หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.นครปฐม >อ.เมืองนครปฐม >ต.พระปฐมเจดีย์ > พระราชวังสนามจันทร์
TL;DR: พระราชวังสนามจันทร์ อยู่ที่ถนนราชมรรคาใน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000 เปิดทุกวัน เวลา 05:00–09:00 และ 16:00–20:00 สำหรับพื้นที่ภายนอก / 09:00–16:00.

นครปฐม

พระราชวังสนามจันทร์

พระราชวังสนามจันทร์

Rating: 4.2/5 (5 votes)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05:00–09:00 และ 16:00–20:00 สำหรับพื้นที่ภายนอก / 09:00–16:00 สำหรับจุดเข้าชมภายในที่เปิดให้บริการ
 
พระราชวังสนามจันทร์ คือหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดนครปฐม และเป็นพระราชวังที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานความเป็นพระราชฐาน ความงามทางสถาปัตยกรรม ความร่มรื่นของภูมิทัศน์ และเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน หากมองในฐานะนักท่องเที่ยว ที่นี่คือสถานที่ที่เดินเที่ยวได้เพลิน ถ่ายภาพได้สวย และให้บรรยากาศต่างจากแลนด์มาร์กทั่วไปของนครปฐมอย่างชัดเจน แต่หากมองในฐานะผู้สนใจประวัติศาสตร์ พระราชวังสนามจันทร์ก็เป็นพื้นที่ที่สะท้อนพระราชดำริ วิสัยทัศน์ และรสนิยมทางศิลปกรรมของรัชกาลที่ 6 ได้อย่างเด่นชัดมากแห่งหนึ่งของประเทศ
 
พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกขององค์พระปฐมเจดีย์ โดยบริเวณเดิมเคยเรียกว่า “เนินปราสาท” ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าในอดีตอาจเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังสมัยโบราณมาก่อน จึงทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์อยู่แล้วก่อนการก่อสร้างพระราชวังในสมัยใหม่ อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ชื่อของพระราชวังแห่งนี้มีเอกลักษณ์ก็คือ “สระน้ำจันทร์” หรือที่ชาวบ้านในเวลาต่อมาเรียกว่า “สระบัว” สระน้ำโบราณแห่งนี้เป็นภูมิทัศน์สำคัญของพื้นที่และเป็นที่มาของชื่อ “สนามจันทร์” ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่พระราชวังแห่งนี้ในเวลาต่อมา
 
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคุ้นเคยกับเมืองนครปฐมมาตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชฯ เพราะทรงเสด็จมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์อยู่เสมอ พระองค์ทรงเห็นว่าบริเวณเนินปราสาทมีลักษณะภูมิประเทศเหมาะแก่การสร้างพระราชวังสำหรับเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานและพักผ่อนพระราชอิริยาบถ เมื่อทรงตัดสินพระราชหฤทัยแล้ว จึงได้ทรงขอซื้อที่ดินจากราษฎรโดยรอบ รวมเนื้อที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ก่อนจะโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2450 โดยมีหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งภายหลังได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง อาคารต่าง ๆ ภายในพระราชวังใช้เวลาก่อสร้างต่อเนื่องประมาณ 4 ปี จึงแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2454
 
จุดที่ทำให้พระราชวังสนามจันทร์น่าสนใจยิ่งขึ้น คือพระราชวังแห่งนี้ไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงที่ประทับเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพระราชดำริด้านยุทธศาสตร์ของรัชกาลที่ 6 ด้วย พระองค์ทรงมองว่านครปฐมเป็นพื้นที่ที่มีชัยภูมิเหมาะสม สามารถใช้เป็นฐานรองรับสถานการณ์วิกฤตของประเทศได้ในอนาคต จึงมีการใช้พระราชวังสนามจันทร์เป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมของกองเสือป่าและการฝึกซ้อมทางทหารบางส่วน ความหมายของพระราชวังแห่งนี้จึงลึกกว่าการเป็นสถาปัตยกรรมงดงาม เพราะยังเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความมั่นคง การเตรียมพร้อม และการสร้างระเบียบวินัยแบบสมัยใหม่ในรัชกาลที่ 6 อีกด้วย
 
เมื่อเดินเข้ามาในพื้นที่พระราชวัง สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจดจำได้คือบรรยากาศที่เปิดกว้าง สนามหญ้ากว้างใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ และแนวอาคารที่วางตัวอย่างมีจังหวะ ทำให้การมาเยือนที่นี่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการเดินชมวังในเมืองหลวง บรรยากาศของพระราชวังสนามจันทร์มีความโปร่ง สงบ และชวนให้เดินทอดน่องมากกว่าเร่งรีบ จึงไม่น่าแปลกที่ปัจจุบันพื้นที่รอบนอกจะเป็นทั้งจุดพักผ่อน ออกกำลังกาย เดินเล่น และถ่ายภาพของชาวนครปฐมและผู้มาเยือนจากต่างจังหวัด
 
อาคารสำคัญที่คนจำนวนมากรู้จักมากที่สุดคือพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ซึ่งถือเป็นภาพจำของพระราชวังสนามจันทร์ ตัวอาคารมีลักษณะโดดเด่นแบบตะวันตก คล้ายปราสาทขนาดย่อม ผนังด้านนอกฉาบสีเหลืองนวล หลังคามุงกระเบื้องสีแดง และมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ดูโรแมนติกอย่างหอคอย มุข และแนวหน้าต่างที่จัดวางอย่างมีจังหวะ พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เกี่ยวกับกิจการเสือป่าและการประทับในบางโอกาส ปัจจุบันเมื่อมองจากภายนอกยังคงเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่งดงามที่สุดของพระราชวังสนามจันทร์ และเป็นจุดที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าที่นี่มีบรรยากาศต่างจากพระราชวังไทยทั่วไป
 
ด้านหลังพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ คือพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เรือนไม้ 2 ชั้นสีแดงที่โดดเด่นด้วยสะพานทางเดินมีหลังคาเชื่อมข้ามสระน้ำไปถึงกัน ภาพสะพานที่ทอดยาวเหนือผืนน้ำถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของพระราชวังสนามจันทร์ที่คนรักการถ่ายภาพจดจำได้ดี พระตำหนักองค์นี้เคยใช้เป็นที่เสด็จออกให้ประชาชนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ และในเวลาต่อมายังมีบทบาทด้านการจัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 6 ความงามของพระตำหนักหลังนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังมีมิติทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนแฝงอยู่ด้วย
 
อีกอาคารที่มีความสำคัญมากคือพระที่นั่งพิมานปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่นั่งยุคแรกของพระราชวัง และอยู่ในกลุ่มอาคารที่สะท้อนการเริ่มต้นของการสร้างพระราชวังสนามจันทร์ได้อย่างชัดเจน พระที่นั่งองค์นี้มีความสำคัญทั้งในด้านการใช้งานและในฐานะศูนย์กลางขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมโดยรอบ บริเวณแนวสายตาจากพระที่นั่งยังเชื่อมโยงกับเทวาลัยคเณศร์และองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้เกิดความหมายทางสัญลักษณ์ที่น่าสนใจระหว่างพระราชอำนาจ ศิลปวิทยา และพุทธศาสนา
 
พระที่นั่งอภิรมย์ฤดีเป็นอีกหนึ่งอาคารที่สร้างขึ้นตั้งแต่ระยะแรกของการก่อสร้างพระราชวัง มีลักษณะเป็นตึก 2 ชั้น ตั้งอยู่ติดกับพระที่นั่งพิมานปฐมทางด้านทิศใต้ ชื่อของพระที่นั่งสะท้อนบรรยากาศอันรื่นรมย์และความเป็นพื้นที่ประทับอย่างใกล้ชิด ขณะที่พระที่นั่งวัชรีรมยาแสดงออกถึงสถาปัตยกรรมไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยหลังคาทรงไทยซ้อนลดหลั่น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และองค์ประกอบงานช่างไทยที่ประณีต พระที่นั่งองค์นี้จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าพระราชวังสนามจันทร์ไม่ได้โน้มไปทางตะวันตกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่รัชกาลที่ 6 ทรงเลือกใช้ภาษาแห่งสถาปัตยกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อสะท้อนทั้งความร่วมสมัยและรากฐานแบบไทย
 
พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์มีลักษณะเป็นท้องพระโรงทรงไทยขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงจากดินเล็กน้อย และมีพื้นที่กว้างขวางพอสำหรับพระราชพิธี การประชุม และการใช้สอยเชิงราชการในหลายรูปแบบ เดิมใช้เป็นท้องพระโรงเวลาเสด็จออกขุนนาง เป็นสถานที่ประชุมข้าราชการและเสือป่า ตลอดจนเคยใช้เป็นโรงละครสำหรับแสดงโขน ความสำคัญของพระที่นั่งองค์นี้อยู่ที่การสะท้อนให้เห็นว่าพระราชวังสนามจันทร์ไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะการพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ใช้งานจริงของราชสำนักในช่วงเวลาหนึ่งด้วย
 
พระตำหนักทับขวัญเป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหมู่เรือนไทยไม้สักที่งดงามและสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง เรือนไทยทั้ง 8 หลังจัดวางอย่างมีระบบ ประกอบด้วยเรือนใหญ่ 4 หลังและเรือนเล็กที่เชื่อมตามมุมต่าง ๆ ตรงกลางเป็นชานและระเบียงสำหรับกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการประทับ การบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงละครไทยแบบโบราณ และการใช้เป็นกองบัญชาการเสือป่าในบางช่วง ปัจจุบันพื้นที่นี้มีคุณค่าอย่างมากในฐานะแหล่งศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยและงานช่างเรือนไทยสำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรมดั้งเดิม
 
ส่วนพระตำหนักทับแก้วมีขนาดเล็กกว่าและมีลักษณะเป็นบ้านแบบตะวันตก ภายในมีเตาผิงและปล่องไฟ แสดงให้เห็นการออกแบบเพื่อรองรับการประทับในฤดูหนาวและการใช้งานเฉพาะทาง ตัวอาคารนี้ยังเคยถูกใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าเช่นกัน จึงยิ่งตอกย้ำบทบาทสองด้านของพระราชวังสนามจันทร์ คือด้านความงามเชิงสุนทรียะและด้านการใช้งานเพื่อการบริหารจัดการของรัฐในยุคนั้น
 
ใจกลางพื้นที่พระราชวังคือเทวาลัยคเณศร์ หรือศาลพระพิฆเนศวร ซึ่งรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาและปัญญา เทวาลัยแห่งนี้ไม่เพียงมีความสำคัญทางความเชื่อ แต่ยังมีความหมายเชิงองค์ประกอบพื้นที่อย่างมาก เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของลานสนามหน้าพระที่นั่งต่าง ๆ ทุกวันนี้เทวาลัยคเณศร์ยังเป็นจุดที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธา และเป็นอีกหนึ่งภาพจำของพระราชวังสนามจันทร์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาเพื่อสักการะและขอพรด้านการเรียน ศิลปะ และความสำเร็จ
 
เรื่องเล่าที่ทำให้พระราชวังสนามจันทร์มีมิติทางอารมณ์มากขึ้น คือเรื่องของ “ย่าเหล” สุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ย่าเหลเป็นสุนัขพันทางขนยาวสีขาวสลับน้ำตาลที่พระองค์ทรงพบและพอพระราชหฤทัยในความฉลาด จึงนำไปเลี้ยงในพระราชสำนัก ความผูกพันระหว่างพระองค์กับย่าเหลเป็นเรื่องที่คนกล่าวถึงมาก เพราะแสดงให้เห็นพระอุปนิสัยอ่อนโยนและความรักสัตว์ของรัชกาลที่ 6 หลังย่าเหลเสียชีวิต พระองค์ทรงโศกเศร้าอย่างมาก และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความผูกพัน เรื่องของย่าเหลจึงเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การเที่ยวพระราชวังสนามจันทร์ไม่ได้มีเพียงเรื่องสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ แต่ยังมีมิติความเป็นมนุษย์ที่จับใจอยู่ด้วย
 
หลังการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 6 พื้นที่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ได้ถูกใช้ประโยชน์โดยหน่วยราชการหลายส่วนของจังหวัดนครปฐม และต่อมาบางส่วนยังกลายเป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ทำให้พระราชวังแห่งนี้มีชีวิตต่อเนื่องในฐานะพื้นที่สาธารณะทางการศึกษา ไม่ได้กลายเป็นเพียงโบราณสถานที่ถูกแช่แข็งไว้ในอดีต จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2546 เมื่อมีการส่งมอบพระที่นั่ง พระตำหนัก และเรือนข้าราชบริพารคืนให้สำนักพระราชวังดูแล ทำให้การอนุรักษ์และการเปิดให้เข้าชมมีความชัดเจนมากขึ้น
 
สำหรับผู้มาเยือนในปัจจุบัน เสน่ห์ของพระราชวังสนามจันทร์ไม่ได้อยู่ที่การรีบเดินให้ครบทุกจุด แต่อยู่ที่การค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของพื้นที่ การมาถึงในช่วงเช้าจะได้สัมผัสความสงบ อากาศเย็น และแสงอ่อนที่เหมาะกับการเดินเล่น ส่วนช่วงเย็นให้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง คือร่มรื่น มีผู้คนออกกำลังกายมากขึ้น และแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ จะช่วยขับให้โทนสีของอาคารดูสวยเด่นขึ้นอย่างมาก หากชอบถ่ายภาพสถาปัตยกรรม จุดเด่นอยู่ที่แนวสะพานทางเดินเหนือสระน้ำ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แนวลานเทวาลัยคเณศร์ และมุมเรือนไทยของพระตำหนักทับขวัญ
 
นอกจากความงามทางสายตา พระราชวังสนามจันทร์ยังมีคุณค่าในฐานะพื้นที่เรียนรู้สำหรับคนทั่วไป เพราะที่นี่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นพร้อมกันหลายเรื่องในพื้นที่เดียว ทั้งประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ สถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก แนวคิดเรื่องราชสำนักสมัยใหม่ ความเชื่อเกี่ยวกับพระพิฆเนศ ตลอดจนเรื่องเล่าระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวกับนครปฐม หากเดินด้วยความตั้งใจ จะพบว่านี่ไม่ใช่เพียงสถานที่สวย แต่เป็นสถานที่ที่มีชั้นของความหมายซ้อนอยู่จำนวนมาก
 
การเดินทาง มายังพระราชวังสนามจันทร์จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวกที่สุด โดยใช้ถนนเพชรเกษมหรือเส้นทางเข้าสู่นครปฐม จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่เขตตัวเมืองนครปฐมและใช้แนวถนนราชมรรคาใน/ถนนต้นสนตามป้ายเข้าสู่พระราชวัง หากเริ่มต้นจากองค์พระปฐมเจดีย์ ให้ขับมายังฝั่งตะวันตกของเมือง ระยะทางไม่ไกลมาก ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถลงในตัวเมืองนครปฐมก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือแท็กซี่ท้องถิ่นมายังพระราชวังได้ไม่ยาก เพราะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่คนในพื้นที่รู้จักดี
 
เมื่อมองโดยรวม พระราชวังสนามจันทร์จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะทั้งสำหรับคนที่มาเที่ยวนครปฐมแบบวันเดียวและคนที่อยากใช้เวลาค่อย ๆ เดินชมเมือง หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ ความร่มรื่น สถาปัตยกรรมที่งดงาม และเรื่องเล่าที่มีชีวิตอยู่จริง พระราชวังสนามจันทร์คือคำตอบที่ชัดเจนมากแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะมาเพื่อชมวัง มาถ่ายภาพ มาศึกษาประวัติศาสตร์ หรือมาเดินเล่นยามเย็น พื้นที่แห่งนี้ก็ยังคงให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจสมกับการเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของนครปฐม
 
ชื่อสถานที่พระราชวังสนามจันทร์ (Sanam Chandra Palace)
สรุปสถานที่พระราชวังในสมัยรัชกาลที่ 6 ใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานและมีบทบาทด้านกิจการเสือป่า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และพื้นที่พักผ่อนสำคัญของนครปฐม
จุดเด่นของสถานที่พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์สไตล์ตะวันตก, สะพานทางเดินเหนือสระน้ำ, พระตำหนักทับขวัญเรือนไทยหมู่, เทวาลัยคเณศร์, อนุสาวรีย์ย่าเหล, พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กลางเมือง
ประวัติ / ยุคสมัยเริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2450 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2454 ในสมัยรัชกาลที่ 6 บนพื้นที่เดิมที่เรียกว่า “เนินปราสาท”
ที่อยู่ถนนราชมรรคาใน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000
การเดินทางขับรถจากกรุงเทพฯ เข้านครปฐมทางถนนเพชรเกษมหรือเส้นทางหลักสู่ตัวเมืองนครปฐม แล้วใช้แนวถนนราชมรรคาใน/ถนนต้นสนตามป้ายเข้าสู่พระราชวัง หากเริ่มจากองค์พระปฐมเจดีย์สามารถเดินทางต่อมายังพระราชวังได้สะดวกในระยะใกล้
วันเปิดทำการ / เวลาเปิดทำการทุกวัน / 05:00–09:00 และ 16:00–20:00 สำหรับพื้นที่ภายนอก / 09:00–16:00 สำหรับจุดเข้าชมภายในที่เปิดให้บริการ
ค่าธรรมเนียมคนไทยผู้ใหญ่ 30 บาท, เด็ก 10 บาท, ชาวต่างชาติ 50 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกลานเดินเล่นและออกกำลังกาย, สนามหญ้าขนาดใหญ่, จุดถ่ายภาพ, พื้นที่จอดรถ, จุดสักการะเทวาลัยคเณศร์, อาคารจัดแสดงบางส่วนตามวันที่เปิดให้เข้าชม
โซนต่าง ๆโซนพระที่นั่งและพระตำหนัก, โซนเทวาลัยคเณศร์, โซนสระน้ำและสะพานทางเดิน, โซนสนามหญ้าและทางเดินรอบพระราชวัง, โซนเรือนไทยพระตำหนักทับขวัญ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพร้อมระยะทาง1. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร – 1.54 กม.
2. วัดศีรษะทอง – 12.41 กม.
3. เจษฎา เทคนิค มิวเซียม – 16.42 กม.
4. ล่องเรือเที่ยวคลองมหาสวัสดิ์ – 23.36 กม.
5. พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย – 27.83 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร1. M Salad Cafe & Food for Life สาขาในเมือง – ประมาณ 0.5 กม. – 062-195-4924
2. TAMA Japanese Restaurant นครปฐม – ประมาณ 0.8 กม. – 080-456-7775
3. ครัวบ้านงานดิน – ประมาณ 0.8 กม. – 099-105-8946
4. ลุมพินี51 ข้ามต้มรอบดึก – ประมาณ 1.0 กม. – 098-385-7472
5. Thai-Denmark Milk Land สาขามหาวิทยาลัยศิลปากร – ประมาณ 1.0 กม. – 084-224-6164
ที่พักใกล้เคียงพร้อมระยะทางและเบอร์โทร1. Ratchaphruek Pavilion – 0.8 กม. – 034-280-299, 084-768-1188
2. Diary Suite Hotel – 0.6 กม. – 081-849-9650
3. The Proud Exclusive Hotel – 0.7 กม. – 034-255-555, 034-255-553
4. Xen Hotel Nakhon Pathom – ประมาณ 2.0 กม. – 034-900-500
5. Mida Grande Hotel Dhavaravati Nakhon Pathom – ประมาณ 3.5 กม. – 093-383-5515, 034-966-700
เบอร์ติดต่อหลักของสถานที่034-310-431 หรือ 034-310-431-2
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระราชวังสนามจันทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระราชวังสนามจันทร์ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ทางด้านตะวันตกขององค์พระปฐมเจดีย์ เดินทางจากใจกลางเมืองได้สะดวกมาก
 
ถาม: พระราชวังสนามจันทร์สร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: พระราชวังสนามจันทร์เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2450 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2454 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
 
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดภายในพระราชวังสนามจันทร์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญได้แก่ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ สะพานทางเดินเหนือสระน้ำ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับขวัญ เทวาลัยคเณศร์ และอนุสาวรีย์ย่าเหล
 
ถาม: พระราชวังสนามจันทร์เหมาะกับการเที่ยวช่วงเวลาไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินชมแบบสงบและถ่ายภาพแสงนุ่ม ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินเล่น ออกกำลังกาย และชมบรรยากาศร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวภายในพระราชวัง
 
ถาม: พระราชวังสนามจันทร์มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: พระราชวังแห่งนี้ไม่ใช่เพียงที่ประทับแปรพระราชฐานของรัชกาลที่ 6 แต่ยังเกี่ยวข้องกับกิจการเสือป่า การฝึกซ้อมเชิงยุทธศาสตร์ และสะท้อนแนวคิดของราชสำนักไทยในช่วงต้นสมัยใหม่อย่างชัดเจน
 
ถาม: เรื่องของย่าเหลคืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?
ตอบ: ย่าเหลเป็นสุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงโปรดมาก ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีอนุสาวรีย์ย่าเหลตั้งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความผูกพันระหว่างพระองค์กับสุนัขคู่พระทัยตัวนี้
 
ถาม: สามารถเที่ยวพระราชวังสนามจันทร์ร่วมกับที่เที่ยวอื่นในนครปฐมได้หรือไม่?
ตอบ: ได้อย่างมาก เพราะพระราชวังสนามจันทร์อยู่ไม่ไกลจากองค์พระปฐมเจดีย์ และยังสามารถจัดทริปต่อไปยังเจษฎา เทคนิค มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในนครปฐมได้สะดวก
 
ถาม: การแต่งกายเมื่อไปพระราชวังสนามจันทร์ควรเป็นแบบใด?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ โดยเฉพาะหากมีแผนเข้าชมอาคารหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และการสักการะ เพื่อให้เหมาะสมกับบรรยากาศของสถานที่

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พระราชวังกลุ่ม: ●พระราชวัง

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(6)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(3)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(13)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(77)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(8)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

สนามกีฬา สนามกีฬา(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)

โรงละคร โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)