วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
Rating: 4.2/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00
 
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารถ้าพูดถึงวัดฝั่งธนฯ ที่เป็นทั้งศูนย์กลางของชุมชนและเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ชื่อของวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารมักถูกพูดถึงเสมอ วัดแห่งนี้มีรากความเป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่คนเมืองแวะมาไหว้พระ ทำบุญ ตั้งจิตให้สงบ หรือพาครอบครัวมาเดินชมศิลปกรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่ต้องรีบ บรรยากาศโดยรวมจึงให้ความรู้สึกว่า “สงบ แต่ไม่เงียบเหงา” เพราะมีชีวิตของผู้คนและงานบุญตามวิถีวัดไทยไหลเวียนอยู่ตลอด
 
ความสำคัญของวัดระฆังไม่ได้อยู่แค่ความเก่าแก่ แต่ยังผูกโยงกับเรื่องเล่าทางพระพุทธศาสนาและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งทำให้วัดยิ่งมี “น้ำหนักทางความรู้สึก” สำหรับคนที่ศรัทธาในสายพระเกจิและสายปฏิบัติ เมื่อเดินเข้ามาในเขตวัด ความคึกคักด้านนอกจะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งแบบที่เหมาะกับการตั้งสติอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ไฮไลต์แรกที่หลายคนตั้งใจมาคือพระอุโบสถ และพระประธานที่มีชื่อเรียกติดหูว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” พระประธานองค์นี้เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ มีหน้าตักกว้างราว 4 ศอกเศษ เบื้องพระพักตร์มีรูปพระสาวก 3 องค์นั่งประนมมือคล้ายกำลังรับพระพุทธโอวาท จุดเด่นคือพระพักตร์ที่เมื่อเราก้าวผ่านประตูโบสถ์แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนรอยยิ้มอ่อน ๆ รับสายตาผู้มาเยือน จนมีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จมาถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้ ทรงมีพระราชดำรัสกับผู้เข้าเฝ้าใกล้ชิดทำนองว่าเข้าประตูโบสถ์แล้วพระประธาน “ยิ้มรับฟ้า” ทุกที เรื่องเล่านี้ทำให้ชื่อเรียกดังกล่าวยิ่งติดอยู่ในความทรงจำของคนที่มาไหว้พระวัดระฆัง และย้ำว่าวัดนี้เป็นวัดที่ “เข้าโบสถ์แล้วรู้สึกได้” จริง ๆ
 
อีกจุดที่ควรเดินไปดูด้วยตาตัวเองคือพระปรางค์องค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าพระวิหาร ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงมีพระราชศรัทธาสร้าง และพระราชทานร่วมกุศลกับสมเด็จพระพี่นางพระองค์ใหญ่ (สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระยาเทพสุดาวดี) พระปรางค์องค์นี้ถูกยกย่องว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ยุคต้นที่ทรวดทรงงดงาม และมีอิทธิพลต่อรูปแบบพระปรางค์ที่สร้างในยุคต่อ ๆ มา ถ้าคุณชอบงานช่างไทยแบบ “ดูแล้วรู้ว่าโครงสร้างคิดมาดี” จุดนี้จะเป็นจุดที่ยืนดูได้นานโดยไม่เบื่อ
 
ถัดจากนั้นคือพระเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งสร้างโดยเจ้านายวังหลัง 3 องค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อคราวสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้ยี่สิบทรงจอมแห แม้จะเป็นเจดีย์ขนาดย่อม แต่ทรงมีความอ่อนช้อยและ “เนี้ยบ” ในสัดส่วน ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของพระอุโบสถหลังปัจจุบัน เหมาะกับการเดินชมแบบค่อย ๆ อ่านรายละเอียด ไม่ต้องรีบถ่ายรูปแล้วไปต่อ เพราะความสนุกของวัดระฆังคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนความตั้งใจของคนสร้างไว้เต็มไปหมด
 
สำหรับคนชอบศิลปกรรมภายใน พระอุโบสถของวัดระฆังมีงานสถาปัตย์แบบรัชกาลที่ 1 หลังคาลด 3 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และคันทวยสลักเสลาอย่างสวยงาม หน้าบันจำหลักลายพระนารายณ์ทรงครุฑ ประดับลายกนกปิดทองอย่างประณีต และยังมีรายละเอียดงานปูนปั้นปิดทอง รวมถึงลายรดน้ำบนบานประตูหน้าต่างด้านนอกที่มี “รูประฆัง” เป็นเครื่องหมาย เมื่อเข้าไปด้านในจะพบภาพทวารบาลและจิตรกรรมฝาผนังที่ได้รับการยกย่องว่างดงามมาก โดยผนังด้านหน้าพระประธานเล่าเรื่องพุทธประวัติช่วงยมกปาฏิหาริย์และการเสด็จขึ้น–ลงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนด้านหลังพระประธานเล่าเรื่องพระมาลัยขึ้นไปนมัสการพระมหาจุฬามณี และมีภาพสัตว์นรกด้านล่าง ขณะที่ส่วนอื่น ๆ มีเทพชุมนุมด้านบน และภาพทศชาติด้านล่าง ซึ่งเขียนอย่างมีชีวิตชีวาและจัดแสงสีเข้ากับเรื่องราว งานจิตรกรรมชุดนี้เกี่ยวข้องกับการบูรณะราวปี 2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงเป็นอีกมุมที่ทำให้วัดระฆัง “มีความเป็นพิพิธภัณฑ์แบบมีชีวิต” อยู่ในตัว
 
อีกสิ่งที่มีเสน่ห์คือ “ต้นโพธิ์ลังกา” ซึ่งเป็นต้นโพธิ์พันธุ์จากลังกาที่รัชกาลที่ 4 ทรงได้รับมา และโปรดให้ปลูกตามพระอารามหลวงหลายแห่ง โดยมีเรื่องเล่าว่าทรงเสด็จมาปลูกที่วัดระฆังด้วยพระองค์เอง ต้นโพธิ์จึงไม่ใช่แค่ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสืบสายพระพุทธศาสนาและความศรัทธาที่ถูกส่งต่อจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่ง
 
ถ้าคุณสนใจเรื่องเล่าที่มี “ชั้นของประวัติศาสตร์” อีกจุดหนึ่งที่มักถูกพูดถึงคือ “ตำหนักแดง” ซึ่งเป็นเรือนไม้สักฝาปะกนที่กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขทรงยกถวายให้วัดเพื่อใช้เป็นกุฏิสงฆ์ และมีความเชื่อ/ข้อสันนิษฐานตามคำบอกเล่าว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทรงกรรมฐานของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสิน) โดยเคยมีการอ้างถึงร่องรอยภาพอสุภและภาพพระภิกษุเจริญกรรมฐานภายในตำหนักเดิม แม้ปัจจุบันภาพเหล่านั้นจะเลือนหายไปแล้ว แต่เรื่องเล่านี้ทำให้การเดินชมตำหนักแดงมีมิติแบบ “อ่านอดีตจากสถานที่” มากขึ้น
 
โซนที่สายวัฒนธรรมไม่ควรพลาดคือ “หอพระไตรปิฎก” ซึ่งเป็นเรือน 3 หลังแฝด มีรายละเอียดงานช่างทั้งลายรดน้ำ การแกะสลักลายกนก และตู้พระไตรปิฎกขนาดใหญ่ที่เขียนลายรดน้ำ รวมถึงหอพระไตรปิฎกหลังเล็กที่ตั้งอยู่หน้าตำหนักแดงซึ่งเป็นเรือนไม้ฝาปะกนปิดทองและทาสีเขียวสด งานแบบนี้ถ้าคุณชอบความประณีต จะรู้สึกว่าเดินแล้ว “ได้ทั้งบุญและได้ทั้งความรู้” ไปพร้อมกัน
 
นอกจากจุดชมหลัก วัดระฆังยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนในความหมายที่จับต้องได้จริง ทั้งงานทำบุญวันพระ งานกฐิน งานผ้าป่า และกิจกรรมตามปฏิทินพุทธศาสนา ถ้าตั้งใจมาไหว้พระ แนะนำให้แต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ โดยเฉพาะในเขตพุทธาวาส และถ้าจะถ่ายภาพก็ควรถ่ายแบบให้เกียรติสถานที่ เพราะเสน่ห์ของวัดนี้คือความ “ขลังแบบเรียบ” ที่ไม่ต้องทำเสียงดังให้คนอื่นหันมามอง
 
การเดินทางวัดตั้งอยู่ฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางได้สะดวกทั้งรถส่วนตัวและขนส่งสาธารณะ หากขับรถมาเองให้ปักหมุด “วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร” และเผื่อเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็นเพราะการจราจรโซนศิริราช–อรุณอมรินทร์มีจังหวะหนาแน่นเป็นบางช่วง ส่วนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถไฟฟ้าแล้วต่อรถ/เรือในโซนใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา หรือวางแผนให้ทริปต่อเนื่องกับย่านท่าพระจันทร์–ท่าเตียน–วังหลังได้ เพราะอยู่ในระยะที่ต่อกันได้ไม่ยาก
 
ชื่อสถานที่ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
ที่ตั้ง 250 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
ลักษณะเด่น วัดเก่าแก่ตั้งแต่อยุธยา วัดสำคัญฝั่งธนฯ มีพระประธานยิ้มรับฟ้า พระปรางค์องค์ใหญ่ เจดีย์สำคัญ งานจิตรกรรมฝาผนัง และจุดชมอย่างต้นโพธิ์ลังกา–ตำหนักแดง–หอพระไตรปิฎก
ยุคสมัย อยุธยา → รัตนโกสินทร์ตอนต้น (งานสถาปัตย์แบบรัชกาลที่ 1) → บูรณะสำคัญและจิตรกรรมราวปี 2465 (รัชกาลที่ 6)
หลักฐาน/สิ่งสำคัญที่ควรชม พระประธานยิ้มรับฟ้า, พระอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนัง, พระปรางค์องค์ใหญ่, พระเจดีย์ 3 องค์, ต้นโพธิ์ลังกา, ตำหนักแดง, หอพระไตรปิฎก (เรือน 3 หลังแฝด) และหอหลังเล็กหน้าตำหนักแดง
สภาพปัจจุบัน เปิดให้เข้าสักการะและเข้าชมตามเวลาทำการ เป็นวัดศูนย์กลางชุมชนที่มีกิจกรรมตามปฏิทินพุทธศาสนา
เบอร์ติดต่อ 02-418-1079
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทาง) ตลาดวังหลัง (0.8 กม.)
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (1.2 กม.)
พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี (2.6 กม.)
ท่าพระจันทร์ (2.2 กม.)
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (3.5 กม.)
ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ ท่าเตียน (3.1 กม.) โทร 092-253-9251
Rongros (3.0 กม.) โทร 096-946-1785
The Deck by Arun Residence (3.2 กม.) โทร 02-221-9158
The Sixth (3.4 กม.) โทร 064-078-7278
แสงท่าเตียน (3.3 กม.) โทร 062-169-6591
ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) Sala Arun (3.3 กม.) โทร 02-622-2932
Riva Arun Bangkok (3.4 กม.) โทร 02-221-1188
ibis Bangkok Riverside (5.0 กม.) โทร 02-659-2888
Millennium Hilton Bangkok (5.5 กม.) โทร 02-442-2000
The Peninsula Bangkok (5.2 กม.) โทร 02-020-2888
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน เหมาะไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพื่อเดินชมสบาย ๆ
 
ถาม: เวลาเปิดทำการของวัดระฆังคือกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไป 08:00 – 18:00
 
ถาม: ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของวัดระฆังคืออะไร?
ตอบ: พระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถ พระปรางค์องค์ใหญ่ งานจิตรกรรมฝาผนัง และโซนต้นโพธิ์ลังกา–ตำหนักแดง–หอพระไตรปิฎก
 
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดระฆังกี่ชั่วโมง?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ถ้าชอบดูงานช่างและอ่านรายละเอียดจิตรกรรม อาจใช้เวลา 2–3 ชั่วโมงแบบไม่รู้ตัว
 
ถาม: ไปวัดระฆังช่วงไหนคนไม่แน่น?
ตอบ: ช่วงเช้าวันธรรมดามักเดินสบายกว่า ส่วนวันหยุดและช่วงสายคนจะเยอะขึ้น โดยเฉพาะโซนไหว้พระด้านหน้า
 
ถาม: ไปไหว้พระที่วัดระฆังควรแต่งกายแบบไหน?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือรัดรูปมากเกินไป และรักษาความสงบในเขตพุทธาวาส
เว็ปไซต์เว็ปไซต์: www.watrakang.com
โทรโทร: 024181079
แผนที่ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร แผนที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
คำค้นคำค้น: วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดระฆัง พระประธานยิ้มรับฟ้า สมเด็จโตพรหมรังสี ไหว้พระวัดระฆัง เที่ยวฝั่งธนบุรี วัดดังกรุงเทพ วัดริมเจ้าพระยา วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา สถานที่ท่องเที่ยวใกล้วัดระฆัง
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 4 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35/36)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(72/430)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก สวนสนุก(1)

สวนน้ำ สวนน้ำ(1)

โรงละคร โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก ที่พัก

โรงแรม โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)