หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.บ้านด่าน >ต.บ้านด่าน > วัดบ้านด่าน
TL;DR: วัดบ้านด่าน อยู่ที่เลขที่ 27 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองบุรีรัมย์มุ่งหน้าไปอำเภอบ้านด่าน ตามเส้นทางบุรีรัมย์-สตึก เข้าสู่ตำบลบ้านด่านและหมู่ที่ 3 ระยะทางประมาณ.
วัดบ้านด่าน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดบ้านด่าน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 27 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีบทบาทสำคัญต่อชุมชนบ้านด่านมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2483 และมีเนื้อที่ในปัจจุบันรวม 14 ไร่ 6 งาน 27 ตารางวา เป็นศาสนสถานที่เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาของผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะนายแรม มุกดารัมย์ อดีตผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น และนายครัน วงศ์จันทร์ ผู้บริจาคที่ดินจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา เพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้างวัด วัดบ้านด่านจึงเป็นวัดที่มีรากฐานจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนอย่างแท้จริง และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา การศึกษา คุณธรรม และกิจกรรมของชาวบ้านด่านสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญของวัดบ้านด่านไม่ได้อยู่เพียงการเป็นวัดเก่าของอำเภอบ้านด่าน แต่ยังอยู่ที่บทบาทของวัดในฐานะสถาบันชุมชนที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับการพัฒนาคน วัดแห่งนี้เป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชาวบ้าน เป็นสถานที่ทำบุญในวันพระ งานกฐิน งานผ้าป่า งานบวช งานศพ งานบุญอุทิศส่วนกุศล และประเพณีต่าง ๆ ของชุมชน ขณะเดียวกันยังมีบทบาทด้านการศึกษา ทั้งการอบรมพระภิกษุสามเณร การเปิดการเรียนการสอนแผนกธรรมและธรรมศึกษา รวมถึงการเปิดอบรมหลักสูตรวิชาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ความหลากหลายของบทบาทเหล่านี้ทำให้วัดบ้านด่านเป็นมากกว่าสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่กลางที่ช่วยยกระดับจิตใจ ความรู้ และทักษะชีวิตของคนในท้องถิ่น
จุดเริ่มต้นของวัดบ้านด่านสะท้อนภาพวัดไทยในชนบทอย่างชัดเจน วัดไม่ได้เกิดขึ้นจากการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในคราวเดียว แต่เกิดจากความตั้งใจของคนในพื้นที่ที่ต้องการมีศาสนสถานสำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา นายแรม มุกดารัมย์และนายครัน วงศ์จันทร์เป็นบุคคลสำคัญในระยะแรก เพราะการบริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัดเป็นการวางรากฐานให้ชุมชนมีศูนย์กลางทางใจ การเสียสละเช่นนี้เป็นแบบอย่างของการทำบุญที่ให้ผลยาวนาน เพราะที่ดินซึ่งถูกถวายเพื่อพระพุทธศาสนาได้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ทำบุญ เรียนรู้ และพึ่งพาทางจิตใจมาหลายชั่วอายุคน
ในระยะแรกของการสร้างวัด ชุมชนได้นิมนต์อาจารย์ทุย ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อมิ่ง วัดบ้านโคกในขณะนั้น มาเป็นเจ้าอาวาสและเป็นผู้นำญาติโยมในการพัฒนาวัด อาจารย์ทุยมีบทบาทสำคัญต่อการเริ่มต้นจัดระเบียบศาสนสถาน การนำพาชาวบ้านสร้างถาวรวัตถุ และการวางแนวทางให้วัดเป็นศูนย์รวมของชุมชน การมีพระสงฆ์ที่ชาวบ้านเคารพเป็นผู้นำในระยะแรกช่วยให้แรงศรัทธาของชุมชนมีทิศทาง และทำให้การก่อสร้างวัดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ประวัติจากฐานข้อมูลวัดระบุว่าวัดบ้านด่านตั้งอยู่บ้านตุ่น หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน เดิมมีที่ดินตั้งวัด 7 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา และมีอาณาเขตโดยทิศเหนือจดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกจดคลองสาธารณประโยชน์ และทิศตะวันตกจดถนนสาธารณะ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับชุมชน เส้นทางสัญจร และแหล่งน้ำของพื้นที่ วัดจึงไม่ใช่สถานที่แยกตัวจากหมู่บ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ชุมชนที่ผู้คนเดินทางมาใช้ประโยชน์ได้สะดวก
การที่วัดมีพื้นที่ติดทางสาธารณะและคลองสาธารณประโยชน์สะท้อนความสำคัญของทำเลวัดในชีวิตชุมชน วัดไทยในชนบทมักตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางสะดวกและสัมพันธ์กับพื้นที่อยู่อาศัย เพราะต้องรองรับงานบุญและกิจกรรมของคนจำนวนมาก วัดบ้านด่านจึงเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านสามารถเดินทางมาร่วมศาสนกิจได้ตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญเช้า การร่วมพิธีกรรมในวันพระ การร่วมงานกฐิน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการศึกษาและอาชีพที่จัดขึ้นภายในวัด
วัดบ้านด่านมีอาคารเสนาสนะที่สะท้อนการพัฒนาตามลำดับของวัดชุมชน เช่น ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการฟังธรรม ทำบุญ ประชุมญาติโยม และประกอบกิจกรรมทางศาสนา กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่พักจำพรรษาของพระภิกษุ ส่วนศาลาบำเพ็ญกุศลรองรับงานบุญอุทิศส่วนกุศลและงานศพของชุมชน อาคารเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการประกอบพิธีกรรมในอุโบสถ แต่รองรับวงจรชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่งานมงคลไปจนถึงงานอวมงคล
ศาลาการเปรียญของวัดบ้านด่านมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นอาคารที่เชื่อมโยงพระสงฆ์กับญาติโยมอย่างใกล้ชิด ในวันที่มีการทำบุญหรือฟังธรรม ศาลาการเปรียญจะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า เป็นทั้งพื้นที่สอนธรรมะ พื้นที่รับศีล พื้นที่จัดเตรียมอาหาร และพื้นที่พูดคุยของคนในชุมชน วัดในชนบทจำนวนมากมีศาลาการเปรียญเป็นหัวใจของกิจกรรมชุมชน วัดบ้านด่านก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน
ศาลาบำเพ็ญกุศลของวัดมีบทบาทต่อชีวิตของชาวบ้านอย่างมาก เพราะในช่วงเวลาที่ครอบครัวใดสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก วัดจะเป็นพื้นที่ที่ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมารวมตัวกันเพื่อฟังพระสวด ทำบุญ และส่งผู้ล่วงลับตามประเพณี วัดจึงเป็นที่พึ่งของชุมชนทั้งในยามสุขและยามทุกข์ การมีศาลาบำเพ็ญกุศลช่วยให้วัดทำหน้าที่นี้ได้อย่างเหมาะสม และสะท้อนความสำคัญของพระพุทธศาสนาในทุกช่วงชีวิตของคนไทย
รายนามเจ้าอาวาสในอดีตของวัดบ้านด่านแสดงให้เห็นความต่อเนื่องของการดูแลวัด ตั้งแต่พระทองอยู่ พระทุย พระแลน พระสลัก พระนุ่น พระไสว พระเล็ก พระบาล พระประกิจ กนฺตสีโล และพระสงฆ์ผู้ดูแลวัดในยุคต่อมา รายชื่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นหลักฐานว่าการดำรงอยู่ของวัดต้องอาศัยพระสงฆ์หลายรุ่นร่วมกันรักษาและพัฒนา พระแต่ละรูปทำหน้าที่ในบริบทของยุคสมัยของตน และช่วยส่งต่อวัดให้ยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนบ้านด่านอย่างต่อเนื่อง
ในยุคปัจจุบัน วัดบ้านด่านมีพระครูศรีปัญญาวิกรม หรือพระมหาบุญเรือง ปัญญาวชิโร เป็นเจ้าอาวาส โดยท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 หลังจากนั้นวัดได้ดำเนินการปรับปรุง บูรณปฏิสังขรณ์ และวางแผนพัฒนาวัดในหลายด้าน บทบาทของท่านไม่ได้จำกัดอยู่ที่การดูแลอาคารหรือการจัดงานบุญเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการอบรมพระภิกษุสามเณร การส่งเสริมการศึกษา การเผยแผ่ธรรมะ และการเปิดพื้นที่ให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน
พระครูศรีปัญญาวิกรมเป็นพระสงฆ์ที่มีพื้นฐานด้านการศึกษาและการเผยแผ่ธรรมะ จึงทำให้วัดบ้านด่านมีบทบาทด้านการเรียนรู้เด่นชัด ท่านให้ความสำคัญกับการอบรมพระภิกษุสามเณรภายในวัด ทั้งก่อนและหลังทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น ทั้งในพรรษาและนอกพรรษา การอบรมอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ช่วยให้พระภิกษุสามเณรมีความรู้ทางธรรม มีระเบียบวัตร และเข้าใจหน้าที่ของตนในฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา วัดจึงเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับพระสงฆ์ไม่ต่างจากเป็นพื้นที่ทำบุญสำหรับญาติโยม
การเปิดการเรียนการสอนแผนกธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก เป็นอีกบทบาทสำคัญของวัดบ้านด่าน การศึกษาธรรมะในระบบนักธรรมและธรรมศึกษาช่วยให้พระภิกษุ สามเณร เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้หลักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่หลักศีลธรรมพื้นฐาน ประวัติพระพุทธเจ้า พุทธศาสนสุภาษิต วินัยเบื้องต้น ไปจนถึงหลักธรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การมีการเรียนการสอนครบชั้นตรี โท เอก ทำให้วัดบ้านด่านเป็นแหล่งศึกษาธรรมะที่มีโครงสร้างชัดเจนในระดับชุมชน
บทบาทด้านการศึกษาของวัดไม่ได้หยุดอยู่แค่การเรียนธรรมะ วัดบ้านด่านยังเปิดอบรมหลักสูตรวิชาชีพแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยร่วมมือกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านด่านและวิทยาลัยการอาชีพสตึก เพื่อเปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ความร่วมมือเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าวัดปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคม และใช้พื้นที่ของวัดเป็นฐานในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตสมัยใหม่
การเปิดสอนคอมพิวเตอร์ภายในบริบทของวัดมีความหมายที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนการเชื่อมระหว่างธรรมะกับทักษะชีวิตในโลกยุคใหม่ วัดบ้านด่านไม่ได้มองว่าการศึกษาเป็นเรื่องของโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการเพียงฝ่ายเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้เข้าถึงความรู้และทักษะอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปจึงสามารถใช้วัดเป็นพื้นที่พัฒนาตนเองทั้งทางใจและทางอาชีพพร้อมกัน
ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดที่เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นอีกหนึ่งหลักฐานของบทบาทด้านการศึกษาของวัดบ้านด่าน วัดไทยจำนวนมากเคยเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ของเด็กในชุมชน และวัดบ้านด่านยังคงสืบทอดบทบาทนี้ในรูปแบบที่เหมาะกับยุคสมัย เด็กเล็กได้ใช้พื้นที่วัดในการเรียนรู้เบื้องต้น ฝึกระเบียบวินัย และซึมซับบรรยากาศของศีลธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ บทบาทนี้ช่วยให้วัดมีความสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชนอย่างใกล้ชิด
วัดบ้านด่านจึงเป็นวัดที่มีความครบถ้วนทั้งด้านศาสนกิจ การศึกษา และการพัฒนาชุมชน ในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวบ้านจะเดินทางมาทำบุญ ถวายภัตตาหาร รับศีล ฟังธรรม และร่วมพิธีกรรมกับพระสงฆ์ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้คนในชุมชนได้หยุดพักจากการทำงาน หันมาทบทวนจิตใจ และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในบรรยากาศของความสงบ ความกตัญญู และความเอื้อเฟื้อ
งานกฐินและงานผ้าป่าของวัดบ้านด่านเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทำให้เห็นพลังศรัทธาของชุมชน งานบุญลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการถวายปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงวัด แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนกลับมารวมตัวกัน ช่วยเตรียมสถานที่ จัดอาหาร ต้อนรับแขก และร่วมกันทำบุญด้วยความเต็มใจ วัดจึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของชุมชนได้รับการต่ออายุ และทำให้คนที่ย้ายไปอยู่ต่างถิ่นยังคงผูกพันกับบ้านเกิดผ่านงานบุญของวัด
วัดบ้านด่านยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัดชุมชนในอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของสถาปัตยกรรมหรือความเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ประวัติการก่อตั้งจากแรงศรัทธาของคนในพื้นที่ การบริจาคที่ดิน การพัฒนาเสนาสนะ การมีพระสงฆ์หลายรุ่นดูแลสืบต่อกัน และการใช้วัดเป็นพื้นที่อบรมทั้งธรรมะและวิชาชีพ ผู้มาเยือนจึงควรมองวัดแห่งนี้ในฐานะวัดที่สะท้อนโครงสร้างชีวิตจริงของชุมชนไทย
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดบ้านด่านสามารถเชื่อมโยงกับวัดระหานหรือเกาะแก้วธุดงคสถานได้อย่างดี เพราะอยู่ในอำเภอบ้านด่านเช่นเดียวกัน วัดระหานมีพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ศรีบุรีรัมย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ เมื่อเที่ยววัดบ้านด่านร่วมกับวัดระหาน ผู้มาเยือนจะได้เห็นสองมิติของพระพุทธศาสนาในอำเภอเดียวกัน คือวัดชุมชนที่เน้นการศึกษาและพัฒนาคน กับวัดปฏิบัติธรรมที่มีปูชนียสถานขนาดใหญ่และบรรยากาศสงบร่มรื่น
เมืองแป๊ะคาเฟ่ นาฮักนาแพง คาเฟ่แอนด์โฮมสเตย์ Jungle Cafe สาขาบ้านด่าน และ O2 Oxygen Cafe บ้านด่าน เป็นจุดใกล้เคียงที่ช่วยให้การเดินทางในอำเภอบ้านด่านมีความสะดวกมากขึ้น ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระที่วัดบ้านด่าน แล้วแวะร้านอาหารหรือคาเฟ่ในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปวัดระหานหรือเข้าเมืองบุรีรัมย์ เส้นทางนี้เหมาะกับทั้งครอบครัว นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ
ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการเที่ยวร่วมกัน เพราะช่วยเติมมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอีสานใต้ให้กับการเดินทาง ผู้ที่เริ่มต้นจากวัดบ้านด่านสามารถเดินทางต่อไปยังศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้เพื่อเรียนรู้หลักฐานทางโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิหลังของภูมิภาค ก่อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์หรือเดินทางต่อไปยัง Chang Arena และ Buriram Castle
การเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถมุ่งหน้าไปทางอำเภอบ้านด่าน ตามเส้นทางถนนบุรีรัมย์-สตึก แล้วเข้าสู่ตำบลบ้านด่านและหมู่ที่ 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดบ้านด่าน ระยะทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์โดยประมาณ 15–18 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือการเหมารถในพื้นที่ หากใช้แผนที่นำทางควรค้นหาชื่อ “วัดบ้านด่าน ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์” ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันความสับสนกับวัดชื่อเดียวกันในจังหวัดอื่น
ระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมวัดบ้านด่านคือประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการศึกษาประวัติวัด บทบาทด้านธรรมศึกษา และเส้นทางการพัฒนาวัด ควรเผื่อเวลาเพิ่มเพื่อเดินชมพื้นที่ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน หากต้องการเที่ยวต่อวัดระหานหรือคาเฟ่ในบ้านด่าน ควรวางแผนเป็นทริปครึ่งวันเพื่อให้การเดินทางไม่เร่งรีบ
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และปฏิบัติตนอย่างสำรวม เพราะวัดบ้านด่านเป็นวัดที่ยังมีศาสนกิจและกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง หากมีการเรียนการสอนธรรมศึกษา การอบรมพระภิกษุสามเณร หรือกิจกรรมชุมชนภายในวัด ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนและถ่ายภาพอย่างเหมาะสม การเที่ยววัดชุมชนควรให้ความเคารพต่อพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ร้านอาหารใกล้วัดมีหลายจุดในอำเภอบ้านด่าน เช่น Jungle Cafe สาขาบ้านด่าน O2 Oxygen Cafe บ้านด่าน เมืองแป๊ะคาเฟ่ และนาฮักนาแพง คาเฟ่แอนด์โฮมสเตย์ หากต้องการตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังตัวเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งมีร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมาก การเลือกจุดรับประทานอาหารควรพิจารณาจากเส้นทาง หากเน้นบรรยากาศบ้านด่านควรเลือกร้านในพื้นที่ แต่หากต้องการเที่ยวต่อในเมืองบุรีรัมย์สามารถจัดมื้ออาหารไว้ในเมืองได้
ด้านที่พัก ผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นของอำเภอบ้านด่านสามารถเลือกนาฮักนาแพง คาเฟ่แอนด์โฮมสเตย์ ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกแบบโรงแรมในตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถเลือกพักที่ Best Western Royal Buriram Hotel, Ray Hotel Buriram, B2 Buriram Boutique & Budget Hotel หรือ Amari Buriram United การเลือกที่พักควรขึ้นอยู่กับแผนการเดินทาง หากต้องการเที่ยววัดบ้านด่านและวัดระหานอย่างใกล้ชิด การพักในบ้านด่านจะช่วยลดเวลาเดินทาง แต่ถ้าต้องการเดินทางต่อหลายจุดในจังหวัด การพักในเมืองบุรีรัมย์จะสะดวกกว่า
วัดบ้านด่านจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ศาสนกิจ การศึกษา และการพัฒนาคน วัดสร้างขึ้นจากศรัทธาของผู้นำชุมชนและผู้บริจาคที่ดิน มีพระสงฆ์หลายรุ่นร่วมดูแลพัฒนา และในยุคปัจจุบันยังมีบทบาทด้านการอบรมพระภิกษุสามเณร ธรรมศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพ วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้วัดชุมชน และเข้าใจบทบาทของพระพุทธศาสนาในอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์อย่างแท้จริง
เมื่อมองโดยรวม วัดบ้านด่านเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การบันทึกในฐานะวัดสำคัญของตำบลบ้านด่าน วัดเริ่มต้นจากที่ดินบริจาคของชาวบ้าน พัฒนาเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา มีประวัติการก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2483 มีพื้นที่วัด 14 ไร่ 6 งาน 27 ตารางวา และยังคงเดินหน้าบทบาทด้านธรรมะ การศึกษา และชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เดินทางมาวัดแห่งนี้จะได้เห็นพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่อยู่ใกล้ชีวิตจริงของผู้คน คือพระพุทธศาสนาที่ไม่ได้อยู่เฉพาะในพิธีกรรม แต่ยังอยู่ในห้องเรียนธรรมะ การฝึกอาชีพ งานบุญ และความสามัคคีของชุมชนบ้านด่าน
| ชื่อสถานที่ | วัดบ้านด่าน |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 27 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 |
| ที่อยู่ | บ้านตุ่น / หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ |
| สังกัดคณะสงฆ์ | มหานิกาย |
| สถานะวัด | วัดราษฎร์ |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าของอำเภอบ้านด่าน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2483 เกิดจากศรัทธาของนายแรม มุกดารัมย์ และนายครัน วงศ์จันทร์ ผู้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด มีบทบาทเด่นด้านธรรมศึกษา การอบรมพระภิกษุสามเณร และการอบรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์แก่ชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดบ้านด่านสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2483 โดยเริ่มจากที่ดินบริจาค 7 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา และพัฒนาต่อเนื่องจนมีพื้นที่วัดในปัจจุบันรวม 14 ไร่ 6 งาน 27 ตารางวา |
| ผู้ริเริ่ม / ผู้บริจาคที่ดิน | นายแรม มุกดารัมย์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายครัน วงศ์จันทร์ ผู้บริจาคที่ดินจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา เพื่อก่อสร้างวัด |
| พระสงฆ์ยุคเริ่มต้น | อาจารย์ทุย ศิษย์ของหลวงพ่อมิ่ง วัดบ้านโคก เป็นเจ้าอาวาสยุคแรกและเป็นผู้นำญาติโยมในการพัฒนาวัด |
| อาณาเขตเดิมของวัด | ทิศเหนือจดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกจดคลองสาธารณประโยชน์ และทิศตะวันตกจดถนนสาธารณะ |
| อาคารเสนาสนะ | ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ลานวัด และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| บทบาทด้านการศึกษา | อบรมพระภิกษุสามเณรก่อนและหลังทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น เปิดการเรียนการสอนแผนกธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก และมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด |
| บทบาทด้านวิชาชีพ | เปิดอบรมวิชาชีพแก่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยร่วมมือกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านด่าน และวิทยาลัยการอาชีพสตึก เปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์ |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | การทำบุญวันพระ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม รับศีล งานกฐิน งานผ้าป่า งานบวช งานศพ งานบุญอุทิศส่วนกุศล และกิจกรรมชุมชนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบุรีรัมย์มุ่งหน้าไปอำเภอบ้านด่าน ตามเส้นทางบุรีรัมย์-สตึก เข้าสู่ตำบลบ้านด่านและหมู่ที่ 3 ระยะทางประมาณ 15–18 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือการเหมารถในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดมหานิกาย และเป็นศูนย์กลางศาสนกิจ การศึกษา และกิจกรรมชุมชนของตำบลบ้านด่าน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ลานวัด พื้นที่ทำบุญ พื้นที่ฟังธรรม พื้นที่เรียนธรรมศึกษา และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เขตพุทธาวาส ศาลาการเปรียญ เขตสังฆาวาส กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ลานวัด พื้นที่ธรรมศึกษา พื้นที่อบรมวิชาชีพ และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูศรีปัญญาวิกรม (พระมหาบุญเรือง ปัญญาวชิโร) |
| วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส | 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ | เทศบาลตำบลบ้านด่าน โทร. 044-664-099 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดระหาน (เกาะแก้วธุดงคสถาน) ประมาณ 6 กม. 2. เมืองแป๊ะคาเฟ่ ตำบลโนนขวาง อำเภอบ้านด่าน ประมาณ 5 กม. โทร. 098-618-4887 3. นาฮัก นาแพง คาเฟ่ & โฮมสเตย์ อำเภอบ้านด่าน ประมาณ 7 กม. โทร. 092-639-9926, 091-655-6297 4. ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประมาณ 16 กม. โทร. 044-611-221 ต่อ 7601, 088-595-2464 5. Chang Arena และ Buriram Castle ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Jungle Cafe สาขาบ้านด่าน บุรีรัมย์ ประมาณ 2 กม. โทร. 089-960-8802 2. O2 Oxygen Cafe บ้านด่าน ประมาณ 2 กม. โทร. 094-552-2299 3. เมืองแป๊ะคาเฟ่ ประมาณ 5 กม. โทร. 098-618-4887 4. นาฮัก นาแพง คาเฟ่ & โฮมสเตย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 092-639-9926, 091-655-6297 5. Café De Bu บุรีรัมย์ ประมาณ 18 กม. โทร. 089-057-5857 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นาฮัก นาแพง คาเฟ่ & โฮมสเตย์ อำเภอบ้านด่าน ประมาณ 7 กม. โทร. 092-639-9926, 091-655-6297 2. Best Western Royal Buriram Hotel ประมาณ 17 กม. โทร. 044-666-600, 098-585-2046 3. Ray Hotel Buriram ประมาณ 18 กม. โทร. 044-110-767 4. B2 Buriram Boutique & Budget Hotel ประมาณ 18 กม. โทร. 044-110-866 5. Amari Buriram United ประมาณ 22 กม. โทร. 044-111-444 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบ้านด่านอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบ้านด่านตั้งอยู่เลขที่ 27 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
ถาม: วัดบ้านด่านสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดบ้านด่านสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2483 โดยเริ่มจากแรงศรัทธาของผู้นำชุมชนและผู้บริจาคที่ดินเพื่อก่อสร้างวัด
ถาม: ใครเป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัดบ้านด่าน?
ตอบ: นายแรม มุกดารัมย์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายครัน วงศ์จันทร์ เป็นบุคคลสำคัญในระยะเริ่มต้น โดยมีการบริจาคที่ดินจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา เพื่อใช้ก่อสร้างวัด
ถาม: เจ้าอาวาสวัดบ้านด่านคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดบ้านด่านคือพระครูศรีปัญญาวิกรม หรือพระมหาบุญเรือง ปัญญาวชิโร ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
ถาม: วัดบ้านด่านมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดบ้านด่านมีการอบรมพระภิกษุสามเณรก่อนและหลังทำวัตรสวดมนต์ เปิดการเรียนการสอนแผนกธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก รวมถึงมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด
ถาม: วัดบ้านด่านมีบทบาทด้านวิชาชีพอะไรบ้าง?
ตอบ: วัดบ้านด่านเปิดอบรมหลักสูตรวิชาชีพแก่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยร่วมมือกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านด่านและวิทยาลัยการอาชีพสตึก เปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์
ถาม: วัดบ้านด่านเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดบ้านด่านเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และเรียนรู้บทบาทวัดชุมชนในอำเภอบ้านด่าน
ถาม: ควรเที่ยววัดบ้านด่านร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดระหานหรือเกาะแก้วธุดงคสถาน เมืองแป๊ะคาเฟ่ นาฮักนาแพง คาเฟ่แอนด์โฮมสเตย์ ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ และตัวเมืองบุรีรัมย์ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



