หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
> สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร
TL;DR: รวมที่เที่ยวพิจิตร พร้อมไฮไลต์ การเดินทาง และจุดที่ควรรู้สำหรับวางแผนเที่ยวได้เร็วขึ้นบนมือถือ
พิจิตร

คำขวัญ :เมืองชาละวัน แข่งขันเรือยาว ข้าวเจ้าอร่อย ส้มท่าข่อยรสเด็ด หลวงพ่อเพรชรวมใจ บึงสีไฟลือเลื่อง ยอดพระเครื่องหลวงพ่อเงิน
จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่านทางตอนล่างของภาคเหนือ โดยอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก ในตัวเมืองมีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน ชื่อของเมือง "พิจิตร" โดยมีความหมายว่า เมืองงาม หล่อหลอมด้วยวัฒนธรรม และประเพณีภาคเหนืออันทรงคุณค่า นอกจากนี้ยังมีอาหารภาคเหนือที่เป็นเอกลักษณ์ น่าลิ้มลอง ที่แฝงไปด้วยแรงศรัทธาในพุทธศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นับเป็นที่เที่ยวภาคเหนือในประเทศไทยที่ไม่ควรพลาด
จังหวัดพิจิตร นับเป็นเมืองที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่มีปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และศิลาจารึกหลักที่ 8 ของพระยาลิไท โดยเรียกเมืองนี้ว่า “เมืองสระหลวง” โดนขณะนั้นมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย
ต่อมาในสมัยของกรุงศรีอยุธยา เมืองนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆบุรี” ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองในท้องน้ำ” และเป็นที่ประสูติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งแห่งกรุงศรีอยุธยา
ในสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก และมีเจ้าเมืองปกครอง เช่น เมืองอื่น ๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งอยู่ที่บ้านคลองเรียง ซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ เพราะขณะนั้นแม่น้ำน่านเร่มตื้นเขินขึ้นมากแล้ว ต่อมาคลองเรียงจึงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำน่านไป
ปัจจุบันในบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังคงมีโบราณสถานตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยาปรากฏให้เห็นอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้จังหวัดพิจิตรยังเป็นถิ่นกำเนิดของนิทานพื้นบ้านเรื่อง “ไกรทอง” อันโด่งดังอีกด้วย
ตารางเทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร ประจำปี 2569
| ชื่องานเทศกาล | ช่วงเวลา | สถานที่จัดงาน | ไฮไลต์กิจกรรม |
| งานประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดพิจิตร | กันยายน – ตุลาคม 2569 | แม่น้ำน่าน เขตอำเภอเมืองพิจิตร | มหกรรมเรือยาวชื่อดังของจังหวัดที่สะท้อนวิถีชีวิตลุ่มน้ำ มีการแข่งขันหลายประเภท บรรยากาศคึกคัก และเป็นงานที่คนพิจิตรภาคภูมิใจอย่างมาก |
| งานประเพณีเจ้าพ่อแก้ว บางมูลนาก | กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 | อำเภอบางมูลนาก | พิธีอัญเชิญเจ้าพ่อแก้ว ขบวนแห่รอบตลาด การแสดงมังกรทอง สิงโต และกิจกรรมศรัทธาที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีนอย่างโดดเด่น |
| งานประเพณีสงกรานต์ สรงน้ำพ่อปู่ บูชาหลักเมือง และย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองเก่าพิจิตร | เมษายน 2569 | อุทยานเมืองเก่าพิจิตร และเขตตัวเมือง | สรงน้ำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บวงสรวงศาลหลักเมือง กิจกรรมย้อนรอยเมืองเก่า และบรรยากาศสงกรานต์แบบชุมชนที่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่นอย่างชัดเจน |
| กิจกรรมปูเสื่อ นั่งสาด ตักบาตรรับอรุณ เสริมบุญที่บึงสีไฟ | จัดเป็นรอบกิจกรรมตลอดปี 2569 | บึงสีไฟ | ตักบาตรยามเช้าท่ามกลางบรรยากาศริมบึง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและภาพลักษณ์ของบึงสีไฟในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด |
| เทศกาลของดีเมืองตะพานหิน | มีนาคม 2569 | อำเภอตะพานหิน | รวมสินค้า OTOP ของดีท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน การแสดง และกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในระดับอำเภอที่คึกคักมาก |
| งานประจำปีนมัสการสมโภชหลวงพ่อเหลือ | มีนาคม 2569 | วัดหงษ์ อำเภอเมืองพิจิตร | งานศรัทธาประจำปีของชุมชน มีพิธีทำบุญ ไหว้พระ และกิจกรรมวัดที่สะท้อนความผูกพันของคนพิจิตรกับพุทธศาสนา |
ตารางแผนเที่ยวจังหวัดพิจิตร 3–5 วัน (ละเอียดจริง)
| วัน | เส้นทาง | สถานที่เที่ยว | กิจกรรม | ไฮไลต์ |
| วันที่ 1 | ตัวเมืองพิจิตร | บึงสีไฟ, รูปปั้นชาละวัน, ถ้ำชาละวัน, วัดท่าหลวง | เริ่มทริปด้วยแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ไหว้พระหลวงพ่อเพชร ชมตำนานไกรทอง และเดินเล่นรอบบึงสีไฟในช่วงเย็น | วันนี้ทำให้เห็นภาพรวมของ “เมืองชาละวัน” ได้ชัดที่สุด ทั้งมิติศรัทธา ตำนาน และบรรยากาศพักผ่อนริมบึง |
| วันที่ 2 | เมืองพิจิตร – วังกรด | ตลาดเก่าวังกรด, พิพิธภัณฑ์เมืองพิจิตร, ชุมชนเก่า, ริมแม่น้ำน่าน | เดินชมย่านเก่า เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน และเก็บภาพวิถีชีวิตเมืองเล็กที่ยังมีเสน่ห์แบบดั้งเดิม | เหมาะกับคนที่อยากเห็นพิจิตรในมุมลึก ไม่ใช่เฉพาะจุดท่องเที่ยวดัง แต่รวมถึงบรรยากาศของชุมชนจริง |
| วันที่ 3 | โพธิ์ประทับช้าง – โพทะเล | วัดโพธิ์ประทับช้าง, วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน), พื้นที่ประวัติศาสตร์รอบอำเภอ | เที่ยวเส้นทางศาสนาและประวัติศาสตร์ ไหว้พระ เรียนรู้เรื่องสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ และสัมผัสความสำคัญของเมืองพิจิตรในอดีต | เป็นวันที่เด่นเรื่องประวัติศาสตร์และศรัทธา เหมาะกับสายวัดและสายเรื่องเล่าเมืองเก่า |
| วันที่ 4 | ตะพานหิน – บางมูลนาก | ย่านตลาด, ชุมชนท้องถิ่น, จุดงานเทศกาลประจำอำเภอ, ศาลและพื้นที่กิจกรรมชุมชน | เที่ยวเมืองรองของพิจิตร ชิมของกินท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศการค้าชุมชนที่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะช่วงมีงานเทศกาล | วันนี้ช่วยให้เห็นพิจิตรในมุมเศรษฐกิจท้องถิ่นและวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้น |
| วันที่ 5 | ตัวเมืองพิจิตร | ตลาดเช้า, ร้านของฝาก, จุดชมวิวบึงสีไฟ, คาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่น | ปิดท้ายทริปด้วยการซื้อของฝาก ชิมอาหารพื้นบ้าน และเก็บภาพบรรยากาศเมืองพิจิตรแบบสบาย ๆ ก่อนเดินทางกลับ | เหมาะกับการสรุปทริปอย่างไม่เร่งรีบ และช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์เมืองเล็กอย่างครบถ้วนก่อนกลับ |
ตารางที่เที่ยว MUST VISIT จังหวัดพิจิตร 15 จุด
| ลำดับ | ชื่อสถานที่ | ประเภท | อำเภอ | จุดเด่น |
| 1 | บึงสีไฟ | ธรรมชาติ / แลนด์มาร์ก | เมืองพิจิตร | บึงน้ำจืดขนาดใหญ่และแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด เหมาะกับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมบรรยากาศเมืองชาละวัน |
| 2 | วัดท่าหลวง | วัด / ศรัทธา | เมืองพิจิตร | ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของพิจิตร |
| 3 | ถ้ำชาละวัน | ตำนาน / วัฒนธรรม | เมืองพิจิตร | เชื่อมโยงกับวรรณคดีไกรทองและภาพจำของพิจิตรในฐานะเมืองชาละวัน |
| 4 | พิพิธภัณฑ์เมืองพิจิตร | พิพิธภัณฑ์ / ประวัติศาสตร์ | เมืองพิจิตร | แหล่งเรียนรู้สำคัญเกี่ยวกับโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของจังหวัด |
| 5 | ตลาดเก่าวังกรด | ชุมชน / วัฒนธรรม | เมืองพิจิตร | ย่านเก่าที่มีเสน่ห์แบบชุมชนดั้งเดิม เหมาะกับการเดินเล่น ชิมอาหาร และถ่ายภาพบรรยากาศเก่า |
| 6 | วัดโพธิ์ประทับช้าง | ประวัติศาสตร์ / วัด | โพธิ์ประทับช้าง | โบราณสถานสำคัญที่เชื่อมโยงกับสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือและประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา |
| 7 | วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) | วัด / ศรัทธา | โพทะเล | วัดสำคัญที่เชื่อมโยงกับหลวงพ่อเงิน พระเกจิชื่อดังที่มีผู้ศรัทธาทั่วประเทศ |
| 8 | วัดเขารูปช้าง | วัด / ธรรมชาติ | เมืองพิจิตร | จุดไหว้พระและชมบรรยากาศที่มีเสน่ห์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัด |
| 9 | อุทยานเมืองเก่าพิจิตร | ประวัติศาสตร์ | เมืองพิจิตร | พื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจความเป็น “เมืองสระหลวง” และพัฒนาการของเมืองพิจิตรในอดีต |
| 10 | ศาลหลักเมืองพิจิตร | ศรัทธา / วัฒนธรรม | เมืองพิจิตร | สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชาวพิจิตร และเป็นจุดเชื่อมโยงกับงานประเพณีเมืองเก่า |
| 11 | บางมูลนาก | ชุมชน / วัฒนธรรม | บางมูลนาก | อำเภอสำคัญที่มีเสน่ห์ด้านวัฒนธรรมตลาดเก่าและงานเจ้าพ่อแก้วอันมีชื่อเสียง |
| 12 | ตะพานหิน | ชุมชน / ของดีท้องถิ่น | ตะพานหิน | พื้นที่เศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีงานเทศกาลของดีเมืองตะพานหินและบรรยากาศเมืองรองที่คึกคัก |
| 13 | สวนคุณลี | เกษตร / พักผ่อน | เมืองพิจิตร | แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งรวมพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว |
| 14 | ริมแม่น้ำน่าน | ธรรมชาติ / วิถีชีวิต | หลายอำเภอ | สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองลุ่มน้ำและเหมาะกับการชมบรรยากาศท้องถิ่นแบบเรียบง่าย |
| 15 | เส้นทางชุมชนและตลาดพื้นบ้านพิจิตร | อาหาร / วัฒนธรรม | เมืองพิจิตรและอำเภอใกล้เคียง | เหมาะสำหรับชิมของกินพื้นบ้าน ซื้อของฝาก และปิดท้ายทริปด้วยเสน่ห์เรียบง่ายของชีวิตท้องถิ่น |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: จังหวัดพิจิตรเหมาะเที่ยวช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับการเที่ยวบึงสีไฟ ไหว้พระตามวัดสำคัญ เดินชมเมือง และทำกิจกรรมกลางแจ้งได้สะดวก ส่วนช่วงที่มีงานประเพณีแข่งเรือยาวในฤดูฝนปลายปี ก็เป็นอีกช่วงที่มีสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดได้ชัดเจน
ถาม: จังหวัดพิจิตรมีอะไรเด่นที่สุด?
ตอบ: จุดเด่นของจังหวัดพิจิตรคือบึงสีไฟซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ตำนานไกรทองและชาละวันที่ทำให้พิจิตรมีภาพจำไม่เหมือนจังหวัดอื่น รวมถึงวัดท่าหลวง วัดโพธิ์ประทับช้าง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมที่กระจายอยู่หลายอำเภอ
ถาม: เที่ยวพิจิตรกี่วันดี?
ตอบ: หากต้องการเก็บเฉพาะจุดหลักในตัวเมือง เช่น บึงสีไฟ วัดท่าหลวง ถ้ำชาละวัน และตลาดเก่า ใช้เวลา 2–3 วันก็เที่ยวได้ค่อนข้างครบ แต่ถ้าต้องการเที่ยวลึกถึงเส้นทางวัดสำคัญ เมืองเก่า และอำเภอเด่นอย่างบางมูลนากหรือโพธิ์ประทับช้าง แนะนำ 3–5 วันจะเหมาะกว่า
ถาม: จังหวัดพิจิตรมีที่เที่ยวสายประวัติศาสตร์ไหม?
ตอบ: มีอย่างชัดเจน จังหวัดพิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความเชื่อมโยงกับสมัยสุโขทัยและอยุธยา นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยววัดโพธิ์ประทับช้าง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร พิพิธภัณฑ์เมืองพิจิตร และจุดต่าง ๆ ที่ช่วยให้เห็นพัฒนาการของเมืองพิจิตรในอดีตได้อย่างน่าสนใจ
ถาม: พิจิตรมีที่เที่ยวธรรมชาติไหม?
ตอบ: มี โดยเฉพาะบึงสีไฟซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนสำคัญของจังหวัด และยังมีพื้นที่ริมแม่น้ำน่านรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางแห่งที่เหมาะกับการเที่ยวแบบสบาย ๆ แม้พิจิตรจะไม่ได้เด่นเรื่องภูเขาหรือน้ำตกมากเท่าบางจังหวัด แต่ก็มีเสน่ห์เรื่องพื้นที่ลุ่มน้ำและบรรยากาศเมืองสงบอย่างชัดเจน
ถาม: เดินทางไปจังหวัดพิจิตรสะดวกไหม?
ตอบ: เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ รถไฟ และรถโดยสารประจำทาง เพราะจังหวัดพิจิตรอยู่บนเส้นทางสายเหนือและอยู่ระหว่างนครสวรรค์กับพิษณุโลก จึงเหมาะทั้งกับการเที่ยวแบบตั้งใจมาพิจิตรโดยตรง และการวางแผนเป็นทริปเชื่อมกับจังหวัดใกล้เคียง
ถาม: ถ้าไปพิจิตรครั้งแรก ควรเริ่มเที่ยวที่ไหนก่อน?
ตอบ: หากไปครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากบึงสีไฟก่อน เพราะเป็นจุดที่สะท้อนภาพจำของจังหวัดได้ดีที่สุด จากนั้นค่อยไปวัดท่าหลวงเพื่อไหว้หลวงพ่อเพชร แล้วจึงต่อไปยังถ้ำชาละวัน พิพิธภัณฑ์เมืองพิจิตร และตลาดเก่าวังกรด จะช่วยให้เห็นทั้งมิติแลนด์มาร์ก ศรัทธา ตำนาน และวิถีชีวิตของพิจิตรในทริปเดียว
ถาม: จังหวัดพิจิตรเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งสายวัด สายประวัติศาสตร์ สายชุมชน และคนที่ชอบเที่ยวเมืองสงบไม่วุ่นวาย พิจิตรอาจไม่ได้เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหวือหวาจำนวนมาก แต่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสเมืองลุ่มน้ำ วัฒนธรรมท้องถิ่น และการท่องเที่ยวแบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศ
ถาม: จังหวัดพิจิตรเที่ยวแบบครอบครัวได้ไหม?
ตอบ: เที่ยวได้เหมาะมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการทริปเรียบง่าย เดินทางไม่ยาก และมีกิจกรรมหลายแบบให้เลือก ทั้งการไหว้พระ เดินเล่นริมบึง ชมแลนด์มาร์ก ถ่ายภาพ และแวะกินอาหารท้องถิ่น อีกทั้งหลายจุดในตัวเมืองยังเดินทางถึงกันสะดวก จึงเหมาะกับทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
ถาม: ของฝากจังหวัดพิจิตรมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ของฝากของจังหวัดพิจิตรมีทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนมท้องถิ่น ผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าชุมชนจากตลาดพื้นบ้านในหลายอำเภอ นักท่องเที่ยวที่ชอบซื้อของกินกลับบ้านหรือเลือกของฝากแบบเรียบง่ายจากท้องถิ่น มักจะหาของฝากได้สะดวกจากตลาดเช้า ตลาดชุมชน และร้านของฝากในตัวเมือง


ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(