หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.สตึก >ต.สตึก > วัดหนองบัวเจ้าป่า
TL;DR: วัดหนองบัวเจ้าป่า อยู่ที่หมู่ 5 ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ อุโบสถทึบพื้นบ้านแบบมีมุขหน้า อาคารชั้นเดียว 4 ห้อง ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงจั่วซ้อน มีเครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์.
วัดหนองบัวเจ้าป่า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดหนองบัวเจ้าป่า หมู่ 5 ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของชุมชนริมแม่น้ำมูลที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปกรรมพื้นบ้าน และความทรงจำร่วมของชาวไทยกวยในอำเภอสตึก จุดเด่นที่สุดของวัดคืออุโบสถพื้นบ้านอีสานที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2488 โดยช่างญวนผู้เชี่ยวชาญงานปูน และยังคงมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมในฐานะสิมท้องถิ่นที่สะท้อนแรงศรัทธาของชาวบ้านหลายชุมชนรอบลุ่มน้ำมูลอย่างลึกซึ้ง
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สัมพันธ์กับประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวไทยกวย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความชำนาญด้านการจับช้างและเคลื่อนย้ายมาตั้งรกรากบริเวณริมแม่น้ำมูลหลังอพยพมาจากจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ริมแม่น้ำมูลในอดีตเป็นทั้งเส้นทางธรรมชาติ แหล่งน้ำ พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ตั้งชุมชน เมื่อโขลงช้างป่าอพยพหนีไปอยู่บริเวณเขาใหญ่ และผู้คนเริ่มตั้งครอบครัวเพิ่มขึ้น ชุมชนจึงขยายตัวจากกลุ่มเรือนเล็ก ๆ กลายเป็นหมู่บ้านที่มีความมั่นคงมากขึ้น ความต้องการมีพื้นที่ประกอบศาสนกิจจึงเกิดขึ้นตามวิถีของชุมชนพุทธในท้องถิ่นอีสาน
ในปี พ.ศ. 2450 ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นโดยการนำของนายนวน กานะ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น การสร้างที่พักสงฆ์เกิดขึ้นใกล้หนองบัวซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน จึงเป็นที่มาของชื่อ “วัดหนองบัวเจ้าป่า” ชื่อนี้สะท้อนทั้งภูมิประเทศและความทรงจำของชุมชน เพราะหนองบัวเป็นจุดหมายทางธรรมชาติที่ผู้คนรู้จัก ส่วนคำว่าเจ้าป่าผูกโยงกับบรรยากาศเดิมของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นป่าและเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนจับช้างที่ดำรงชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ
บทบาทของวัดในช่วงแรกเริ่มไม่ได้อยู่ที่อาคารถาวรหรือความงดงามทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน เป็นสถานที่ให้พระสงฆ์จำพรรษา เป็นจุดรวมใจของชาวบ้าน และเป็นพื้นที่ที่ช่วยจัดระเบียบชีวิตทางสังคมของหมู่บ้าน เมื่อชุมชนขยายตัวและมีความมั่นคงมากขึ้น ความต้องการสร้างอุโบสถถาวรจึงเกิดขึ้น เพื่อให้วัดสามารถรองรับสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญได้อย่างสมบูรณ์
การสร้างอุโบสถวัดหนองบัวเจ้าป่าเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2488 โดยมีพระครูสุจิตต์ ธรรมประหัฏฐ์ หรือหลวงพ่อเฮา ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในช่วง พ.ศ. 2486 – 2496 และมีบทบาทเป็นเจ้าคณะอำเภอและรองเจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้น เป็นผู้นำในการดำเนินงาน การสร้างอุโบสถไม่ได้เกิดจากศรัทธาของชาวบ้านหนองบัวเจ้าป่าเพียงแห่งเดียว แต่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้านใกล้เคียง ได้แก่ บ้านขาม บ้านคูขาด บ้านหนองไผ่ และบ้านสะกระจาย ซึ่งร่วมบริจาคทรัพย์และแรงงานเพื่อให้อุโบสถเกิดขึ้นสำเร็จ
ขั้นตอนการก่อสร้างอุโบสถสะท้อนวิถีการสร้างศาสนสถานในชุมชนชนบทอย่างชัดเจน เริ่มจากการปรับพื้นที่ ถางป่าไผ่ และถมดิน โดยมีคำบอกเล่าของนายโสม สายสร้อยว่าอุโบสถสร้างค่อมตอต้นโพธิ์ ชาวบ้านช่วยกันขนดินจากตลิ่งแม่น้ำมูลมาถมพื้นที่ และใช้ไม้ไผ่ทำเป็นเครื่องมือทุบหน้าดินเพื่อให้ดินแน่น การทำงานลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าศาสนสถานแห่งนี้ไม่ได้เกิดจากช่างหรือทุนเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากแรงกายของคนในชุมชนที่ร่วมกันสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง
ส่วนตัวอุโบสถได้ว่าจ้างช่างชาวญวนซึ่งมีความชำนาญด้านงานก่อสร้างและงานปูนเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากในชุมชนยังไม่มีผู้ที่ถนัดงานก่อสร้างลักษณะนี้ ช่างญวนเริ่มจากการเผาอิฐ โดยใช้พื้นที่ที่อยู่ไกลออกจากหมู่บ้านเล็กน้อย ซึ่งต่อมาเป็นบริเวณที่ตั้งเมรุในปัจจุบัน เมื่อเผาอิฐเสร็จแล้ว ชาวบ้านช่วยกันหาบอิฐมาไว้ในบริเวณก่อสร้าง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ช่างและลดระยะเวลาการทำงาน ทุกขั้นตอนจึงเป็นภาพของการผสานความชำนาญทางช่างกับแรงศรัทธาของชุมชน
วัสดุและเทคนิคการก่อสร้างอุโบสถมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง สีที่ใช้ทาผนังภายนอกอุโบสถใช้เปลือกหอยนำมาเผาแล้วตำให้ละเอียดผสมกับสี ทำให้สีมีความคงทน วิธีการนี้สะท้อนภูมิปัญญาและความเข้าใจวัสดุพื้นบ้านในยุคนั้น อีกทั้งยังทำให้อุโบสถมีคุณลักษณะเฉพาะที่ต่างจากอาคารก่อสร้างสมัยใหม่ การก่อสร้างครั้งนั้นใช้งบประมาณประมาณ 8,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มีนัยสำคัญต่อชุมชนชนบทในช่วงเวลาดังกล่าว
หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้มีการฉลองอุโบสถขึ้นในปี พ.ศ. 2490 เป็นเวลา 2 วัน 2 คืน งานฉลองอุโบสถเป็นงานบุญใหญ่ของชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียง เพราะอุโบสถเป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้วัดสามารถประกอบสังฆกรรมได้อย่างสมบูรณ์ นับจากนั้นอุโบสถหลังนี้จึงกลายเป็นอุโบสถสำคัญของชุมชนและชุมชนใกล้เคียง ใช้ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
คุณค่าของอุโบสถวัดหนองบัวเจ้าป่าอยู่ที่ความเป็นสถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่มีร่องรอยของช่างญวนผสมกับบริบทอีสาน ตัวอาคารเป็นอุโบสถทึบพื้นบ้านแบบมีมุขหน้า เป็นอาคารชั้นเดียวขนาด 4 ห้อง ผังพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 4.84 เมตร หรือ 1 ช่วงเสา และยาวประมาณ 8.36 เมตร หรือ 4 ช่วงเสา มีมุขลดด้านหน้า ขนาดกว้างประมาณ 1.64 เมตร และยาวประมาณ 2.53 เมตร ฐานปัทม์ยกสูงกว่าระดับดิน มีบันไดขึ้นด้านหน้า 3 ขั้น ทำให้อาคารมีสัดส่วนกะทัดรัดแต่สง่างาม
โครงสร้างของอุโบสถเป็นระบบเสาและคาน ก่อผนังอิฐฉาบปูน ภายในฉาบทับเสาไม้ ภายนอกฉาบปูนทับเสาไม้และเขียนสี หลังคาทรงจั่วเปิด มีลักษณะซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นละ 2 ตับ และมีหลังคาลดคลุมมุขด้านหน้าอีก 2 ตับ ส่วนประดับหน้าบันมีลักษณะเครื่องลำยอง ประกอบด้วยช่อฟ้า ตัวลำยอง ใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้อุโบสถแม้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความประณีตและแสดงภาษาทางสถาปัตยกรรมแบบไทยพื้นถิ่นที่ชัดเจน
อุโบสถหลังนี้มีลักษณะน่าสนใจเมื่อเทียบกับสิมหรืออุโบสถพื้นบ้านอีสานหลายแห่ง เพราะรูปทรงไม่ได้กว้างเตี้ย แต่มีความเพรียวและยืดตัว หลังคามีลำดับชั้นที่ชัดเจน และมีองค์ประกอบปูนปั้นที่ช่วยเพิ่มความงามให้กับผนังและส่วนหน้าบัน ลักษณะดังกล่าวทำให้วัดหนองบัวเจ้าป่าเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าสำหรับผู้สนใจสิมอีสาน งานช่างพื้นบ้าน งานปูนปั้น และประวัติการก่อสร้างที่สะท้อนการแลกเปลี่ยนฝีมือระหว่างชุมชนไทยกวยกับช่างญวน
พื้นที่ใช้สอยภายในอุโบสถมีขนาดกว้างประมาณ 3.70 เมตร และยาวประมาณ 7.20 เมตร รวมพื้นที่ประมาณ 26.64 ตารางเมตร แม้พื้นที่ภายในจะไม่กว้างมาก แต่อุโบสถยังคงทำหน้าที่ทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง สภาพอาคารมีร่องรอยแตกร้าวของผนังตามแนวเสาและมีปัญหาหลังคารั่วที่ปรากฏมานาน การเข้าไปภายในจึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้ ไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป เพื่อรักษาความปลอดภัยและลดแรงกระทบต่ออาคารเก่า
ในปี พ.ศ. 2523 พระครูอนุรักษ์ ชลาชัย หรือหลวงพ่อหมอ ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้มีการซ่อมแซมส่วนหลังคาของอุโบสถที่ชำรุด โดยเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาจากกระเบื้องซีเมนต์หางว่าวเป็นแผ่นสังกะสี ส่วนตัวอาคารยังคงรักษาลักษณะเดิมไว้เป็นหลัก นอกจากการถมดินรอบอาคารสูงเท่ากับความสูงหนึ่งขั้นบันได การซ่อมแซมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาคารให้ยังคงใช้งานได้ โดยไม่ทำลายคุณค่าหลักของสถาปัตยกรรมเดิม
ต่อมาอุโบสถได้รับความสนใจในฐานะอาคารเก่าที่ควรอนุรักษ์ มีโครงการอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านการก่อสร้างและการอนุรักษ์ โดยมีการให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรสำรวจและวางแผนการอนุรักษ์ กระบวนการนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุโบสถวัดหนองบัวเจ้าป่าไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะต่อชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในเชิงมรดกสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์และภาคอีสาน
วัดหนองบัวเจ้าป่ายังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่บันทึกความทรงจำของชาวไทยกวยริมแม่น้ำมูล กลุ่มคนเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับป่า ช้าง และแม่น้ำมาอย่างยาวนาน แม้ปัจจุบันวิถีชีวิตเกี่ยวกับการจับช้างจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ชื่อวัด เรื่องเล่าการอพยพ และที่ตั้งริมแม่น้ำมูลยังช่วยรักษาร่องรอยความทรงจำของผู้คนรุ่นก่อน วัดจึงเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติชุมชนกับศาสนาเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ในเชิงวัฒนธรรม อุโบสถของวัดทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ประกอบสังฆกรรม เพราะเป็นศูนย์กลางของประเพณีและกิจกรรมบุญของชาวบ้าน การที่อุโบสถหลังนี้ใช้ประกอบสังฆกรรมมาตั้งแต่หลังการฉลองในปี พ.ศ. 2490 ทำให้ผู้คนหลายรุ่นมีความทรงจำร่วมกับอาคารหลังเดียวกัน ทั้งพิธีบวช พิธีกรรมทางสงฆ์ งานบุญ และการรวมตัวของชุมชน อุโบสถจึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นพื้นที่ทางใจของชุมชน
สภาพแวดล้อมของวัดมีความสงบและเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในมุมลึกของบุรีรัมย์ ไม่ใช่เฉพาะการเที่ยวโบราณสถานขนาดใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง วัดหนองบัวเจ้าป่าให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดชุมชนจริง ได้เรียนรู้ประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวไทยกวย ได้ชมอุโบสถพื้นบ้านที่ยังมีร่องรอยดั้งเดิม และได้สัมผัสบรรยากาศริมลุ่มน้ำมูลซึ่งมีบทบาทต่อการก่อตัวของชุมชนสตึกในอดีต
ผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมควรใช้เวลาเดินชมอุโบสถจากภายนอกอย่างละเอียด เริ่มจากฐานอาคาร บันได 3 ขั้น มุขหน้า สัดส่วนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงจั่วซ้อน และเครื่องลำยองบนหน้าบัน จากนั้นจึงพิจารณาผนังฉาบปูนและร่องรอยงานช่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การชมอาคารลักษณะนี้ควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ปีนป่าย ไม่พิงผนัง และไม่เข้าไปภายในพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เพราะอุโบสถเป็นอาคารเก่าและยังคงมีร่องรอยชำรุด
วัดหนองบัวเจ้าป่าเหมาะกับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอสตึก เช่น พระใหญ่สตึก วัดป่าสตึกพัฒนา ศาลเจ้าพ่อวังกรูด วัดป่ายางน้ำใส และสถานที่สำคัญในตัวอำเภอ การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจสตึกในหลายมิติ ทั้งศาสนา ความเชื่อท้องถิ่น วิถีชุมชน และภูมิประเทศริมแม่น้ำมูล
สำหรับผู้เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าอำเภอสตึก แล้วต่อเข้าสู่พื้นที่ตำบลสตึกและหมู่บ้านหนองบัวเจ้าป่า เส้นทางเหมาะกับการเดินทางแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน หากต้องการเชื่อมต่อกับสถานที่อื่นในอำเภอสตึก ควรเริ่มจากวัดหนองบัวเจ้าป่าในช่วงเช้า แล้วต่อไปยังพระใหญ่สตึก ศาลเจ้าพ่อวังกรูด หรือร้านอาหารในตัวอำเภอ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการชมอุโบสถเก่า
การเดินทาง ไปวัดหนองบัวเจ้าป่าสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า โดยตั้งต้นจากตัวเมืองบุรีรัมย์เข้าสู่อำเภอสตึก จากนั้นใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังหมู่ 5 ตำบลสตึก พื้นที่วัดอยู่ในชุมชนและไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวที่มีป้ายขนาดใหญ่ตลอดทาง ผู้เดินทางควรตรวจสอบแผนที่ก่อนออกเดินทาง หากมาจากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ สามารถต่อรถเข้าสู่อำเภอสตึกได้เช่นกัน
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เพราะวัดยังเป็นศาสนสถานที่ใช้งานจริงของชุมชน ควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มาทำบุญ และควรเคารพพื้นที่อุโบสถเก่าที่มีข้อจำกัดด้านสภาพอาคาร หากต้องการถ่ายภาพควรถ่ายจากระยะที่เหมาะสม ไม่สัมผัสส่วนประดับหรือผนังที่มีรอยชำรุด การเที่ยววัดลักษณะนี้ควรเน้นการเรียนรู้และเคารพสถานที่มากกว่าการเข้าไปใช้อาคารอย่างหนาแน่น
สิ่งที่ทำให้วัดหนองบัวเจ้าป่าโดดเด่นคือการเป็นวัดที่รวมหลายชั้นความหมายไว้ในสถานที่เดียว ตั้งแต่ประวัติชาวไทยกวย การตั้งรกรากริมแม่น้ำมูล การสร้างที่พักสงฆ์ในปี พ.ศ. 2450 การสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2488 การฉลองอุโบสถในปี พ.ศ. 2490 การซ่อมแซมหลังคาในปี พ.ศ. 2523 และการดูแลอนุรักษ์อาคารเก่าในเวลาต่อมา ทุกช่วงเวลาทำให้วัดแห่งนี้เป็นหลักฐานมีชีวิตของชุมชนที่เติบโตควบคู่กับพระพุทธศาสนา
เมื่อมองในมิติการท่องเที่ยว วัดหนองบัวเจ้าป่าเหมาะกับผู้ที่สนใจสถานที่จริง มีเรื่องเล่าจริง และมีคุณค่าทางวัฒนธรรมมากกว่าความสวยงามผิวเผิน อุโบสถที่สร้างโดยช่างญวน ขนาดกะทัดรัด และรายละเอียดงานปูนที่สืบทอดจากอดีต ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพของงานช่างท้องถิ่นที่หาได้ไม่ง่ายในปัจจุบัน ขณะเดียวกันเรื่องราวของชาวบ้านที่ขนดิน ขนไม้ไผ่ เผาอิฐ และหาบอิฐมาช่วยช่าง ก็ทำให้สถาปัตยกรรมหลังนี้มีชีวิตและความหมายมากกว่าตัวอาคาร
วัดหนองบัวเจ้าป่าจึงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอสตึกที่ควรได้รับการรู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะวัดที่มีอุโบสถพื้นบ้านอันทรงคุณค่า เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องประวัติชุมชนไทยกวยริมแม่น้ำมูล และเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจบุรีรัมย์ในระดับชุมชน วัดแห่งนี้อาจไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีความลึกของเรื่องราว มีเอกลักษณ์ของงานช่าง และมีบรรยากาศของศรัทธาท้องถิ่นที่ยังคงสัมผัสได้เมื่อเดินทางไปถึงพื้นที่จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดหนองบัวเจ้าป่า |
| ที่ตั้ง | หมู่ 5 ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | บ้านหนองบัวเจ้าป่า หมู่ 5 ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 31150 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | อุโบสถพื้นบ้านอีสานที่สร้างโดยช่างญวนในปี พ.ศ. 2488 ประวัติชุมชนชาวไทยกวยริมแม่น้ำมูล และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมท้องถิ่น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ชาวบ้านจัดสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2450 โดยการนำของนายนวน กานะ ผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2488 และฉลองอุโบสถในปี พ.ศ. 2490 |
| ที่มาของชื่อ | สร้างวัดใกล้หนองบัวของชุมชน จึงได้ชื่อว่า “วัดหนองบัวเจ้าป่า” |
| ลักษณะเด่น | อุโบสถทึบพื้นบ้านแบบมีมุขหน้า อาคารชั้นเดียว 4 ห้อง ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงจั่วซ้อน มีเครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์ |
| ขนาดอุโบสถ | ตัวอาคารกว้างประมาณ 4.84 เมตร ยาวประมาณ 8.36 เมตร มีมุขลดด้านหน้ากว้างประมาณ 1.64 เมตร ยาวประมาณ 2.53 เมตร พื้นที่ใช้สอยภายในประมาณ 26.64 ตารางเมตร |
| หลักฐานสำคัญ | อุโบสถเก่าที่สร้างโดยช่างญวน ร่องรอยงานปูน งานสีจากเปลือกหอยเผา และประวัติการมีส่วนร่วมของชาวบ้านหลายชุมชน |
| พิธีและการใช้งานสำคัญ | ใช้ประกอบสังฆกรรมของวัดและชุมชนมาตั้งแต่หลังการฉลองอุโบสถในปี พ.ศ. 2490 โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้อาคารเพื่อรักษาความปลอดภัยของอุโบสถเก่า |
| การบูรณะ | ปี พ.ศ. 2523 มีการซ่อมแซมหลังคาโดยเปลี่ยนจากกระเบื้องซีเมนต์หางว่าวเป็นแผ่นสังกะสี และมีการสำรวจวางแผนอนุรักษ์อาคารโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถพื้นบ้านเก่า มุขหน้าอุโบสถ พื้นที่ลานวัด พื้นที่ชุมชนรอบวัด พื้นที่ริมลุ่มน้ำมูลในบริบทประวัติศาสตร์ชุมชน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้วัดตามความเหมาะสม |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระวิสันต์ จกฺถวโร |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วต่อไปยังหมู่ 5 ตำบลสตึก เหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยววัดและสถานที่สำคัญในอำเภอสตึกแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ของชุมชนและเป็นศาสนสถานที่ยังมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ควรเข้าชมอุโบสถเก่าด้วยความระมัดระวัง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดป่ายางน้ำใส ประมาณ 5 กม. 2. พระใหญ่สตึก ประมาณ 8 กม. 3. วัดป่าสตึกพัฒนา ประมาณ 8 กม. 4. ศาลเจ้าพ่อวังกรูด ประมาณ 9 กม. 5. วัดสตึกบูรพาวนาราม ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กินเส้น ก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดิน สาขา 228 สตึก ประมาณ 7 กม. 2. Pizza By Nicole Restaurant ประมาณ 8 กม. โทร. 063-7652408 3. CHER FE' สตึก บุรีรัมย์ ประมาณ 8 กม. โทร. 082-4399209 4. Just Moment Cafe ประมาณ 8 กม. โทร. 083-9545662 5. Story Cafe ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สีดา รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 089-7229089 2. บ้านมะขามหวาน ประมาณ 6 กม. โทร. 087-9002233 3. เจ.พี.รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 081-2656410 4. ป่าสนรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 081-5484670 5. โรงแรมสหพัฒนาแกรนด์ ประมาณ 9 กม. โทร. 044-681777, 044-681555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหนองบัวเจ้าป่าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหนองบัวเจ้าป่าตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดชุมชนเก่าแก่ในพื้นที่ลุ่มน้ำมูล
ถาม: วัดหนองบัวเจ้าป่ามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะศาสนสถานของชุมชนชาวไทยกวยริมแม่น้ำมูล และมีอุโบสถพื้นบ้านเก่าที่สร้างโดยช่างญวนในปี พ.ศ. 2488
ถาม: อุโบสถวัดหนองบัวเจ้าป่ามีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นอุโบสถทึบพื้นบ้านแบบมีมุขหน้า ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงจั่วซ้อน มีเครื่องลำยอง และมีร่องรอยงานช่างปูนแบบช่างญวน
ถาม: วัดหนองบัวเจ้าป่าสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ชาวบ้านเริ่มสร้างที่พักสงฆ์ในปี พ.ศ. 2450 และสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2488 ก่อนฉลองอุโบสถในปี พ.ศ. 2490
ถาม: เจ้าอาวาสวัดหนองบัวเจ้าป่าคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ระบุในข้อมูลล่าสุดคือพระวิสันต์ จกฺถวโร
ถาม: สามารถเข้าชมอุโบสถเก่าได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมพื้นที่วัดและชมอุโบสถได้ แต่ควรชมด้วยความระมัดระวัง ไม่เข้าไปภายในพร้อมกันจำนวนมาก และไม่สัมผัสส่วนอาคารที่ชำรุด
ถาม: มีที่เที่ยวใกล้วัดหนองบัวเจ้าป่าหรือไม่?
ตอบ: มีสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น วัดป่ายางน้ำใส พระใหญ่สตึก วัดป่าสตึกพัฒนา ศาลเจ้าพ่อวังกรูด และวัดสตึกบูรพาวนาราม
ถาม: เดินทางไปวัดหนองบัวเจ้าป่าอย่างไร?
ตอบ: ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้าสู่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วต่อไปยังหมู่ 5 ตำบลสตึก ควรตรวจสอบแผนที่ก่อนออกเดินทางเพราะวัดอยู่ในพื้นที่ชุมชน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว



