หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ไพรบึง >ต.ปราสาทเยอ > วัดปราสาทเยอ
TL;DR: วัดปราสาทเยอ อยู่ที่ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 33180 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางสู่อำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 40 - 45 กม.
วัดปราสาทเยอ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดปราสาทเยอ ศรีสะเกษ เป็นกลุ่มวัดสำคัญของบ้านปราสาทเยอ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วยวัดสำคัญ 2 แห่ง คือ วัดปราสาทเยอเหนือ และ วัดปราสาทเยอใต้ ตั้งอยู่ในชุมชนชาวเยอเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 200 ปี พื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อารยธรรมขอมโบราณ วัฒนธรรมชาติพันธุ์เยอ และความศรัทธาต่อหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ ซึ่งเป็นพระเถระสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษและเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
บ้านปราสาทเยอเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีรากวัฒนธรรมเฉพาะตัว ชาวเยอในพื้นที่มีประวัติการอพยพและตั้งถิ่นฐานเกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำมูล อีสานใต้ และวัฒนธรรมเขมรโบราณ ความเป็นชุมชนชาติพันธุ์เยอทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีทั้งภาษา ความเชื่อ พิธีกรรม และวิถีชีวิตที่แตกต่างจากชุมชนทั่วไปในศรีสะเกษ ขณะเดียวกันพื้นที่ยังมีปราสาทขอมโบราณตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่อาศัย ใช้สอย และประกอบพิธีกรรมมาก่อนการตั้งชุมชนปัจจุบันเป็นเวลานาน
ชื่อ “ปราสาทเยอ” จึงมีความหมายมากกว่าชื่อหมู่บ้าน เพราะเป็นชื่อที่เชื่อมชุมชนชาวเยอกับร่องรอยปราสาทขอมโบราณเข้าด้วยกัน คำว่า “ปราสาท” สื่อถึงศาสนสถานโบราณที่ได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมขอม ส่วนคำว่า “เยอ” สื่อถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานและสืบทอดชีวิตในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกันแล้วชื่อปราสาทเยอจึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บอกทั้งภูมิหลังโบราณคดีและตัวตนของชุมชนเจ้าของพื้นที่อย่างชัดเจน
วัดปราสาทเยอเหนือเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดในกลุ่มวัดปราสาทเยอ เพราะเป็นวัดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ หรือพระครูประสาธน์ขันธคุณ พระเกจิอาจารย์สำคัญของศรีสะเกษ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวบ้านปราสาทเยอเหนือมาหลายชั่วอายุคน ภายในวัดมีพระประธาน สถูปเจดีย์ เจดีย์ทรงธาตุพนม ศาลา ภ.ป.ร. และพื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อมุม
วัดปราสาทเยอใต้เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของชุมชนบ้านปราสาทเยอ ตั้งอยู่ในตำบลเดียวกันและเป็นส่วนหนึ่งของระบบศรัทธาของหมู่บ้าน วัดใต้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของคนในพื้นที่เช่นเดียวกับวัดเหนือ การมีวัด 2 แห่งในหมู่บ้านเดียวสะท้อนขนาด ความเก่าแก่ และความเข้มแข็งทางศาสนาของชุมชนปราสาทเยอ เพราะชุมชนสามารถดูแลวัด ศาสนพิธี และกิจกรรมของหมู่บ้านในหลายพื้นที่ได้พร้อมกัน
สิ่งที่ทำให้วัดปราสาทเยอเหนือมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มาก คือร่องรอยปราสาทเยอหรืออโรคยาศาลโบราณภายในพื้นที่วัด ปราสาทเยอเป็นศาสนสถานแบบขอมโบราณที่เหลือร่องรอยเป็นซากอิฐ ศิลาแลง กรอบประตูศิลาทราย และทับหลังศิลาทราย แม้สภาพปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม แต่ยังแสดงให้เห็นรูปแบบศิลปกรรมและผังศาสนสถานโบราณอย่างชัดเจน ร่องรอยเหล่านี้ทำให้พื้นที่วัดไม่ใช่เพียงวัดพุทธของชุมชนยุคหลัง แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชั้นประวัติศาสตร์ลึกไปถึงยุควัฒนธรรมขอม
ปราสาทเยอในฐานะอโรคยาศาลโบราณมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายศาสนสถานยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งสร้างอโรคยาศาลหรือสถานพยาบาลตามเส้นทางและเมืองสำคัญในอาณาจักรขอม โบราณสถานที่เหลืออยู่ในวัดปราสาทเยอเหนือจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกว่าบ้านปราสาทเยออยู่ในพื้นที่เส้นทางวัฒนธรรมโบราณ มีการติดต่อกับชุมชนภายนอก และมีบทบาทในภูมิทัศน์ศาสนาและการคมนาคมของอีสานใต้มาแต่โบราณ
โบราณสถานปราสาทเยอมีลักษณะเดิมเป็นปราสาทเดี่ยว ก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง มีกรอบประตูศิลาทรายขนาดใหญ่ และมีทับหลังศิลาทรายที่มีลวดลายสำคัญ ปัจจุบันตัวปราสาทพังทลายเหลือเป็นกองอิฐและองค์ประกอบหิน แต่ยังเห็นร่องรอยทางเข้าด้านทิศตะวันออก ทับหลังรูปบุคคลนั่งเหนือเกียรติมุข และทับหลังอีกชิ้นหนึ่งที่สลักรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ รายละเอียดเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญของศิลปะขอมและทำให้พื้นที่วัดปราสาทเยอเหนือมีคุณค่าทางโบราณคดีสูงมาก
วัดปราสาทเยอเหนือยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์จังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นวัดแรกของจังหวัดที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงทอดพระกฐินต้นและนมัสการหลวงพ่อมุม เหตุการณ์นี้สร้างความปลาบปลื้มแก่ชาวศรีสะเกษและชาวบ้านปราสาทเยออย่างยิ่ง และทำให้วัดปราสาทเยอเหนือมีสถานะเป็นวัดที่ผูกพันกับความทรงจำระดับจังหวัดอย่างแน่นแฟ้น
การพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสร้างศาลา ภ.ป.ร. ภายในวัดปราสาทเยอเหนือยิ่งทำให้วัดมีความหมายมากขึ้น ศาลาดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อวัดและชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ศรีสะเกษได้ วัดปราสาทเยอเหนือจึงมีคุณค่าในฐานะวัดชุมชน วัดประวัติศาสตร์ วัดโบราณสถาน และวัดที่มีความทรงจำเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 9
หลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ เป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ทำให้วัดปราสาทเยอเหนือเป็นที่รู้จักกว้างไกล ท่านเกิดในตระกูลบุญโญ เมื่อปี พ.ศ. 2429 บิดามารดาเป็นชาวนาชาวไร่ ชีวิตวัยเด็กของท่านผูกพันกับวัดเป็นส่วนใหญ่ ท่านได้เรียนหนังสือไทย ขอมไทย ขอมลาว และเขมรกับพระอาจารย์ในวัดตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่ออายุ 12 ปีได้บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน สวดมนต์ ทำวัตรเช้าเย็น และประพฤติตนอย่างขยันขันแข็งจนเป็นที่รักของครูบาอาจารย์
เมื่ออายุครบ 20 ปี หลวงพ่อมุมอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดปราสาทเยอเหนือ ได้ฉายาว่า “อินฺทปญฺโญ” โดยมีหลวงพ่อปริมเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านมีความใฝ่รู้ทั้งด้านพระธรรมวินัย การปฏิบัติกรรมฐาน ภาษาขอม บาลี คาถาอาคม การลงเลขยันต์ และตำราพื้นบ้านต่าง ๆ ความรู้เหล่านี้มิได้ทำให้ท่านแยกตัวจากชุมชน แต่กลับทำให้ท่านมีบทบาทช่วยเหลือผู้คน ให้คำแนะนำทางใจ และเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในยามทุกข์ยาก
หลวงพ่อมุมมีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย มักน้อย สันโดษ พูดน้อย และมีเมตตาสูงมาก ความสงบหนักแน่นของท่านเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนศรัทธา แม้การเดินทางมายังวัดปราสาทเยอเหนือในอดีตจะยากลำบาก ถนนหนทางไม่สะดวก และพื้นที่ยังห่างไกลตัวเมือง แต่ผู้คนจากหลายจังหวัดยังเดินทางมาหาท่าน เพราะเชื่อมั่นในเมตตาธรรมและบารมีของท่าน ชื่อเสียงของท่านจึงแผ่กว้างจากหมู่บ้านปราสาทเยอไปทั่วศรีสะเกษ อีสานใต้ และภาคอื่นของประเทศ
การธุดงค์ของหลวงพ่อมุมเป็นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมบุคลิกและความรู้ของท่าน ท่านออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขา เทือกเขาพนมดงรัก เมืองขุขันธ์ ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ดงพญาไฟ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย เมืองลานช้าง เวียงจันทน์ ท่าแขก สุวรรณเขต จำปาศักดิ์ และพื้นที่ประเทศกัมพูชา การธุดงค์เหล่านี้ทำให้ท่านได้ปฏิบัติภาวนาในสถานที่วิเวกและได้ศึกษาวิชาจากพระอาจารย์หลายสาย
ในช่วงที่ท่านเดินทางไปเมืองพระตะบองและพนมเปญ ท่านได้ศึกษาความรู้กับพระสงฆ์ชาวเขมร ต่อมาได้ศึกษาว่านยา สมุนไพร การแก้อาถรรพ์ และวิชาพื้นบ้านกับพระอาจารย์ในเส้นทางธุดงค์ รวมทั้งได้ติดตามไปกราบสมเด็จลุน แห่งนครจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นพระเถระสำคัญในลุ่มน้ำโขง ความรู้ที่ท่านได้รับจากหลายพื้นที่ทำให้ท่านเป็นพระที่มีทั้งความรู้ทางธรรม การปฏิบัติภาวนา และความรู้ท้องถิ่นที่ผู้คนสมัยนั้นเคารพเชื่อถือ
เมื่อหลวงพ่อมุมกลับมาจำพรรษาที่บ้านปราสาทเยอ ชาวบ้านพร้อมใจกันอาราธนาให้ท่านไปอยู่ประจำที่วัดปราสาทเยอเหนือ เพราะวัดว่างเว้นเจ้าอาวาสหลังจากหลวงพ่อปริมมรณภาพ ท่านรับนิมนต์และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ ต่อมาท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลปราสาทเยอและพระอุปัชฌาย์ในเขตตำบลปราสาทเยอ หน้าที่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าท่านมิได้มีบทบาทเพียงด้านความศรัทธา แต่ยังมีบทบาทในการปกครองคณะสงฆ์และการสืบทอดพระพุทธศาสนาในพื้นที่
สิ่งที่หลวงพ่อมุมปฏิบัติเป็นประจำเมื่ออยู่วัดคือการเดินจงกรม ปฏิบัติกรรมฐานภาวนา และทบทวนตำราต่าง ๆ ในเวลาว่างจากญาติโยมและกิจนิมนต์ ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่สะสมความหรูหรา และให้ความสำคัญกับการฝึกใจเป็นหลัก ภาพของพระเถระที่สงบ พูดน้อย แต่เมตตาสูง ทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความมั่นคงทางจิตใจและเกิดศรัทธาอย่างลึกซึ้ง วัตรปฏิบัติของท่านจึงกลายเป็นแบบอย่างของพระปฏิบัติในสายอีสานใต้
หลวงพ่อมุมยังมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา เมื่อหม่อมหลวงช่วงซึ่งทำงานในกระทรวงธรรมการเดินทางมาตรวจราชการที่เมืองขุขันธ์และเห็นว่าการศึกษาของประชาชนยังด้อยอยู่ จึงอาราธนาให้ท่านช่วยสอนหนังสือพระ หลวงพ่อมุมสอนอยู่ยาวนานถึง 15 ปี บทบาทนี้สะท้อนว่าท่านให้ความสำคัญต่อการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและการยกระดับความรู้ในท้องถิ่น วัดปราสาทเยอเหนือจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เคยเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและอักขรวิธีของชุมชนด้วย
หลังหลวงพ่อปริมมรณภาพ หลวงพ่อมุมได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือในปี พ.ศ. 2492 ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ และในปี พ.ศ. 2499 ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูประสาธน์ขันธคุณ ก่อนจะเลื่อนเป็นชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอกในราชทินนามเดิมตามลำดับ ตลอดชีวิตสมณเพศของท่าน ท่านทำหน้าที่ทั้งปกครองวัด พัฒนาศาสนสถาน อบรมศีลธรรม สอนหนังสือ สนับสนุนการศึกษา และช่วยเหลือสังคมตามกำลัง
ในด้านสาธารณประโยชน์ หลวงพ่อมุมเป็นพระที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านสนับสนุนโรงเรียนและกิจกรรมการศึกษาหลายแห่ง ทั้งด้านการบริหารและการเงิน การที่พระสงฆ์ในวัดชนบทสามารถมีบทบาทต่อโรงเรียนและเยาวชนเช่นนี้ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างวัดกับการศึกษาในสังคมอีสาน วัดปราสาทเยอเหนือในสมัยหลวงพ่อมุมจึงเป็นศูนย์กลางชุมชนทั้งด้านจิตใจ ความรู้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ชื่อเสียงของหลวงพ่อมุมแพร่หลายอย่างมากในช่วงที่สหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพในภาคอีสานใต้ กิตติศัพท์ของท่านเป็นที่เล่าขานไปถึงทหารจีไอจำนวนมาก หลายคนเดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์และรับวัตถุมงคลของท่านไปคุ้มครองป้องกันภัย โดยเรียกท่านด้วยความเคารพว่า “Dad” เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเมตตาธรรมและชื่อเสียงของหลวงพ่อมุมข้ามพ้นขอบเขตภาษาและวัฒนธรรม ผู้คนต่างพื้นเพสามารถสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และความเมตตาของท่านได้จากประสบการณ์ตรง
พระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อมุมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ชื่อของท่านยังคงเป็นที่รู้จักกว้างขวาง วัตถุมงคลของท่านจำนวนมากประกอบพิธีกรรมแบบเขมรโบราณ มีทั้งเหรียญรุ่นแรกปี พ.ศ. 2507 เหรียญรุ่น 2 ปี พ.ศ. 2508 เหรียญรูปไข่ เหรียญเม็ดแตง เหรียญเสมา เหรียญรูปอาร์ม เหรียญนักกล้าม เหรียญปาป้ามุม เหรียญทรงตาลปัตร พระผง พระปิดตา รูปหล่อ แหวน ตะกรุด ผ้ายันต์ สีผึ้ง และลูกอม วัตถุมงคลเหล่านี้เป็นที่เคารพของศิษยานุศิษย์โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพันตามความเชื่อของผู้ศรัทธา
หลวงพ่อมุมมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2522 สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73 แม้ท่านละสังขารไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและศรัทธาต่อท่านยังคงอยู่ วัดปราสาทเยอเหนือจึงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการตามรอยหลวงพ่อมุม กราบสักการะสถานที่ที่ท่านเคยจำพรรษา ศึกษาวัตรปฏิบัติของท่าน และเรียนรู้ประวัติพระเถระที่มีบทบาทต่อพระพุทธศาสนา การศึกษา และสังคมของศรีสะเกษอย่างลึกซึ้ง
ในเชิงสถาปัตยกรรม วัดปราสาทเยอเหนือสะท้อนศิลปะที่ได้รับอิทธิพลขอมโบราณผสมกับศิลปะพุทธสมัยใหม่ สิ่งก่อสร้างภายในวัดมีทั้งองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงศิลปะขอม เช่น ซุ้มประตู ลวดลายประดับ และร่องรอยปราสาทโบราณ ขณะเดียวกันก็มีศาสนสถานที่ชุมชนสร้างเพิ่มเติมตามคติพุทธศาสนา เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ สถูปเจดีย์ และเจดีย์ทรงธาตุพนม ภาพรวมของวัดจึงเป็นการทับซ้อนระหว่างอารยธรรมโบราณกับศรัทธาร่วมสมัยของชาวบ้าน
เจดีย์ทรงธาตุพนมภายในวัดเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางศรัทธา เพราะรูปทรงธาตุพนมเป็นแบบเจดีย์ที่ได้รับความเคารพในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและภาคอีสาน การมีเจดีย์ลักษณะนี้ในวัดปราสาทเยอเหนือช่วยสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างชาวเยอ อีสานใต้ และวัฒนธรรมพุทธลุ่มน้ำโขง ผู้มาเยือนจึงจะเห็นว่าพื้นที่วัดไม่ได้รับอิทธิพลเพียงจากขอมโบราณ แต่ยังรับวัฒนธรรมล้านช้างและความศรัทธาแบบอีสานเข้ามาผสมผสานด้วย
วัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้ยังเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของชาวบ้านปราสาทเยอในชีวิตประจำวัน ชุมชนใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม จัดงานบุญประเพณี ประกอบพิธีทางศาสนา และรักษาความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้าน วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ชาวบ้านกับพระสงฆ์ ชาติพันธุ์เยอกับพระพุทธศาสนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับชีวิตปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือวัฒนธรรมชาวเยอในบ้านปราสาทเยอ ชาวเยอมีอัตลักษณ์ทางภาษา ความเชื่อ และพิธีกรรมที่ยังปรากฏอยู่ในชุมชน การมาเยือนวัดปราสาทเยอจึงควรมองร่วมกับบริบทหมู่บ้าน เพราะวัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทั้งหมด ผู้มาเยือนจะเข้าใจสถานที่ได้ลึกขึ้นเมื่อรู้ว่าผู้สร้างและผู้ดูแลวัดจำนวนมากคือชาวเยอที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ยังรักษาความทรงจำ บรรพบุรุษ และพิธีกรรมพื้นถิ่นไว้ภายในชุมชน
วัดปราสาทเยอเหนือเป็นจุดที่เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ศรีสะเกษ เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งปราสาทโบราณ วัดพุทธ ชุมชนชาติพันธุ์เยอ ประวัติหลวงพ่อมุม และความทรงจำเกี่ยวกับกฐินต้นในรัชกาลที่ 9 การชมวัดแห่งนี้จึงไม่ควรมองแบบผ่านตา แต่ควรเดินดูอย่างช้า ๆ เริ่มจากซุ้มประตูวัด เข้าสู่พื้นที่กราบพระ ชมสถูปเจดีย์ ศาลา ภ.ป.ร. ร่องรอยปราสาทเยอ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อมุม แล้วจึงเชื่อมไปยังวัดปราสาทเยอใต้และชุมชนโดยรอบ
การเดินทาง ไปวัดปราสาทเยอสามารถเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษ มุ่งหน้าไปอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 40–45 กิโลเมตรตามเส้นทางถนน ส่วนจากตัวอำเภอไพรบึงมีระยะทางประมาณ 7–9 กิโลเมตร วัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้อยู่ใกล้กันมาก สามารถเดินทางต่อกันได้ในเวลาไม่นาน ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด ส่วนผู้ใช้รถโดยสารควรลงในตัวอำเภอไพรบึงแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าหมู่บ้านปราสาทเยอ
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะสำหรับไหว้พระและเดินชมวัดอย่างสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการชมซุ้มประตู สถูปเจดีย์ และร่องรอยโบราณสถานในแสงธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรถ่ายอย่างสุภาพ ไม่รบกวนผู้มาทำบุญ ไม่ปีนหรือจับโบราณสถาน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนอิฐ หินทราย หรือวัตถุใด ๆ ในพื้นที่ เพราะทุกชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานทางประวัติศาสตร์
การเข้าชมวัดปราสาทเยอควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศาสนสถาน รักษาความสงบ ไม่แตะต้องพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เดินลัดผ่านเขตสงฆ์ ไม่ปีนซากปราสาทหรือองค์ประกอบหินทราย และควรรักษาความสะอาดภายในวัดกับชุมชนโดยรอบ ผู้มาเยือนควรให้เกียรติทั้งวัด ชุมชนชาวเยอ และพื้นที่โบราณสถาน เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นทั้งศาสนสถานและมรดกวัฒนธรรมของชุมชน
วัดปราสาทเยอไม่เก็บค่าเข้าชมแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาเปิดทำการ การถวายดอกไม้ พวงมาลัย ปัจจัย หรือร่วมทำบุญบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา ลักษณะนี้ทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานของชุมชนที่เปิดกว้างสำหรับพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
สำหรับผู้ที่สนใจจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดปราสาทเยอสามารถเที่ยวร่วมกับพระธาตุไพรบึง วัดไพรบึง บึงนกเป็ดน้ำไพรบึง วัดสิเรียมพุทธาราม เส้นทางเมืองขุขันธ์ วัดเขียนบูรพาราม และแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองศรีสะเกษได้ ผู้มาเยือนสามารถใช้พื้นที่ปราสาทเยอเป็นจุดเรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์เยอและประวัติหลวงพ่อมุม ก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาอื่นของศรีสะเกษ
สำหรับชาวต่างชาติ วัดปราสาทเยอเหนือเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายอีสานใต้ได้ดีมาก เพราะมีทั้งชุมชนชาติพันธุ์ วัดพุทธ โบราณสถานขอม เส้นทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง พระเถระผู้เป็นที่เคารพ และเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนในชนบทไทย ผู้มาเยือนจะเห็นว่าศรีสะเกษไม่ได้มีเพียงปราสาทหินหรือวัดใหญ่ในเมือง แต่ยังมีหมู่บ้านเก่าแก่ที่ใช้วัดเป็นศูนย์กลางความทรงจำ ศรัทธา และอัตลักษณ์ของตนเองอย่างเข้มแข็ง
วัดปราสาทเยอจึงเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือศรัทธาพระพุทธศาสนาของชุมชน ชั้นที่สองคือวัฒนธรรมชาวเยอ ชั้นที่สามคือโบราณสถานขอมและอโรคยาศาลโบราณ ชั้นที่สี่คือประวัติหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ และชั้นสุดท้ายคือความทรงจำระดับจังหวัดเกี่ยวกับกฐินต้นในรัชกาลที่ 9 เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกัน วัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ควรอยู่ในเส้นทางการเรียนรู้ศรีสะเกษอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดปราสาทเยอ ศรีสะเกษ / วัดปราสาทเยอเหนือ - วัดปราสาทเยอใต้ |
| ชื่อเกี่ยวข้อง | บ้านปราสาทเยอ, วัดปราสาทเยอเหนือ, วัดปราสาทเยอใต้, หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ, ปราสาทเยอ, อโรคยาศาลโบราณปราสาทเยอ |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แหล่งโบราณสถานขอม แหล่งเรียนรู้ชาติพันธุ์เยอ และพื้นที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอไพรบึง |
| ที่ตั้ง | ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 33180 |
| พิกัดวัดปราสาทเยอเหนือ | 14.83057, 104.37070 |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ห่างจากตัวอำเภอไพรบึงประมาณ 7 - 9 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 40 - 45 กม. ตามเส้นทางถนน |
| ความสำคัญ | เป็นกลุ่มวัดสำคัญของชุมชนชาวเยอ มีวัดเหนือและวัดใต้ มีร่องรอยปราสาทขอมโบราณ และเป็นสถานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ |
| ประวัติโดยสรุป | บ้านปราสาทเยอเป็นชุมชนชาวเยอเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 200 กว่าปี มีปราสาทขอมโบราณกลางหมู่บ้าน และมีวัด 2 แห่งคือวัดปราสาทเยอเหนือกับวัดปราสาทเยอใต้ วัดเหนือมีชื่อเสียงมากในสมัยหลวงพ่อมุมปกครองดูแล และเป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์ศรีสะเกษ |
| โบราณสถานสำคัญ | ปราสาทเยอ หรืออโรคยาศาลโบราณภายในวัดปราสาทเยอเหนือ เหลือร่องรอยซากอิฐ ศิลาแลง กรอบประตูศิลาทราย และทับหลังศิลาทรายสลักลวดลายสำคัญ |
| บุคคลสำคัญ | พระครูประสาธน์ขันธคุณ หรือหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ พระเกจิอาจารย์และพระปฏิบัติที่ชาวศรีสะเกษเคารพนับถืออย่างสูง |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | 1. สถานที่สักการะหลวงพ่อมุม 2. พระประธานในวัดปราสาทเยอเหนือ 3. สถูปเจดีย์ 4. เจดีย์ทรงธาตุพนม 5. ศาลา ภ.ป.ร. 6. ซากปราสาทเยอ / อโรคยาศาลโบราณ 7. กรอบประตูศิลาทรายและทับหลังศิลาทราย 8. พื้นที่วัดปราสาทเยอใต้และชุมชนชาวเยอโดยรอบ |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | วัดปราสาทเยอเหนือ: พระมหาจันทร์ดี ปญฺญาวชิโร เจ้าอาวาส วัดปราสาทเยอใต้: พระครูวิสุทธิสีลากร เจ้าอาวาส ดูแลร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นวัดและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ทำบุญ ศึกษาประวัติหลวงพ่อมุม ชมร่องรอยปราสาทขอม และเรียนรู้วิถีชุมชนชาวเยอ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในพื้นที่ | 1. โซนวัดปราสาทเยอเหนือ 2. โซนวัดปราสาทเยอใต้ 3. โซนสักการะหลวงพ่อมุม 4. โซนศาลา ภ.ป.ร. 5. โซนสถูปเจดีย์และเจดีย์ทรงธาตุพนม 6. โซนปราสาทเยอ / อโรคยาศาลโบราณ 7. โซนกรอบประตูศิลาทรายและทับหลังศิลาทราย 8. โซนชุมชนชาวเยอบ้านปราสาทเยอ 9. โซนเรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์เยอ 10. โซนพื้นที่ทำบุญและกิจกรรมชุมชน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่สักการะ ศาลา พื้นที่จอดรถภายในหรือใกล้วัด จุดเดินชมโบราณสถาน และบริการพื้นฐานจากชุมชนตำบลปราสาทเยอ |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | เทศบาลตำบลไพรบึง โทร. 045-675-112, 093-324-7466 ที่ว่าการอำเภอไพรบึง โทร. 045-675-093 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-622645 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางสู่อำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 40 - 45 กม. จากตัวอำเภอไพรบึงไปยังบ้านปราสาทเยอประมาณ 7 - 9 กม. เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ปีนหรือแตะต้องซากปราสาท กรอบประตูศิลาทราย ทับหลัง หรือวัตถุโบราณ ไม่เคลื่อนย้ายอิฐและหินในพื้นที่โบราณสถาน ไม่รบกวนพระสงฆ์และชาวบ้าน และรักษาความสะอาดภายในวัดกับชุมชนโดยรอบ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดปราสาทเยอใต้ ประมาณ 0.4 กม. 2. ปราสาทเยอ / อโรคยาศาลโบราณ ภายในพื้นที่วัดปราสาทเยอเหนือ ประมาณ 0 กม. 3. ชุมชนบ้านปราสาทเยอ ประมาณ 0 กม. 4. วัดไพรบึง / พระธาตุไพรบึง ประมาณ 8 กม. 5. บึงนกเป็ดน้ำไพรบึง ประมาณ 9 กม. 6. วัดสำโรงพลัน ประมาณ 10 กม. 7. วัดสิเรียมพุทธาราม ประมาณ 13 กม. 8. ศาลหลักเมืองขุขันธ์ ประมาณ 28 กม. 9. วัดเขียนบูรพาราม ขุขันธ์ ประมาณ 29 กม. 10. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 42 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. มีหม้อชาบู & ปิ้งย่าง ไพรบึง ประมาณ 8 กม. โทร. 088-114-2610 2. บ้านอาหาร ไพรบึง ประมาณ 8 กม. โทร. 082-598-1336 3. ร้านขนมวาฟเฟิล ไพรบึง ประมาณ 8 กม. โทร. 090-245-2614 4. Loft House Café ขุขันธ์ ประมาณ 29 กม. โทร. 086-364-9492 5. El Fante Cafe / แซบนัว ขุขันธ์ ประมาณ 30 กม. โทร. 094-557-0578 6. เจี๊ยบ ตะบันตำ ขุขันธ์ ประมาณ 30 กม. โทร. 061-034-9564 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 29 กม. โทร. 085-024-4829 2. โรงแรมบ้านสวนศรีสุภาพ ขุขันธ์ ประมาณ 31 กม. โทร. 087-245-9125, 080-240-7090 3. ระนา รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 32 กม. โทร. 083-798-7353 4. สวัสดี รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 34 กม. โทร. 086-450-1840 5. โรงแรมพรหมพิมาน เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 42 กม. โทร. 045-612-667, 045-612-696, 045-612-150 6. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel ประมาณ 43 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดปราสาทเยอ ศรีสะเกษ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดปราสาทเยออยู่ในตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วยวัดสำคัญ 2 แห่งคือวัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้ อยู่ในชุมชนชาวเยอเก่าแก่ที่มีปราสาทขอมโบราณอยู่กลางหมู่บ้าน
ถาม: วัดปราสาทเยอเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: พื้นที่วัดและชุมชนท่องเที่ยวปราสาทเยอเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะ ทำบุญ ชมโบราณสถาน และเรียนรู้ประวัติหลวงพ่อมุมได้ตามเวลานี้
ถาม: วัดปราสาทเยอมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดปราสาทเยอไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การถวายดอกไม้ พวงมาลัย ปัจจัย หรือร่วมทำบุญบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: หลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ คือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ หรือพระครูประสาธน์ขันธคุณ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ พระเกจิอาจารย์สำคัญของศรีสะเกษ มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย มักน้อย สันโดษ เมตตาสูง และเป็นที่เคารพของชาวศรีสะเกษกับศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: วัดปราสาทเยอเหนือมีพระมหาจันทร์ดี ปญฺญาวชิโร เป็นเจ้าอาวาส ส่วนวัดปราสาทเยอใต้มีพระครูวิสุทธิสีลากร เป็นเจ้าอาวาส ทั้งสองวัดดูแลร่วมกับคณะสงฆ์และชุมชนตำบลปราสาทเยอ
ถาม: จุดเด่นภายในวัดปราสาทเยอเหนือมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่น ได้แก่ สถานที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อมุม สถูปเจดีย์ เจดีย์ทรงธาตุพนม ศาลา ภ.ป.ร. และซากปราสาทเยอหรืออโรคยาศาลโบราณที่ยังเหลือกรอบประตูศิลาทราย ทับหลังศิลาทราย อิฐ และศิลาแลง
ถาม: ควรเดินทางไปวัดปราสาทเยออย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางสู่อำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 40 - 45 กม. หากเริ่มจากตัวอำเภอไพรบึงไปยังบ้านปราสาทเยอมีระยะทางประมาณ 7 - 9 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ถาม: ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไปวัดปราสาทเยอ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่แตะต้องหรือปีนซากปราสาท ไม่เคลื่อนย้ายอิฐ หินทราย หรือวัตถุโบราณ ไม่รบกวนพระสงฆ์และชาวบ้าน และรักษาความสะอาดภายในวัดกับชุมชนโดยรอบ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




