แม่น้ำเจ้าพระยา

Rating: 3.6/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: จันทร์ – อาทิตย์ (รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ: อ้างอิงเที่ยวเรือธงส้ม (นนทบุรี – วัดราชสิงขร) เที่ยวแรก 06.00 น. – เที่ยวสุดท้าย 18.10 น. (จันทร์–ศุกร์), 07.30 น. – 17.00 น. (เสาร์/วันหยุดนักขัตฤกษ์), 08.30 น. – 17.00 น. (อาทิตย์) *เวลาอาจเปลี่ยนได้ตามประกาศผู้ให้บริการ
แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของกรุงเทพฯ แต่เป็น “เส้นเลือด” ที่หล่อเลี้ยงเมืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ ถ้าคุณอยากเห็นกรุงเทพฯ แบบที่รวมทุกอารมณ์ไว้ในวันเดียว ตั้งแต่ความขลังของวัดวัง ความคึกคักของตลาด ไปจนถึงความทันสมัยของอาคารริมฝั่งน้ำ วิธีที่ทั้งง่ายและสนุกที่สุดคือ “ล่องเรือ” แล้วค่อย ๆ ขึ้น-ลงตามท่า เหมือนอ่านหนังสือทีละหน้า แต่หนังสือเล่มนี้เป็นเมืองทั้งเมือง
เรื่องของเจ้าพระยาเริ่มไกลกว่ากรุงเทพฯ มาก จุดเริ่มของแม่น้ำสายนี้อยู่ที่ “ปากน้ำโพ” จังหวัดนครสวรรค์ เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ก่อนจะไหลลงสู่ที่ราบภาคกลางและผ่านกรุงเทพฯ ไปยังปากอ่าวไทย เส้นทางสายน้ำนี้เองที่ทำให้เกิดชุมชน เมืองท่า การค้า และวัฒนธรรมที่ปะปนกันอย่างมีชีวิตชีวา จนกลายเป็นภาพจำว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เติบโตคู่กับน้ำและคลองมานานแค่ไหน
เมื่อเรือค่อย ๆ ล่องเข้าสู่โค้งน้ำช่วงสำคัญของกรุงเทพฯ คุณจะเริ่มเห็นความหมายของคำว่า “เกาะรัตนโกสินทร์” ชัดขึ้น พื้นที่ใจกลางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ถูกโอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองที่ขุดขึ้นจนมีลักษณะคล้ายเกาะ กรุงเทพฯ สถาปนาเป็นราชธานีใน พ.ศ. 2325 และพื้นที่ย่านนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางทั้งการเมือง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ภาพฝั่งหนึ่งเป็นพระบรมมหาราชวังและวัดสำคัญ อีกฝั่งหนึ่งมีวัดอรุณที่โด่งดังในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก อยู่ในมุมมองเดียวกันได้แบบไม่ต้องพยายามเลย แค่คุณนั่งนิ่ง ๆ บนเรือให้พอดีจังหวะเท่านั้น
เสน่ห์ของการเที่ยวเจ้าพระยาไม่ใช่แค่ “เห็นสถานที่ดัง” แต่คือการได้เห็นกรุงเทพฯ ในเวอร์ชันที่ซื่อสัตย์ที่สุด คุณจะเห็นบ้านเรือนริมฝั่งน้ำ ชุมชนเก่า โบสถ์ฝรั่ง มัสยิด วังเจ้านาย ตึกแถวของคหบดี และบริษัทห้างร้านแบบตะวันตกที่ซ้อนอยู่กับอาคารสำนักงานสมัยใหม่ มันเป็นภาพผสมที่บอกว่าเมืองนี้ไม่ได้เลือกจะเป็นแค่ “เมืองทันสมัย” หรือ “เมืองวัฒนธรรม” แต่อยู่พร้อมกันทั้งสองอย่าง และเจ้าพระยาคือเส้นด้ายที่เย็บสองบุคลิกนี้เข้าด้วยกัน
การเดินทาง ถ้าตั้งใจเที่ยวแบบ “ขึ้น-ลงตามท่า” แนะนำใช้เรือด่วนเจ้าพระยา “ธงส้ม” เส้นทาง นนทบุรี – วัดราชสิงขร ค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 16 บาทตลอดสาย และมีตารางเวลาแยกตามวันชัดเจน (จันทร์–อาทิตย์ รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) คุณสามารถเริ่มจากฝั่งนนทบุรีแล้วค่อย ๆ ล่องเข้ากรุงเทพฯ หรือเริ่มจากโซนกรุงเทพฯ แล้วล่องย้อนขึ้นไปก็ได้ตามสไตล์วันนั้น
ถ้าคุณอยากให้วันเที่ยว “ลื่น” แบบไม่ต้องเร่ง ตัวช่วยคือการคิดเส้นทางเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคือ “โหมดตลาดและวิถีชีวิต” เน้นบรรยากาศคนเมืองจริง เช่น ย่านเทเวศร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านต้นไม้และของกินพื้นถิ่น หรือโซนปากคลองตลาดที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืชผักผลไม้ ช่วงที่สองคือ “โหมดประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม” แถวเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งแค่เดินเลียบแม่น้ำก็เหมือนได้เดินผ่านหลายยุคสมัย ส่วนช่วงสุดท้ายคือ “โหมดกินและไฟเมือง” แถวราชวงศ์-เยาวราช ที่พลังงานจะเปลี่ยนเป็นอีกแบบทันทีเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก
ปากคลองตลาดเป็นจุดที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก เพราะมันไม่ใช่ตลาดที่สวยแบบตั้งใจให้สวย แต่มันสวยเพราะ “มีชีวิต” แผงดอกไม้เรียงสีเป็นชั้น ๆ กลิ่นหอมสดปนกับกลิ่นอาหารและเสียงคนค้าขาย ถ้าคุณชอบถ่ายรูป แสงเช้าและแสงดึกในย่านนี้ให้โทนต่างกันคนละโลก และถ้าคุณชอบเดินช้า ๆ แค่ได้ดูวิธีเลือกดอกไม้ จัดช่อ หรือขนของขึ้นรถ ก็เหมือนได้ดูงานศิลป์ที่เคลื่อนไหวได้
เทเวศร์เป็นอีกท่าที่เหมาะกับคนที่อยากเห็น “กรุงเทพฯ แบบบ้าน ๆ” มากกว่าแบบโปสการ์ด ย่านนี้มีเสน่ห์ของร้านเก่า ร้านอาหารอร่อย และร้านต้นไม้ที่ทำให้คนชอบปลูกต้นไม้เดินเพลินได้เป็นชั่วโมง ต่อให้คุณไม่ซื้ออะไร แค่เดินดูใบไม้ ดิน กระถาง และคนเลือกต้นไม้ก็สนุกแล้ว มันเป็นย่านที่บอกเราว่าเมืองใหญ่ไม่ได้มีแค่ห้างกับตึกสูง แต่มีชุมชนที่ยังใช้จังหวะชีวิตของตัวเองอยู่
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนยกให้ “ห้ามพลาด” คือการเดินจากท่าน้ำราชวงศ์เข้าสู่ไชน่าทาวน์เยาวราช ภาพจะเปลี่ยนจากลมแม่น้ำเป็นกลิ่นครัวจีน ไฟป้ายร้าน และเสียงคนเดิน คุณสามารถแวะร้านกาแฟโบราณ นั่งจิบชาแบบช้า ๆ หรือไล่ชิมอาหารตามตรอกซอย แล้วถ้าคุณมีเวลาและแรงพอ ค่อยเดินต่อไปสำเพ็งและพาหุรัดเพื่อสัมผัสอีกชั้นของความหลากหลาย เพราะโซนนี้คือพื้นที่ที่วัฒนธรรมค้าขายของกรุงเทพฯ ซ้อนทับกันหลายรุ่นหลายเชื้อสายอย่างแน่นหนา
แต่ถ้าถามว่า “จุดไหนเหมาะกับการปิดท้ายวันที่สุด” หลายคนจะตอบท่าพระอาทิตย์แบบไม่ลังเล เพราะยามเย็นตรงนี้มีทั้งเส้นทางเดินริมแม่น้ำ บรรยากาศอาคารเก่า และสวนสันติชัยปราการที่เดินง่าย นั่งสบาย ใกล้ ๆ กันยังมีป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเป็นหนึ่งในป้อมที่ยังหลงเหลือรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และจากท่าเรือพระอาทิตย์ไปถึงบริเวณป้อมและสวนอยู่ใกล้มาก ระยะเดินประมาณ 100 เมตร ทำให้แวะได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ เหมาะกับคนที่อยากได้ “กรุงเทพฯ โหมดลมเย็น” ก่อนกลับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ต่อให้คุณขึ้นเรือเส้นเดิมในคนละช่วงเวลา ภาพก็ไม่เหมือนกันเลย กลางวันคุณจะเห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมและกิจกรรมคนริมฝั่งน้ำชัด ๆ แต่พอเข้าช่วงเย็น แสงจะเริ่มทำให้วัด วัง และอาคารริมแม่น้ำมีมิติแบบนุ่มขึ้น และถ้าคุณไปต่อถึงช่วงค่ำ ไฟเมืองจะสะท้อนบนผิวน้ำจนบรรยากาศเปลี่ยนไปอีกแบบ เหมือนกรุงเทพฯ มีหลายเวอร์ชันให้เลือกดูตามอารมณ์
เพื่อให้เที่ยวได้คุ้มแบบไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำให้คิด “จุดขึ้น-จุดลง” ตามความสนใจมากกว่าคิดตามจำนวนท่า ถ้าชอบวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ให้เน้นโซนเกาะรัตนโกสินทร์และฝั่งตรงข้ามวัดอรุณ ถ้าชอบตลาดและวิถีชีวิต ให้เน้นปากคลองตลาดและเทเวศร์ ถ้าชอบกิน ให้กันเวลาให้เยาวราชแบบเต็ม ๆ แล้วใช้เรือเป็นตัวช่วยหลบรถติด ที่สำคัญคือเช็กตารางเวลาเรือก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพราะวันธรรมดากับวันหยุดให้บริการคนละชุดเวลา
สุดท้ายแล้ว การล่องเจ้าพระยาไม่ใช่แค่ “ทริปหนึ่งวัน” แต่มันเหมือนการได้เห็นว่าเมืองนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน และกำลังกลายเป็นอะไรอยู่ตอนนี้ แม่น้ำกับคลองยังคงสำคัญต่อชีวิตคนจำนวนมาก และสำหรับนักเดินทาง มันคือเส้นทางที่พาเราเข้าใกล้กรุงเทพฯ แบบที่รถยนต์ให้ไม่ได้—ใกล้พอจะได้ยินเสียงเมือง แต่ไกลพอให้หายใจได้
| สรุปสถานที่ | เส้นทางท่องเที่ยวริม แม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพฯ ด้วยการล่องเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม) แนว นนทบุรี – วัดราชสิงขร แล้วแวะเที่ยวตามท่าเรือสำคัญ เช่น เทเวศร์ ปากคลองตลาด ราชวงศ์ (เยาวราช) และท่าพระอาทิตย์ |
| จุดเด่นของสถานที่ | เที่ยวได้ทั้งวันแบบขึ้น-ลงตามท่า, เห็นวัง-วัด-ชุมชน-ตึกสมัยใหม่ในเส้นเดียว, เดินต่อเชื่อมย่านดังได้ง่าย (ปากคลองตลาด/เยาวราช/ท่าพระอาทิตย์), เหมาะทั้งสายถ่ายรูปและสายกิน |
| การเดินทาง (ย่อ) | เรือด่วนเจ้าพระยา “ธงส้ม” เส้นทาง นนทบุรี – วัดราชสิงขร ค่าโดยสาร 16 บาทตลอดสาย และมีตารางเวลาแยกตามวัน (แนะนำเช็กตารางล่าสุดก่อนออกเดินทาง) |
| สถานที่ใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | ป้อมพระสุเมรุ & สวนสันติชัยปราการ (จากท่าพระอาทิตย์ ประมาณ 0.1 กม.) ถนนเยาวราช (จากท่าราชวงศ์ เดินเข้าย่านหลัก ประมาณ 0.6 กม.) ปากคลองตลาด/ยอดพิมาน (จากท่ายอดพิมาน/ปากคลองตลาด ประมาณ 0.2 กม.) วัดอรุณราชวราราม (จากท่าวัดอรุณ ประมาณ 0.3 กม.) พระบรมมหาราชวัง & วัดพระแก้ว (จากโซนท่าช้าง/ท่าเตียน ประมาณ 0.8 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | Supanniga Eating Room (Tha Tien) (จากท่าเตียน ประมาณ 0.2 กม.) โทร 092-253-9251 The Deck by Arun Residence (ใกล้วัดอรุณ/ท่าเตียนข้ามฟาก) (ประมาณ 0.5 กม.) โทร 02-221-9158 On Lok Yun (โซนพระนคร/ใกล้เส้นทางไปเยาวราช) (ประมาณ 1.3 กม.) โทร 085-809-0835 Nai Ek Roll Noodles (เยาวราช) (จากท่าราชวงศ์ ประมาณ 0.7 กม.) โทร 02-226-4651 |
| ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | Riva Arun Bangkok (โซนท่าเตียน) (ประมาณ 0.2 กม.) โทร 02-221-1188 sala rattanakosin Bangkok (โซนมหาราช/วิววัดอรุณ) (ประมาณ 0.3 กม.) โทร 02-622-1388 Chakrabongse Villas (โซนท่าเตียน) (ประมาณ 0.4 กม.) โทร 02-222-1290 Navalai River Resort (ถนนพระอาทิตย์/ท่าพระอาทิตย์) (ประมาณ 0.6 กม.) โทร 02-280-9955 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้าอยากล่องเรือเจ้าพระยาแบบขึ้น-ลงหลายท่า ควรเริ่มที่ไหน?
ตอบ: เริ่มได้ทั้งจากฝั่งนนทบุรีเพื่อไล่เข้าเมือง หรือเริ่มจากโซนกรุงเทพฯ แล้วค่อยย้อนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเน้นตลาด-วิถีชีวิตช่วงเช้า หรือเน้นวัดวังและเยาวราชช่วงบ่าย-เย็น
ถาม: เรือด่วนเจ้าพระยา “ธงส้ม” วิ่งทุกวันไหม?
ตอบ: ธงส้มเส้นทาง นนทบุรี – วัดราชสิงขร มีตารางให้บริการจันทร์–อาทิตย์ และระบุรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ในตารางล่าสุด แนะนำเช็กประกาศล่าสุดก่อนออกเดินทางเสมอ
ถาม: เที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้ายของเรือธงส้มประมาณกี่โมง?
ตอบ: วันจันทร์–ศุกร์ เที่ยวแรกประมาณ 06.00 น. และเที่ยวสุดท้ายประมาณ 18.10 น. (ฝั่งนนทบุรีไปวัดราชสิงขร) ส่วนวันเสาร์/วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันอาทิตย์จะเริ่มสายกว่าและจบเร็วกว่า ควรดูตามตารางของวันนั้น
ถาม: ลงท่าไหนไปเดินเยาวราชสะดวกสุด?
ตอบ: โดยทั่วไปคนจะลงท่าราชวงศ์ แล้วเดินเข้าถนนเยาวราชและตรอกซอยของไชน่าทาวน์ต่อได้สะดวก เหมาะกับสายกินและสายเดินเล่นช่วงเย็น
ถาม: จุดไหนเหมาะไปนั่งเล่นรับลมริมแม่น้ำช่วงเย็น?
ตอบ: ท่าพระอาทิตย์เป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะเดินต่อถึงสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุได้ง่าย ระยะเดินใกล้มาก เหมาะกับการมานั่งพัก ปิดท้ายวัน และรอแสงเย็น
ถาม: ถ้าพาเด็กหรือผู้สูงอายุไป ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: ระวังช่วงก้าวขึ้น-ลงเรือและพื้นท่าเรือที่อาจลื่น จับราวให้แน่น จัดของให้คล่องตัว และเลือกช่วงเวลาที่คนไม่แน่นเกินไปเพื่อความสบาย
ถาม: ถ้าฝนตกยังเที่ยวได้ไหม?
ตอบ: เที่ยวได้ แต่ควรพกร่ม/เสื้อกันฝนกันลม เลือกรองเท้าที่ไม่ลื่น และเผื่อเวลา เพราะฝนทำให้การเดินทางและการเดินเชื่อมท่าเรือช้าลง














หมวดหมู่:
กลุ่ม: