หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.เมืองสกลนคร >ต.พังขว้าง > ประเพณีเลี้ยงผีประจำปี
TL;DR: ประเพณีเลี้ยงผีประจำปี สถานที่ท่องเที่ยวสกลนคร ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก, ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี.
ประเพณีเลี้ยงผีประจำปี

วันเปิดทำการ: จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน 4 - 5 ทางจันทรคติ หรือประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน ตามกำหนดของชุมชน
เวลาเปิดทำการ: ตามกำหนดพิธีของแม่ครู หมอเหยา และกลุ่มลูกแก้ว โดยพิธีกรรมหลักจัดต่อเนื่องประมาณ 2 วัน
ประเพณีเลี้ยงผีประจำปี หรือแซงสนัมประจำกะมอ เป็นประเพณีพื้นบ้านสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะกลุ่มไทโส้และชุมชนที่ยังรักษาความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ ผีธรรมชาติ และพิธีกรรมการเหยาไว้ในระบบวัฒนธรรมของตน ประเพณีนี้จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือน 4 - 5 ทางจันทรคติ หรือประมาณเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงฤดูร้อนและเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าหลายชนิดผลิบาน เหมาะแก่การเก็บดอกไม้มาบูชาแม่ครู หมอเหยา และใช้ตกแต่งเสากลางลานพิธี พิธีแซงสนัมไม่ได้เป็นเพียงงานเลี้ยงผีในความหมายของความเชื่อพื้นบ้านเท่านั้น แต่เป็นพิธีกรรมที่รวมการเยียวยา การตอบแทนครู การรวมตัวของลูกศิษย์ การเสริมขวัญกำลังใจ และการรักษาความสัมพันธ์ของชุมชนไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง
ชื่อ “แซงสนัม” หรือ “แซงสนาม” หมายถึงการลงสนามพิธี เป็นการนำกลุ่มผู้ที่เคยผ่านการรักษาด้วยพิธีเหยามาร่วมพิธีเลี้ยงผีประจำปีร่วมกับแม่ครูหรือหมอเหยา คำว่า “กะมอ” สัมพันธ์กับกลุ่มผู้ศรัทธาหรือกลุ่มลูกแก้วที่อยู่ในสายพิธีเดียวกัน คนที่เข้าร่วมพิธีมักเป็นผู้ที่เคยเจ็บป่วยและผ่านการบำบัดรักษาตามระบบความเชื่อพื้นบ้าน โดยเชื่อว่าความเจ็บป่วยบางอย่างเกิดจากอำนาจของผีหรือวิญญาณที่เข้าสิงร่าง เมื่อแม่ครูหรือหมอเหยาทำพิธีเหยาเพื่อคุมผี ปัดเป่า และเชิญผีออกจากร่างแล้ว ผู้ที่หายป่วยหรือรู้สึกว่าตนได้รับการช่วยเหลือจะกลับมาร่วมพิธีประจำปีเพื่อบูชาแม่ครู เลี้ยงผี และตอบแทนบุญคุณของผู้รักษา
ประเพณีนี้มีความสำคัญต่อชุมชนในหลายระดับ ระดับแรกคือความสำคัญด้านสุขภาพตามระบบความเชื่อดั้งเดิม ชุมชนเชื่อว่าผีสามารถทำให้มนุษย์เจ็บป่วยได้ ทั้งผีมูลหรือผีบรรพบุรุษ ผีน้ำ ผีป่า ผีนา ผีฟ้า และผีที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติรอบตัว การรักษาจึงไม่ได้มองร่างกายแยกจากจิตใจหรือสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงคนกับครอบครัว ชุมชน ผีบรรพบุรุษ และธรรมชาติไว้ด้วยกัน การทำพิธีเลี้ยงผีประจำปีจึงเป็นการขอให้ผีอยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่รบกวนร่างกายของลูกแก้ว และช่วยให้ผู้เข้าพิธีมีความมั่นคงทางใจหลังจากเคยผ่านความเจ็บป่วยมาแล้ว
ระดับที่ 2 คือความสำคัญด้านการตอบแทนแม่ครูหรือหมอเหยา แม่ครูไม่ได้เป็นเพียงผู้ประกอบพิธี แต่เป็นผู้มีความรู้เฉพาะทางในระบบความเชื่อของชุมชน เป็นผู้รู้คาถา จังหวะพิธี เครื่องบูชา การเชิญผี การเสี่ยงทาย การฟ้อนรำ และการปัดเป่า เมื่อผู้ป่วยได้รับการเหยาและกลับมามีสุขภาพดีขึ้น ผู้ป่วยหรือครอบครัวจะนับถือแม่ครูเป็นผู้มีบุญคุณ การกลับมาร่วมพิธีแซงสนัมปีละครั้งจึงเป็นทั้งการแสดงความเคารพ การรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างลูกแก้วกับแม่ครู และการยืนยันว่าความสัมพันธ์เชิงพิธีกรรมยังคงดำเนินต่อไป
ระดับที่ 3 คือความสำคัญด้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ พิธีเลี้ยงผีแซงสนัมสะท้อนโลกทัศน์ของคนอีสานตอนบนที่เคยดำรงชีวิตใกล้ชิดกับป่า นา น้ำ ภูเขา และพื้นที่ทำกิน การทำนา การหาของป่า การเลี้ยงสัตว์ และการตั้งบ้านเรือนล้วนเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เมื่อชีวิตประจำวันสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างแนบแน่น ความเชื่อเรื่องผีธรรมชาติจึงเป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายโลก การเจ็บป่วย ความโชคร้าย และความสมดุลของชีวิต พิธีแซงสนัมจึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เห็นวิธีคิดของชุมชนก่อนที่ระบบแพทย์สมัยใหม่และความรู้สมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
พื้นที่ที่มีการกล่าวถึงอย่างสำคัญในฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นคือบ้านกุดฮู หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นชุมชนไทโส้ที่มีรากทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้มแข็ง อำเภอกุสุมาลย์เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมไทโส้ มีศูนย์วัฒนธรรมไทโส้อำเภอกุสุมาลย์เป็นแหล่งรวบรวมเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองกุสุมาลย์ บรรพชนไทโส้ พิธีทางศาสนา ความเชื่อเรื่องผี ประเพณี และวิถีชีวิตในอดีต การเข้าใจประเพณีแซงสนัมจึงควรมองควบคู่กับประวัติศาสตร์ชุมชนไทโส้ในกุสุมาลย์ เพราะพิธีนี้เป็นหนึ่งในเส้นใยสำคัญที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันของชุมชน
การจัดพิธีแซงสนัมโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 วัน ก่อนถึงวันงาน กลุ่มลูกแก้วจะประชุมปรึกษากันเพื่อกำหนดวันลงสนาม นัดหมายแม่ครูหรือหมอเหยา รวบรวมเงินค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องพิธี อาหาร ดนตรี และค่าตอบแทนแม่ครู จากนั้นจึงเตรียมสถานที่ประกอบพิธี ซึ่งมักใช้ลานกว้างในหมู่บ้านหรือบริเวณบ้านหมอเหยา พื้นที่พิธีจะต้องมีขนาดเพียงพอให้แม่ครู ลูกแก้ว และผู้เกี่ยวข้องนั่งพัก ทำพิธี ฟ้อนรำ และวางเครื่องบูชาของแต่ละคนได้อย่างเป็นระเบียบ
ปะรำพิธีหรือ “ตูบทำผาม” เป็นพื้นที่สำคัญของงาน ชาวบ้านช่วยกันสร้างปะรำขึ้นอย่างเรียบง่ายโดยใช้วัสดุท้องถิ่น เช่น ไม้ หญ้าแฝก ผ้าใบ ผ้าร่ม หรือเต็นท์ผ้าใบที่หาได้ในปัจจุบัน ด้านหนึ่งของปะรำมักกั้นด้วยแผ่นไม้หรือแผ่นสังกะสี เพื่อให้เป็นพื้นที่วางเครื่องบูชาและป้องกันไม่ให้โล่งแจ้งเกินไป ลักษณะปะรำบางแห่งทำเป็นปะรำยาวทรงหมาแหงน มีช่องให้ลูกแก้วแต่ละคนวางเครื่องบูชาของตน ปะรำจึงเป็นทั้งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่พัก และพื้นที่รวมญาติพี่น้องในงานพิธี
เสากลางลานพิธีเป็นองค์ประกอบที่มีความหมายมาก เสานี้ตั้งไว้สำหรับฟ้อนรำและเป็นศูนย์กลางของสนามพิธี รอบเสามีการตกแต่งด้วยดอกไม้ป่า เช่น ดอกรัง ดอกจิก และโดยเฉพาะดอกจำปา ซึ่งนิยมร้อยเป็นพวงและแขวนตามปลายร่มขนาดใหญ่หรือเสาไม้ ดอกจำปามีสี กลิ่น และความงามที่เหมาะกับการบูชาครูและประดับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเดือน 4 - 5 เป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง จึงทำให้พิธีมีบรรยากาศงดงามและเชื่อมโยงกับฤดูกาลอย่างชัดเจน
บริเวณรอบเสากลางมักมีโอ่งน้ำ กะละมัง หรือภาชนะใส่น้ำ ใช้คล้ายอ่างน้ำมนต์สำหรับลูบหน้าเวลาร้อน ใช้รดน้ำแม่ครูและลูกแก้ว และใช้ประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ บางแห่งมีการทำเรือกาบกล้วยหรือกระทงหน้าวัวเพื่อส่งเคราะห์ ส่งผี หรือส่งวิญญาณกลับสู่ถิ่นเดิม น้ำจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของพิธี ทั้งในฐานะสิ่งชำระ สิ่งคลายร้อน สิ่งประกอบการสะเดาะเคราะห์ และสิ่งที่เชื่อมโยงคนกับผีและธรรมชาติ
เครื่องบูชาของลูกแก้วแต่ละคนมีความสำคัญต่อพิธี ลูกแก้วมักเตรียมหมอน 1 ใบ ขัน 5 ซึ่งประกอบด้วยเทียน 5 เล่ม ดอกไม้ 5 มัด และเงินคายพิธีตามที่แต่ละสายแม่ครูกำหนด บางแห่งใช้อุปกรณ์เสี่ยงทาย เช่น ดาบ ง้าว ข้าวสาร ไข่ไก่ เหรียญบาท ผ้าซิ่น ผ้าแพร ขัน 8 ต้นหมากเบ็ง หวี แป้ง กระจก น้ำอบ น้ำหอม และผ้าขาว เครื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นของประกอบพิธีอย่างผิวเผิน แต่มีบทบาทในการสื่อสารกับครู ผี และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ทำพิธีนับถือ
ก่อนเวลาเที่ยงของวันประกอบพิธี แม่ครูหรือหมอเหยาจะแต่งกายเข้าสู่ปะรำพิธีพร้อมด้วยลูกแก้ว ทุกคนประจำที่ของตน ลูกแก้วนั่งประนมมือบูชาครู ส่วนแม่ครูทำพิธีเชิญผีเข้าสู่ร่าง เมื่อผีเข้าประทับร่าง แม่ครูจะมีอาการสั่นไหวและเข้าสู่ภาวะพิธีกรรม จากนั้นจึงทำการเสี่ยงทายว่าถึงเวลาที่จะเริ่มเชิญผีอื่น ๆ ลงมารับรู้พิธีเลี้ยงผีประจำปีหรือยัง การเสี่ยงทายใช้วิธีจับเหรียญวางบนปลายนิ้วหรือการตั้งไข่ไก่บนฝ่ามือ หากวัตถุไม่ร่วงลง แสดงว่าถึงเวลาประกอบพิธีได้ หากร่วงลง แม่ครูจะรอเวลาและทำการเสี่ยงทายใหม่จนได้สัญญาณที่เหมาะสม
เมื่อได้รับสัญญาณเริ่มพิธี แม่ครูจะขับลำหรือกล่าวคำเชิญผีทั้งหลายให้ลงมารับรู้การเลี้ยงผีประจำปี เสียงแคน เสียงกลอง หรือดนตรีพื้นบ้านจะเริ่มบรรเลงเพื่อประกอบการฟ้อนรำ แม่ครูและลูกแก้วออกฟ้อนรำรอบเสากลางลานพิธี การฟ้อนรำในพิธีนี้ไม่ใช่การแสดงเพื่อความบันเทิงแบบทั่วไป แต่เป็นการเคลื่อนไหวตามอำนาจและความต้องการของผีในระบบความเชื่อของผู้ประกอบพิธี ท่วงท่าต่าง ๆ จึงมีทั้งความสนุก ความขลัง และความผูกพันทางจิตใจของผู้ร่วมพิธี
ระหว่างพิธีจะมีการหยุดพักรับประทานอาหาร แล้วกลับมาทำพิธีบอกกล่าวผีและฟ้อนรำต่อเนื่อง ช่วงกลางคืนและวันรุ่งขึ้น ผู้เข้าพิธียังคงใช้เวลากับการฟ้อนรำ การปัดเป่า และการเสริมขวัญ แม่ครูทำหน้าที่ดูแลลูกแก้วให้ร่างกายและจิตใจเข้มแข็งตามระบบความเชื่อดั้งเดิม บางพื้นที่ยังมีหมอแคนและมือกลองทำหน้าที่สร้างจังหวะให้พิธีดำเนินต่อไปอย่างมีชีวิตชีวา ขณะที่บางแห่งในปัจจุบันปรับใช้เครื่องเสียงหรือดนตรีบันทึกเสียงแทนดนตรีสดตามความสะดวกของชุมชน
เมื่อพิธีใกล้เสร็จสิ้น จะมีการเสี่ยงทายเพื่อขอจบพิธี จากนั้นทำกระทงหน้าวัวหรือเรือกาบกล้วยสำหรับสะเดาะเคราะห์และส่งผีคืนถิ่นเดิม การส่งเคราะห์ในตอนท้ายสะท้อนความเชื่อว่าความเจ็บป่วย เคราะห์ร้าย หรือสิ่งไม่ดีควรถูกส่งออกไปจากตัวคนและชุมชน หลังจากนั้นอาจมีพิธีด้ายมงคล ผูกแขน หรือคล้องคอให้เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง เพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อเสร็จพิธี ลูกแก้วกลับบ้านของตน ส่วนแม่ครูหรือหมอเหยากลับสู่ถิ่นฐานของตน เป็นอันสิ้นสุดพิธีประจำปี
สาระสำคัญของพิธีแซงสนัมอยู่ที่การดูแลสุขภาพตามระบบความเชื่อพื้นบ้าน พิธีนี้สะท้อนการมองความเจ็บป่วยแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงร่างกาย จิตใจ ครอบครัว ชุมชน ผีบรรพบุรุษ ผีธรรมชาติ และครูผู้รักษาเข้าด้วยกัน แม้ในปัจจุบันระบบสาธารณสุขสมัยใหม่จะมีบทบาทหลักในการรักษาโรค แต่พิธีแซงสนัมยังคงมีความหมายในฐานะพิธีเสริมขวัญ เยียวยาทางใจ และรักษาสายสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คนที่มีประสบการณ์ร่วมกัน
เมื่อพิจารณาในฐานะมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น แซงสนัมประจำกะมอช่วยให้เห็นโครงสร้างความรู้ของชุมชนที่สืบทอดผ่านแม่ครู หมอเหยา ลูกแก้ว หมอแคน และผู้ร่วมพิธี ความรู้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตำราเป็นหลัก แต่อยู่ในร่างกาย เสียง จังหวะ คำลำ เครื่องบูชา การจัดพื้นที่พิธี และการกระทำซ้ำปีแล้วปีเล่า การสืบทอดจึงเกิดจากการเข้าร่วมจริง การเห็นแม่ครูทำพิธี การจดจำทำนอง การเตรียมเครื่องบูชา และการรับรู้ความหมายผ่านประสบการณ์ตรง
สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจวัฒนธรรม การเข้าชมพิธีแซงสนัมควรทำด้วยความเคารพ เพราะนี่ไม่ใช่งานแสดงเพื่อการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ผู้สนใจควรประสานผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ก่อนเข้าชม แต่งกายสุภาพ ไม่รบกวนพื้นที่เครื่องบูชา ไม่เข้าใกล้แม่ครูหรือลูกแก้วโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพหรือวิดีโอในจังหวะพิธีสำคัญโดยพลการ และควรรักษาระยะห่างจากเสากลางลานพิธี การปฏิบัติอย่างเหมาะสมทำให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งโดยไม่ทำให้พิธีเสียความสง่างาม
หากต้องการทำความเข้าใจบริบทของประเพณีแซงสนัมให้ครบถ้วน ควรจัดเส้นทางร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมไทโส้อำเภอกุสุมาลย์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ เป็นแหล่งรวบรวมเครื่องใช้ เครื่องประดับ วัตถุที่เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองกุสุมาลย์ บรรพชนไทโส้ พิธีทางศาสนา ความเชื่อเรื่องผี ประเพณี และวิถีชีวิตไทโส้ในอดีต การเริ่มต้นจากศูนย์วัฒนธรรมไทโส้จะช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจภาษาวัฒนธรรมของชุมชนก่อนเข้าสู่เรื่องพิธีกรรมแซงสนัม ทำให้การชมพิธีหรือการอ่านเรื่องราวมีความหมายมากขึ้น
การเดินทาง สู่พื้นที่บ้านกุดฮู ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจากตัวเมืองสกลนคร โดยใช้แนวถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าไปอำเภอกุสุมาลย์ แล้วเข้าสู่ตำบลโพธิไพศาลและบ้านกุดฮู ระยะทางจากตัวเมืองสกลนครไปอำเภอกุสุมาลย์อยู่ในช่วงประมาณ 35 - 40 กม. และจากตัวอำเภอกุสุมาลย์เข้าสู่บ้านกุดฮูอีกประมาณ 14 กม. เส้นทางเป็นถนนชุมชนและถนนท้องถิ่น ผู้เดินทางควรตรวจสอบวันจัดพิธีและประสานคนในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เพราะพิธีจัดเป็นรายปีตามกำหนดของแม่ครู หมอเหยา และกลุ่มลูกแก้ว ไม่ใช่สถานที่เปิดเข้าชมประจำทุกวันเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป
อำเภอกุสุมาลย์ยังมีบริบททางประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ที่น่าสนใจ เพราะเป็นพื้นที่สำคัญของชุมชนไทโส้ มีทั้งศูนย์วัฒนธรรมไทโส้ ชุมชนเก่า พื้นที่เกษตรกรรม และความทรงจำเกี่ยวกับเมืองกุสุมาลย์มณฑลในอดีต ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมไทโส้สามารถใช้เวลาในพื้นที่มากกว่าการแวะชมพิธีเพียงอย่างเดียว โดยศึกษาพิพิธภัณฑ์ไทยโส้ สอบถามเรื่องประเพณีโส้ทั่งบั้ง หรือเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญในตัวเมืองสกลนคร เช่น วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร หนองหาร และพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร เพื่อเห็นภาพเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับประวัติศาสตร์จังหวัด
ในด้านการวางแผนอาหารและที่พัก พื้นที่บ้านกุดฮูและตำบลโพธิไพศาลเป็นชุมชนชนบท ร้านอาหารและที่พักมีไม่หนาแน่นเท่าตัวเมืองสกลนคร ผู้เดินทางควรเตรียมแผนล่วงหน้า โดยสามารถใช้บริการร้านอาหารในอำเภอกุสุมาลย์ เส้นทางถนนนิตโย หรือกลับเข้าตัวเมืองสกลนครเพื่อมีตัวเลือกมากขึ้น ส่วนที่พักมีทั้งรีสอร์ทและห้องพักในอำเภอกุสุมาลย์บางส่วน รวมถึงโรงแรมในตัวเมืองสกลนครสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร สนามบิน และการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลัก
ประเพณีเลี้ยงผีประจำปีหรือแซงสนัมประจำกะมอจึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่ามากในเชิงมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พิธีนี้ช่วยให้เห็นวิธีที่ชุมชนอธิบายความเจ็บป่วย ความสัมพันธ์กับผี การตอบแทนครู การใช้ดนตรีและการฟ้อนรำในพิธีกรรม และการรวมกลุ่มของคนที่มีประสบการณ์ร่วมกัน ความงดงามของประเพณีไม่ได้อยู่ที่ความตระการตาเท่านั้น แต่อยู่ที่ความละเอียดของความเชื่อ การจัดพื้นที่ การใช้ดอกไม้ การเตรียมเครื่องบูชา การสืบทอดคำลำ และความเคารพที่ลูกแก้วมีต่อแม่ครูอย่างต่อเนื่องปีแล้วปีเล่า
หากมองจากสายตาของผู้มาเยือน ประเพณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าการท่องเที่ยววัฒนธรรมควรเริ่มจากความเข้าใจและความเคารพ ไม่ใช่การมองพิธีกรรมเป็นความแปลกตาเพียงอย่างเดียว แซงสนัมเป็นพิธีที่มีชีวิต มีเจ้าของ มีผู้ศรัทธา และมีความหมายต่อผู้เข้าร่วมอย่างแท้จริง การเรียนรู้พิธีนี้อย่างเหมาะสมจะทำให้เข้าใจสกลนครในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยววัดหรือชมธรรมชาติ เพราะได้เห็นระบบความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลจิตใจของผู้คนในชุมชนอีสานตอนบนจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อประเพณี | ประเพณีเลี้ยงผีประจำปี / แซงสนัมประจำกะมอ / แซงสนามไทโส้ |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ชุมชนไทโส้ในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร โดยมีข้อมูลสำคัญที่บ้านกุดฮู หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร |
| ที่อยู่ | บ้านกุดฮู หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร 47210 |
| พิกัด | 17.40115, 104.34991 |
| ไฮไลต์ | พิธีเลี้ยงผีประจำปีของกลุ่มลูกแก้ว แม่ครู และหมอเหยา มีการทำปะรำพิธี เสากลางลาน ฟ้อนรำ เสียงแคน เครื่องบูชา ดอกจำปา การเสี่ยงทาย การสะเดาะเคราะห์ และการส่งผีกลับถิ่นเดิม |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นประเพณีพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เชื่อเรื่องผี วิญญาณ และพิธีเหยา เพื่อซ่อมเสริมสุขภาพทางกายใจ ป้องกันความเจ็บป่วยจากผีร้าย และตอบแทนบุญคุณแม่ครูหรือหมอเหยาที่เคยรักษาผู้ป่วย |
| ที่มาของชื่อ | “แซงสนัม” หรือ “แซงสนาม” หมายถึงการลงสนามพิธี ส่วน “ประจำกะมอ” สื่อถึงพิธีประจำกลุ่มลูกแก้วและสายแม่ครูที่กลับมาร่วมเลี้ยงผีและบูชาครูเป็นประจำทุกปี |
| ลักษณะเด่น | มีการสร้างตูบทำผามหรือปะรำพิธี ตั้งเสากลางลานประดับดอกไม้ โดยเฉพาะดอกจำปา ใช้หมอแคนหรือดนตรีประกอบการฟ้อนรำ และมีพิธีเสี่ยงทายด้วยเหรียญ ไข่ไก่ ดาบ ข้าวสาร และเครื่องบูชาตามสายพิธี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสกลนครใช้ถนนนิตโยหรือทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าอำเภอกุสุมาลย์ แล้วเข้าสู่ตำบลโพธิไพศาลและบ้านกุดฮู ควรประสานชุมชนหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนเดินทางเข้าชมพิธี |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สืบปฏิบัติในบางชุมชนของสกลนครและอีสานตอนบน โดยจัดตามกำหนดประจำปีของชุมชนและสายแม่ครู |
| ช่วงจัดพิธี | เดือน 4 - 5 ทางจันทรคติ หรือประมาณเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี |
| ระยะเวลาพิธีกรรม | โดยปกติจัดประมาณ 2 วัน เริ่มจากการเตรียมปะรำพิธี เครื่องบูชา และการประกอบพิธีเหยา เลี้ยงผี ฟ้อนรำ เสี่ยงทาย และสะเดาะเคราะห์ |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีระบบค่าเข้าชมแบบแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ผู้เข้าร่วมพิธีในฐานะลูกแก้วมีค่าใช้จ่ายตามที่กลุ่มพิธีและแม่ครูกำหนด |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ปะรำพิธี ลานประกอบพิธี พื้นที่วางเครื่องบูชา พื้นที่ฟ้อนรำ เครื่องเสียงหรือดนตรีพื้นบ้าน และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปะรำพิธีหรือตูบทำผาม เสากลางลานพิธี พื้นที่วางเครื่องบูชาของลูกแก้ว พื้นที่แม่ครูหรือหมอเหยาประกอบพิธี พื้นที่ฟ้อนรำรอบเสากลาง จุดวางโอ่งน้ำหรือกะละมังน้ำมนต์ พื้นที่ทำกระทงหน้าวัวหรือเรือกาบกล้วยเพื่อสะเดาะเคราะห์ |
| ผู้ดูแล / ผู้ประกอบพิธี | แม่ครูหรือหมอเหยา กลุ่มลูกแก้ว ผู้นำชุมชน และชุมชนเจ้าของพิธีในพื้นที่จัดงาน |
| หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง | องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล โทร. 0-4270-4604 |
| ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชม | แต่งกายสุภาพ ประสานชุมชนก่อนเข้าชม ไม่รบกวนแม่ครู ลูกแก้ว และพื้นที่เครื่องบูชา ไม่ถ่ายภาพในจังหวะพิธีสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาระยะห่างจากเสากลางลานพิธี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์วัฒนธรรมไทโส้อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 14 กม. 2. สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปู่มเหศักดิ์ อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 14 กม. 3. ชุมชนไทโส้กุสุมาลย์ ประมาณ 15 กม. 4. พระธาตุนารายณ์เจงเวง ประมาณ 36 กม. 5. ประตูเมืองสกลนครและลานรวมใจไทสกล ประมาณ 40 กม. 6. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ประมาณ 42 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. บ้านขนมจีน เส้นสวย บ้านโพธิไพศาล ประมาณ 4 กม. โทร. 085-741-6410, 084-789-2789 2. PunThai Coffee ถนนนิตโย อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 14 กม. โทร. 092-280-5943 3. กระทะทอง กุสุมาลย์ ประมาณ 14 กม. โทร. 079-467-839 4. Café Amazon ปตท.ประตูเมือง ประมาณ 40 กม. โทร. 084-031-4920 5. MK Restaurants โลตัส สกลนคร ประมาณ 40 กม. โทร. 042-722-645 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นาโพธิ์รีสอร์ท อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 16 กม. โทร. 087-225-4288 2. เอเจรีสอร์ท อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 16 กม. โทร. 087-150-9565 3. บ้านทรัพย์วัฒนารีสอร์ท อำเภอกุสุมาลย์ ประมาณ 18 กม. โทร. 087-213-4718 4. Hop Inn Sakon Nakhon ประมาณ 40 กม. โทร. 042-716-399 5. The Majestic Sakon Nakhon Hotel ประมาณ 42 กม. โทร. 042-733-771 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีเลี้ยงผีประจำปีหรือแซงสนัมประจำกะมอคืออะไร?
ตอบ: เป็นพิธีเลี้ยงผีและบูชาแม่ครูหรือหมอเหยาของกลุ่มลูกแก้ว ผู้เคยรักษาด้วยพิธีเหยา โดยจัดขึ้นเพื่อซ่อมเสริมสุขภาพทางกายใจ ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และตอบแทนบุญคุณแม่ครูเป็นประจำทุกปี
ถาม: ประเพณีแซงสนัมจัดขึ้นช่วงใด?
ตอบ: จัดขึ้นในช่วงเดือน 4 - 5 ทางจันทรคติ หรือประมาณเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี ตามกำหนดของแม่ครู หมอเหยา และกลุ่มลูกแก้วในแต่ละชุมชน
ถาม: ประเพณีนี้จัดที่ไหนในจังหวัดสกลนคร?
ตอบ: มีข้อมูลสำคัญที่บ้านกุดฮู หมู่ที่ 16 ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร และยังพบพิธีเลี้ยงผีหมอในบางชุมชนของสกลนครและอีสานตอนบน
ถาม: ใครคือแม่ครูหรือหมอเหยาในพิธีแซงสนัม?
ตอบ: แม่ครูหรือหมอเหยาเป็นผู้ประกอบพิธี ผู้รู้คำลำ เครื่องบูชา การเชิญผี การเสี่ยงทาย การปัดเป่า และการดูแลลูกแก้วตามระบบความเชื่อพื้นบ้านของชุมชน
ถาม: ลูกแก้วหมายถึงใคร?
ตอบ: ลูกแก้วคือผู้ที่เคยผ่านการรักษาด้วยพิธีเหยา หรือผู้มีศรัทธาต่อแม่ครูและกลับมาร่วมพิธีเลี้ยงผีประจำปีเพื่อบูชาแม่ครูและเสริมขวัญกำลังใจ
ถาม: พิธีแซงสนัมใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปพิธีจัดประมาณ 2 วัน มีทั้งการทำปะรำพิธี การตั้งเสากลางลาน การเตรียมเครื่องบูชา การเชิญผี การฟ้อนรำ การเสี่ยงทาย และการสะเดาะเคราะห์
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพิธีได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมได้เมื่อได้รับความยินยอมจากชุมชนหรือเจ้าของพิธี ผู้เข้าชมควรประสานล่วงหน้า แต่งกายสุภาพ ไม่รบกวนพิธี และไม่ถ่ายภาพในจังหวะสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต
ถาม: เที่ยวประเพณีแซงสนัมแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถไปศูนย์วัฒนธรรมไทโส้อำเภอกุสุมาลย์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปู่มเหศักดิ์ ชุมชนไทโส้กุสุมาลย์ พระธาตุนารายณ์เจงเวง ประตูเมืองสกลนคร และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




