สนามกีฬาแห่งชาติ

Rating: 3.7/5 (10 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แต่ละอาคาร/กิจกรรมภายในอาจมีวันงดให้บริการต่างกัน)
เวลาเปิดทำการ: แตกต่างตามอาคารและตารางการใช้งาน/การแข่งขัน (แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
สนามกีฬาแห่งชาติ (กรีฑาสถานแห่งชาติ) เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ทำให้กรุงเทพฯ ดู “มีชีวิตแบบขยับได้จริง” เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สนามเดียว แต่เป็นคอมเพล็กซ์ด้านกีฬาและนันทนาการที่รวมสนามกลางแจ้ง อาคารกีฬาในร่ม สระว่ายน้ำมาตรฐานแข่งขัน และลานกิจกรรมเอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ใครที่เคยมาย่านสยาม–สนามกีฬาแห่งชาติจะรู้ว่ามันเป็นจุดตัดของเมืองชั้นในที่เดินทางสะดวกมาก แต่พอเดินเข้ามาข้างในแล้ว คุณจะได้อีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยจังหวะซ้อม จังหวะเชียร์ และจังหวะของคนเมืองที่เลือกดูแลสุขภาพด้วยการ “มาอยู่ในพื้นที่กีฬา” มากกว่านั่งอยู่เฉย ๆ
ความสนุกของการมาเที่ยวสนามกีฬาแห่งชาติคือ คุณสามารถเลือกโหมดได้หลายแบบในวันเดียวกัน จะมาแบบสายประวัติศาสตร์ก็เดินดูชื่อสนามต่าง ๆ ที่ผูกกับบุคคลสำคัญของวงการพลศึกษาไทย จะมาแบบสายเดินเมืองก็เก็บบรรยากาศโครงสร้างสนามและชีวิตประจำวันของคนที่มาใช้พื้นที่ หรือจะมาแบบสายใช้งานจริงก็มีทั้งโซนกลางแจ้งและในร่มให้ตามหากิจกรรมที่เข้ากับตัวเอง สิ่งสำคัญคือคิดให้ชัดก่อนว่า “วันนี้ตั้งใจมาเพื่ออะไร” เพราะแต่ละอาคารมีรูปแบบการเปิด–การจัดตาราง–การใช้งานไม่เหมือนกัน และบางช่วงอาจมีการแข่งขันหรืออีเวนต์ที่ทำให้การเข้าพื้นที่บางส่วนเปลี่ยนไป
ถ้าจะเล่าให้เห็นภาพแบบเป็นแกนกลาง สนามศุภชลาศัยคือชื่อที่คนส่วนใหญ่คุ้นที่สุด เพราะเป็นสนามหลักของกรีฑาสถานแห่งชาติ และเป็นเหมือนภาพจำของ “สนามกีฬาแห่งชาติ” ในสายตาคนทั่วไป แต่ความจริงแล้วพื้นที่นี้ยังมีสนามและอาคารอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รองรับกีฬาอีกหลายประเภท ทำให้สนามกีฬาแห่งชาติเป็นมากกว่าสนามฟุตบอลหรือกรีฑา หากเป็นระบบนิเวศของกีฬาในเมืองชั้นในที่ยังขยับอยู่เสมอ
สนามศุภชลาศัย นั้นเป็นสนามกีฬาหลักของกรีฑาสถานแห่งชาติ โดยจะมีลู่วิ่งสังเคราะห์ สำหรับจัดการแข่งขันกรีฑา ซึ่งใช้ในการแข่งขันกีฬานัดสำคัญ โดยจะมีหลังคาหนึ่งด้าน อีกทั้งพร้อมทั้งอัฒจันทร์โดยรอบ โดยปัจจุบันมีความจุผู้ชมรวมทั้งสิ้น 19,793 ที่นั่ง มีชื่อเดิมว่า สนามกรีฑาสถาน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง น.ท.หลวงศุภชลาศัย (ร.น.) อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก
ในมุมของคนเที่ยว สิ่งที่น่าสนใจของสนามศุภชลาศัยไม่ใช่แค่ความจุหรือการเป็นสนามหลัก แต่คือการได้ยืนอยู่ในพื้นที่ที่ผ่านการแข่งขันสำคัญมากมาย และยังสะท้อนวัฒนธรรมการชมกีฬาในกรุงเทพฯ หลายยุค ถ้าวันไหนไม่มีแมตช์ใหญ่ คุณจะสัมผัสได้ถึง “ความกว้าง” ของสนามและอัฒจันทร์ที่ทำให้จินตนาการถึงเสียงเชียร์ในวันแข่งขันมันชัดขึ้นเองแบบไม่ต้องพยายาม
สนามเทพหัสดิน นั้นเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง มีลู่วิ่งสำหรับจัดการแข่งขันกรีฑา โดยใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาทั่วไป ความจุรวม 6,378 ที่นั่ง ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 มีชื่อเดิมว่า สนามฮอกกี้ แต่เนื่องจากใช้เป็นสนามแข่งขันฮอกกี้ ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) บิดาแห่งกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย และ นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรักษาการอธิบดีกรมพลศึกษา ปัจจุบันเป็นสนามเหย้า ของสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน
ถ้าคุณชอบบรรยากาศสนามที่ “ใช้งานจริง” มากกว่า “พิธีการ” สนามเทพหัสดินให้ฟีลแบบนั้น เพราะมันถูกผูกกับทั้งการฝึกซ้อมและการแข่งขันหลากระดับ การรู้ที่มาของชื่อยังทำให้การเดินดูสนามไม่ใช่แค่เดินผ่าน แต่เหมือนได้อ่านบทหนึ่งของประวัติศาสตร์กีฬาที่อยู่ในเมืองเดียวกัน และยังทำให้เห็นว่า ทำไมบางสนามถึงถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมหกรรมกีฬา แล้วค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ประจำของวงการกีฬาในเวลาต่อมา
สนามจินดารักษ์ ปัจจุบันเป็นศูนย์สาธิตและฝึกซ้อมกีฬาชายหาดแห่งชาติ ในอดีตเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง สำหรับใช้ในการแข่งขันระดับรองและการฝึกซ้อมกีฬาทั่วไป มีชื่อเดิมว่า สนามกีฬาต้นโพธิ์ สร้างขึ้นภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง มหาเสวกโท พระยาจินดารักษ์ (จำลอง สวัสดิชูโต) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา
จุดที่น่าสนใจของสนามจินดารักษ์คือ “การเปลี่ยนบทบาท” ของพื้นที่จากสนามกลางแจ้งทั่วไปไปสู่การเป็นศูนย์ฝึกกีฬาเฉพาะทาง ทำให้ภาพของสนามกีฬาแห่งชาติไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งเดิม ๆ แต่ปรับตัวตามยุคสมัยและรูปแบบกีฬาที่คนสนใจมากขึ้น ในมุมคนเที่ยว นี่คือเสน่ห์ของพื้นที่กีฬา: มันเป็นพื้นที่ที่เมืองยอมให้ “กิจกรรมของคน” มาก่อนความสวยงาม และความเปลี่ยนแปลงนั้นเองที่เล่าเรื่องได้ดี
สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ เป็นสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานแข่งขัน พร้อมทั้งหอกระโดดและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงมีอัฒจันทร์สองฝั่ง ใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 โดยดำริของ นายกอง วิสุทธารมณ์ อธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น ต่อมากรมพลศึกษาจึงเปลี่ยนจากชื่อเดิมคือ สระว่ายน้ำโอลิมปิก เป็นชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มจัดสร้าง
ถ้าคุณอยากมาใช้พื้นที่แบบ “ได้ประโยชน์กับร่างกายทันที” โซนสระว่ายน้ำคือคำตอบที่ชัด เพราะเป็นสระมาตรฐานและมีบริบทด้านการฝึกซ้อมจริงจังมาก่อน การมาในวันปกติจะได้เห็นทั้งนักกีฬาที่ซ้อมเป็นกิจวัตร และคนทั่วไปที่มาว่ายเพื่อสุขภาพ บรรยากาศเลยให้ความรู้สึกว่าเมืองนี้ยังมีพื้นที่ให้คน “ฝึก” ไม่ใช่แค่ “โชว์”
อาคารกีฬานิมิบุตร เป็นสนามกีฬาในร่ม สำหรับการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาในร่ม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 ก็เพื่อให้สมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขัน ซึ่งมวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 นั้นมีชื่อเดิมว่า อาคารยิมเนเซียม 1 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2528 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง พลโทเผชิญ นิมิบุตร อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา
อาคารจันทนยิ่งยง เป็นสนามกีฬาในร่ม สำหรับการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาในร่ม ตลอดจนฝึกกายบริหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 มีชื่อเดิมว่า อาคารยิมเนเซียม 2 และในปีถัดมา (พ.ศ. 2509) กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง หลวงประเวศวุฑฒศึกษา (ประเวศ จันทนยิ่งยง) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา
ถ้าคุณเป็นคนชอบ “กีฬาในร่ม” การมีทั้งอาคารนิมิบุตรและอาคารจันทนยิ่งยงทำให้พื้นที่นี้มีมิติที่ต่างจากสนามกลางแจ้งอย่างสิ้นเชิง เพราะกีฬาในร่มมักมีตารางการฝึกซ้อมและการแข่งขันที่เข้มข้น แถมยังเป็นพื้นที่ที่หลายคนจดจำจากการดูมวย ดูการแข่งขัน หรือเคยมาในงานกีฬาใหญ่ ๆ ในอดีต การเดินผ่านอาคารเหล่านี้จึงเหมือนได้เห็นว่าประวัติศาสตร์กีฬาไทยไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่วางอยู่จริงในรูปทรงอาคารและชื่อที่สลักไว้
สนามอื่น ๆ สนามวอร์ม 200 เมตร เป็นสนามฝึกซ้อมขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างสนามศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นสถานที่อบอุ่นร่างกายของนักกรีฑา ที่เข้าแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ตามมาตรฐานการแข่งขันกรีฑาระดับนานาชาติ
ลานอุทยานนันทนาการ เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549
ลานกีฬาอเนกประสงค์ เป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งอยู่หน้าอาคารกีฬานิมิบุตร
สามส่วนนี้ทำให้ภาพของสนามกีฬาแห่งชาติครบขึ้นทันที เพราะมันบอกว่า “กีฬาไม่ได้เกิดเฉพาะตอนแข่ง” แต่เกิดตั้งแต่การอบอุ่นร่างกาย การฝึกซ้อม ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมเบา ๆ ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางวันคุณอาจไม่ได้มาเพื่อดูแมตช์อะไรเลย แต่ก็ยังรู้สึกว่าแค่เดินอยู่ในพื้นที่นี้ก็ได้แรงบันดาลใจให้กลับไปดูแลตัวเองต่อ
การเดินทาง วิธีไปสนามกีฬาแห่งชาติที่ง่ายที่สุดคือ BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพราะลงแล้วต่อด้วยการเดินเข้าพื้นที่ได้ทันทีและไม่ต้องสู้รถติดมากนัก ถ้าคุณมาโดยแท็กซี่หรือแอปเรียกรถ ให้ปักหมุดคำว่า “สนามกีฬาแห่งชาติ” หรืออาคาร/สนามที่ต้องการไปให้ชัดเพราะพื้นที่กว้างและมีหลายจุดลงรถ ส่วนคนที่ขับรถมาเอง แนะนำคิดแบบคนเมืองชั้นใน: หาจุดจอดรถที่เชื่อมกับย่านสยาม–MBK แล้วเดินต่อจะคุมเวลาได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะวันที่มีงานใหญ่หรือช่วงเย็นที่การจราจรหนาแน่น
ถ้าถามว่าเวลาไหนน่าไปที่สุด สำหรับคนอยากเดินดูบรรยากาศ ช่วงเช้าจะสบายกว่าและคนไม่แน่น ส่วนช่วงเย็นจะได้ความคึกคักของคนมาออกกำลังกาย แต่ก็ต้องเผื่อเวลาและใจเย็นกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น เรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้การใช้พื้นที่ร่วมกันดีคือ เดินชิดทาง ไม่ขวางพื้นที่ซ้อม และเคารพตารางกิจกรรมของแต่ละโซน เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมาก “ตั้งใจ” มาใช้งานจริง
| สรุปสถานที่ | สนามกีฬาแห่งชาติ (กรีฑาสถานแห่งชาติ) คอมเพล็กซ์กีฬาใจกลางกรุงเทพฯ รวมสนามหลักอย่างสนามศุภชลาศัย สนามเทพหัสดิน สนามจินดารักษ์ สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ อาคารกีฬานิมิบุตร อาคารจันทนยิ่งยง และลานกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่เดียว |
| จุดเด่นของสถานที่ | เดินทางสะดวกมากด้วย BTS สนามกีฬาแห่งชาติ มีทั้งสนามกลางแจ้งและอาคารในร่ม ครบทั้งการแข่งขัน–ฝึกซ้อม–นันทนาการ เหมาะกับทั้งคนมาเชียร์กีฬา คนมาเดินดูบรรยากาศ และคนที่ตั้งใจมาใช้งานออกกำลังกายจริง |
| ที่ตั้ง | 154 สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 |
| ติดต่อ | กรมพลศึกษา โทร 0-2214-0127 |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง) | BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (0.3 กม.) MBK Center (0.4 กม.) Bangkok Art and Culture Centre (0.5 กม.) บ้านจิม ทอมป์สัน (0.7 กม.) Siam Paragon (1.2 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | Jim Thompson, A Thai Restaurant (0.8 กม.) โทร 061-421-8951 ร้านอาหารใน Pathumwan Princess Hotel (0.6 กม.) โทร 0-2216-3700 Siam@Siam Design Hotel Bangkok (0.7 กม.) โทร 0-2217-3000 Mercure Bangkok Siam (1.0 กม.) โทร 0-2659-2888 Madame Tussauds Bangkok (1.1 กม.) โทร 0-2842-2000 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | Pathumwan Princess Hotel (0.6 กม.) โทร 0-2216-3700 Siam@Siam Design Hotel Bangkok (0.7 กม.) โทร 0-2217-3000 Holiday Inn Express Bangkok Siam (1.0 กม.) โทร 0-2217-7555 Mercure Bangkok Siam (1.0 กม.) โทร 0-2659-2888 LiT BANGKOK Hotel (1.4 กม.) โทร 0-2612-3456 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สนามกีฬาแห่งชาติ (กรีฑาสถานแห่งชาติ) มีอะไรอยู่ข้างในบ้าง?
ตอบ: มีทั้งสนามศุภชลาศัย สนามเทพหัสดิน สนามจินดารักษ์ สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ อาคารกีฬานิมิบุตร อาคารจันทนยิ่งยง และลานกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สนามวอร์ม 200 เมตร ลานอุทยานนันทนาการ และลานกีฬาอเนกประสงค์
ถาม: สนามศุภชลาศัยจุคนได้เท่าไร?
ตอบ: ความจุผู้ชมโดยประมาณ 19,793 ที่นั่ง
ถาม: อยากไปเดินดูบรรยากาศ ควรไปช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าจะอากาศสบายและคนไม่แน่น ส่วนช่วงเย็นจะได้บรรยากาศคึกคักของคนมาออกกำลังกาย แต่ควรเผื่อเวลาเพราะการจราจรรอบสยาม–พระราม 1 อาจหนาแน่น
ถาม: เดินทางไปสนามกีฬาแห่งชาติแบบไหนง่ายที่สุด?
ตอบ: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติเป็นตัวเลือกที่ง่ายและตรงที่สุด ลงแล้วเดินเข้าพื้นที่ได้ทันที
ถาม: ก่อนเดินทางควรเช็กอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: ควรเช็กว่าอาคารหรือโซนที่ต้องการไปเปิดให้ใช้บริการวันไหน เวลาใด และมีการแข่งขัน/อีเวนต์ที่กระทบการเข้าใช้พื้นที่หรือไม่ เพราะแต่ละอาคารอาจมีตารางไม่เหมือนกัน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|














หมวดหมู่:
กลุ่ม: