้เคียงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างกุฏิชั่วคราวเพื่อถวายเป็นที่พักตามอัตภาพ จุดกำเนิดของวัดจึงไม่ได้เริ่มจากอาคารใหญ่โตหรือสิ่งก่อสร้างหรูหรา แต่เริ่มจากการปักกลด ความสงบของป่า ความศรัทธาของชาวบ้าน และความตั้งใจของพระผู้ปฏิบัติที่ต้องการใช้ภูเขาและธรรมชาติเป็นพื้นที่ฝึกใจให้เข้าถึงธรรมะอย่างจริงจัง
ในช่วงแรก สถานที่แห่งนี้ยังมีสถานภาพเป็นสำนักปฏิบัติธรรม แต่มีพระภิกษุเข้าจำพรรษาจำนวนมากในแต่ละปี และมีการปฏิบัติทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานอย่างเคร่งครัด จึงตั้งชื่อสำนักแห่งนี้ว่า วัดอภิญญาเทสิตธรรม ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์ ใช้ชื่อวัดนาหลวง และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 ได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นสำนักวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดอุดรธานี ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรม อบรมจิตใจ และส่งเสริมการปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ประชาชน และผู้สนใจธรรมะจากพื้นที่ต่าง ๆ
พระราชสิทธาจารย์ วิ. หรือหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร เป็นพระเถระผู้วางรากฐานวัดอภิญญาเทสิตธรรมให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มั่นคง ท่านได้รับความเคารพในฐานะพระสุปฏิปันโนผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีจริยวัตรงดงาม มีเมตตาธรรมต่อศิษยานุศิษย์ และมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องเกื้อกูลสังคม ท่านเลือกภูย่าอู่เพราะเป็นสถานที่สงบ สัปปายะ และเหมาะแก่การภาวนา การตัดสินใจของท่านทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นแดนธรรมที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางขึ้นมาเพื่อฝึกใจ ฟังธรรม และแสวงหาความสงบภายใน
พระภาวนาธรรมาภินันท์ วิ. หรือพระบุญทัน อคฺคธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดนาหลวง มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการวัดและดำเนินงานอบรมวิปัสสนากรรมฐานของสำนัก ท่านเป็นพระเถระผู้สืบสานงานปฏิบัติธรรมจากหลวงพ่อทองใบให้ดำเนินต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ส่วนพระครูปัญญาสุตาภรณ์ หรือพระมหาสำรี ธมฺมจาโร เป็นรองเจ้าอาวาส มีบทบาทด้านการอบรมพระภิกษุ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ การมีครูบาอาจารย์และพระพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำทำให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีระบบรองรับผู้เข้ารับการอบรมอย่างจริงจัง
หลังจากออกพรรษา วัดอภิญญาเทสิตธรรมมักเป็นสถานที่ที่หน่วยงานราชการ องค์กร กลุ่มประชาชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นิสิต และนักศึกษาเดินทางเข้ามาขอรับการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน การอบรมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้ผู้เข้าร่วมรู้จักนั่งสมาธิเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ฝึกสติสัมปชัญญะ ฝึกความสำรวม ฝึกการอยู่ร่วมกันอย่างมีวินัย และฝึกให้เห็นความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ผู้ที่เข้ารับการอบรมจึงได้เรียนรู้ทั้งธรรมะสำหรับจิตใจและข้อปฏิบัติที่สามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน
บรรยากาศของวัดบนยอดภูย่าอู่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม พื้นที่วัดอยู่ท่ามกลางป่าและภูเขา มีความเงียบสงบกว่าวัดในเมือง เสียงธรรมชาติ ความเย็นของอากาศบนภูเขา เส้นทางเดินภายในวัด และความเรียบง่ายของเสนาสนะช่วยให้ผู้ปฏิบัติลดสิ่งรบกวนจากภายนอกได้มากขึ้น การขึ้นมาวัดจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางทางกาย แต่เป็นการค่อย ๆ ถอนตนออกจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ที่เอื้อต่อการมองเห็นใจของตนเองอย่างละเอียด
พื้นที่ปลูกสร้างอาคารและเสนาสนะของวัดมีประมาณ 15 ไร่ ใช้สำหรับศาสนกิจ ที่พักของพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และผู้เข้ารับการอบรม รวมถึงพื้นที่อบรมพุทธศาสนิกชนที่ต้องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล และบำเพ็ญภาวนา ขณะเดียวกันวัดยังมีบทบาทช่วยดูแลพื้นที่ป่าโดยรอบในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำโสม-นายูง ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ วัดจึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การรักษาระบบนิเวศ และการอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล
การปฏิบัติธรรมที่วัดอภิญญาเทสิตธรรมเน้นการฝึกจริงในชีวิตประจำวัน ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้การรักษาศีล การทำวัตรสวดมนต์ การฟังธรรม การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การสำรวมกาย วาจา ใจ และการใช้สติในกิจวัตรประจำวัน ระหว่างการอบรมมีพระอาจารย์ พระครู และพระพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำด้วยความเมตตา การดูแลอย่างใกล้ชิดนี้ช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถปรับตัวเข้าสู่ระเบียบวัดป่าได้ และช่วยให้ผู้ที่เคยปฏิบัติมาก่อนสามารถพัฒนาการภาวนาให้ลึกซึ้งขึ้นตามลำดับ
วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอบรมจิตใจอย่างจริงจัง เพราะวัดป่าบนภูเขามีข้อวัตรและระเบียบที่ช่วยฝึกความอดทน ความตรงต่อเวลา ความเรียบง่าย และความสำรวม ผู้ปฏิบัติจะได้เรียนรู้ว่าความสงบไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงปัญหา แต่เกิดจากการรู้เท่าทันกายและใจของตนเอง การลดสิ่งฟุ้งซ่าน การลดการพูด การลดความยึดติดในความสะดวกสบาย และการนำหลักธรรมมาพิจารณาชีวิตจริงจึงเป็นหัวใจของการอบรมที่วัดนี้
ต้นไทรคู่เป็นส่วนสำคัญในประวัติการก่อตั้งวัด เพราะเป็นจุดที่หลวงพ่อทองใบและคณะพระภิกษุปักกลดในวันเริ่มต้น พื้นที่ใต้ร่มไทรคู่จึงมีความหมายในฐานะจุดกำเนิดของวัดอภิญญาเทสิตธรรม ภาพของพระปักกลดใต้ต้นไม้ใหญ่บนภูเขาช่วยสะท้อนรากของพระพุทธศาสนาสายป่าอย่างชัดเจน คือการอาศัยธรรมชาติ ความวิเวก และความเรียบง่ายเป็นเครื่องฝึกใจ ผู้มาเยือนที่เข้าใจประวัติจุดนี้จะเห็นว่าวัดไม่ได้เกิดขึ้นจากการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเพียร ความศรัทธา และการเลือกพื้นที่ที่เกื้อกูลต่อธรรมะ
ภายในวัดมีพื้นที่สำคัญหลายส่วน ได้แก่ ศาลาปฏิบัติธรรม ศาลาทำวัตรสวดมนต์ พื้นที่ฟังธรรม กุฏิพระ เขตสงฆ์ พื้นที่แม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรม ทางเดินจงกรม ลานธรรม พื้นที่ไทรคู่ และพื้นที่ป่าภูย่าอู่ อาคารต่าง ๆ ถูกจัดวางอย่างเรียบง่ายตามลักษณะวัดป่า ไม่เน้นความหรูหรา แต่เน้นความเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตเรียบง่ายและการเจริญภาวนา ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมควรรักษาความสงบ ไม่เดินเข้าเขตที่พักพระหรือเขตผู้ปฏิบัติธรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรให้ความเคารพต่อระเบียบของวัดทุกประการ
วัดอภิญญาเทสิตธรรมเหมาะสำหรับผู้มาเยือนหลายรูปแบบ ผู้ที่ต้องการทำบุญสามารถมาไหว้พระและถวายปัจจัยตามศรัทธา ผู้สนใจธรรมะสามารถมาฟังธรรมและศึกษาข้อวัตรวัดป่า ผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมสามารถติดต่อวัดล่วงหน้าเพื่อสอบถามระเบียบการเข้าพักและการอบรม ส่วนผู้ที่สนใจธรรมชาติสามารถสัมผัสบรรยากาศป่าภูเขาที่สงบและเรียบง่ายได้โดยไม่รบกวนผู้ปฏิบัติ วัดจึงเป็นสถานที่ที่รวมศรัทธา ธรรมะ การศึกษา และธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างสมดุล
สำหรับชาวต่างชาติ วัดอภิญญาเทสิตธรรมเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายพระพุทธศาสนาไทยสายป่าได้ชัดเจน วัดนี้ไม่ได้เน้นความอลังการของสถาปัตยกรรมหรือกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงภาพถ่าย แต่เน้นระเบียบวัตร การฝึกสติ ความสงบของธรรมชาติ และการนำธรรมะมาใช้กับจิตใจจริง ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็นว่าพระพุทธศาสนาไทยไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมหรือวัดสวย แต่เป็นระบบการฝึกตนที่มีครูบาอาจารย์ มีตารางปฏิบัติ มีชุมชนผู้ศรัทธา และมีธรรมชาติเป็นเครื่องเกื้อหนุนให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นตนเองอย่างลึกซึ้ง
เส้นทางสู่วัดมีลักษณะเฉพาะเพราะต้องเดินทางขึ้นพื้นที่ภูเขา จากตัวเมืองอุดรธานีไปถึงอำเภอบ้านผือประมาณ 52 กิโลเมตร จากอำเภอบ้านผือไปตำบลคำด้วงประมาณ 23 กิโลเมตร และจากตำบลคำด้วงขึ้นไปถึงวัดนาหลวงหรือวัดอภิญญาเทสิตธรรมอีกประมาณ 27 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 102 กิโลเมตร เส้นทางบางช่วงเป็นถนนชนบท บางช่วงเป็นทางขึ้นเนินเขา ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรก ยาง น้ำมัน และควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือช่วงที่เส้นทางชื้นลื่น
การเดินทาง ที่เหมาะสมที่สุดคือใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบเหมาคัน เพราะวัดตั้งอยู่บนภูเขาและไม่มีระบบขนส่งสาธารณะถี่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวในเมือง หากเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีควรออกเดินทางช่วงเช้าเพื่อให้มีเวลาพอสำหรับขึ้นเขา ไหว้พระ ฟังธรรม เดินชมพื้นที่วัด และกลับลงจากภูเขาก่อนค่ำ ผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทางภูเขาไม่ควรเดินทางขึ้นหรือลงในช่วงมืดโดยไม่จำเป็น ส่วนผู้ที่ตั้งใจพักปฏิบัติธรรมควรติดต่อวัดล่วงหน้าและเตรียมของใช้ส่วนตัวให้เหมาะกับวัดป่า เช่น เสื้อผ้าสุภาพ ยาประจำตัว ไฟฉาย และของใช้จำเป็นพื้นฐาน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะยังมีแสงเพียงพอสำหรับการเดินทางขึ้นลงภูเขา ช่วงเช้าเหมาะสำหรับไหว้พระ ฟังธรรม และเริ่มต้นวันด้วยความสงบ ส่วนช่วงบ่ายต้นเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่อจากบ้านผือหรือพื้นที่ใกล้เคียง แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับก่อนค่ำ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศดีและเหมาะกับการปฏิบัติธรรม แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาวสำหรับช่วงเช้าและกลางคืน ฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนบางช่วงอาจลื่นและมีน้ำไหลผ่าน
มารยาทในการเข้าวัดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวัดอภิญญาเทสิตธรรมเป็นวัดปฏิบัติธรรมจริง ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา ไม่เปิดเพลง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ไม่เข้าเขตสงฆ์หรือเขตที่พักผู้ปฏิบัติโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรรักษาความสะอาดของพื้นที่ การเข้าวัดด้วยความสำรวมไม่เพียงช่วยรักษาบรรยากาศของสถานที่ แต่ยังช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับประโยชน์จากความสงบของวัดอย่างแท้จริง
พื้นที่ใกล้วัดสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมะและธรรมชาติได้ โดยเชื่อมกับตัวอำเภอบ้านผือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท พระพุทธบาทบัวบก วัดป่าภูก้อน อำเภอน้ำโสม ตลาดผ้านาข่า และตัวเมืองอุดรธานี การเดินทางเส้นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ทั้งวัดป่าบนภูเขา แหล่งโบราณคดี ธรรมชาติ ภูมิทัศน์ป่าเขา และวิถีชุมชน ผู้ที่มีเวลาน้อยควรเน้นวัดอภิญญาเทสิตธรรมกับอำเภอบ้านผือ ส่วนผู้ที่มีเวลาหนึ่งวันเต็มสามารถเพิ่มภูพระบาทหรือวัดป่าภูก้อนได้ตามความพร้อมของรถและสภาพเส้นทาง
เมื่อพิจารณาจากประวัติการก่อตั้งโดยหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร การเป็นสำนักวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดอุดรธานี บทบาทของพระภาวนาธรรมาภินันท์ในฐานะเจ้าอาวาส การอบรมพระสงฆ์ เยาวชน หน่วยงาน และประชาชน การดูแลพื้นที่ป่าภูย่าอู่ และบรรยากาศสงบของวัดป่าบนภูเขา วัดอภิญญาเทสิตธรรมจึงเป็นสถานที่สำคัญของอำเภอบ้านผือและจังหวัดอุดรธานี ผู้มาเยือนจะได้ทั้งไหว้พระ ฟังธรรม เรียนรู้วิถีวัดป่า สัมผัสธรรมชาติ และเข้าใจว่าความสงบภายในเกิดขึ้นจากการฝึกตนอย่างต่อเนื่อง วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงพระพุทธศาสนาในมิติของการปฏิบัติจริง
| ชื่อสถานที่ | วัดอภิญญาเทสิตธรรม หรือ วัดนาหลวง / วัดภูย่าอู่ |
| ที่ตั้ง | บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี |
| ที่อยู่ | ยอดเขาภูย่าอู่ บ้านนาหลวง หมู่ 5 ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี 41160 |
| ไฮไลต์ | วัดป่าบนยอดเขาภูย่าอู่ สำนักวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดอุดรธานี บรรยากาศป่าเขาสงบ พื้นที่อบรมสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน ไทรคู่ในประวัติการก่อตั้งวัด และบทบาทด้านการอบรมธรรมะแก่พระสงฆ์ เยาวชน หน่วยงาน และประชาชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มก่อตั้งบนภูย่าอู่เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2529 โดยพระภาวนาวิสุทธาจารย์ หรือหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร พร้อมพระภิกษุ 5 รูป และสามเณร 2 รูป ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นวัดชื่อวัดนาหลวงเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543 และได้รับแต่งตั้งเป็นสำนักวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดอุดรธานีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่ออภิญญาเทสิตธรรมเป็นชื่อสำนักปฏิบัติธรรมเดิม สื่อถึงสถานที่แห่งการแสดงธรรมและการอบรมธรรม ชื่อวัดนาหลวงมาจากบ้านนาหลวง ส่วนชื่อวัดภูย่าอู่มาจากภูเขาที่ตั้งวัด |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดราษฎร์ ฝ่ายธรรมยุต และเป็นวัดป่าสายวิปัสสนากรรมฐานบนภูเขา มีพื้นที่ปลูกสร้างเสนาสนะประมาณ 15 ไร่ และมีบทบาทช่วยดูแลพื้นที่ป่าโดยรอบในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำโสม-นายูง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุดรธานีไปอำเภอบ้านผือประมาณ 52 กม. จากบ้านผือไปตำบลคำด้วงประมาณ 23 กม. และจากตำบลคำด้วงขึ้นวัดอีกประมาณ 27 กม. รวมระยะทางประมาณ 102 กม. เส้นทางบางช่วงเป็นทางชนบทและทางขึ้นเนินเขา เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบเหมาคัน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจธรรมะเข้ากราบพระ ฟังธรรม เยี่ยมชมพื้นที่วัด และติดต่อเข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรมตามระเบียบของวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศาลาปฏิบัติธรรม ศาลาทำวัตรสวดมนต์ กุฏิพระ ที่พักผู้ปฏิบัติธรรม พื้นที่อบรมธรรมะ ทางเดินจงกรม พื้นที่ป่าร่มรื่น และพื้นที่ติดต่อสอบถามของวัดตามระเบียบวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ไหว้พระและทำวัตร ศาลาอบรมสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน พื้นที่ฟังธรรมและสนทนาธรรม กุฏิพระและเขตสงฆ์ พื้นที่แม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรม ลานธรรมและทางเดินจงกรม พื้นที่ไทรคู่ในประวัติการก่อตั้งวัด พื้นที่ป่าภูย่าอู่และแนวป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำโสม-นายูง พื้นที่ต้อนรับและลงทะเบียนสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรม |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระภาวนาธรรมาภินันท์ วิ. หรือพระบุญทัน อคฺคธมฺโม เจ้าอาวาสวัดนาหลวง พระราชสิทธาจารย์ วิ. หรือหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร ประธานสงฆ์และที่ปรึกษาเจ้าอาวาส พระครูปัญญาสุตาภรณ์ หรือพระมหาสำรี ธมฺมจาโร รองเจ้าอาวาส |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์ทางการวัดนาหลวง (อภิญญาเทสิตธรรม) เพจและช่องทางสื่อธรรมะทางการของวัดนาหลวง (อภิญญาเทสิตธรรม) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง ประมาณ 5 กม. 2. ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ ประมาณ 27 กม. 3. อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. 4. ตัวอำเภอบ้านผือ ประมาณ 46 กม. 5. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ประมาณ 55 กม. โทร. 042-219-837 6. พระพุทธบาทบัวบก ประมาณ 58 กม. 7. วัดป่าภูก้อน อำเภอนายูง ประมาณ 60 กม. 8. ตลาดผ้านาข่า ประมาณ 80 กม. 9. ตัวเมืองอุดรธานี ประมาณ 102 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นบ้านนาหลวง / คำด้วง ประมาณ 5-27 กม. 2. Namsom Food and Herbland Shop อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 082-152-4372 3. มากินนี่น้ำโสม อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 080-755-0244 4. My Home Coffee Namsom อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 091-058-1041 5. Jungle Cafe สาขาบ้านผือ ประมาณ 46 กม. โทร. 086-396-3624 6. ร้านอาหารเฟื่องฟ้า บ้านผือ ประมาณ 46 กม. โทร. 042-219-385 7. PunThai Coffee ถนนชนบทบำรุง บ้านผือ ประมาณ 46 กม. โทร. 080-071-9270 8. พิมอาหารตามสั่ง บ้านผือ ประมาณ 47 กม. โทร. 083-843-7638 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ที่พักและโฮมสเตย์ในชุมชนคำด้วง / บ้านนาหลวง ประมาณ 5-27 กม. 2. วิฬาร์วารี รีสอร์ท อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 089-417-2222 3. จิรนันท์ รีสอร์ท อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 042-287-453 4. เอื้องคำ รีสอร์ท อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 084-797-0755, 082-111-1748 5. อรพินรีสอร์ท อำเภอน้ำโสม ประมาณ 45 กม. โทร. 095-143-5297 6. อุ่นรักรีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 46 กม. โทร. 061-196-9897 7. ร่มรื่นรีสอร์ท บ้านผือ ประมาณ 46 กม. โทร. 064-963-9053 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอภิญญาเทสิตธรรม อุดรธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดอภิญญาเทสิตธรรม หรือวัดนาหลวง / วัดภูย่าอู่ ตั้งอยู่บนยอดเขาภูย่าอู่ บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำโสม-นายูง
ถาม: วัดอภิญญาเทสิตธรรมเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้ที่ต้องการเข้าปฏิบัติธรรมควรติดต่อวัดล่วงหน้าและปฏิบัติตามระเบียบของวัด
ถาม: วัดอภิญญาเทสิตธรรมเป็นสถานที่เดียวกับวัดนาหลวงหรือไม่?
ตอบ: เป็นสถานที่เดียวกัน โดยวัดอภิญญาเทสิตธรรมเป็นชื่อสำนักปฏิบัติธรรมเดิม ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นวัดชื่อวัดนาหลวง และคนทั่วไปเรียกอีกชื่อว่าวัดภูย่าอู่ตามภูเขาที่ตั้งวัด
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดอภิญญาเทสิตธรรม?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดนาหลวง หรือวัดอภิญญาเทสิตธรรม คือพระภาวนาธรรมาภินันท์ วิ. หรือพระบุญทัน อคฺคธมฺโม โดยมีพระราชสิทธาจารย์ วิ. หรือหลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร เป็นประธานสงฆ์และที่ปรึกษาเจ้าอาวาส
ถาม: วัดอภิญญาเทสิตธรรมเหมาะกับการปฏิบัติธรรมหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับการปฏิบัติธรรมอย่างมาก เพราะเป็นสำนักวิปัสสนาธุระประจำจังหวัดอุดรธานี มีบรรยากาศป่าภูเขาที่สงบ มีข้อวัตรชัดเจน และมีพระอาจารย์กับพระพี่เลี้ยงคอยแนะนำผู้เข้ารับการอบรม
ถาม: เดินทางไปวัดอภิญญาเทสิตธรรมอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุดรธานีเดินทางไปอำเภอบ้านผือประมาณ 52 กม. ต่อไปตำบลคำด้วงประมาณ 23 กม. แล้วขึ้นไปวัดอีกประมาณ 27 กม. รวมระยะทางประมาณ 102 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างแบบเหมาคัน
ถาม: วัดอภิญญาเทสิตธรรมมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เปิดให้พุทธศาสนิกชนและผู้สนใจธรรมะเข้ากราบพระและเยี่ยมชมตามเวลาเปิดทำการ ผู้ที่ต้องการเข้ารับการอบรมหรือพักปฏิบัติธรรมควรติดต่อวัดโดยตรงและปฏิบัติตามระเบียบของวัด
ถาม: เที่ยววัดอภิญญาเทสิตธรรมแล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะสำหรับจัดเส้นทางต่อ ได้แก่ อำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท พระพุทธบาทบัวบก วัดป่าภูก้อน ตลาดผ้านาข่า และตัวเมืองอุดรธานี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



