สนามแข่งม้าราชตฤณมัยสมาคม

Rating: 2.9/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ปิดถาวร (สนามแข่งม้าเลิกใช้งานแล้ว)
เวลาเปิดทำการ: ไม่มี (สนามแข่งม้าเลิกใช้งานแล้ว)
สนามแข่งม้าราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เคยเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้กรุงเทพฯ “มีเสียง” เสียงกีบม้ากระทบพื้น เสียงลมหายใจของคนดูที่ลุ้นพร้อมกัน และเสียงเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่วันนี้เสียงเหล่านั้นกลายเป็นความทรงจำ เพราะสนามแห่งนี้ปิดกิจการแข่งม้าอย่างถาวรหลังการแข่งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 และถูกรื้อถอนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่อัฒจันทร์หรือสนามหญ้า หากเป็นชั้นของเรื่องเล่าที่ฝังอยู่กับย่านนางเลิ้ง-ดุสิต
ในความทรงจำของคนเมือง “สนามม้านางเลิ้ง” ไม่ได้เป็นแค่สถานที่กีฬา แต่เป็นภาพจำของวิถีกรุงเทพฯ ยุคหนึ่ง ยุคที่กิจกรรมวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์สลับกับราชกรีฑาสโมสรทำให้ปฏิทินของคนบางกลุ่มเดินไปพร้อมกับฤดูกาลแข่ง ยุคที่ความเป็นสโมสรทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งระเบียบแบบแผนและความคึกคัก มีการจัดการแข่งม้า จัดทำทะเบียนประวัติม้า เจ้าของ และผู้เกี่ยวข้อง และยังมีบริการอื่น ๆ อย่างสนามเทนนิส สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และงานเลี้ยง เหมือนเป็นโลกใบย่อมที่สะท้อนการรับวัฒนธรรมสมัยใหม่ของสยามในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เรื่องราวของสนามม้าในไทยย้อนกลับไปไกลกว่าสนามถาวร เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากยุโรปในปี 2440 กลุ่มข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงานหรือศึกษาในยุโรป ร่วมกับเจ้าของคอกม้าต่าง ๆ จัดแข่งม้าเทียมรถขึ้นเพื่อถวายการต้อนรับและแสดงความจงรักภักดี โดยปรับท้องสนามหลวงเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว เหตุการณ์นั้นถูกมองว่าเป็นหมุดหมายแรก ๆ ของกีฬาแข่งม้าแบบตะวันตกในประเทศไทย และไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดราชกรีฑาสโมสรขึ้นในปี 2444 ซึ่งคนยุคนั้นเรียกกันว่า “สนามฝรั่ง” ในฐานะแหล่งบันเทิงจำกัดวงสำหรับชาวต่างชาติ
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 แนวคิดเรื่อง “สนามไทย” ถูกผลักให้เป็นจริง เมื่อพระยาประดิพัทธภูบาลและพระยาอรรถการประสิทธิ์ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชานุญาตตั้งสโมสรสนามม้าเพื่อให้บริการคนไทย โดยให้เหตุผลว่าจะนำรายได้ไปใช้บำรุงพันธุ์ม้าจากออสเตรเลียและอังกฤษ และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2459 ก็ทรงพระราชทานนาม “ราชตฤณมัยสมาคมแห่งกรุงสยาม” รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์เข้าร่วมแข่งด้วย นั่นทำให้สนามม้าไม่ใช่เพียงพื้นที่กีฬา แต่เป็นสถาบันทางสังคมที่มีน้ำหนักในเชิงความทรงจำของเมือง
สิ่งที่ทำให้สนามม้านางเลิ้งถูกพูดถึงยาวนานกว่าผลการแข่งขัน คือบทบาทของมันในฐานะ “พื้นที่เมือง” ที่ผู้คนหลากหลายแบบเคยเดินผ่าน เคยนั่งลุ้น เคยทำงาน และเคยผูกชีวิตบางช่วงไว้กับสถานที่เดียวกัน เพราะสนามขนาดใหญ่ในทำเลชั้นในทำให้ชื่อของมันไปปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายครั้ง บางช่วงถูกจดจำอย่างขึงขัง บางช่วงถูกจดจำอย่างอ่อนไหว แต่ไม่ว่าถูกเล่าด้วยน้ำเสียงแบบไหน สนามม้านางเลิ้งก็เป็นหนึ่งในฉากหลังที่บอกว่ากรุงเทพฯ เติบโตผ่านทั้งความบันเทิง ระเบียบสังคม และแรงสั่นสะเทือนของยุคสมัย
เมื่อหมดสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ราชตฤณมัยสมาคมฯ จัดการแข่งม้าวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 และส่งมอบพื้นที่คืนตามกำหนด ก่อนจะมีการรื้อถอนในเดือนมีนาคม 2562 การรื้อถอนนั้นไม่ใช่แค่การหายไปของสิ่งปลูกสร้าง แต่เหมือนการปิดหน้าหนึ่งของเมืองที่คนจำนวนมากเคยเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปัจจุบันพื้นที่เดิมแปรสภาพเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภายในประกอบด้วยองค์ประกอบเชิงรำลึกและพื้นที่สีเขียวในความหมายของเมืองสมัยใหม่ ทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ สวนสาธารณะ พื้นที่แก้มลิง และภูมิสถาปัตย์ที่อ้างอิงแนวคิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อลองยืนอยู่ตรงนั้นแล้วจินตนาการถึงอัฒจันทร์ในอดีต คุณจะเห็นว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปทรงของพื้นที่ แต่เปลี่ยน “ความหมายของการใช้พื้นที่” ไปพร้อมกับเวลา
การเดินทาง หากต้องการมาในเชิงรำลึกหรือเดินเมืองเพื่อทำความเข้าใจอดีต แนะนำให้เริ่มจากการปักหมุดย่านถนนพิษณุโลก-ดุสิต แล้วเลือกวิธีเดินทางที่พาเข้าพื้นที่ได้ง่ายที่สุด เช่น แท็กซี่หรือแอปเรียกรถ เพราะย่านนี้เป็นเขตเมืองชั้นในและการจราจรขึ้นอยู่กับช่วงเวลา หากใช้รถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน ให้ใช้หลักคิดลงสถานีที่ต่อรถสะดวกแล้วต่อระยะสั้นเพื่อประหยัดแรงเดิน โดยเฉพาะในวันที่แดดจัด ส่วนผู้ที่ขับรถมาเองควรเผื่อเวลาช่วงเร่งด่วนและตรวจจุดจอดรถที่เข้าถึงได้จริงก่อนออกเดินทาง
การมาเยือนพื้นที่เดิมของสนามม้านางเลิ้งในวันนี้ จึงไม่ใช่การมาหากิจกรรมแบบสนามกีฬา แต่เป็นการมาฟัง “เสียงเงียบ” ของเมือง ลองเดินช้า ๆ แล้วถามตัวเองว่า หากที่นี่เคยมีลู่วิ่งและเสียงเชียร์ วันนี้กรุงเทพฯ อยากให้พื้นที่นี้ทำหน้าที่อะไร คำถามแบบนี้มักพาคนเที่ยวไปไกลกว่าการถ่ายรูป เพราะมันทำให้เราเห็นว่าความทรงจำไม่ได้อยู่ในอาคาร แต่อยู่ในวิธีที่เรามองเมือง และยอมรับว่าบางสถานที่แม้จะหายไปจากแผนที่เดิม ก็ยังอยู่ในใจกลางของเรื่องเล่ากรุงเทพฯ ได้เสมอ
| สรุปสถานที่ | อดีตสนามแข่งม้าในพระบรมราชูปถัมภ์ “สนามม้านางเลิ้ง” (เปิด 18 ธันวาคม 2459) ปิดแข่งม้าวันสุดท้าย 16 กันยายน 2561 รื้อถอนมีนาคม 2562 และพื้นที่พัฒนาสู่ “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ” ในเวลาต่อมา |
| ที่ตั้งเดิมของสนามม้า | เลขที่ 183 ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร |
| จุดเด่นของสถานที่ | สถานที่เชิงประวัติศาสตร์เมืองที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของกรุงเทพฯ จากสโมสรสนามแข่งม้าในอดีตสู่พื้นที่สาธารณะเชิงรำลึกในปัจจุบัน เหมาะกับการมาเดินทำความเข้าใจเรื่องเล่าและความทรงจำของย่านนางเลิ้ง-ดุสิต |
| สถานะปัจจุบัน | ปิดถาวรในฐานะสนามแข่งม้า (พื้นที่เดิมแปรสภาพเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ) |
| ค่าบริการ | ไม่มีข้อมูลค่าบริการที่ยืนยันได้ (แนะนำตรวจประกาศ/เงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทางหากมีการจัดกิจกรรมเป็นกรณี) |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง) | ตลาดนางเลิ้ง (1 กม.) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (3 กม.) พระที่นั่งอนันตสมาคม/ลานพระราชวังดุสิต (3 กม.) ทำเนียบรัฐบาล (2 กม.) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (3 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | ส.รุ่งโรจน์ (1 กม.) โทร 02-629-9800 จิ๊บกี่ (1 กม.) โทร 02-282-0608 หัวหินโภชนา (1 กม.) โทร 02-282-3918 ร้านข้าวแช่เพชรบุรี ตลาดนางเลิ้ง (1 กม.) โทร 094-545-2946 ขนมถ้วยตะไล มณฑา (1 กม.) โทร 02-282-2003 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | The Raweekanlaya Bangkok Wellness Cuisine Resort (3 กม.) โทร 02-628-5999 The Siam Hotel (4 กม.) โทร 02-206-6999 De Prime Rangnam Hotel (4 กม.) โทร 02-118-2853 Centara Watergate Pavilion Hotel Bangkok (5 กม.) โทร 02-625-1234 The Berkeley Hotel Pratunam (5 กม.) โทร 02-309-9999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สนามม้านางเลิ้งยังมีการแข่งม้าอยู่ไหม?
ตอบ: ไม่มีแล้ว สนามจัดการแข่งม้าวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 และมีการรื้อถอนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562
ถาม: ตอนนี้พื้นที่เดิมเป็นอะไร และไปเพื่ออะไรได้บ้าง?
ตอบ: พื้นที่เดิมแปรสภาพเป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในเชิงการเที่ยวเหมาะกับการมาเดินแบบรำลึกและทำความเข้าใจเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เมืองมากกว่าการมาหากิจกรรมสนามกีฬา
ถาม: ทำไมสนามม้านางเลิ้งถึงถูกเรียกว่า “สนามไทย”?
ตอบ: เพราะก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการแข่งม้าสำหรับคนไทยมากขึ้นในยุคที่ราชกรีฑาสโมสรมีภาพจำเป็น “สนามฝรั่ง” ตามบริบททางสังคมของช่วงเวลานั้น
ถาม: ถ้าจะมาแบบรำลึก ควรเริ่มต้นเที่ยวตรงไหนให้ได้อรรถรส?
ตอบ: เริ่มจากทำความเข้าใจไทม์ไลน์ของสนามม้า แล้วค่อยเดินชมพื้นที่เดิมโดยมอง “อดีตซ้อนปัจจุบัน” จากนั้นต่อด้วยตลาดนางเลิ้งและร้านเก่าแก่ในย่าน จะทำให้เรื่องเล่าต่อเนื่องและเห็นภาพเมืองชัดขึ้น
ถาม: ไปย่านนางเลิ้งแล้วควรแวะกินอะไรดี?
ตอบ: ตลาดนางเลิ้งเป็นจุดเริ่มที่ง่าย เพราะมีร้านเก่าแก่หลายร้านในระยะเดินถึง และเหมาะกับการแวะชิมหลายอย่างในทริปเดียว
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|














หมวดหมู่:
กลุ่ม: