วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และภูเขาทอง

Rating: 2.9/5 (23 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 19:00
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และภูเขาทอง (สุวรรณบรรพต) ถ้าพูดถึงจุดชมวิวที่ “ขึ้นง่ายแต่ได้มุมเมืองคุ้ม” ของกรุงเทพฯ ชื่อของวัดสระเกศราชวรมหาวิหารกับภูเขาทองมักโผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ วัดนี้อยู่นอกแนวกำแพงเมืองเก่า ริมคลองมหานาคในบริเวณที่เชื่อมต่อเครือข่ายคลองสำคัญของพระนคร ทำให้บรรยากาศมีทั้งความเป็นวัดเก่า ความเป็นชุมชนริมน้ำ และความเป็นเมืองหลวงที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบตัวในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำไม่ใช่แค่ “วัด” แต่คือภูเขาจำลองที่พาเราไต่ระดับขึ้นไปจนถึงยอดสุวรรณบรรพต แล้วมองเห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างจากพื้นถนนโดยสิ้นเชิง
เดิมทีวัดสระเกศเป็นวัดเก่าที่รู้จักกันในชื่อ “วัดสะแก” ก่อนจะได้รับการสถาปนาและบูรณะทั้งพระอารามในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) พร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ” วัดจึงเป็นเสมือนหลักฐานชั้นดีของการจัดวางศาสนสถานในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ต้องการทั้งความมั่นคงของพระนครและการยืนยันศูนย์กลางศรัทธาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในโครงสร้างเมืองใหม่
ส่วน “เจดีย์ภูเขาทอง” คือบทถัดมาที่ทำให้วัดสระเกศกลายเป็นแลนด์มาร์กอย่างแท้จริง การก่อสร้างเริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยมีแนวคิดเลียนแบบภูเขาทองแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะแล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” โครงสร้างแบบภูเขาจำลองนี้ทำให้ “การขึ้นเจดีย์” ไม่ได้เป็นแค่การเดินบันไดขึ้นอาคาร แต่คือการค่อย ๆ เปลี่ยนระดับสายตาและจังหวะใจจากเมืองด้านล่างไปสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนยอด
หัวใจของยอดสุวรรณบรรพตคือพระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ภูเขาทองไม่ได้ถูกจดจำแค่เรื่องวิว แต่ถูกจดจำในฐานะ “ที่ประดิษฐานสิ่งสูงสุดแห่งพุทธบูชา” ด้วย เรื่องราวการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่เกี่ยวข้องกับพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ในช่วงทรงผนวช ณ ประเทศอินเดีย เป็นอีกชั้นหนึ่งที่ทำให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศาสนาของสยามเห็นภาพการเชื่อมโลกพุทธในระดับนานาชาติ และความตั้งใจของรัฐไทยในยุคนั้นที่จะอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างสง่างามผ่านสัญลักษณ์ที่จับต้องได้จริง
ช่วงเวลาที่ทำให้วัดสระเกศ “มีชีวิต” แบบคึกคักที่สุดคือเทศกาลงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุช่วงลอยกระทง ภาพจำที่คนกรุงเทพฯ หลายรุ่นคุ้นเคยคือ “งานวัด 7 วัน 7 คืน” ที่มีทั้งบรรยากาศการมาสักการะบนยอด การเดินงานวัดด้านล่าง และความพิเศษคือในช่วงงานมักเปิดให้ประชาชนขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุในตอนกลางคืน จึงเกิดประสบการณ์ที่ต่างจากวันปกติอย่างชัดเจน ถ้าตั้งใจไปครั้งแรก สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นไปกราบนมัสการและปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ ชมเมืองจากชั้นบนสุดของสุวรรณบรรพต และเผื่อเวลาเข้าอุโบสถเพื่อชมพระพุทธรูปกับงานจิตรกรรมฝาผนังในเขตวัดด้านล่างให้ครบอรรถรส
การเดินขึ้นภูเขาทองเองก็เป็นเสน่ห์แบบ “พิธีกรรมของการเดิน” คุณจะค่อย ๆ ไต่ระดับผ่านทางเดินเวียนที่ทำให้ลมดีขึ้นเรื่อย ๆ เมืองค่อย ๆ ถอยออกไป และเสียงรบกวนค่อย ๆ เบาลง เมื่อถึงช่วงใกล้ยอด ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากการเที่ยวไปสู่การ “ตั้งจิต” โดยธรรมชาติ และเมื่อยืนถึงจุดสูง คุณจะเห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่เล่าเรื่องได้ทั้งอดีตและปัจจุบันในเฟรมเดียว ตั้งแต่วัดเก่า ชุมชนคลอง ไปจนถึงเส้นขอบฟ้าของตึกสมัยใหม่
การเดินทาง การมา วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทำได้หลายวิธีและค่อนข้างสะดวก หากใช้รถประจำทางสามารถเลือกสายที่ผ่านย่านใกล้เคียงวัดได้ เช่น 8, 15, 37, 47, 49 และสายปรับอากาศที่มีระบุในข้อมูลท่องเที่ยวของไทย ส่วนคนที่อยากได้บรรยากาศเมืองเก่ามากขึ้น การมาโดยเรือก็เป็นทางเลือกที่สนุก โดยใช้เรือคลองแสนแสบลงท่าผ่านฟ้าลีลาศแล้วต่อระยะสั้น หรือใช้เรือคลองผดุงกรุงเกษมลงท่าภูเขาทองได้เช่นกัน สำหรับรถส่วนตัว โดยทั่วไปสามารถจอดภายในบริเวณวัดได้ แต่ควรเผื่อเวลาเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือช่วงมีงานวัด เพราะปริมาณคนและรถจะหนาแน่นกว่าวันปกติ
| ชื่อสถานที่ | วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และภูเขาทอง (สุวรรณบรรพต) |
| ที่ตั้ง | แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (ริมคลองมหานาค) |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาจำลอง “ภูเขาทอง” ที่มียอดเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ, จุดชมวิวเมือง, เส้นทางเดินเวียนขึ้นสู่ยอดสุวรรณบรรพต |
| ยุคสมัย | วัดสถาปนา/บูรณะใหญ่สมัยรัชกาลที่ 1; ภูเขาทองเริ่มสร้างรัชกาลที่ 3 แล้วเสร็จรัชกาลที่ 5 |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานบนยอดสุวรรณบรรพต |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อ “วัดสะแก” ต่อมารัชกาลที่ 1 สถาปนาและพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ”; เจดีย์ภูเขาทองได้รับนาม “สุวรรณบรรพต” ในสมัยรัชกาลที่ 5 |
| สถานะปัจจุบัน | วัดพระอารามหลวง เปิดให้สักการะและขึ้นชมภูเขาทองตามเวลา |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) | 02-621-0576 |
| เจ้าอาวาสล่าสุด | พระพรหมสิทธิ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ – อ้างอิงเส้นทางจริง) | ถนนข้าวสาร – ประมาณ 3 กม. เสาชิงช้า (Giant Swing) – ประมาณ 1 กม. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย – ประมาณ 2 กม. วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) – ประมาณ 2 กม. พระบรมมหาราชวัง – ประมาณ 4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ – อ้างอิงเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | มนต์นมสด (เสาชิงช้า) – ประมาณ 1 กม. – (ถ้ายืนยันเบอร์ได้ค่อยใส่) ครัวอัปษร (ดินสอ) – ประมาณ 1 กม. – 02-685-4531 ผัดไทยทิพย์สมัย (ประตูผี) – ประมาณ 2 กม. – 02-226-6666 เจ๊ไฝ (ประตูผี/ย่านสำราญราษฎร์) – ประมาณ 2 กม. – (ถ้ายืนยันเบอร์ได้ค่อยใส่) โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ – ประมาณ 2 กม. – (ถ้ายืนยันเบอร์ได้ค่อยใส่) |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางประมาณ – อ้างอิงเส้นทางจริง + เบอร์โทร) | Prince Palace Hotel Bangkok – ประมาณ 2 กม. – 02-628-1111 The Twin Towers Hotel Bangkok – ประมาณ 3 กม. – 02-216-9555 Nouvo City Hotel – ประมาณ 4 กม. – 02-282-7500 Villa De Khaosan by Chillax – ประมาณ 3 กม. – 02-281-4455 Hotel Royal Bangkok (Chinatown) – ประมาณ 2 กม. – 02-225-0026 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสระเกศและภูเขาทองเด่นเรื่องอะไรที่สุด?
ตอบ: เด่นที่สุดคือการขึ้น “ภูเขาทอง (สุวรรณบรรพต)” เพื่อกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุบนยอด และชมวิวกรุงเทพฯ แบบรอบทิศในมุมที่เห็นทั้งเมืองเก่าและเมืองใหม่ในเฟรมเดียว
ถาม: ภูเขาทองสร้างสมัยไหน และทำไมถึงชื่อสุวรรณบรรพต?
ตอบ: เริ่มสร้างสมัยรัชกาลที่ 3 และแล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ 5 โดยรัชกาลที่ 5 พระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” เพื่อย้ำความสง่างามของสถาปัตยกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของยอดเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
ถาม: ช่วงไหนน่าไปที่สุด ถ้าอยากได้บรรยากาศงานวัด?
ตอบ: ช่วงลอยกระทงจะมีงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่คึกคักมาก และมักมีช่วงพิเศษให้ขึ้นไปสักการะบนยอดตอนกลางคืน บรรยากาศจะต่างจากวันปกติอย่างชัดเจน
ถาม: ไปวัดสระเกศด้วยเรือได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยใช้เรือคลองแสนแสบลงท่าผ่านฟ้าลีลาศแล้วต่อระยะสั้น หรือใช้เรือคลองผดุงกรุงเกษมลงท่าภูเขาทอง ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ได้เห็นบรรยากาศกรุงเทพฯ ริมคลองไปพร้อมกัน
ถาม: ถ้าขับรถไปเอง จอดรถได้หรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปสามารถจอดภายในบริเวณวัดได้ แต่ควรเผื่อเวลา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือช่วงมีงาน เพราะคนและรถจะหนาแน่นกว่าวันปกติ














หมวดหมู่:
กลุ่ม: