หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ > 20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด
TL;DR: 20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด. ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะมีแนวเทือกเขาสูง ป่าต้นน้ำ หน้าผา.

ชัยภูมิ

20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวชัยภูมิที่เที่ยวอีสานห้ามพลาด ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะมีแนวเทือกเขาสูง ป่าต้นน้ำ หน้าผา ลานหิน เสาหินทราย น้ำตก และทุ่งดอกไม้ป่ากระจายอยู่หลายอำเภอ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ดอกกระเจียวผลิบานพร้อมสายหมอกและผืนป่าสีเขียว ทำให้ชัยภูมิกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอีสานในมุมที่แตกต่างจากภาพของที่ราบกว้างและทุ่งนา
 
หากมา เที่ยวชัยภูมิครั้งแรก สถานที่ที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติตาดโตนสำหรับน้ำตกและป่าต้นน้ำ มอหินขาวสำหรับภูมิประเทศหินทรายที่เป็นเอกลักษณ์ อุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทองสำหรับทุ่งดอกกระเจียวในฤดูฝน และอุทยานแห่งชาติภูแลนคาสำหรับเส้นทางภูเขา หน้าผา และจุดชมวิว หากต้องการเพิ่มมิติด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สามารถแวะอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ปรางค์กู่ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า และบึงละหานได้ในทริปเดียวกันเมื่อมีเวลาหลายวัน
 
ภูมิประเทศของชัยภูมิส่วนหนึ่งอยู่บนแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์และเทือกเขาภูแลนคา ทำให้พื้นที่มีความสูงสลับซับซ้อนและเป็นต้นกำเนิดลำน้ำสำคัญหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำชีซึ่งมีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชน การเกษตร และระบบนิเวศของภาคอีสานมายาวนาน พื้นที่ภูเขาของจังหวัดมีทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ลานหินทราย และหน้าผาสูง จึงรองรับการท่องเที่ยวได้หลากหลายตั้งแต่เดินป่าเบา ๆ ชมวิว กางเต็นท์ ดูดาว ไปจนถึงชมดอกไม้ตามฤดูกาล
 
เสน่ห์สำคัญของชัยภูมิคือการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคมเป็นเวลาของทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทอง ผืนป่าเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดและน้ำตกหลายแห่งมีปริมาณน้ำมาก ขณะที่ปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอกและเดินชมหน้าผา ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์และเที่ยวพื้นที่สูงเพราะอากาศเย็นสบาย
 
ด้านประวัติศาสตร์ ชัยภูมิมีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานและวัฒนธรรมหลายยุค ทั้งชุมชนโบราณ ใบเสมา ศาสนสถาน และอิทธิพลเขมรโบราณ ปรางค์กู่กลางเมืองชัยภูมิเป็นตัวอย่างสำคัญของอโรคยศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขณะที่พระธาตุหนองสามหมื่นในอำเภอภูเขียวสะท้อนศิลปกรรมที่ผสมผสานล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา ทำให้การเที่ยวชัยภูมิไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางโบราณคดีและศรัทธาได้อย่างน่าสนใจ
 
เรื่องราวของเมืองชัยภูมิยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพระยาภักดีชุมพล หรือเจ้าพ่อพญาแล บุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรกและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในจังหวัด อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพลกลางเมืองจึงเป็นสถานที่ที่ชาวชัยภูมิจำนวนมากนิยมสักการะก่อนเดินทางหรือเริ่มกิจกรรมสำคัญ และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นก่อนออกไปเที่ยวตามอำเภอต่าง ๆ
 
ชัยภูมิยังมีชื่อเสียงด้านภูมิปัญญาผ้าไหม โดยเฉพาะ ผ้าไหมบ้านเขว้า ซึ่งสืบทอดขั้นตอนตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อม มัดหมี่ และทอด้วยกี่พื้นบ้าน ลวดลายและสีของผ้าได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นของฝากสำคัญของจังหวัด การเดินทางไปบ้านเขว้าจึงไม่ได้เป็นเพียงการซื้อผ้า แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างงานหัตถกรรม ครอบครัว งานบุญ และเศรษฐกิจชุมชนอีสาน
 
ด้านอาหาร นักท่องเที่ยวจะพบอาหารอีสานที่คุ้นเคยทั้งส้มตำ ลาบ แจ่ว อาหารย่าง ปลาและอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ขณะที่พื้นที่รอบบึงและแหล่งน้ำมีวิถีประมงพื้นบ้านที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของอาหารท้องถิ่น ของฝากนอกจากผ้าไหมยังมีผลิตภัณฑ์จากชุมชน งานทอ งานจักสาน และอาหารแปรรูปในแต่ละอำเภอ
 
การวางแผนเที่ยวชัยภูมิให้คุ้มควรแบ่งเป็นหลายโซน โดย โซนเมืองชัยภูมิ–ตาดโตน–ภูแลนคา เหมาะกับมอหินขาว ตาดโตน ภูแลนคา ปรางค์กู่ และอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล, โซนเทพสถิต เหมาะกับอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, โซนหนองบัวระเหว เหมาะกับอุทยานแห่งชาติไทรทอง, โซนภูเขียว เหมาะกับวัดพระธาตุหนองสามหมื่น, โซนบ้านเขว้า เหมาะกับผ้าไหมและวิถีชุมชน และ โซนจัตุรัส เหมาะกับบึงละหาน การเที่ยวตามโซนช่วยลดการขับรถย้อนและทำให้แต่ละวันมีธีมชัดเจน
 
หากมีเวลา 1 วันและพักในตัวเมือง ควรเลือกอุทยานแห่งชาติตาดโตน–มอหินขาว หรือเที่ยวอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล–ปรางค์กู่–ตาดโตน หากมี 2–3 วันควรเพิ่มอุทยานแห่งชาติป่าหินงามหรือไทรทอง โดยเฉพาะช่วงดอกกระเจียว ส่วนทริป 4–5 วันสามารถขยายไปยังภูเขียว บ้านเขว้า และจัตุรัส เพื่อให้เห็นชัยภูมิครบทั้งภูเขา น้ำตก ดอกไม้ป่า ศาสนา ประวัติศาสตร์ หัตถกรรม และพื้นที่ชุ่มน้ำ
 
อุทยานแห่งชาติตาดโตน ชัยภูมิ

1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาฝายและพื้นที่ต่อเนื่องของอำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญที่สุดของจังหวัดและเดินทางจากตัวเมืองได้ไม่ไกล จุดเด่นคือระบบป่าต้นน้ำของเทือกเขาภูแลนคา น้ำตก ลานหิน ธารน้ำ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะทั้งกับครอบครัวและนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินป่าหนัก
 
ไฮไลต์: น้ำตกตาดโตนที่มีหน้ากว้างประมาณ 50 เมตรและสูงประมาณ 6 เมตร ลานหินเหนือหน้าผา ธารน้ำร่มรื่น น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกผาเอียง สะพานแขวน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ และพื้นที่ดูดาวในเขตอุทยาน
 
น้ำตกตาดโตนมีลักษณะต่างจากน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูง เพราะน้ำไหลแผ่ผ่านลานหินกว้างก่อนตกลงสู่แอ่งด้านล่าง ช่วงที่น้ำมากจะเกิดสายน้ำขาวเต็มหน้าผา ขณะที่ด้านบนมีลานหินและธารน้ำหลายจุดให้เดินชม จึงเป็นน้ำตกที่เหมาะกับการพักผ่อนและใช้เวลานานมากกว่าการแวะถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
 
อุทยานแห่งชาติตาดโตนได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2523 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 23 ของประเทศไทย พื้นที่ครอบคลุมประมาณ 217 ตารางกิโลเมตร มีความสำคัญต่อการรักษาป่าต้นน้ำและระบบนิเวศของลำน้ำหลายสายที่เชื่อมต่อกับลุ่มน้ำชี
 
ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุดเพราะมีปริมาณน้ำมากและผืนป่าเขียวชุ่ม แต่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณกระแสน้ำแรงและหลีกเลี่ยงลานหินที่ลื่นหลังฝนตก
 
ภายในอุทยานยังเหมาะกับการพักแรม มีทั้งลานกางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกตามจุดบริการ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ตาดโตนเป็นฐานสำหรับเที่ยวต่อไปยังมอหินขาว ภูแลนคา พระธาตุชัยภูมิ หรือสถานที่ในตัวเมืองได้
 
สถานที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน คู่รัก สายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการทริปวันเดียวจากตัวเมือง หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุควรเลือกพื้นที่พักผ่อนและจุดเล่นน้ำที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จากตัวเมืองใช้เส้นทางชัยภูมิ–น้ำตกตาดโตน รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. และควรตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.979775,102.026095&travelmode=driving
 
มอหินขาว ชัยภูมิ

2. มอหินขาว ตั้งอยู่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่มีภาพจำชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของชัยภูมิ จากกลุ่มเสาหินทรายสีขาวขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและป่าโปร่งจนได้รับฉายาว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย”
 
ไฮไลต์: เสาหินใหญ่ 5 แท่ง กลุ่มหินโขลงช้าง ลานหินและแท่นหิน ผาหัวนาค จุดชมวิว ดงสน ลานกางเต็นท์ และภูมิประเทศหินทรายที่ถูกธรรมชาติกัดเซาะเป็นรูปทรงหลากหลาย
 
คำว่า “มอ” ในภาษาถิ่นหมายถึงเนินหรือพื้นที่สูง ส่วน “หินขาว” มาจากหินทรายสีอ่อนที่โผล่ขึ้นท่ามกลางพื้นหญ้า เมื่อได้รับแสงแดดหรือหลังฝนตก สีของพื้นผิวหินจะเด่นชัดมากขึ้น ชื่อนี้จึงสะท้อนภูมิประเทศจริงที่ชุมชนเห็นและเรียกต่อกันมา
 
เสาหินและก้อนหินของมอหินขาวเกิดจากชั้นหินทรายที่ผ่านกระบวนการแตกหัก ผุพัง และกัดเซาะต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ส่วนที่แข็งกว่าทนต่อการกัดเซาะจึงเหลือเป็นแท่งหินขนาดใหญ่ รูปร่างที่เห็นในปัจจุบันเป็นเสมือนประติมากรรมซึ่งธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างช้า ๆ
 
นอกจากกลุ่มเสาหิน 5 แท่งแล้ว ควรเผื่อเวลาเที่ยวต่อไปยังกลุ่มหินโขลงช้างและผาหัวนาค เพราะแต่ละโซนให้บรรยากาศต่างกัน ตั้งแต่ลานหินกว้าง จุดชมวิว ไปจนถึงแนวหน้าผาที่มองเห็นเทือกเขาภูแลนคาและพื้นที่ด้านล่าง
 
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด เนื่องจากแสงไม่แข็งและอากาศเย็นกว่าเวลากลางวัน ส่วนฤดูฝนและปลายฝนต้นหนาวจะได้บรรยากาศป่าเขียวและหมอกบาง อย่างไรก็ตามควรระวังพื้นหินลื่นและสภาพอากาศเปลี่ยนเร็วบนพื้นที่สูง
 
มอหินขาวสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันจากตัวเมือง หรือรวมกับผาหัวนาค ตาดโตน และพระธาตุชัยภูมิในทริปเต็มวัน หากต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพักแรมควรตรวจพื้นที่กางเต็นท์และข้อกำหนดของอุทยานล่วงหน้า
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 เส้นทางชัยภูมิ–ตาดโตน แล้วต่อเข้าสู่เส้นทางมอหินขาว ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร เปิดทุกวัน โดยช่วงเวลาแนะนำคือ 06.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.064039,101.966448&travelmode=driving
 
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ชัยภูมิ

3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต บนแนวเทือกเขาพังเหย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้ชัยภูมิได้รับสมญาว่าเมืองแห่งดอกกระเจียว เพราะช่วงฤดูฝนพื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าจะเต็มไปด้วยดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงท่ามกลางหมอกและอากาศเย็นบนพื้นที่สูง
 
ไฮไลต์: ทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม จุดชมวิวสุดแผ่นดิน โขดหินรูปร่างแปลก ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล น้ำตกเทพพนา น้ำตกเทพประทาน และเส้นทางธรรมชาติบนเทือกเขาพังเหย
 
ภูมิประเทศของอุทยานมีระดับความสูงประมาณ 300–846 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วยเนินเขา หน้าผา ลานหิน ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ทำให้พื้นที่มีสภาพแวดล้อมหลายแบบในระยะทางไม่ไกลกัน และเป็นแหล่งอาศัยของพืชป่าหลากหลายชนิด
 
ทุ่งดอกกระเจียวเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยฤดูกาลหลักมักอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม ดอกกระเจียวจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากพื้นป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า เมื่อรวมกับสายหมอกในตอนเช้าจึงเกิดเป็นภาพที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของชัยภูมิ
 
ลานหินงามเป็นอีกพื้นที่ที่ไม่ควรพลาด โขดหินทรายขนาดใหญ่ถูกกระบวนการธรรมชาติกัดเซาะจนเกิดรูปทรงแตกต่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางเพื่อชมก้อนหินที่มีชื่อเรียกตามรูปร่างและจินตนาการของผู้พบเห็น
 
จุดชมวิวสุดแผ่นดินอยู่บริเวณหน้าผาของแนวเทือกเขาพังเหย มองออกไปเห็นพื้นที่ราบเบื้องล่างได้กว้าง ช่วงเช้ามีโอกาสพบหมอก ขณะที่ช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงเหนือแนวภูเขา ควรระมัดระวังบริเวณขอบผาและปฏิบัติตามแนวกั้นอย่างเคร่งครัด
 
เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว สายถ่ายภาพ สายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการเที่ยวดอกไม้ป่า การมาในวันธรรมดาช่วงฤดูดอกกระเจียวช่วยลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวได้ และควรตรวจประกาศอุทยานเรื่องเส้นทาง รถรับส่ง และสภาพอากาศก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. โดยฤดูทุ่งดอกกระเจียวควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อชมดอกไม้และหมอกในช่วงอากาศเย็น
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.631624,101.393893&travelmode=driving
 
อุทยานแห่งชาติไทรทอง ชัยภูมิ

4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว และครอบคลุมแนวป่าบนเทือกเขาพังเหยหลายอำเภอ เป็นอุทยานที่รวมทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก ป่าต้นน้ำ เส้นทางเดินธรรมชาติ และหน้าผาชมวิวที่มีชื่อเสียงไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
ไฮไลต์: ทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง ผาหำหด ผาพ่อเมือง ผาเพลินใจ ผาอาทิตย์อัสดง น้ำตกไทรทอง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนพื้นที่สูง
 
ทุ่งบัวสวรรค์เป็นจุดเด่นของอุทยานในช่วงฤดูฝน ดอกกระเจียวจะบานตามทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง โดยช่วงที่ได้รับความนิยมมากอยู่ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม บรรยากาศยามเช้ามักมีความชื้นสูงและบางวันมีหมอกปกคลุมตามสันเขา
 
อีกภาพจำของไทรทองคือ ผาหำหด หน้าผาชมวิวที่ยื่นออกไปเหนือพื้นที่เบื้องล่างและได้รับความนิยมในการถ่ายภาพ จุดนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรออกนอกแนวปลอดภัย และควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพเสี่ยงอันตรายโดยเฉพาะเมื่อมีลมแรงหรือฝนตก
 
น้ำตกไทรทองช่วยเติมความหลากหลายให้การเที่ยวอุทยาน เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากพื้นที่น้ำตกแล้วต่อไปยังโซนทุ่งดอกไม้และหน้าผาได้ตามเส้นทางที่อุทยานเปิดให้บริการ ลักษณะการเที่ยวจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันถึงเต็มวันกับธรรมชาติ
 
พื้นที่อุทยานมีความสำคัญในฐานะป่าต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี ทำให้การท่องเที่ยวควรคำนึงถึงการอนุรักษ์เป็นหลัก ไม่เก็บดอกไม้ ไม่เดินลัดออกจากทาง และไม่ทิ้งขยะตามเส้นทาง
 
อุทยานเหมาะกับสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบเดินชมวิวตามหน้าผา หากวางแผนมาเพื่อชมดอกกระเจียวควรตรวจประกาศการเปิดเส้นทางและสภาพดอกไม้ก่อนเดินทาง เพราะความสมบูรณ์แตกต่างกันตามปริมาณฝนในแต่ละปี
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรม เวลา 08.00–16.30 น. ควรตรวจประกาศล่าสุดของอุทยานก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.875015,101.509770&travelmode=driving
 
อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ชัยภูมิ

5. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ บ้านเขว้า หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน หน้าผา ลานหิน ป่า และก้อนหินรูปร่างแปลก ทำให้อุทยานแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
 
ไฮไลต์: มอหินขาว ผาหัวนาค ลานหินแตก ประตูโขลง ผากล้วยไม้ ทุ่งดอกกระเจียว ภูคี ภูเกษตร ป่าปรงพันปี หินปราสาท และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
 
อุทยานมีพื้นที่ประมาณ 177 ตารางกิโลเมตรและเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาภูแลนคา พื้นที่บางช่วงเป็นป่าเต็งรังที่เปิดโปร่ง บางช่วงเป็นป่าดิบแล้งและป่าที่มีความชื้นมากขึ้นตามระดับความสูง ความแตกต่างนี้ทำให้พบพืชและสัตว์หลากหลายชนิด
 
ภูแลนคามีความสำคัญต่อระบบน้ำของชัยภูมิ เพราะเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่เชื่อมโยงกับลุ่มน้ำชี ป่าและเทือกเขาจึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้น และลดการพังทลายของดิน
 
สำหรับนักท่องเที่ยว จุดที่รู้จักมากที่สุดคือมอหินขาว แต่ผู้ที่มีเวลามากกว่าครึ่งวันควรขยายเส้นทางไปผาหัวนาคและจุดชมวิวอื่น เพราะจะได้เห็นภูแลนคาในมุมที่แตกต่างจากเสาหินขาว โดยเฉพาะช่วงเช้าและปลายฝนต้นหนาวที่มีโอกาสพบทะเลหมอก
 
บางเส้นทางเหมาะกับการเดินธรรมชาติและพักแรมมากกว่าการเที่ยวแบบแวะสั้น นักท่องเที่ยวจึงควรเลือกโซนตามเวลาที่มีและตรวจสภาพเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์
 
ภูแลนคาเหมาะกับนักถ่ายภาพ นักดูดาว สายเดินป่า กลุ่มเพื่อน คู่รัก และผู้ที่ชอบทริปแบบพักแรม สามารถจัดร่วมกับมอหินขาว ตาดโตน และพระธาตุชัยภูมิเป็นเส้นทางธรรมชาติ–ศรัทธาของโซนตอนเหนือของตัวเมือง
 
การเดินทาง: ที่ทำการอุทยานอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เวลา 08.00–18.00 น. และควรตรวจประกาศพื้นที่เปิดให้เข้าชมก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.008443,101.897457&travelmode=driving
 
อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล แล ชัยภูมิ

6. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) หรืออนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ตั้งอยู่กลางวงเวียนศูนย์ราชการในตัวเมืองชัยภูมิ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของจังหวัดและเป็นศูนย์รวมความเคารพของชาวชัยภูมิที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ไฮไลต์: อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญผู้ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก จุดสักการะใจกลางเมือง พื้นที่ประกอบพิธีสำคัญ และจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวโบราณสถาน วัด ตลาด และสถานที่ต่าง ๆ ในเขตเมืองชัยภูมิ
 
พระยาภักดีชุมพล หรือแล เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการก่อร่างเมืองชัยภูมิและได้รับความเคารพจากชาวจังหวัดอย่างสูง เรื่องราวความเสียสละและความจงรักภักดีทำให้ชื่อของท่านกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัดและความทรงจำร่วมของคนชัยภูมิ
 
พื้นที่อนุสาวรีย์ไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งคนท้องถิ่นมาสักการะในโอกาสสำคัญ หลายคนเลือกมากราบก่อนเดินทางหรือเริ่มต้นกิจการใหม่ การมาเยือนจึงช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์เมืองกับศรัทธาร่วมสมัยได้ชัดเจน
 
ในช่วงงานประจำปีและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อพญาแล พื้นที่โดยรอบจะมีผู้คนมาร่วมสักการะและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก เป็นช่วงที่สามารถสัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของชุมชนได้เข้มข้นกว่าปกติ
 
สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึงชัยภูมิ สามารถแวะสักการะแล้วเที่ยวต่อไปยังปรางค์กู่ ตลาดในเมือง หรือเดินทางออกไปตาดโตนและมอหินขาวได้สะดวก
 
เหมาะกับทุกช่วงวัย ใช้เวลาเที่ยวไม่นาน และสามารถรวมไว้ในแผนวันแรกหรือวันสุดท้ายของทริปได้โดยไม่กระทบเวลาการเดินทางมากนัก
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนศูนย์ราชการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เดินทางสะดวกจากสถานีขนส่งและย่านใจกลางเมือง พื้นที่เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวัน โดยช่วงเวลาบริการที่ระบุคือ 09.00–16.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.806862,102.031520&travelmode=driving
 
ปรางค์กู่ ชัยภูมิ

7. ปรางค์กู่ ตั้งอยู่บ้านหนองบัว ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นโบราณสถานเขมรโบราณสำคัญที่อยู่ใกล้เขตเมืองและสามารถเข้าชมได้สะดวก จุดเด่นคือผังแบบอโรคยศาลหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
 
ไฮไลต์: ปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย บรรณาลัย โคปุระ กำแพงแก้ว สระน้ำประจำศาสนสถาน ทับหลังหินทราย และรายละเอียดศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับคติพุทธมหายานสมัยบายน
 
ปรางค์กู่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในช่วงวัฒนธรรมเขมรแบบบายนและสัมพันธ์กับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งมีการสร้างอโรคยศาลากระจายอยู่ตามชุมชนและเส้นทางสำคัญในอาณาจักร
 
ผังของพื้นที่ประกอบด้วยปรางค์ประธาน บรรณาลัยหรืออาคารประกอบ กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ องค์ประกอบดังกล่าวช่วยให้เข้าใจว่าอโรคยศาลาไม่ได้เป็นเพียงอาคารรักษาพยาบาล แต่มีศาสนสถานและพิธีกรรมทางพุทธมหายานเป็นส่วนสำคัญของระบบด้วย
 
ปรางค์ประธานหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูจริงด้านเดียวและประตูหลอกในด้านอื่น ลักษณะการก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายสะท้อนเทคนิคที่พบในโบราณสถานยุคเดียวกันหลายแห่งของภาคอีสาน
 
ในช่วงเดือน 5 หรือประมาณเดือนเมษายนของทุกปี ชุมชนมีงานบุญเกี่ยวเนื่องกับปรางค์กู่ ทำให้พื้นที่โบราณสถานยังคงเชื่อมโยงกับศรัทธาของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงซากโบราณที่แยกออกจากชีวิตชุมชน
 
เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ นักเรียน ครอบครัว และผู้ที่มีเวลาจำกัด เพราะอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง สามารถเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพลก่อนเดินทางต่อไปยังตาดโตนหรือพื้นที่อื่นได้
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2158 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณโบราณสถานอยู่ในเขตบ้านหนองบัว ตำบลในเมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.806629,102.044545&travelmode=driving
 
วัดพระธาตุหนองสามหมื่น ชัยภูมิ

8. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านแก้ง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว เป็นทั้งวัด ศาสนสถาน และแหล่งโบราณคดีสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของพื้นที่ภูเขียวได้หลายยุค พระธาตุหนองสามหมื่นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่นและได้รับการยกย่องว่าเป็นพระธาตุสำคัญองค์หนึ่งของชัยภูมิ
 
ไฮไลต์: องค์พระธาตุทรงย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปกรรมผสมผสานล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา พื้นที่เมืองโบราณ คูน้ำ คันดิน ใบเสมาหินทราย และหลักฐานโบราณวัตถุจากหลายยุค
 
ชื่อพระธาตุสัมพันธ์กับหนองน้ำขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดที่เรียกว่าหนองสามหมื่น หนองน้ำ วัด และชุมชนบ้านแก้งมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน โดยหนองน้ำเป็นฐานทรัพยากรของชุมชน ขณะที่พระธาตุทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา
 
สถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุมีความน่าสนใจจากการผสมผสานรูปแบบศิลปะหลายภูมิภาค สะท้อนว่าพื้นที่ภูเขียวอยู่ในแนวการเดินทางและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชุมชนในลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี และภาคกลาง
 
บริเวณรอบวัดยังมีร่องรอยเมืองโบราณและหลักฐานอย่างใบเสมาหินทราย ทำให้การมาไหว้พระสามารถต่อยอดเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ ผู้สนใจโบราณคดีควรเผื่อเวลาเดินชมพื้นที่รอบพระธาตุ ไม่ควรชมเฉพาะตัวเจดีย์แล้วเดินทางกลับทันที
 
วัดยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนและมีความสำคัญต่อคนภูเขียวในฐานะสถานที่ทำบุญ สักการะ และเชื่อมโยงความทรงจำของผู้คนหลายรุ่น
 
เหมาะกับสายบุญ สายประวัติศาสตร์ ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้สนใจศิลปกรรมไทย สามารถจัดเป็นจุดหลักของทริปโซนภูเขียวและเที่ยววัดหรือชุมชนใกล้เคียงในวันเดียวกัน
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านแก้ง ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในวัด
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.379159,102.041440&travelmode=driving
 
บึงละหาน ชัยภูมิ

9. บึงละหาน ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส ครอบคลุมหลายตำบล ได้แก่ ละหาน หนองบัวใหญ่ หนองบัวบาน และบ้านกอก เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศ ประมงพื้นบ้าน การอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
 
ไฮไลต์: ผืนน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำ นกน้ำ ประมงพื้นบ้าน ทางเดินและจุดชมวิว สะพานไม้ การนั่งเรือชมบัวตามฤดูกาล และศาลเจ้าพ่อหาญคำซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนให้ความเคารพ
 
เสน่ห์ของบึงละหานอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวิถีชีวิต ผู้มาเยือนสามารถเห็นเรือประมง พืชน้ำ นกน้ำ และชุมชนที่ยังใช้ทรัพยากรจากบึงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานที่มีชีวิตและแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานเพียงอย่างเดียว
 
บางช่วงของปีพื้นที่บึงจะมีดอกบัวขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ดอกบานและแสงยังอ่อน การนั่งเรือชมบัวหรือเดินถ่ายภาพตามสะพานไม้เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ และสัมผัสบรรยากาศชุมชน
 
บึงยังมีความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืด เป็นแหล่งทำกินของชาวบ้านและมีบทบาทต่อความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่ การท่องเที่ยวจึงควรเคารพวิถีประมงและไม่รบกวนพื้นที่อนุรักษ์หรือเครื่องมือของชาวบ้าน
 
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเที่ยวที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนและแสงสะท้อนบนผิวน้ำสวย สามารถเลือกนั่งพักริมบึง ถ่ายภาพ หรือชมพระอาทิตย์ตกได้ตามจุดที่ชุมชนจัดไว้
 
เหมาะกับครอบครัว คู่รัก นักถ่ายภาพ สายดูนก และผู้ที่ต้องการเห็นวิถีชีวิตริมแหล่งน้ำของอีสาน สามารถจัดร่วมกับสถานที่ในอำเภอจัตุรัสและแหล่งชุมชนใกล้เคียงเป็นทริปครึ่งวันได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. หากต้องการนั่งเรือควรตรวจบริการของชุมชนในวันที่เดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.615822,101.888477&travelmode=driving
 
หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า ชัยภูมิ

10. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านเขว้าและครอบคลุมชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมสี มัดหมี่ ทอผ้า และจำหน่ายผ้าไหม เป็นหนึ่งในพื้นที่หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของชัยภูมิและเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจจังหวัดผ่านภูมิปัญญาของผู้คน
 
ไฮไลต์: ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้น การสาวไหม การย้อมเส้นไหม การสร้างลายมัดหมี่ การทอด้วยกี่พื้นบ้าน ร้านจำหน่ายผ้าไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมที่สามารถเลือกซื้อจากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง
 
ภูมิปัญญาผ้าไหมบ้านเขว้าเริ่มจากการผลิตเพื่อใช้ในครัวเรือนและงานสำคัญของชุมชน ทั้งงานบวช งานแต่ง งานบุญ และประเพณี ก่อนพัฒนาเป็นหัตถกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับอำเภอ งานทอจึงไม่ได้แยกออกจากวิถีชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและอัตลักษณ์ของครอบครัว
 
กระบวนการทำผ้ามัดหมี่ต้องใช้เวลาหลายขั้นตอน เริ่มจากเตรียมเส้นไหม ออกแบบลาย มัดส่วนของเส้นไหมที่ไม่ต้องการให้ติดสี ย้อม แกะเชือก และย้อมซ้ำตามจำนวนสี ก่อนนำเส้นไหมไปทอ ผู้ที่ได้ชมขั้นตอนจริงจะเห็นชัดว่าผ้าแต่ละผืนต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ความอดทน และประสบการณ์ของช่างทอ
 
ชุมชนบ้านเขว้ามีทั้งช่างสาวไหม ช่างย้อม ช่างมัดหมี่ ช่างทอ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลายแห่ง จึงสามารถใช้เวลาเลือกชมผ้าได้ตั้งแต่ผืนแบบดั้งเดิม ไปจนถึงผ้าพันคอ เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่นำลายพื้นบ้านมาต่อยอด
 
การซื้อผ้าจากชุมชนโดยตรงช่วยให้ผู้เดินทางทราบแหล่งผลิตและเรื่องราวของสินค้าได้ชัดเจน อีกทั้งรายได้ยังหมุนเวียนกลับสู่ช่างและครอบครัวในพื้นที่ จึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้โดยตรง
 
หมู่บ้านผ้าไหมเหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักออกแบบ ผู้สนใจแฟชั่นและวัฒนธรรม รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาของฝากคุณภาพ หากต้องการชมการสาธิตตั้งแต่การสาวไหมหรือทอผ้าอย่างละเอียด ควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้ชุมชนเตรียมกิจกรรม
 
การเดินทาง: แหล่งผ้าไหมกระจายอยู่ในหลายชุมชนของอำเภอบ้านเขว้า โดยศูนย์ส่งเสริมผ้าไหมบ้านเขว้าเปิดวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ส่วนร้านผ้าไหมในชุมชนใช้เวลาเปิด–ปิดตามแต่ละร้าน ควรติดต่อล่วงหน้าหากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือต้องการชมการสาธิต
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.782710,101.903852&travelmode=driving
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง ชัยภูมิ

11. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง ตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร และครอบคลุมพื้นที่ป่าต่อเนื่องในอำเภอเกษตรสมบูรณ์และหนองบัวแดง เป็นหนึ่งในผืนป่าอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดของภาคอีสานและเป็นพื้นที่ที่ยังคงระบบนิเวศป่า ภูเขา ลำธาร ทุ่งหญ้า และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดไว้ได้อย่างสมบูรณ์
 
ไฮไลต์: ทุ่งกะมังซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างกลางผืนป่า การชมกวาง เก้ง เนื้อทราย นกป่า และสัตว์ป่าตามธรรมชาติ รวมถึงภูมิประเทศแบบภูเขาหินทราย ป่าดิบเขา ลำห้วย และพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของชัยภูมิ
 
ทุ่งกะมังเป็นพื้นที่เปิดกลางป่าที่ทำหน้าที่คล้ายแหล่งอาหารและจุดรวมตัวของสัตว์กินพืชหลายชนิด ภาพสัตว์ป่าเดินหากินตามทุ่งกว้างท่ามกลางฉากหลังของแนวป่าทำให้ที่นี่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในพื้นที่ชมสัตว์ป่าที่โดดเด่นที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวแตกต่างจากอุทยานแห่งชาติทั่วไป เพราะเป้าหมายหลักของพื้นที่คือการอนุรักษ์สัตว์ป่าและถิ่นอาศัย ไม่ใช่การรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ผู้เข้าเยี่ยมชมจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด
 
ผืนป่าภูเขียวยังเชื่อมโยงกับพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่หลายแห่งของอีสานตะวันตก ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำ พื้นที่อาศัยของสัตว์ และแนวเชื่อมต่อทางนิเวศที่ช่วยให้สัตว์ป่าสามารถกระจายพันธุ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของพื้นที่จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดชมสัตว์เพียงอย่างเดียว
 
สถานที่เหมาะกับนักดูนก นักถ่ายภาพธรรมชาติ นักเรียน นักวิจัย และผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควรใช้เลนส์ระยะไกลหรือกล้องส่องทางไกลแทนการเข้าใกล้สัตว์ และหลีกเลี่ยงการใช้เสียงหรือกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติ
 
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ภูคิ้ง น้ำผุดนาเลา และน้ำผุดนาวงเดือน ซึ่งอยู่ในโซนตอนเหนือของชัยภูมิและช่วยให้ทริปได้ทั้งป่า สัตว์ป่า ภูเขา แหล่งน้ำ และวิถีชุมชน
 
การเดินทาง: ทางเข้าอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–16.00 น. ควรตรวจระเบียบและพื้นที่ที่เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.162483,101.659950&travelmode=driving
 
เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนน้ำพรม ชัยภูมิ

12. เขื่อนจุฬาภรณ์ (เขื่อนน้ำพรม) ตั้งอยู่ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร เป็นเขื่อนอเนกประสงค์บนพื้นที่สูงที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบ ทำให้เป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและแหล่งพักผ่อนที่โดดเด่นของชัยภูมิตอนเหนือ
 
ไฮไลต์: สันเขื่อนยาวประมาณ 700 เมตร อ่างเก็บน้ำบนพื้นที่สูง ทิวทัศน์ภูเขา สวนพักผ่อน จุดชมวิว การเรียนรู้ระบบไฟฟ้าพลังน้ำ และบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงเช้าและเย็น
 
เขื่อนจุฬาภรณ์เดิมมีชื่อว่าเขื่อนน้ำพรม สร้างปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย บริเวณภูหยวก เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2513 และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ใน พ.ศ. 2515 ก่อนจะได้รับพระราชทานนามว่าเขื่อนจุฬาภรณ์
 
ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ กักเก็บน้ำ สนับสนุนการเกษตร และช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำแก่พื้นที่โดยรอบ จึงเป็นสถานที่ที่สามารถเรียนรู้ทั้งวิศวกรรม พลังงาน และการจัดการทรัพยากรน้ำไปพร้อมกับการเที่ยวชมธรรมชาติ
 
จุดเด่นอีกอย่างคือทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำซึ่งทอดตัวท่ามกลางแนวเขา เมื่ออากาศเปิดจะเห็นผืนน้ำสีเข้มตัดกับป่าเขียวและท้องฟ้าอย่างชัดเจน ช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวเหมาะกับการชมวิวเพราะอากาศเย็นและบรรยากาศสดชื่น
 
บริเวณเขื่อนเหมาะกับครอบครัว คู่รัก ผู้สูงอายุ และนักถ่ายภาพ เพราะสามารถชมวิวได้โดยไม่ต้องเดินป่าหนัก หากต้องการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่น ล่องเรือหรือเข้าพื้นที่ของการไฟฟ้า ควรตรวจบริการและระเบียบก่อนเดินทาง
 
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และวัดพระธาตุแก้งกอยในเส้นทางคอนสารได้อย่างลงตัว
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.536270,101.650039&travelmode=driving
 
เขื่อนลำปะทาว ชัยภูมิ

13. เขื่อนลำปะทาว ตั้งอยู่บ้านหลุบช้างพลาย ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ เป็นเขื่อนดินและแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดชัยภูมิที่อยู่ท่ามกลางภูเขา ป่าไม้ และชุมชนเกษตรกรรม มีบทบาททั้งด้านพลังงาน การเกษตร น้ำประปา และการพักผ่อน
 
ไฮไลต์: อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แนวภูเขารอบอ่าง จุดชมพระอาทิตย์ตก ถนนเลียบอ่าง พื้นที่พักผ่อนริมเขื่อน และทิวทัศน์แบบภูเขาโอบล้อมผืนน้ำที่เหมาะกับการถ่ายภาพ
 
ระบบเขื่อนลำปะทาวประกอบด้วยเขื่อนตอนบนและตอนล่าง ทำหน้าที่กักเก็บและบริหารน้ำในพื้นที่ภูเขา น้ำจากระบบเขื่อนมีความสำคัญต่อการผลิตไฟฟ้า การเกษตร และการผลิตน้ำประปาของจังหวัด รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับระบบน้ำในพื้นที่ตาดโตน
 
บรรยากาศบริเวณอ่างเก็บน้ำค่อนข้างสงบ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่อากาศไม่ร้อน ผืนน้ำสะท้อนแนวภูเขาและท้องฟ้า เหมาะกับการนั่งพัก ถ่ายภาพ หรือขับรถชมวิวแบบไม่เร่งรีบ
 
บางช่วงของริมอ่างมีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดลงสู่น้ำและเกิดแนวคล้ายหาดน้ำจืดตามระดับน้ำของแต่ละฤดูกาล ทำให้บรรยากาศของเขื่อนแตกต่างจากอ่างเก็บน้ำที่มีเพียงโครงสร้างคอนกรีตและสันเขื่อน
 
เขื่อนลำปะทาวเหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพที่ต้องการสถานที่สงบ หากเดินทางช่วงฤดูฝนควรระมัดระวังถนนและจุดริมอ่างที่ลื่นหรือมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
 
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับน้ำตกลำปะทาวและสถานที่ธรรมชาติในโซนแก้งคร้อ เพื่อทำเป็นเส้นทางครึ่งวันหรือเต็มวันได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหลุบช้างพลาย ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.248399,102.111666&travelmode=driving
 
ภูคิ้ง ชัยภูมิ

14. ภูคิ้ง ตั้งอยู่บริเวณบ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ บนแนวเทือกเขาเขียวภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นยอดเขาสูงประมาณ 1,167 เมตรจากระดับน้ำทะเลและเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่โดดเด่นของชัยภูมิ
 
ไฮไลต์: ทุ่งหญ้าบนยอดเขา หน้าผาสูง ลานหิน กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ป่า น้ำตกในป่า ทะเลหมอก และวิวที่สามารถมองเห็นแนวภูเขา ภูกระดึง ภูแลนคา เขื่อนห้วยกุ่ม และลำน้ำพรมในวันที่อากาศเปิด
 
ภูคิ้งไม่ใช่จุดชมวิวที่สามารถขับรถขึ้นถึงยอดได้โดยตรง แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติซึ่งต้องใช้การเดินเท้าและการเตรียมตัว เส้นทางจึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เดินป่าหรือพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และผู้นำทางท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
 
เสน่ห์ของภูคิ้งอยู่ที่ความสมบูรณ์ของป่ามากพอ ๆ กับวิวบนยอดเขา ระหว่างทางสามารถพบพืชป่า กล้วยไม้ ลานหิน และภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปตามระดับความสูง ทำให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ด้านธรรมชาติเต็มรูปแบบมากกว่าการไปถึงจุดหมายเพียงอย่างเดียว
 
ช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอกและอากาศเย็น แต่สภาพเส้นทางขึ้นอยู่กับฝนและข้อกำหนดของพื้นที่อนุรักษ์ จึงต้องตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนทุกครั้ง
 
สถานที่เหมาะกับสายเดินป่า สาย Adventure นักถ่ายภาพธรรมชาติ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านร่างกาย ไม่เหมาะกับการเดินทางแบบแวะสั้นหรือผู้ที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ
 
ภูคิ้งสามารถจัดร่วมกับพื้นที่เกษตรสมบูรณ์หรือวางเป็นส่วนหนึ่งของทริปธรรมชาติหลายวันร่วมกับภูเขียวและคอนสาร แต่ควรแยกเวลาเดินเขาออกเป็นวันเฉพาะเพื่อไม่ให้แผนแน่นเกินไป
 
การเดินทาง: จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณบ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ การขึ้นภูต้องติดต่อขออนุญาตและประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางท้องถิ่นล่วงหน้าก่อนเดินทาง
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.337869,101.547119&travelmode=driving
 
น้ำผุดนาเลา ชัยภูมิ

15. น้ำผุดนาเลา ตั้งอยู่ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร เป็นแหล่งน้ำผุดธรรมชาติที่เกิดจากน้ำใต้ดินไหลขึ้นสู่ผิวดินแล้วรวมตัวเป็นแอ่งและลำธารใส น้ำมีอุณหภูมิค่อนข้างเย็นและไหลต่อเนื่องตลอดปี จึงเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนและทรัพยากรสำคัญของชุมชน
 
ไฮไลต์: ตาน้ำธรรมชาติ แอ่งน้ำใสหลายขนาด ลำธารเล็ก น้ำเย็น ร่มเงาต้นไม้ และบรรยากาศชุมชนเกษตรซึ่งทำให้สถานที่มีความเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย
 
น้ำผุดนาเลาไม่ได้มีลักษณะเป็นน้ำตกหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์จากการได้เห็นต้นกำเนิดน้ำอย่างใกล้ชิด น้ำค่อย ๆ ผุดจากใต้ดินแล้วไหลผ่านพื้นดิน รากไม้ และพืชริมน้ำก่อนกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ
 
แหล่งน้ำแห่งนี้มีความสำคัญต่อชุมชนเพราะช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรและวิถีชีวิตในท้องถิ่น การเข้ามาเที่ยวจึงควรรักษาความสะอาด ไม่ใช้สารเคมีหรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนน้ำ และเคารพพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน
 
บรรยากาศโดยรวมเหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย และถ่ายภาพ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนซึ่งน้ำเย็นของแหล่งน้ำผุดช่วยให้รู้สึกสดชื่น
 
เหมาะกับครอบครัว เด็ก กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินไกล สามารถใช้เวลา 1–2 ชั่วโมงแล้วเที่ยวต่อไปยังน้ำผุดนาวงเดือนหรือเขื่อนจุฬาภรณ์ได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร ใกล้เส้นทางหลังโรงเรียนคอนสารวิทยา รถยนต์ส่วนตัวสะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.592998,101.896502&travelmode=driving
 
น้ำผุดนาวงเดือน ชัยภูมิ

16. น้ำผุดนาวงเดือน ตั้งอยู่บ้านนาวงเดือน หมู่ 8 ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร เป็นแหล่งน้ำผุดธรรมชาติขนาดใหญ่ที่น้ำใต้ดินไหลขึ้นสู่ผิวดินอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นแอ่งน้ำและธารน้ำใสท่ามกลางบรรยากาศชนบทและพื้นที่เกษตรของชุมชน
 
ไฮไลต์: ตาน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ น้ำใสเย็น แอ่งน้ำกว้าง ธารน้ำที่ไหลออกจากแหล่งกำเนิด และบรรยากาศสงบของชุมชนบ้านนาวงเดือน
 
ความน่าสนใจของน้ำผุดนาวงเดือนอยู่ที่การได้เห็นระบบน้ำใต้ดินทำงานอย่างชัดเจน น้ำไม่ได้ไหลมาจากภูเขาในลักษณะน้ำตก แต่ผุดขึ้นจากพื้นดินแล้วรวมตัวเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อพื้นที่โดยรอบ
 
น้ำมีความใสจนสามารถมองเห็นพื้นในบางช่วงและมีอุณหภูมิเย็นเหมาะกับการพักผ่อน บริเวณรอบแหล่งน้ำยังคงบรรยากาศเรียบง่าย ไม่ถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์มากจนเสียลักษณะของชุมชน
 
แหล่งน้ำผุดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกษตรและการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ ผู้มาเยือนจึงควรช่วยกันรักษาคุณภาพน้ำ ไม่ทิ้งขยะหรือใช้สารที่อาจทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อน
 
เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ชอบแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถจัดเที่ยวคู่กับน้ำผุดนาเลาเพราะอยู่ในโซนเดียวกัน และต่อเส้นทางไปยังเขื่อนจุฬาภรณ์ได้
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านนาวงเดือน หมู่ 8 ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร จากเส้นทางมุ่งหน้าเขื่อนจุฬาภรณ์แยกเข้าสู่บ้านนาวงเดือนประมาณ 1 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 07.00–18.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.574404,101.898922&travelmode=driving
 
น้ำตกเทพพนา ชัยภูมิ

17. น้ำตกเทพพนา ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต ใกล้อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยกระโจนไหลลดหลั่นผ่านแนวหินธรรมชาติ 3 ชั้น เหมาะกับการเพิ่มจุดแวะธรรมชาติในเส้นทางทุ่งดอกกระเจียว
 
ไฮไลต์: น้ำตก 3 ชั้น โดยชั้นบนและชั้นที่ 2 สูงประมาณ 2–3 เมตร และชั้นสุดท้ายสูงประมาณ 6 เมตร มีลานหิน แอ่งน้ำ และบรรยากาศป่าที่สดชื่นในช่วงฤดูฝน
 
น้ำตกเทพพนาเป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลอย่างชัดเจน ช่วงฤดูฝนลำห้วยกระโจนจะมีปริมาณน้ำมากพอให้เกิดสายน้ำไหลต่อเนื่องผ่านชั้นหิน ทำให้ภูมิทัศน์ดูมีชีวิตชีวาและเหมาะกับการถ่ายภาพ
 
ลักษณะน้ำตกไม่ได้เป็นหน้าผาสูงชัน แต่เป็นชั้นหินลดระดับต่อเนื่อง จึงสามารถเห็นรูปทรงของสายน้ำและก้อนหินได้ใกล้ชิด อย่างไรก็ตามพื้นหินจะลื่นมากเมื่อเปียกและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
 
สถานที่เหมาะกับผู้ที่เดินทางมาป่าหินงามแล้วต้องการเพิ่มแหล่งธรรมชาติที่ไม่ใช้เวลาเดินทางไกล สามารถจัดแวะก่อนหรือหลังชมทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม และผาสุดแผ่นดิน
 
เหมาะกับสายธรรมชาติ ครอบครัว และนักถ่ายภาพ แต่ควรเน้นการเที่ยวช่วงมีน้ำและไม่ลงเล่นในจุดที่มีกระแสน้ำแรง หากฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ริมน้ำและตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: น้ำตกอยู่ทางด้านตะวันออกของที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. ช่วงเหมาะเที่ยวที่สุดคือฤดูฝน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.647028,101.428239&travelmode=driving
 
น้ำตกเทพประทาน ชัยภูมิ

18. น้ำตกเทพประทาน ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากลานหินกว้างและสายน้ำที่ไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินเตี้ย ๆ แทนการตกจากหน้าผาสูง
 
ไฮไลต์: ลานหินขนาดใหญ่ สายน้ำไหลเป็นแนวกว้าง แอ่งน้ำตื้น โขดหิน และบรรยากาศร่มรื่นที่เหมาะกับการแวะพักในเส้นทางอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
 
รูปแบบของน้ำตกเทพประทานทำให้มองเห็นการไหลของน้ำบนพื้นหินได้ชัดเจน บางช่วงเป็นสายน้ำบางคลุมผิวหิน บางช่วงไหลรวมลงแอ่งและลดระดับเป็นชั้นสั้น ๆ จึงให้บรรยากาศแตกต่างจากน้ำตกเทพพนาที่มีชั้นน้ำตกเด่นกว่า
 
ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด เมื่อน้ำมีปริมาณมากจะไหลกระจายเต็มพื้นที่ลานหินและทำให้ป่ารอบข้างเขียวสด แต่พื้นหินที่เปียกจะลื่นมาก นักท่องเที่ยวควรเดินเฉพาะจุดปลอดภัยและไม่เข้าใกล้บริเวณกระแสน้ำแรง
 
เพราะอยู่ในโซนเดียวกับป่าหินงาม นักท่องเที่ยวสามารถจัดน้ำตกเทพประทานเป็นจุดพักระหว่างการเดินทาง ก่อนขึ้นไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม หรือผาสุดแผ่นดินได้
 
สถานที่เหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักถ่ายภาพที่ต้องการบรรยากาศธรรมชาติสงบ ๆ มากกว่าสถานที่ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงามประมาณ 7 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.631605,101.393862&travelmode=driving
 
วัดเขาประตูชุมพล ชัยภูมิ

19. วัดเขาประตูชุมพล ตั้งอยู่บ้านซับสะเลเต หมู่ 2 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต เป็นวัดป่าที่ผสมผสานพื้นที่ศาสนสถานเข้ากับป่าเบญจพรรณ ลานหิน และหินทรายธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะไหว้พระและพักใจในเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
 
ไฮไลต์: ซุ้มประตูชุมพล ศาลาปฏิบัติธรรม หอระฆัง ลานหิน สวนหินธรรมชาติ และแนวหินทรายที่เกิดเป็นช่องและโพรงคล้ายประตูหลายบาน
 
วัดก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 ชื่อ “ประตูชุมพล” เชื่อมโยงกับลักษณะของหินภายในพื้นที่ซึ่งมีช่องและแนวหินคล้ายประตูอยู่หลายจุด ทำให้ภูมิประเทศกลายเป็นส่วนหนึ่งของชื่อและอัตลักษณ์ของวัด
 
บริเวณวัดอยู่ท่ามกลางสภาพป่าเขาของเทือกเขาพังเหย บรรยากาศเงียบสงบและมีลมพัดผ่าน จึงเหมาะกับการนั่งพัก ปฏิบัติธรรม และเดินชมธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินป่าเหมือนเส้นทางอุทยาน
 
ผู้มาเยือนนิยมเดินลอดซุ้มประตูชุมพลเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าไปไหว้พระและชมพื้นที่ด้านใน เป็นตัวอย่างของการที่ภูมิประเทศธรรมชาติถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเชื่อและศรัทธาของชุมชน
 
สามารถจัดวัดเขาประตูชุมพลเป็นจุดแวะก่อนหรือหลังอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม น้ำตกเทพพนา และน้ำตกเทพประทานได้ ทำให้เส้นทางเทพสถิตมีทั้งธรรมชาติและศาสนาในวันเดียว
 
เหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการสถานที่สงบ ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในพื้นที่ปฏิบัติธรรม
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านซับสะเลเต หมู่ 2 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ใกล้เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เปิดทุกวัน แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.625083,101.384082&travelmode=driving
 
วัดพระธาตุแก้งกอย ชัยภูมิ

20. วัดพระธาตุแก้งกอย ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีองค์พระธาตุแก้งกอยเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนและเป็นหลักฐานสำคัญของอิทธิพลศิลปกรรมล้านช้างในพื้นที่ชัยภูมิตอนเหนือ
 
ไฮไลต์: พระธาตุแก้งกอยศิลปะล้านช้าง องค์ธาตุบัวเหลี่ยมย่อมุม 3 ชั้น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 งานสรงน้ำพระธาตุช่วงสงกรานต์ และพื้นที่ศาสนสถานเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนบ้านโนนคูณ
 
องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐสอปูนและฉาบปูน สูงประมาณ 9.50 เมตร กว้างประมาณ 5.40 เมตร รูปแบบทางศิลปกรรมสะท้อนความสัมพันธ์ของคอนสารกับวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงและอิทธิพลล้านช้างที่แพร่เข้ามาในภาคอีสาน
 
พื้นที่รอบองค์พระธาตุยังมีร่องรอยโครงสร้างศาสนาเดิม เช่น แนววิหารทางทิศตะวันออกและธาตุเจดีย์ขนาดเล็ก ทำให้สถานที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าการเป็นเจดีย์เดี่ยวกลางวัด
 
งานสรงน้ำพระธาตุในช่วงสงกรานต์เป็นประเพณีสำคัญของชุมชน ผู้คนจะเดินทางกลับมาร่วมทำบุญ สรงน้ำ และแสดงความเคารพต่อองค์พระธาตุ เป็นช่วงที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับชุมชนได้ชัดเจนที่สุด
 
สถานที่เหมาะกับสายบุญ ผู้สนใจศิลปะล้านช้าง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้สูงอายุ เพราะเดินทางเข้าถึงได้สะดวกและไม่ต้องใช้การเดินระยะไกล
 
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเขื่อนจุฬาภรณ์ น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง เพื่อให้เส้นทางคอนสารมีทั้งศาสนา ธรรมชาติ และพื้นที่อนุรักษ์ครบในทริปเดียว
 
การเดินทาง: ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
 
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.508261,102.036755&travelmode=driving
 
หัวข้อรายละเอียด
ภาพรวมจังหวัดชัยภูมิเป็นจังหวัดท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคอีสาน โดดเด่นด้วยอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง ทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก หน้าผา เทือกเขา หินทรายรูปร่างแปลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แหล่งน้ำผุด วัด โบราณสถาน และชุมชนผ้าไหม เหมาะกับการเที่ยวตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึงทริป 4–5 วันขึ้นไป
Top 10 Highlights1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน
2. มอหินขาว
3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง
5. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
6. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)
7. ปรางค์กู่
8. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น
9. บึงละหาน
10. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า
โซนเมืองชัยภูมิ–ตาดโตน–ภูแลนคา1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน
2. มอหินขาว
3. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
4. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)
5. ปรางค์กู่

เป็นโซนที่เหมาะกับผู้มาเที่ยวชัยภูมิครั้งแรก เพราะรวมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศรัทธา และแลนด์มาร์กสำคัญไว้ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด
โซนเทพสถิต1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
2. น้ำตกเทพพนา
3. น้ำตกเทพประทาน
4. วัดเขาประตูชุมพล

เหมาะที่สุดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะฤดูทุ่งดอกกระเจียว และสามารถจัดเที่ยวทั้งธรรมชาติ น้ำตก หน้าผา และวัดได้ในวันเดียว
โซนหนองบัวระเหว1. อุทยานแห่งชาติไทรทอง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการชมทุ่งดอกกระเจียวแบบธรรมชาติ เดินชมหน้าผา และสัมผัสเส้นทางธรรมชาติบนเทือกเขาพังเหย
โซนคอนสาร1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง
2. เขื่อนจุฬาภรณ์
3. น้ำผุดนาเลา
4. น้ำผุดนาวงเดือน
5. วัดพระธาตุแก้งกอย

เป็นโซนที่มีความหลากหลายมาก ทั้งผืนป่า สัตว์ป่า เขื่อน แหล่งน้ำผุด และศาสนสถานเก่าแก่ เหมาะกับทริป 1–2 วัน
โซนเกษตรสมบูรณ์1. ภูคิ้ง

เหมาะกับสายเดินป่า Adventure และผู้ที่ต้องการสัมผัสยอดเขาสูง ป่าธรรมชาติ ทะเลหมอก และวิวเทือกเขาแบบจริงจัง โดยต้องประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางล่วงหน้า
โซนแก้งคร้อ1. เขื่อนลำปะทาว

เหมาะกับการชมวิวอ่างเก็บน้ำ ภูเขา พระอาทิตย์ตก และพักผ่อนในบรรยากาศสงบ สามารถต่อเส้นทางน้ำตกลำปะทาวและสถานที่ธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงได้
โซนภูเขียว1. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น

เหมาะกับสายบุญและผู้สนใจโบราณคดี ศิลปกรรมล้านนา ล้านช้าง อยุธยา และร่องรอยชุมชนโบราณในพื้นที่ภูเขียว
โซนบ้านเขว้า1. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า

เหมาะกับการเรียนรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม มัดหมี่ ย้อม และทอผ้า รวมถึงเลือกซื้อผ้าไหมจากผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง
โซนจัตุรัส1. บึงละหาน

เหมาะกับการชมพื้นที่ชุ่มน้ำ นกน้ำ วิถีประมง ทุ่งบัวตามฤดูกาล และบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกริมบึง
ทุ่งดอกกระเจียว1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
2. อุทยานแห่งชาติไทรทอง

ฤดูหลักอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม โดยช่วงกรกฎาคมมักเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งนี้ความสมบูรณ์ของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพฝนในแต่ละปี
น้ำตกและแหล่งน้ำ1. น้ำตกตาดโตน
2. น้ำตกเทพพนา
3. น้ำตกเทพประทาน
4. น้ำผุดนาเลา
5. น้ำผุดนาวงเดือน
6. เขื่อนจุฬาภรณ์
7. เขื่อนลำปะทาว
8. บึงละหาน
ภูเขา หน้าผา และจุดชมวิว1. มอหินขาว
2. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
3. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
4. อุทยานแห่งชาติไทรทอง
5. ภูคิ้ง

เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น–ตก ทะเลหมอก เดินธรรมชาติ ถ่ายภาพ และกางเต็นท์ตามพื้นที่ที่อนุญาต
สัตว์ป่าและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังเป็นจุดสำคัญที่สุด เหมาะกับการศึกษาสัตว์ป่า ดูนก และเรียนรู้ระบบนิเวศ โดยต้องปฏิบัติตามกฎพื้นที่อนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ออกนอกพื้นที่ที่กำหนด
ประวัติศาสตร์และโบราณคดี1. ปรางค์กู่
2. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)
3. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น
4. วัดพระธาตุแก้งกอย

ครอบคลุมตั้งแต่วัฒนธรรมเขมรสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อิทธิพลล้านช้าง ไปจนถึงประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองชัยภูมิ
สายบุญและศรัทธา1. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)
2. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น
3. วัดเขาประตูชุมพล
4. วัดพระธาตุแก้งกอย
5. ปรางค์กู่ ซึ่งยังมีงานบุญของชุมชนเชื่อมโยงกับพื้นที่โบราณสถาน
วัฒนธรรมและหัตถกรรมหมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้าเป็นจุดหลักสำหรับเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าไหมชัยภูมิ ตั้งแต่เลี้ยงไหม สาวไหม มัดหมี่ ย้อม และทอด้วยกี่พื้นบ้าน เหมาะกับผู้สนใจผ้าไทย งานออกแบบ และการท่องเที่ยวชุมชน
เหมาะสำหรับครอบครัว1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน
2. มอหินขาว
3. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล
4. ปรางค์กู่
5. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น
6. บึงละหาน
7. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า
8. เขื่อนจุฬาภรณ์
9. น้ำผุดนาเลา
10. น้ำผุดนาวงเดือน
เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ1. อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล
2. ปรางค์กู่
3. วัดพระธาตุหนองสามหมื่น
4. บึงละหาน
5. หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า
6. เขื่อนจุฬาภรณ์
7. วัดพระธาตุแก้งกอย

ส่วนเส้นทางภูคิ้ง หน้าผา และเส้นทางเดินธรรมชาติบางแห่งต้องพิจารณาความพร้อมด้านร่างกายเป็นพิเศษ
เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ1. มอหินขาว
2. ป่าหินงาม
3. ไทรทอง
4. ภูแลนคา
5. ตาดโตน
6. ภูคิ้ง
7. เขื่อนจุฬาภรณ์
8. เขื่อนลำปะทาว
9. บึงละหาน
10. ทุ่งกะมัง
เหมาะสำหรับสาย Adventure1. ภูคิ้ง
2. อุทยานแห่งชาติไทรทอง
3. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

ควรเตรียมรองเท้าเดินป่า น้ำดื่ม เสื้อกันฝน อุปกรณ์กันแดด และตรวจสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
อาหารพื้นบ้านพบอาหารอีสานพื้นฐาน เช่น ส้มตำ ลาบ แจ่ว อาหารย่าง ปลา และอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล พื้นที่ใกล้บึง เขื่อน และแหล่งน้ำยังมีอาหารที่เชื่อมโยงกับประมงพื้นบ้านและปลาน้ำจืด
ของฝาก1. ผ้าไหมบ้านเขว้า
2. ผ้าไหมมัดหมี่
3. ผลิตภัณฑ์ผ้าแปรรูป
4. งานจักสานและหัตถกรรมชุมชน
5. อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปท้องถิ่น
ประเพณีและเทศกาลสำคัญเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวบานช่วงประมาณมิถุนายน–สิงหาคมเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีงานเจ้าพ่อพญาแล ประเพณีบุญบั้งไฟ งานบุญท้องถิ่น และประเพณีสรงน้ำพระธาตุแก้งกอยในช่วงสงกรานต์
เที่ยว 1 วัน — โซนเมืองและธรรมชาติเช้า: อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่
สายถึงบ่าย: อุทยานแห่งชาติตาดโตน
บ่ายแก่: มอหินขาว
เย็น: ชมวิวภูแลนคาหรือเดินทางกลับตัวเมือง
เที่ยว 1 วัน — โซนเทพสถิตเช้า: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม – ทุ่งดอกกระเจียว
สาย: ลานหินงาม – ผาสุดแผ่นดิน
บ่าย: น้ำตกเทพประทาน – น้ำตกเทพพนา
เย็น: วัดเขาประตูชุมพล
เที่ยว 2 วัน 1 คืนDay 1: อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่ – ตาดโตน – มอหินขาว
Day 2: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม – น้ำตกเทพประทาน – น้ำตกเทพพนา – วัดเขาประตูชุมพล
เที่ยว 3 วัน 2 คืนDay 1: โซนเมืองชัยภูมิ – ตาดโตน – มอหินขาว
Day 2: ป่าหินงาม – เทพสถิต
Day 3: เลือกไทรทอง หรือบ้านเขว้า–บึงละหานตามความสนใจ
เที่ยว 4–5 วันเพิ่มโซนคอนสาร ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง เขื่อนจุฬาภรณ์ น้ำผุดนาเลา น้ำผุดนาวงเดือน และวัดพระธาตุแก้งกอย หรือเพิ่มภูคิ้งและเขื่อนลำปะทาวสำหรับสายธรรมชาติจริงจัง
ช่วงเหมาะเที่ยวเที่ยวได้ตลอดปี แต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคมเหมาะกับทุ่งดอกกระเจียวและน้ำตก ช่วงตุลาคม–กุมภาพันธ์เหมาะกับทะเลหมอก ภูเขา กางเต็นท์ และอากาศเย็น ส่วนแหล่งน้ำผุด วัด และแหล่งวัฒนธรรมสามารถเที่ยวได้ตลอดปี
การเดินทางในจังหวัดรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่สำคัญกระจายอยู่หลายอำเภอและหลายจุดอยู่บนพื้นที่ภูเขา ควรวางแผนตามโซน เช่น เมืองชัยภูมิ–ภูแลนคา, เทพสถิต, ไทรทอง, คอนสาร, บ้านเขว้า, ภูเขียว และจัตุรัส
ข้อควรระวังฤดูฝนควรระวังพื้นลื่น น้ำป่า กระแสน้ำแรง หมอกหนา และเส้นทางภูเขา ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ไม่ออกนอกแนวหน้าผาหรือเส้นทางที่กำหนด และตรวจประกาศของอุทยานหรือพื้นที่อนุรักษ์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไม่เด็ดดอกกระเจียว ไม่เก็บหินหรือพืชออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดังในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ และสนับสนุนสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหมบ้านเขว้า เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวหมุนเวียนกลับสู่ท้องถิ่น
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ที่เที่ยวชัยภูมิที่ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: จุดหลักที่ควรไป ได้แก่ อุทยานแห่งชาติตาดโตน มอหินขาว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ปรางค์กู่ และวัดพระธาตุหนองสามหมื่น เพราะครอบคลุมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชัยภูมิได้ดีที่สุด
 
ถาม: เที่ยวชัยภูมิ 1 วันควรไปไหน?
ตอบ: หากพักในตัวเมือง แนะนำอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล – ปรางค์กู่ – อุทยานแห่งชาติตาดโตน – มอหินขาว ส่วนช่วงฤดูดอกกระเจียวสามารถเลือกเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแบบเต็มวันแทนได้
 
ถาม: ควรเที่ยวชัยภูมิกี่วัน?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 3 วัน 2 คืนสำหรับตาดโตน มอหินขาว ป่าหินงาม และตัวเมือง หากต้องการเที่ยวครบทั้งไทรทอง คอนสาร บ้านเขว้า ภูเขียว หรือภูคิ้งควรมีเวลา 4–5 วันหรือมากกว่า
 
ถาม: ดอกกระเจียวชัยภูมิบานช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ฤดูดอกกระเจียวโดยทั่วไปอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน–สิงหาคม โดยช่วงเดือนกรกฎาคมมักได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งนี้ช่วงบานจริงขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและสภาพอากาศในแต่ละปี
 
ถาม: ป่าหินงามกับไทรทองต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ป่าหินงามมีทุ่งดอกกระเจียว ลานหินงาม และผาสุดแผ่นดินเป็นจุดเด่น เข้าถึงค่อนข้างสะดวก ส่วนไทรทองมีบรรยากาศธรรมชาติมากกว่า มีทุ่งบัวสวรรค์ ผาหำหด และหน้าผาหลายจุด เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินชมธรรมชาติและวิวภูเขา
 
ถาม: มอหินขาวควรไปช่วงเวลาไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็นกว่าและแสงช่วยให้เสาหินมีมิติสวย เหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสพบหมอกและป่าเขียวเป็นพิเศษ
 
ถาม: ชัยภูมิมีที่เที่ยวสำหรับสาย Adventure หรือไม่?
ตอบ: มี โดยเฉพาะภูคิ้ง อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา และเส้นทางธรรมชาติในอุทยานต่าง ๆ ภูคิ้งต้องประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางล่วงหน้าและเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมด้านร่างกาย
 
ถาม: ที่เที่ยวชัยภูมิสำหรับสายบุญมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: แนะนำวัดพระธาตุหนองสามหมื่น วัดพระธาตุแก้งกอย วัดเขาประตูชุมพล อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล และปรางค์กู่ ซึ่งแต่ละแห่งมีทั้งคุณค่าด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
ถาม: ชัยภูมิมีแหล่งชมสัตว์ป่าที่ไหน?
ตอบ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมังเป็นพื้นที่สำคัญที่สุด สามารถพบสัตว์กินพืชและนกป่าหลากหลายชนิด แต่ต้องเที่ยวภายใต้กฎของพื้นที่อนุรักษ์และรักษาระยะห่างจากสัตว์เสมอ
 
ถาม: น้ำผุดนาเลากับน้ำผุดนาวงเดือนเหมาะเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ทั้ง 2 แห่งสามารถเที่ยวได้ตลอดปี เพราะเป็นน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำค่อนข้างใสและเย็น เหมาะกับการแวะพักในเส้นทางคอนสาร โดยควรรักษาความสะอาดและไม่ใช้สารที่อาจปนเปื้อนแหล่งน้ำ
 
ถาม: เขื่อนจุฬาภรณ์เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ คู่รัก และนักถ่ายภาพ เพราะสามารถชมวิวอ่างเก็บน้ำและภูเขาได้โดยไม่ต้องเดินป่าหนัก และยังสามารถเรียนรู้เรื่องพลังงานน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำได้ด้วย
 
ถาม: ซื้อผ้าไหมชัยภูมิที่ไหนดี?
ตอบ: อำเภอบ้านเขว้าเป็นแหล่งสำคัญที่สุดสำหรับผ้าไหมชัยภูมิ โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อจากผู้ผลิตในชุมชนและเรียนรู้กระบวนการทอผ้าได้โดยตรง
 
ถาม: ชัยภูมิเหมาะกับการเที่ยวกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ หากเลือกสถานที่ที่เข้าถึงง่าย เช่น ตาดโตน มอหินขาว ปรางค์กู่ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น บึงละหาน หมู่บ้านผ้าไหมบ้านเขว้า เขื่อนจุฬาภรณ์ และน้ำผุดต่าง ๆ ส่วนภูคิ้งและเส้นทางหน้าผาบางแห่งต้องพิจารณาความพร้อมด้านร่างกายเป็นพิเศษ
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะเที่ยวชัยภูมิที่สุด?
ตอบ: เดือนมิถุนายน–สิงหาคมเหมาะกับทุ่งดอกกระเจียว น้ำตก และป่าเขียว ส่วนเดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์เหมาะกับภูเขา ทะเลหมอก กางเต็นท์ และอากาศเย็น หากเน้นวัด ชุมชน หรือแหล่งน้ำผุดสามารถเที่ยวได้ตลอดปี
 
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวชัยภูมิได้ไหม?
ตอบ: สามารถเดินทางมายังตัวเมืองด้วยรถโดยสารได้ แต่การเที่ยวอุทยาน ภูเขา เขื่อน คอนสาร เทพสถิต และแหล่งธรรมชาติต่างอำเภอจะสะดวกกว่ามากหากมีรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถพร้อมคนขับ

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(141)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
น้ำตก น้ำตก(15)
ถ้ำ ถ้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)