วัดพระแก้ว
Rating: 3.8/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวชัยนาท
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ควรตรวจสอบกับวัดก่อนเดินทาง
วัดพระแก้ว อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นวัดโบราณสำคัญที่สร้างขึ้นร่วมสมัยกับวัดมหาธาตุ เมืองสรรคบุรี เดิมชื่อวัดป่าแก้ว และเป็นสำนักปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี จุดเด่นที่สุดของวัดคือเจดีย์ประธานทรงสูงอายุราว 600-700 ปี ซึ่งสะท้อนการผสมผสานศิลปกรรมหลายสกุลช่าง และยังซ่อนคติธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้อย่างลึกซึ้ง ภายในวัดยังมีหลวงพ่อฉาย พระพุทธรูปศิลาแลงสีแดงอายุราว 800 ปี และหลวงพ่อพลอย พระพุทธรูปปูนปั้นที่ชาวบ้านอัญเชิญมาประดิษฐานด้วยความศรัทธา วัดแห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และพุทธศาสนาที่ทรงคุณค่าของจังหวัดชัยนาท
วัดพระแก้ว จังหวัดชัยนาท เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประวัติศาสตร์ของอำเภอสรรคบุรีและจังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ที่หมู่ 10 บ้านบางน้ำพระ ตำบลแพรกศรีราชา โดยอยู่ห่างจากตัวอำเภอสรรคบุรีไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร ทำเลของวัดตั้งอยู่นอกเมืองโบราณทางด้านทิศใต้และอยู่ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันเป็นพื้นที่กลางทุ่งนา มีความเงียบสงบ ร่มรื่น และให้บรรยากาศของโบราณสถานที่ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกาลเวลา เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นองค์เจดีย์ประธานทรงสูงโดดเด่นเป็นจุดนำสายตาและทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้ทันทีว่าวัดแห่งนี้ไม่ใช่วัดเล็กธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่มีชั้นเชิงทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็นภายนอก
เดิมวัดพระแก้วมีชื่อว่า “วัดป่าแก้ว” ชื่อเดิมนี้สอดคล้องกับบทบาทของวัดในอดีตซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือฝ่ายวิปัสสนาธุระ กล่าวคือเป็นวัดที่เน้นความสงบ เรียบง่าย และเหมาะแก่การเจริญภาวนา คำว่าอรัญวาสีมีนัยถึงการจำพรรษาหรือปฏิบัติธรรมในพื้นที่ห่างจากความพลุกพล่านของเมือง และเมื่อพิจารณาจากทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างออกมาจากเมืองโบราณสรรคบุรี ก็ช่วยสนับสนุนแนวคิดนี้ได้เป็นอย่างดี วัดพระแก้วจึงไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเก่าแก่ หากยังเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิธีคิดของชุมชนพุทธในสมัยโบราณว่าพื้นที่ศาสนานั้นมีทั้งวัดในเมืองและวัดนอกเมืองที่ทำหน้าที่ต่างกัน
ข้อมูลที่สืบทอดกันมาระบุว่าวัดพระแก้วสร้างขึ้นในสมัยเดียวกับวัดมหาธาตุ ราว พ.ศ. 1900 หรือประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองสรรคบุรีมีความสำคัญอย่างมากในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางตอนบน วัดพระแก้วจึงควรถูกมองในฐานะส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศาสนาและการเมืองในอดีต ไม่ใช่เพียงวัดโดดเดี่ยวกลางทุ่งนาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หากย้อนนึกถึงอดีต พื้นที่รอบวัดย่อมมีความคึกคัก เชื่อมโยงกับเส้นทางน้ำและชุมชนโดยรอบ และอาจเป็นจุดที่พระสงฆ์ นักบวช หรือผู้แสวงบุญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วัดป่าแก้วกลายเป็น “วัดพระแก้ว” คือการค้นพบพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดประมาณปลายนิ้วภายในเจดีย์ องค์พระนั้นทำจากแก้วและมีหลายสี เมื่อกระทบแสงจะเกิดประกายงดงาม จนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันติดปากว่า “วัดพระแก้ว” ชื่อใหม่นี้จึงมีที่มาจากวัตถุมงคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกค้นพบจริงภายในโบราณสถาน ไม่ใช่การตั้งชื่อในเชิงสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว เรื่องเล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วัดพระแก้วมีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ศรัทธา และความทรงจำของคนในพื้นที่เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น
ต่อมา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระแก้วเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ยิ่งตอกย้ำว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในระดับชุมชน แต่ยังมีคุณค่าในระดับชาติ การขึ้นทะเบียนดังกล่าวช่วยให้วัดพระแก้วได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ศึกษา สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จุดนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะสถานที่สักการะ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีที่มีหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดพระแก้วคือ “เจดีย์ประธาน” ซึ่งมักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่งดงามและน่าสนใจที่สุดของเมืองสรรคบุรี ลักษณะของเจดีย์เป็นทรงสูงบนฐานสี่เหลี่ยม ก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่บนฐานไพที ฐานเขียง และฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้ รอบเรือนธาตุมีพระพุทธรูปปูนปั้นแบบนูนสูงประดับทั้ง 4 ด้าน ความงดงามขององค์เจดีย์ไม่ได้อยู่เพียงความสูงหรือความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่การประกอบรูปทรงแต่ละส่วนอย่างมีระบบและสื่อความหมายทางธรรมอย่างลึกซึ้ง จนมีผู้ยกย่องว่าเป็นดั่ง “ราชินีแห่งเจดีย์” ของพื้นที่นี้
นักวิชาการจำนวนไม่น้อยสันนิษฐานว่าเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 หรือมีอายุประมาณ 600-700 ปี ความน่าสนใจคือรูปแบบของเจดีย์ไม่ได้จัดอยู่ในศิลปะสกุลเดียวอย่างตายตัว แต่สะท้อนลักษณะผสมผสานระหว่างเจดีย์แบบละโว้ทรงสูงกับเจดีย์ทวารวดีตอนปลาย ขณะเดียวกันบางส่วนยังชวนให้นึกถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย ศรีวิชัย และอยุธยาตอนต้นด้วย นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์เจดีย์วัดพระแก้วมีคุณค่าอย่างยิ่งในเชิงการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะ เพราะทำให้เห็นการส่งผ่านอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากหลายภูมิภาคสู่เมืองสรรคบุรี
เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างโดยละเอียด จะเห็นว่าคนโบราณไม่ได้สร้างเจดีย์ขึ้นเพียงเพื่อเป็นสถูปบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังสอดแทรก “คติธรรม” ไว้ในทุกองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมด้วย ฐานสี่เหลี่ยมของเจดีย์ถูกอธิบายว่าแทน “อริยสัจ 4” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนา ถัดขึ้นไปคือฐานสูงแปดเหลี่ยมที่หมายถึง “อริยมรรคมีองค์ 8” ส่วนปล้องไฉน 12 ปล้องหมายถึง “ปฏิจจสมุปบาท” หรือหลักแห่งเหตุปัจจัยที่อาศัยกันเกิด และความสูง 37 เมตรขององค์เจดีย์ยังถูกตีความว่าแทน “โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ” ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องตรัสรู้ แนวคิดเหล่านี้ทำให้วัดพระแก้วไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดูโบราณสถาน แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถอ่าน “ธรรมะผ่านสถาปัตยกรรม” ได้อย่างชัดเจน
การตีความเชิงธรรมดังกล่าวทำให้การชมวัดพระแก้วมีมิติที่ลึกกว่าการมองความสวยงามทางกายภาพเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เดินชมองค์เจดีย์อย่างตั้งใจจะเริ่มเห็นว่าความสูง ความสมดุล และรูปทรงแต่ละชั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการออกแบบที่เชื่อมสถาปัตยกรรมเข้ากับหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น ยิ่งหากมาเที่ยวด้วยมุมมองเชิงการเรียนรู้ วัดพระแก้วจะยิ่งมอบคุณค่าในฐานะ “ตำราธรรมะที่สร้างด้วยอิฐและปูน” ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
เดิมทีบริเวณรอบเจดีย์ประธานยังเคยมีเจดีย์บริวารรายล้อมอยู่หลายสิบองค์ แต่ในปัจจุบันได้สูญหายหรือพังทลายไปมากแล้ว เหลือให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเพียงเค้าโครงของความยิ่งใหญ่ในอดีต ความเปลี่ยนแปลงนี้เองยิ่งทำให้ซากโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่มีคุณค่ามากขึ้น เพราะทุกส่วนที่ยังอยู่เปรียบเสมือนพยานของกาลเวลาและเป็นสมบัติร่วมของคนรุ่นหลังที่ต้องช่วยกันดูแลรักษา
นอกจากองค์เจดีย์ประธานแล้ว ภายในวัดพระแก้วยังมีพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างมากคือ “หลวงพ่อฉาย” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์สี่เหลี่ยม หลวงพ่อฉายเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปี ความเก่าแก่ขององค์พระทำให้หลวงพ่อฉายเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความต่อเนื่องทางศาสนาและศิลปกรรมในพื้นที่สรรคบุรีมาอย่างยาวนาน ผู้คนที่เดินทางมาวัดพระแก้วจึงไม่ได้มาชมเฉพาะโบราณสถาน แต่ยังนิยมมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อฉายด้วยความศรัทธา
เบื้องหลังหลวงพ่อฉายมี “ทับหลัง” โบราณแกะสลักติดอยู่ชิดกำแพงวิหาร ลวดลายที่ปรากฏมีความน่าสนใจมาก เป็นภาพช้างนอนหงายอยู่บนแท่น ส่วนบนสุดเป็นรูปเทพซึ่งมีผู้ตีความว่าอาจเป็นพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์ และมีทางน้ำไหลลงสู่ตัวช้างเบื้องล่าง องค์ประกอบเช่นนี้ทำให้ทับหลังชิ้นดังกล่าวมีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรมและด้านการตีความสัญลักษณ์ เพราะสะท้อนการรับอิทธิพลทางศิลปะจากวัฒนธรรมที่หลากหลายเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางของไทย
อีกหนึ่งพระพุทธรูปสำคัญคือ “หลวงพ่อพลอย” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นหน้าตักกว้างประมาณ 2 เมตร เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดทัพย่าน ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นวัดร้าง จากนั้นชาวบ้านบางน้ำพระได้ร่วมแรงร่วมใจกันอัญเชิญองค์พระขึ้นเกวียนและใช้แพข้ามแม่น้ำน้อยมาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว ด้วยเรื่องราวการอัญเชิญทางน้ำนี้ ชาวบ้านจึงเรียกองค์พระอย่างคุ้นเคยว่า “หลวงพ่อลอย” เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างพระพุทธรูปกับชุมชน และยังบอกเล่าพลังศรัทธาของชาวบ้านที่พร้อมร่วมกันอนุรักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่นเอาไว้
เมื่อมองภาพรวมของวัดพระแก้วในปัจจุบัน จะพบว่าวัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่ต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะวัดไม่ได้อยู่ในย่านชุมชนหนาแน่นหรือย่านการค้าคึกคัก แต่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาและติดแนวคลองชลประทาน ความสงบเรียบง่ายนี้กลับเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสโบราณสถานในบริบทใกล้เคียงธรรมชาติ การได้เห็นเจดีย์ทรงสูงตั้งเด่นอยู่กลางทุ่งเป็นภาพที่ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมวัดพระแก้วจึงเหมาะอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และการซึมซับบรรยากาศทางประวัติศาสตร์มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ
วัดพระแก้วยังมีความสัมพันธ์ทางพื้นที่กับวัดมหาธาตุอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอยู่ห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 3 กิโลเมตร การเที่ยววัดพระแก้วจึงไม่ควรถูกแยกขาดจากการเรียนรู้เมืองโบราณสรรคบุรีโดยรวม หากจัดเส้นทางเที่ยวอย่างเหมาะสม นักท่องเที่ยวสามารถแวะวัดมหาธาตุ วัดพระแก้ว และสถานที่สำคัญอื่นในอำเภอสรรคบุรีต่อเนื่องกันได้ในวันเดียว ซึ่งจะช่วยให้เห็นพัฒนาการของเมืองและศาสนสถานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในเชิงท่องเที่ยว วัดพระแก้วเหมาะอย่างมากกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม โบราณคดี และวัฒนธรรมท้องถิ่น มากกว่าผู้ที่มองหาความบันเทิงแบบฉาบฉวย เพราะเสน่ห์ของวัดนี้ไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมจำนวนมาก แต่คือคุณค่าที่ต้องใช้สายตา เวลา และความตั้งใจในการชม เมื่อเดินเข้าไปใกล้องค์เจดีย์ ลองสังเกตรายละเอียดของฐาน ลองมองพระพุทธรูปปูนปั้นบนแต่ละด้าน ลองยืนสงบนิ่งในวิหารหลวงพ่อฉาย และลองนึกถึงผู้คนเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่ร่วมกันสร้างสรรค์โบราณสถานแห่งนี้ขึ้นมา ประสบการณ์เช่นนี้จะทำให้การมาเยือนวัดพระแก้วมีความหมายมากกว่าแค่การมาเช็กอิน
การเดินทางมายังวัดพระแก้วจากตัวอำเภอสรรคบุรีถือว่าสะดวก เพราะวัดอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตรทางทิศใต้ ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางตามเส้นทางในตำบลแพรกศรีราชาได้ไม่ยาก ส่วนผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ตามข้อมูลเดิมมีรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-สรรคบุรี-ชัยนาทผ่านพื้นที่นี้ ทำให้การเดินทางโดยรถสาธารณะยังพอเป็นไปได้ จากนั้นจึงต่อรถในพื้นที่เข้าวัด ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ รถยนต์ส่วนตัวจะช่วยให้จัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุ วัดโฆสิตาราม และจุดอื่นในสรรคบุรีได้สะดวกกว่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะมาศึกษาโบราณสถานของชัยนาทอย่างจริงจัง วัดพระแก้วถือเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่นี่รวมทั้งประวัติศาสตร์ของเมือง ศิลปกรรมหลายยุค คติธรรมในงานสถาปัตยกรรม และเรื่องเล่าชุมชนไว้ในพื้นที่เดียว ยิ่งเมื่อมองในภาพกว้างของจังหวัดชัยนาทซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวด้านวัดและวัฒนธรรมหลายแห่ง วัดพระแก้วยิ่งโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการเป็นวัดเก่าแก่กลางทุ่งที่ยังมีร่องรอยความยิ่งใหญ่ของอดีตให้เห็นอย่างชัดเจน
คุณค่าของวัดพระแก้วจึงไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่การเป็น “ห้องเรียนประวัติศาสตร์กลางแจ้ง” ของเมืองสรรคบุรี ผู้ที่มาที่นี่จะได้เห็นว่าศาสนา ศิลปกรรม และวิถีชุมชนสามารถเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งเพียงใด จากวัดป่าแก้วในอดีต สู่การเป็นวัดพระแก้วที่ผู้คนรู้จักในวันนี้ วัดแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ความทรงจำ และการเรียนรู้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
หากมองในมุมของการอนุรักษ์ วัดพระแก้วคือมรดกของคนชัยนาทและของสังคมไทยโดยรวม การเดินทางมาท่องเที่ยวจึงควรเป็นไปด้วยความเคารพต่อสถานที่ ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงรบกวน และควรใช้เวลาเรียนรู้คุณค่าของสถานที่มากกว่ามองเพียงมุมถ่ายรูป เพราะยิ่งผู้มาเยือนมีความเข้าใจมากเท่าไร โอกาสที่มรดกเหล่านี้จะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
การเดินทาง หากเริ่มต้นจากตัวอำเภอสรรคบุรี สามารถมุ่งหน้าลงใต้ไปยังตำบลแพรกศรีราชาประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงวัดพระแก้วซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านบางน้ำพระ ตัววัดอยู่ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุและสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่เดียวกันได้ สำหรับผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางถนนสายเอเชียและเชื่อมเข้าสู่สรรคบุรี หรือใช้บริการรถโดยสารที่ผ่านสรรคบุรีก่อนต่อรถในพื้นที่เข้าวัด ทั้งนี้การใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในอำเภอสรรคบุรีภายในวันเดียว
| ชื่อสถานที่ | วัดพระแก้ว |
| ที่ตั้ง | หมู่ 10 บ้านบางน้ำพระ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท 17140 |
| ที่อยู่ / พิกัดโดยสรุป | อยู่นอกเมืองโบราณสรรคบุรีทางทิศใต้ ห่างจากตัวอำเภอสรรคบุรีประมาณ 2 กม. และห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 3 กม. |
| จุดเด่นของสถานที่ | เจดีย์ประธานทรงสูงอายุราว 600-700 ปี, คติธรรมที่ซ่อนอยู่ในองค์เจดีย์, หลวงพ่อฉายพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง, หลวงพ่อพลอย, บรรยากาศโบราณสถานกลางทุ่งนา |
| ประวัติย่อ | สร้างร่วมสมัยกับวัดมหาธาตุราว พ.ศ. 1900 เดิมชื่อวัดป่าแก้ว เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี ต่อมามีการพบพระพุทธรูปแก้วองค์เล็กในเจดีย์ จึงเรียกติดปากว่าวัดพระแก้ว |
| สมัย / อายุโดยประมาณ | ปลายพุทธศตวรรษที่ 18-19 / เจดีย์มีอายุประมาณ 600-700 ปี |
| หลักฐานสำคัญ | เจดีย์ประธาน, พระพุทธรูปปูนปั้นประดับ 4 ด้าน, หลวงพ่อฉาย, ทับหลังโบราณหลังหลวงพ่อฉาย, หลวงพ่อพลอย, การขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดป่าแก้ว ต่อมามีผู้พบพระพุทธรูปแก้วองค์เล็กหลายสีภายในเจดีย์ จึงเรียกกันว่าวัดพระแก้ว |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสล่าสุด | พระครูวิจิตรชยาทร (สุรัตน์ อคฺคธมฺโม) |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดและโบราณสถานสำคัญของอำเภอสรรคบุรี เปิดให้เข้าชมและสักการะ โดยควรเข้าชมอย่างมีจิตสำนึกและเคารพพื้นที่โบราณสถาน |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอสรรคบุรีไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก และจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุในวันเดียวกันได้ |
| โซน | โซนเมืองเก่าสรรคบุรี / โซนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัดโบราณของชัยนาท |
| เบอร์ติดต่อ | วัดพระแก้ว 089-270-5325 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดมหาธาตุ สรรคบุรี – ประมาณ 3 กม. – โซนเมืองเก่าสรรคบุรี 2. วัดพระยาแพรก – ประมาณ 4 กม. – โซนประวัติศาสตร์สรรคบุรี 3. วัดสองพี่น้อง – ประมาณ 4 กม. – โซนวัดโบราณสรรคบุรี 4. วัดจันทร์ สรรคบุรี – ประมาณ 5 กม. – โซนวัดเก่าในอำเภอสรรคบุรี 5. วัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย) – ประมาณ 12 กม. – โซนสายศรัทธาอำเภอสรรคบุรี |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. DNA Cafe & Restaurant – ประมาณ 5 กม. – โซนสรรคบุรี – โทร 081-267-0453 2. ครัวเชฟปอง – ประมาณ 6 กม. – โซนใกล้วัดหลวงพ่อกวย/สรรคบุรี – โทร 082-167-4189 3. UMB Farm Cafe' Chainat – ประมาณ 6 กม. – โซนสรรคบุรี – โทร 081-455-0575 4. Lapassarin Cafe – ประมาณ 5 กม. – โซนตัวอำเภอสรรคบุรี – โทร 082-642-3919, 098-223-2916 5. ป.เป็ดย่าง สรรคบุรี – ประมาณ 5 กม. – โซนสรรคบุรี – โทร 095-847-4128 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 88/8 รีสอร์ท ชัยนาท – ประมาณ 7 กม. – โซนสรรคบุรี – โทร 098-238-3888, 098-628-3888 2. สองเรา บ้านพัก – ประมาณ 7 กม. – โซนสรรคบุรี – โทร 085-947-8921 3. บ้านสวนเปรมณัฐตรา รีสอร์ท – ประมาณ 9 กม. – โซนสรรคบุรี/ทางผ่าน – โทร 092-984-5448, 088-273-6133 4. 111 รีสอร์ท แอนด์ สปา – ประมาณ 18 กม. – โซนเมืองชัยนาทเชื่อมสรรคบุรี – โทร 093-221-1022, 056-410-883 5. ที่พักในโซนตัวเมืองชัยนาท – ประมาณ 20-25 กม. – โซนตัวเมือง – ควรจองล่วงหน้าตามช่วงท่องเที่ยว |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระแก้ว ชัยนาท อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระแก้วตั้งอยู่ที่หมู่ 10 บ้านบางน้ำพระ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท อยู่ห่างจากตัวอำเภอสรรคบุรีไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร
ถาม: วัดพระแก้วสร้างในสมัยใด?
ตอบ: วัดพระแก้วเป็นวัดเก่าแก่ที่เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกับวัดมหาธาตุ ราว พ.ศ. 1900 หรือประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 19
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าวัดพระแก้ว?
ตอบ: เดิมวัดชื่อวัดป่าแก้ว ต่อมามีผู้พบพระพุทธรูปองค์เล็กทำจากแก้วหลายสีภายในเจดีย์ เมื่อกระทบแสงจะส่องประกายงดงาม ชาวบ้านจึงเรียกติดปากว่าวัดพระแก้ว
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดพระแก้วคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นที่สุดคือเจดีย์ประธานทรงสูงอายุราว 600-700 ปี ซึ่งมีรูปแบบศิลปกรรมผสมผสานหลายสกุลช่าง และยังแฝงคติธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้ในโครงสร้างขององค์เจดีย์
ถาม: หลวงพ่อฉายคือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อฉายเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดงประดิษฐานอยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์ สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปี และเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านเคารพศรัทธามาก
ถาม: วัดพระแก้วขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้วหรือไม่?
ตอบ: วัดพระแก้วได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478
ถาม: เที่ยววัดพระแก้วแบบไหนดี?
ตอบ: วัดพระแก้วเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ ควรใช้เวลาเดินชมองค์เจดีย์ วิหารหลวงพ่อฉาย และอ่านคุณค่าทางศิลปกรรมของโบราณสถานอย่างตั้งใจ
ถาม: สามารถเที่ยววัดพระแก้วร่วมกับที่ไหนได้อีก?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุ สรรคบุรี, วัดพระยาแพรก, วัดสองพี่น้อง และวัดโฆสิตารามได้ภายในทริปเดียว โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเส้นทางวัดเก่าและเมืองโบราณสรรคบุรี
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สวนน้ำ(