พระบรมรูปทรงม้า

Rating: 3.1/5 (8 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปทุกวัน (เป็นพื้นที่สาธารณะกลางแจ้ง อาจมีการปิดกั้นบางช่วงเมื่อมีพิธีการ/กิจกรรมของรัฐ โปรดตรวจสอบก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปเข้าชม “ลานภายนอก” ได้ตลอดวัน (แนะนำช่วง 06:00 – 22:00 เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย โดยเฉพาะหากต้องการถ่ายภาพ/สักการะ)
พระบรมรูปทรงม้า คือแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่ต่อให้คุณไม่ใช่สายพิพิธภัณฑ์หรือสายอ่านประวัติศาสตร์ ก็ยัง “เผลอหยุดมอง” ได้ง่าย ๆ เพราะลานกว้างหน้าเขตพระราชวังดุสิตให้บรรยากาศแบบเมืองหลวงยุคเก่า—กว้าง โปร่ง และมีความเป็นพิธีการในตัวเอง จุดนี้ไม่ใช่แค่ที่ถ่ายรูปสวย แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมที่คนไทยจำนวนมากใช้ “นัดพบกับประวัติศาสตร์” ผ่านการสักการะ การวางพวงมาลา และการมาที่นี่ในวันสำคัญของบ้านเมือง
ตัวพระบรมรูปตั้งอยู่บริเวณลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตดุสิต กรุงเทพฯ ทำเลนี้ทำให้การมาเยือนมีความหมายมากกว่า “แวะเช็กอิน” เพราะรอบ ๆ คือย่านที่รวมสถาปัตยกรรมสำคัญและเส้นทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ไว้หนาแน่น ตั้งแต่แนวถนนราชดำเนิน ไปจนถึงโซนเทเวศร์ที่ยังมีวิถีเมืองเก่าปะปนกับเมืองปัจจุบันอย่างกลมกลืน
ในเชิงประวัติศาสตร์ พระบรมรูปทรงม้าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 จุดที่ทำให้เรื่องนี้ “อยู่ในใจคน” ไม่ใช่แค่ความยิ่งใหญ่ของรูปหล่อ แต่คือที่มาของเงินจัดสร้างซึ่งมาจากการเรี่ยไรสมทบทุนของประชาชน เป็นภาพสะท้อนความผูกพันระหว่างผู้คนกับพระมหากษัตริย์ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ และทำให้พระบรมรูปทรงม้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ถ้ามองในมุมศิลปกรรม “พระบรมรูปทรงม้า” มีภาษาของความเป็นอนุสาวรีย์ที่ชัดมาก—สง่างาม น่าเกรงขาม และถูกวางในพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้คนมองเห็นได้ในระยะไกล รูปแบบการประทับบนหลังม้าสื่อถึงความเป็นผู้นำและความเข้มแข็งของรัฐในยุคที่ประเทศกำลังปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอก ขณะเดียวกัน ลานกว้างด้านหน้าเองก็ทำหน้าที่เป็น “เวทีสาธารณะ” ที่พิธีการและชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกันได้อย่างน่าสนใจ บางวันเงียบ ๆ มีคนมาไหว้แบบตั้งใจ บางวันมีคนแวะถ่ายภาพ บางวันมีพิธีสำคัญที่ทำให้พื้นที่ทั้งลานเปลี่ยนบรรยากาศไปทันที
สิ่งที่ทำให้พระบรมรูปทรงม้ายังคงมีชีวิตในวัฒนธรรมร่วมสมัย คือ “ธรรมเนียมการสักการะ” ที่คนเมืองเล่าต่อกันมานาน วันสำคัญที่สุดคือวันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช) ซึ่งมักมีประชาชนมาวางพวงมาลาและสักการะอย่างคึกคัก แต่ในวันปกติเองก็มีคนมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะความเชื่อเรื่อง “คืนวันอังคาร” ที่ตรงกับวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5 หลายคนเชื่อว่าการมาสักการะในคืนนี้เปรียบเหมือนมารอเฝ้า และมีเรื่องเล่าปากต่อปากว่าเวลาราว 22:00 เป็นช่วงเวลาที่ผู้ศรัทธารู้สึกว่าบรรยากาศ “นิ่งและขลัง” เป็นพิเศษ
ของสักการะที่พบได้บ่อยคือ “ดอกกุหลาบสีชมพู” ซึ่งคนจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงกับสีประจำวันอังคาร และสื่อถึงความเคารพศรัทธาที่อ่อนโยนแต่มั่นคง บางคนจัดเครื่องสักการะอื่น ๆ เพิ่มตามความเชื่อส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม หากคุณมาแบบนักท่องเที่ยวที่อยากทำความเคารพอย่างเหมาะสมที่สุด วิธีที่ปลอดภัยและสุภาพคือการไหว้ด้วยดอกไม้ทั่วไปหรือการยืนสงบนิ่งระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยไม่จำเป็นต้องจัดของสักการะให้ “ใหญ่” เพราะหัวใจของพื้นที่นี้คือความสำรวมและการไม่รบกวนคนอื่นในพื้นที่สาธารณะ
ช่วงเวลาที่มาแล้วได้ทั้งความสวยและความสบาย มักเป็นตอนเช้าตรู่หรือช่วงเย็นก่อนค่ำ แสงจะช่วยให้รูปทรงของอนุสาวรีย์ดูเด่นและภาพถ่ายมีมิติขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณอยากได้บรรยากาศโล่ง ๆ ให้หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนบนถนนหลักรอบ ๆ ย่านดุสิต และเผื่อเวลาไว้เล็กน้อยในกรณีที่มีการจัดระเบียบพื้นที่หรือปิดกั้นการจราจรจากกิจกรรมของรัฐในบางวัน
การเดินทาง หากใช้รถสาธารณะ สามารถมาได้ด้วยรถเมล์หลายสายที่ผ่านโซนดุสิต และลงใกล้ลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นเดินเข้าลานไม่ไกล อีกทางที่สะดวกคือแท็กซี่/รถรับจ้าง โดยปักหมุด “ลานพระบรมรูปทรงม้า” หรือ “Royal Plaza” แล้วเผื่อเวลาเรื่องรถติด โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเลิกงาน หากมารถส่วนตัวควรตรวจสอบจุดจอดและข้อจำกัดในวันที่มีพิธีการ เพราะบางช่วงจะมีการจัดระเบียบพื้นที่เป็นพิเศษ
ถ้าคุณอยากทำให้ทริปคุ้มแบบไม่รีบเกินไป แนะนำให้คิดพระบรมรูปทรงม้าเป็น “จุดเริ่มต้น” แล้วไหลต่อไปยังย่านใกล้เคียง เช่น วัดเบญจมบพิตร ย่านเทเวศร์ หรือบางลำพู คุณจะได้ทั้งภาพสถาปัตยกรรม เมืองเก่า และของกินที่สะท้อนชีวิตกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องจัดตารางแน่น ๆ จุดนี้เองที่ทำให้พระบรมรูปทรงม้าไม่ได้เป็นแค่อนุสาวรีย์ แต่เป็นประตูบานหนึ่งที่พาเราเดินเข้าไปอ่านเรื่องเล่าของเมืองหลวงได้อย่างนุ่มนวล
| ชื่อสถานที่ | พระบรมรูปทรงม้า (ลานพระบรมรูปทรงม้า / Royal Plaza) |
| ที่ตั้ง | ลานพระราชวังดุสิต บริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร |
| ลักษณะเด่น | อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในท่าประทับบนหลังม้า ลานกว้างบรรยากาศพิธีการ เหมาะสักการะ/ถ่ายภาพ/เริ่มทริปย่านดุสิต |
| ยุคสมัย | พิธีเปิด 11 พฤศจิกายน 1908 (พ.ศ. 2451) |
| ธรรมเนียม/ความเชื่อ | นิยมสักการะวันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช) และมีความเชื่อเรื่องการสักการะคืนวันอังคาร (วันพระราชสมภพ) โดยมีผู้ศรัทธามาอย่างต่อเนื่อง |
| การเดินทาง | รถเมล์หลายสายผ่านย่านดุสิต / แท็กซี่-รถรับจ้างปักหมุด “ลานพระบรมรูปทรงม้า (Royal Plaza)” / รถส่วนตัวควรเผื่อเวลาและเช็กข้อจำกัดเมื่อมีพิธีการ |
| สถานะปัจจุบัน | พื้นที่สาธารณะสำคัญของกรุงเทพฯ ใช้ทั้งในพิธีการของรัฐและการสักการะของประชาชน (อาจมีการจัดระเบียบบางช่วง) |
| เบอร์ติดต่อ (เฉพาะยืนยันได้) | ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ: 1111 / สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม: 1567 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (วัดหินอ่อน) – 1.2 กม. วัดอินทรวิหาร (หลวงพ่อโต) – 2.6 กม. ท่าเรือเทเวศร์ (จุดต่อเรือ/เดินเล่นย่านเมืองเก่า) – 2.2 กม. สะพานพระราม 8 (จุดชมวิวแม่น้ำ) – 3.3 กม. ถนนข้าวสาร – 4.2 กม. |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | Steve Café & Cuisine (เทเวศร์) – 2.6 กม. – 02-281-0915 Samsen Villa (พญาไท) – 5.6 กม. – 089-795-8801 ครัวอัปษร (สาขาสามเสน) – 3.6 กม. – 082-292-0431 เชี่ยวชาญพานิช (ข้าวต้มเทเวศร์) – 2.4 กม. – 062-669-6292 ลูกชิ้นศรีย่าน (ตลาดศรีย่าน) – 2.1 กม. – 02-243-3537 |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | The Siam – 3.2 กม. – 02-247-0123 The Raweekanlaya Bangkok – 3.0 กม. – 02-628-5999 Praya Palazzo – 4.0 กม. – 02-883-2998 SSIP Boutique Dhevej Bangkok – 2.8 กม. – 095-514-5151 The Royal River Hotel – 4.8 กม. – 02-422-9222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระบรมรูปทรงม้าไปสักการะได้ทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปสามารถเข้าพื้นที่ลานภายนอกได้ทุกวัน เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะกลางแจ้ง แต่บางช่วงอาจมีการจัดระเบียบหรือปิดกั้นเมื่อมีพิธีการ/กิจกรรมของรัฐ จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
ถาม: วันไหนคนไปไหว้เยอะที่สุด?
ตอบ: วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช) มักมีผู้คนมาสักการะจำนวนมากเป็นพิเศษ ส่วนวันปกติก็มีคนมาเรื่อย ๆ ตามศรัทธา
ถาม: ทำไมหลายคนถึงนิยมไปคืนวันอังคาร?
ตอบ: มีความเชื่อที่เล่าต่อกันว่า “คืนวันอังคาร” ตรงกับวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5 และการไปสักการะในคืนนี้เปรียบเหมือนการไปรอเฝ้า จึงมีผู้ศรัทธาบางส่วนเลือกมาช่วงนี้เป็นประจำ
ถาม: ถ้าจะไปถ่ายรูป ควรไปช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจะได้แสงสวยและเงาที่ช่วยให้รูปทรงของอนุสาวรีย์ดูมีมิติขึ้น และควรหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยและความสบายในการเดินทาง
ถาม: ไปแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ไม่กีดขวางทางเดินหรือพื้นที่สักการะของผู้อื่น ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว และเคารพกติกาหน้างานหากมีการจัดระเบียบพื้นที่ในวันนั้น














หมวดหมู่:
กลุ่ม: