วัดพระบรมธาตุวรวิหาร

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
Rating: 3.6/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวชัยนาท

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00 น.
 
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร จังหวัดชัยนาท เป็นพระอารามหลวงชั้นโทและวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น โดดเด่นด้วยพระบรมธาตุเจดีย์สถาปัตยกรรมอู่ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระวิหาร พระอุโบสถ และศิลาจารึกสำคัญ เหมาะทั้งสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติศาสตร์ และเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองชัยนาท
 
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทและเป็นวัดเก่าแก่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยนาทที่มีประวัติความเป็นมายาวนานจนได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวชัยนาทมาแต่โบราณ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทเพียงประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น จึงนับเป็นวัดที่เดินทางสะดวก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงบรรยากาศสงบ ขรึม และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะสัมผัสได้ทันทีว่า ที่นี่ไม่ใช่เพียงวัดสำหรับการทำบุญทั่วไป หากแต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมชั้นของกาลเวลา ความศรัทธา และร่องรอยของเมืองโบราณเอาไว้ในสถานที่เดียวอย่างน่าประทับใจ
 
ความสำคัญของวัดพระบรมธาตุวรวิหารเริ่มต้นจากฐานะของการเป็นพระอารามหลวง ซึ่งสะท้อนถึงสถานะอันสูงส่งในระบบคณะสงฆ์และประวัติศาสตร์ของบ้านเมือง แต่สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้โดดเด่นเป็นพิเศษยิ่งกว่านั้น คือการเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุเจดีย์โบราณที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในความเชื่อของชาวพุทธ และเป็นศูนย์กลางของแรงศรัทธาของผู้คนในจังหวัดชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียงมาช้านาน ด้วยเหตุนี้ วัดพระบรมธาตุวรวิหารจึงไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่มีความเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้คนที่มุ่งมาทำบุญ สักการะ ขอพร และรำลึกถึงคุณแห่งพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง
 
เมื่อพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์ วัดพระบรมธาตุวรวิหารถือเป็นวัดที่ผูกพันกับพัฒนาการของเมืองชัยนาทอย่างแนบแน่นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี หลักฐานและคำบอกเล่าหลายสายมักชี้ให้เห็นว่าวัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของกรุงศรีอยุธยา ขณะที่บางแหล่งก็กล่าวถึงร่องรอยความเก่าที่อาจสืบเนื่องย้อนไปถึงช่วงก่อนอยุธยาและสัมพันธ์กับอิทธิพลศิลปะอู่ทองหรือวัฒนธรรมที่รับช่วงมาจากลพบุรีและกลุ่มเมืองโบราณในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าข้อถกเถียงด้านอายุสมัยจะตีความในแง่ใด วัดพระบรมธาตุวรวิหารก็ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นวัดเก่าแก่ระดับแกนกลางของเมืองชัยนาท และเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ช่วยให้เข้าใจภาพของเมืองโบราณในแถบนี้ได้ดีขึ้น
 
ชื่อเดิมของวัดตามที่มักพบในเอกสารและคำบอกเล่า คือ “วัดพระธาตุ” หรือ “วัดหัวเมือง” ซึ่งสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางของเมืองในอดีต การที่วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของบ้านเมืองสมัยก่อน ยิ่งทำให้วัดมีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา การปกครอง และวิถีชีวิตของชุมชน ผู้คนสามารถสัญจรทางน้ำมาถึงวัดได้สะดวก วัดจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธี สถานที่รวมชุมชน และเป็นหลักหมายทางใจของผู้คนที่ใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับสายน้ำ ในมุมมองนี้ วัดพระบรมธาตุวรวิหารจึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าในทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นวัดที่มีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์จริงของผู้คนและพื้นที่
 
หัวใจของวัดพระบรมธาตุวรวิหารคือ เจดีย์พระบรมธาตุ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่สุดของวัดและเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโดดเด่น องค์เจดีย์เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทองหรืออยุธยาตอนต้นที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยมีองค์ระฆังทรงกลมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ต่อมุมยกขึ้นไปรองรับลำตัวเจดีย์ ใต้องค์ระฆังทำเป็นซุ้มจระนำขนาดเล็กทั้ง 4 ด้าน ภายในแต่ละซุ้มประดิษฐานพระปรางค์นาคปรกหันออกทั้ง 4 ทิศ ลักษณะดังกล่าวทำให้องค์พระธาตุไม่เพียงมีความสมดุลในด้านรูปทรง แต่ยังสะท้อนโลกทัศน์ทางศาสนาที่ให้ความสำคัญกับการแผ่ธรรมและการคุ้มครองทั้งสี่ทิศอีกด้วย
 
หากสังเกตรายละเอียดใกล้ ๆ จะพบว่า บริเวณหน้าบันของซุ้มจระนำทำเป็นโครงซ้อนสองชั้น และประดับปูนปั้นเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานบัวหงาย ลักษณะพระพุทธรูปประดับเหล่านี้นับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะสะท้อนเค้ารูปทางศิลปะที่ผสมระหว่างลพบุรีกับอู่ทองรุ่นแรก โดยเฉพาะพระเศียรและพระพักตร์ที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลายแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย ความละเอียดของปูนปั้นและการประดับเจดีย์ขนาดเล็กโดยรอบองค์ยังเป็นลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบอู่ทองที่นิยมใช้ส่วนประดับย่อยเพื่อเสริมมิติทางสายตาและความขลังขององค์เจดีย์
 
ระหว่างซุ้มจระนำแต่ละด้านมีการทำผนังเป็นมุมเหลี่ยมยกขึ้นเพื่อรองรับองค์ระฆังด้านบน และเหนือมุมระหว่างหน้าบันของซุ้มจระนำยังตกแต่งด้วยเจดีย์องค์เล็กเรียงรายอยู่โดยรอบ ลักษณะนี้ทำให้เจดีย์พระบรมธาตุวรวิหารมีรูปลักษณ์ที่ชวนมองอย่างยิ่ง เพราะยิ่งมองยิ่งเห็นความพยายามของช่างโบราณในการสร้างจังหวะทางสถาปัตยกรรมให้ละเอียดและมีพลังทางความศรัทธา องค์ระฆังทรงกลมที่ตั้งอยู่ด้านบนรับกับปลียอดที่ย่อส่วนขึ้นไป และตอนบนสุดมีองค์ประกอบที่คล้ายโลกประดับหรือฉัตรประดับซ้อนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ภาพรวมของพระธาตุเจดีย์ดูสง่างาม เด่นชัด และเป็นสัญลักษณ์ประจำวัดอย่างแท้จริง
 
การที่พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทำให้องค์พระธาตุกลายเป็นศูนย์กลางของความศักดิ์สิทธิ์ในวัดและในจังหวัดชัยนาทมาอย่างยาวนาน สำหรับชาวพุทธ พระบรมสารีริกธาตุไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความระลึกถึงพระพุทธคุณอย่างใกล้ชิด การได้มากราบไหว้พระบรมธาตุจึงมีความหมายทั้งในแง่ของบุญกุศล ความเป็นสิริมงคล และความสงบทางใจ ด้วยเหตุนี้ วัดพระบรมธาตุวรวิหารจึงมีบทบาทเป็นจุดหมายของสายบุญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาไหว้พระประจำปี มาในเทศกาลสำคัญ หรือแวะสักการะเมื่อผ่านเข้ามาในเมืองชัยนาท
 
นอกจากองค์พระธาตุเจดีย์แล้ว พระวิหาร ของวัดพระบรมธาตุวรวิหารก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมมิติทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ พระวิหารตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด และมีข้อสันนิษฐานว่าเดิมอาจสร้างขึ้นร่วมสมัยกับพระธาตุเจดีย์ แม้จะมีร่องรอยของการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยหลังอย่างชัดเจนก็ตาม ปัจจุบันพระวิหารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้างประมาณ 13 เมตร ยาวประมาณ 24 เมตร ความโอ่โถงของอาคารเมื่อเทียบกับสัดส่วนของพื้นที่โดยรอบ ทำให้วิหารยังคงเป็นจุดเด่นที่ช่วยขับเน้นความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระธาตุด้านหลังได้อย่างดี
 
พื้นที่ภายในพระวิหารให้บรรยากาศสงบ นุ่มลึก และเหมาะกับการหยุดพักใจอย่างยิ่ง ผู้ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะมักจะมองพระวิหารแห่งนี้เป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านทางรูปแบบสถาปัตยกรรม เพราะแม้ตัวอาคารที่เห็นอยู่ในปัจจุบันจะผ่านการซ่อมแซมหลายระยะ แต่การวางตำแหน่งอาคารในผังวัดและความสัมพันธ์ระหว่างพระวิหารกับองค์พระธาตุยังคงรักษาแกนความสำคัญของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แบบวัดโบราณเอาไว้ได้อย่างชัดเจน กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ พระวิหารไม่ได้ตั้งอยู่โดด ๆ หากแต่ทำหน้าที่เสมือนพื้นที่รองรับการเข้าสักการะพระบรมธาตุและช่วยสร้างลำดับประสบการณ์ของผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วัดจนถึงจุดศูนย์กลางของศรัทธา
 
ทางด้านใต้ของพระวิหารเป็นที่ตั้งของ พระอุโบสถ ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างในช่วงเวลาใกล้เคียงกับพระวิหาร และผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาหลายครั้งเช่นกัน ขนาดของพระอุโบสถกว้างประมาณ 9 เมตร ยาวประมาณ 24 เมตร ภายในประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่ลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ซึ่งมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบสรรคบุรีอย่างชัดเจน อันถือเป็นรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ในแถบนี้ ความสำคัญของพระประธานองค์นี้อยู่ที่การสะท้อนรสนิยมทางพุทธศิลป์ของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งแม้จะอยู่ในกรอบกว้างของศิลปะอยุธยา แต่ก็ยังรักษาลักษณะเฉพาะตัวของสายช่างสรรคบุรีเอาไว้ได้อย่างเด่นชัด
 
รอบนอกของพระอุโบสถยังมีใบเสมาหินทรายสลักที่เป็นศิลปกรรมแบบอยุธยาอยู่โดยรอบ ใบเสมาเหล่านี้มีคุณค่าอย่างมากในเชิงโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันการใช้พื้นที่เป็นเขตพุทธาวาสมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับความสำคัญของวัดในช่วงเวลาที่มีการจัดระเบียบพุทธสถานอย่างจริงจัง ผู้ที่สนใจเรื่องศิลปะสมัยอยุธยาจะพบว่าการมองใบเสมารอบอุโบสถไม่ใช่เพียงการดูหินสลักธรรมดา แต่เป็นการสัมผัสกับร่องรอยความคิด ความเชื่อ และวิธีจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนในอดีต
 
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เพิ่มน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ให้วัดพระบรมธาตุวรวิหาร คือ แผ่นศิลาจารึก สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ซึ่งมีข้อความกล่าวถึงการฉลองการบูรณปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบันแผ่นศิลาจารึกนี้ประดิษฐานอยู่บริเวณฝาผนังด้านหลังของพระวิหารติดกับองค์พระธาตุ การมีอยู่ของศิลาจารึกชิ้นนี้ทำให้ประวัติของวัดไม่ได้พึ่งพาเพียงคำบอกเล่าหรือการวิเคราะห์ทางรูปแบบสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ช่วยให้สามารถอธิบายความต่อเนื่องของการดูแลบำรุงรักษาวัดและความสำคัญของวัดในระดับบ้านเมืองได้ด้วย
 
ในแง่นี้ วัดพระบรมธาตุวรวิหารจึงเป็นมากกว่าวัดที่มีองค์พระธาตุเก่าแก่ เพราะยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองชัยนาทอย่างเป็นรูปธรรม ผู้มาเยือนสามารถใช้พื้นที่ของวัดเป็นเสมือนห้องเรียนกลางแจ้งที่พาให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา การเมือง สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตได้พร้อมกัน ยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจเมืองโบราณแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา วัดแห่งนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรข้าม เพราะรายละเอียดแต่ละส่วนของวัดล้วนมีเรื่องราวรองรับอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
 
ในเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น วัดพระบรมธาตุวรวิหารยังคงมีชีวิตอยู่ผ่าน งานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 งานนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมประจำปฏิทินวัดเท่านั้น แต่เป็นประเพณีที่ทำหน้าที่เชื่อมผู้คนเข้ากับความทรงจำร่วมของชุมชนอย่างลึกซึ้ง ชาวบ้านจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับการมาทำบุญ สักการะพระธาตุ และร่วมกิจกรรมในงานประจำปี เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งสิริมงคลและเป็นโอกาสในการสืบสานสายใยทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวชัยนาท
 
บรรยากาศในช่วงงานสมโภชพระบรมธาตุมักเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายสุภาพมาร่วมทำบุญ จุดธูปเทียน บูชาองค์พระธาตุ และเข้าร่วมพิธีต่าง ๆ ตามแบบแผนของวัดไทยโบราณ ในหลายปีอาจมีการจัดกิจกรรมประกอบ เช่น การห่มผ้าพระธาตุ การสวดมนต์ ฟังธรรม ตลอดจนร้านค้าชุมชนและอาหารพื้นบ้านที่เข้ามาเติมสีสันให้กับงาน แม้รายละเอียดของกิจกรรมอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและการจัดงานในแต่ละปี แต่แก่นแท้ของประเพณียังคงอยู่ที่การรวมศรัทธาของผู้คนรอบองค์พระบรมธาตุอันเป็นศูนย์กลางทางใจของชุมชน
 
ผู้ที่เดินทางมาวัดพระบรมธาตุวรวิหารในวันที่ไม่ใช่ช่วงงานประจำปี ก็ยังสามารถสัมผัสเสน่ห์ของวัดได้อย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความสงบและความขลังของพื้นที่โดยรวม เมื่อเดินเข้าไปในวัดจะเห็นองค์พระธาตุสีขาวเด่นตัดกับท้องฟ้า เห็นแนวอาคารศาสนสถานที่เรียบขรึม และได้ยินเพียงเสียงลม เสียงนก หรือเสียงสวดมนต์ในบางช่วงเวลา บรรยากาศเช่นนี้ทำให้วัดพระบรมธาตุวรวิหารเหมาะทั้งกับผู้ที่มุ่งทำบุญอย่างจริงจัง และผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่งต้องการซึมซับกลิ่นอายของเมืองเก่าอย่างสงบลึก
 
ในด้านการเที่ยวชม วัดแห่งนี้เหมาะกับการเดินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการมองภาพรวมของผังวัดและองค์พระบรมธาตุเจดีย์ จากนั้นค่อยเข้าไปสังเกตรายละเอียดของซุ้มจระนำ ปูนปั้น พระพุทธรูปประดับ และองค์ประกอบย่อยต่าง ๆ รอบเจดีย์ แล้วจึงเดินต่อไปยังพระวิหารและพระอุโบสถเพื่อชมพระประธานและร่องรอยงานช่างในส่วนต่าง ๆ หากมีเวลา ควรหยุดพิจารณาศิลาจารึกและอ่านเรื่องราวของการบูรณะพระธาตุ เพราะจะช่วยให้การมาเยือนไม่ได้จบอยู่เพียงการถ่ายภาพหรือไหว้พระ แต่กลายเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างมีบริบทมากขึ้น
 
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของวัดพระบรมธาตุวรวิหาร คือการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สัมพันธ์กับภูมิทัศน์ของเมืองชัยนาทอย่างเป็นธรรมชาติ ด้านหลังหรือด้านข้างของบริเวณวัดมีความเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บรรยากาศของวัดมีกลิ่นอายของเมืองริมน้ำอย่างชัดเจน เมื่อนำองค์ประกอบนี้มาประกอบกับความเก่าแก่ของวัด จึงทำให้ภาพจำของวัดพระบรมธาตุวรวิหารไม่ใช่เพียงวัดโบราณทั่วไป แต่เป็นวัดเมืองริมน้ำที่เก็บชั้นเชิงทางประวัติศาสตร์และความศรัทธาของคนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไว้ครบถ้วน
 
สำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมไทย วัดพระบรมธาตุวรวิหารมีคุณค่าในระดับที่ควรใช้เวลาอย่างจริงจัง เพราะที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่มีจุดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถศึกษา “ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ” ได้ทั้งระบบ ตั้งแต่พระธาตุเจดีย์ที่เป็นศูนย์กลาง วิหารและอุโบสถที่จัดวางล้อมในลักษณะมีแกนความหมาย รวมถึงหลักฐานอย่างใบเสมาและศิลาจารึกที่ช่วยอธิบายการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องในหลายยุคสมัย กล่าวในอีกแบบหนึ่งคือ วัดแห่งนี้ไม่เพียงมีโบราณวัตถุให้ดู แต่ยังมี “โครงสร้างทางความคิด” ของช่างและชุมชนในอดีตให้ศึกษาอยู่ในทุกมุมของวัด
 
หากมองในมิติของการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท วัดพระบรมธาตุวรวิหารถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสายบุญที่ต้องการไหว้พระและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ สายประวัติศาสตร์ที่สนใจวัดเก่าและศิลาจารึก สายสถาปัตยกรรมที่อยากชมรูปแบบอู่ทองและอยุธยาตอนต้น หรือแม้แต่ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวเมืองชัยนาทแบบวันเดียวแล้วต้องการเลือกสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดสักแห่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหารก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างมาก เพราะมีทั้งคุณค่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และความงามในเชิงวัฒนธรรมอยู่พร้อมกัน
 
การมาเยือนวัดแห่งนี้ยังเหมาะกับการเชื่อมเส้นทางเที่ยวไปยังจุดอื่นในตัวเมืองชัยนาทและบริเวณใกล้เคียง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี วัดธรรมามูลวรวิหาร เขื่อนเจ้าพระยา และสวนนกชัยนาท จึงสามารถวางเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจเมืองชัยนาทมากกว่าเพียงภาพจำเรื่องเขื่อนหรือแหล่งธรรมชาติ วัดพระบรมธาตุวรวิหารจะทำหน้าที่เป็นประตูบานสำคัญที่พาไปสู่เรื่องเล่าของเมืองเก่า ศาสนา และชุมชนริมแม่น้ำได้อย่างลึกซึ้ง
 
ในเรื่องของการเดินทาง วัดพระบรมธาตุวรวิหารถือว่าสะดวกมาก จากตัวเมืองชัยนาทสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 ไปจนถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 3183 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกราว 1 กิโลเมตรก็จะถึงวัด รวมระยะทางจากอำเภอเมืองประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัวก็ยังสามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์ได้เช่นกัน ความสะดวกนี้ทำให้วัดพระบรมธาตุวรวิหารเหมาะทั้งกับการแวะสั้น ๆ และการจัดเป็นหนึ่งในจุดหลักของทริปเที่ยวชัยนาทแบบเต็มวัน
 
การเดินทาง หากเริ่มต้นจากตัวเมืองชัยนาท ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าไปยังสี่แยกที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 3183 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดจะตั้งอยู่ในเขตบ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท ผู้ที่ขับรถมาเองสามารถใช้เวลาเดินทางไม่นาน ส่วนผู้โดยสารสาธารณะสามารถสอบถามรถประจำทางสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์ หรือรถท้องถิ่นที่ผ่านตัวเมืองชัยนาทได้อีกทางหนึ่ง
 
ท้ายที่สุด วัดพระบรมธาตุวรวิหารไม่ใช่เพียงวัดเก่าอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้คำว่า “เมืองเก่า” มีความหมายชัดเจนขึ้นผ่านสถาปัตยกรรม พระบรมธาตุ ศิลาจารึก และประเพณีของผู้คน เมื่อได้มาเยือน จะเห็นได้ว่าวัดแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางศรัทธา แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และพื้นที่แห่งความสงบใจอย่างสมบูรณ์ ใครที่มองหาสถานที่ไหว้พระสำคัญของชัยนาท หรืออยากสัมผัสรากวัฒนธรรมของเมืองนี้อย่างจริงจัง วัดพระบรมธาตุวรวิหารคือสถานที่ที่ควรมาเห็นด้วยตาตนเองอย่างน้อยสักครั้ง
 
ชื่อสถานที่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
ที่ตั้ง บ้านท้ายเมือง หมู่ 6 ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท 17000
ที่อยู่ 173 หมู่ 6 ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท 17000
สรุปสถานที่ พระอารามหลวงชั้นโท วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชัยนาท โดดเด่นด้วยพระบรมธาตุเจดีย์สถาปัตยกรรมอู่ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
จุดเด่นของสถานที่ 1. พระบรมธาตุเจดีย์ทรงอู่ทอง
2. ซุ้มจระนำ 4 ด้านและพระปรางค์นาคปรก 4 ทิศ
3. พระวิหารและพระอุโบสถโบราณ
4. พระประธานแบบสรรคบุรี
5. ศิลาจารึกสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส พระราชวชิรกิจจาทร
โซนต่าง ๆ ภายในวัด 1. โซนพระบรมธาตุเจดีย์
2. โซนพระวิหาร
3. โซนพระอุโบสถ
4. โซนศิลาจารึกและพื้นที่ประวัติศาสตร์
5. โซนลานประกอบพิธีและงานประเพณี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี – ประมาณ 0.3 กม.
2. ศาลหลักเมืองชัยนาท – ประมาณ 3 กม.
3. วัดธรรมามูลวรวิหาร – ประมาณ 8 กม.
4. สวนนกชัยนาท – ประมาณ 9 กม.
5. เขื่อนเจ้าพระยา – ประมาณ 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง 1. ลาบเป็ดชัยนาท – ประมาณ 4 กม. โทร 062-491-2277, 096-494-9287, 056-476776
2. River Hill Chainat – ประมาณ 8 กม. โทร 084-149-9694
3. กุ้งเผาทองแท้ สาขา 4 – ประมาณ 8 กม. โทร 085-166-6453
4. ห้องอาหารเรือนแพ – ประมาณ 4 กม. โทร 056-414149
5. Lemon House ชัยนาท – ประมาณ 5 กม. โทร 081-258-4082
ที่พักใกล้เคียง 1. Chainatthani Hotel – ประมาณ 4 กม. โทร 056-412580, 056-416799
2. Chao Phraya Thara Riverside Hotel – ประมาณ 6 กม. โทร 084-241-1234
3. บ้านสวนรีสอร์ท & กาแฟสด ชัยนาท – ประมาณ 7 กม. โทร 098-750-8034, 089-437-8911
4. Check In Resort Chainat – ประมาณ 8 กม.
5. Chainat Grand Hotel – ประมาณ 5 กม.
วันเปิดทำการ เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 07:00 – 17:00 น.
การเดินทาง จากตัวเมืองชัยนาทใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ถึงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3183 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กม. หรือใช้รถโดยสารสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์
เบอร์ติดต่อ 1. วัดพระบรมธาตุวรวิหาร 080-954-9954
2. ติดต่อวัด/วัตถุมงคล 091-742-6994
3. ติดต่อวัด/วัตถุมงคล 063-996-9556
4. Chainatthani Hotel 056-412580
5. Chao Phraya Thara Riverside Hotel 084-241-1234
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระบรมธาตุวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระบรมธาตุวรวิหารตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง หมู่ 6 ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร
 
ถาม: วัดพระบรมธาตุวรวิหารสร้างในสมัยใด?
ตอบ: วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และมีรูปแบบศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปะอู่ทองอย่างชัดเจน
 
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดพระบรมธาตุวรวิหารคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นที่สุดคือพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของชาวชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง
 
ถาม: ภายในวัดมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดยังมีพระวิหาร พระอุโบสถ พระประธานแบบสรรคบุรี ใบเสมาหินทรายแบบอยุธยา และศิลาจารึกสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะพระธาตุเจดีย์
 
ถาม: งานสมโภชพระบรมธาตุจัดเมื่อไร?
ตอบ: มีงานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุเป็นประจำทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งถือเป็นงานสำคัญของวัดและของชุมชนในจังหวัดชัยนาท
 
ถาม: เดินทางไปวัดพระบรมธาตุวรวิหารอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอเมืองชัยนาทใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปยังจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 3183 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร หรือใช้รถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์
 
ถาม: วัดพระบรมธาตุวรวิหารเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะทั้งกับสายบุญที่ต้องการไหว้พระและสักการะพระบรมธาตุ ผู้สนใจศิลปกรรมอยุธยาตอนต้น นักเดินทางสายประวัติศาสตร์ และผู้ที่อยากเที่ยวชัยนาทในมุมวัฒนธรรม
แผนที่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร แผนที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
คำค้นคำค้น: วัดพระบรมธาตุวรวิหารวัดพระบรมธาตุวรวิหาร วัดพระบรมธาตุ ชัยนาท พระบรมธาตุเจดีย์ ชัยนาท พระอารามหลวงชัยนาท วัดเก่าชัยนาท เที่ยวชัยนาท ไหว้พระ วัดดังชัยนาท ศิลปกรรมอู่ทอง ชัยนาท งานสมโภชพระบรมธาตุ วัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 6 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(1)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(21/76)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)