มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญี่รีน

Rating: 2.8/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ตามเวลา ละหมาด – ตามกิจกรรมของมัสยิด
มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญี่รีน (ดินแดง) ถ้ากรุงเทพฯ มีหลายหน้า หน้าหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “เรื่องเล่าของชุมชน” ที่ซ่อนอยู่หลังตึกและถนนใหญ่ และ มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญี่รีน (ดินแดง) คือหนึ่งในสถานที่ที่พาเราอ่านหน้านั้นได้ชัดมาก เพราะมัสยิดแห่งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยว แต่เริ่มต้นจากการเป็น “ศูนย์รวมใจ” ของผู้คนที่ค่อย ๆ ย้ายเข้ามาปักหลักในย่านชานเมืองของพระนคร ก่อนที่กรุงเทพฯ จะขยายตัวหนาแน่นอย่างทุกวันนี้
บริเวณที่ตั้งมัสยิดในอดีตเคยเป็นทุ่งนากว้าง ไม่ไกลพระนครนัก จัดว่าอยู่แถบชานพระนคร ต่อมาราวปี 2502–2504 มีผู้ดำริจัดสรรที่ดิน แบ่งขาย และทำถนนซอยเข้าพื้นที่จัดสรร พร้อมตั้งชื่อถนนซอยว่า “ซอยชานเมือง” ซึ่งยังใช้ชื่อนี้มาถึงปัจจุบัน ซอยชานเมืองยังเชื่อมต่อกับซอยพร้อมพรรณและซอยอาคารสงเคราะห์ห้วยขวาง ทำให้ย่านนี้กลายเป็นเส้นทางลัดสำคัญที่ไปเชื่อมถนนดินแดงได้ทั้งสองทาง และค่อย ๆ มีผู้คนเข้ามาอาศัยมากขึ้น
ปี 2506 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพี่น้องมุสลิมีนหลายครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมถนนดินแดงเริ่มอพยพย้ายที่พักอาศัยมายังบริเวณซอยชานเมือง เหตุผลสำคัญคือพื้นที่เดิมเป็นที่ดินของกรมประชาสงเคราะห์ และภาครัฐต้องการสร้างอาคารถาวรในบริเวณนั้น การย้ายถิ่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนชุมชนมุสลิมในย่านซอยชานเมืองหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อมีผู้คนมากขึ้น ความคิดหนึ่งก็ชัดขึ้นตามไปด้วย นั่นคือชุมชนควรมีศูนย์รวมที่จะทำให้ทุกคนยืนอยู่ด้วยกันได้ ทั้งในด้านศาสนกิจและความเป็นชุมชน
แนวคิดการสร้างมัสยิดเริ่มต้นจากผู้เกี่ยวข้องในระยะแรก 3 คน คือ นายประวิทย์ พูลสวัสดิ์ นายทองคำ มิ่งสมร และนายอับดุลเลาะห์ มูซา เมื่อปรึกษาหารือจนเห็นพ้อง จึงนัดเชิญบรรดามุสลิมีนในกลุ่มมาประชุมร่วมกันที่บ้านของนายประวิทย์ โดยมีผู้เข้าร่วมราว 40 คน และที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะสร้างมัสยิดขึ้น จึงตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างจำนวน 15 คน และลงมติเอกฉันท์ให้นายประวิทย์เป็นประธานกรรมการ
ต่อมาในปี 2507 คณะกรรมการได้พิจารณาจัดหาที่ดินสำหรับก่อสร้าง โดยมีนายทองคำ มิ่งสมรเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดซื้อที่ดินไว้ 90 ตารางวา ด้วยราคาประมาณ 300 บาทต่อหนึ่งตารางวา การระดมทุนเกิดขึ้นจากการสละทรัพย์คนละเล็กละน้อยตามกำลังของแต่ละครอบครัว ซึ่งหลายคนอยู่ในภาวะค่อนข้างขัดสน แต่ด้วยแรงศรัทธาและความร่วมมือของชุมชน ทำให้การก่อสร้างค่อย ๆ เดินหน้าไปได้
การก่อสร้างเริ่มขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2508 ในวันวางรากฐานมีพี่น้องมุสลิมีนไปให้กำลังใจอย่างอบอุ่น และมีผู้ใหญ่ในวงการมุสลิมไปร่วมหลายท่าน หนึ่งในเหตุการณ์ที่กลายเป็นความทรงจำสำคัญคือการสนทนาเกี่ยวกับที่มาของผู้คนในชุมชน เมื่อมีผู้ถามว่าอพยพมาจากแห่งหนตำบลใด และได้รับคำชี้แจงว่าหลายครอบครัวย้ายมาจากสามเหลี่ยมถนนดินแดงบ้าง จากตำบลอื่น ๆ บ้าง จึงมีข้อเสนอว่า มัสยิดหลังนี้ควรมีชื่อที่สะท้อนเรื่องราวการย้ายถิ่นของผู้คน และชื่อ “ดารุ้ลมู่ฮาญีรีน” ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นชื่อที่ทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์ของผู้ที่อพยพมารวมกันเป็นชุมชนเดียว
แม้อาคารมัสยิดในช่วงหนึ่งยังไม่เรียบร้อยนัก กระทั่งหลังคายังกันแดดกันฝนได้ไม่สมบูรณ์ แต่ความจำเป็นของการทำยุมอั๊ตสำคัญกว่า และชุมชนได้พร้อมใจกันเปิดทำพิธียุมอั๊ตขึ้นเป็นปฐมในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2511 เหตุการณ์นี้มักถูกเล่าต่อในฐานะ “วันที่มัสยิดมีชีวิตจริง” เพราะเป็นวันที่ศรัทธาของผู้คนรวมกันเป็นกิจวัตรและความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่อาคารที่กำลังก่อสร้างอยู่เท่านั้น
มัสยิดแห่งนี้มีทะเบียนเลขที่ 108 และรับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2514 โดยระบบข้อมูลมัสยิดของคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครยังระบุรายชื่อผู้บริหาร/ผู้ดูแลในโครงสร้างศาสนกิจ เช่น ตำแหน่งอิหม่าม และคอเต็บ ซึ่งช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของการบริหารชุมชนจากอดีตสู่ปัจจุบัน และทำให้มัสยิดยังคงเป็นพื้นที่ของความเป็นบ้านในเมืองใหญ่ได้อย่างมั่นคง
การเดินทาง หากเริ่มจากระบบขนส่งมวลชน ให้ใช้ MRT โซนศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือห้วยขวาง แล้วต่อด้วยรถรับจ้าง/แท็กซี่เข้าซอยชานเมืองในย่านดินแดง–รัชดา โดยจุดสังเกตของพื้นที่คือกลุ่มศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานรอบถนนรัชดาภิเษก จากนั้นเข้าถนนประชาสงเคราะห์และซอยชานเมืองตามป้าย/แผนที่ ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าพื้นที่ย่านดินแดง–รัชดาได้หลายเส้นทาง และเลือกเข้าซอยชานเมืองตามสภาพการจราจรของช่วงเวลา
สำหรับผู้มาเยือนที่ตั้งใจมาศึกษาบรรยากาศหรือมิติชุมชน ควรแต่งกายสุภาพ เคารพช่วงเวลาละหมาด และหากต้องการถ่ายภาพควรขออนุญาตก่อน โดยเฉพาะช่วงที่มีศาสนกิจ เพื่อให้การมาเยือนเป็นการให้เกียรติพื้นที่และผู้คนอย่างเหมาะสม ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มัสยิดแห่งนี้ทำให้เห็น “ความหลากหลายของกรุงเทพฯ” ในแบบที่เป็นชีวิตจริง เพราะเรื่องเล่าของที่นี่คือเรื่องของผู้คนที่ย้ายถิ่น สร้างบ้าน สร้างชุมชน และสร้างศูนย์รวมศรัทธาขึ้นจากมือของตัวเอง
เมื่อเดินออกจากเรื่องเล่าของมัสยิด กลับไปสู่ถนนใหญ่ เราจะเห็นอีกชั้นของความน่าสนใจ นั่นคือการอยู่ร่วมกันของศาสนสถานกับเมืองสมัยใหม่ในระยะไม่ไกล ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์วัฒนธรรม และย่านอาหารรอบรัชดา–ห้วยขวาง ทำให้การมาเยือนสามารถต่อยอดเป็นทริปสั้น ๆ ที่ได้ทั้งความรู้สึกของ “ชุมชน” และความสะดวกของ “เมือง” ในครั้งเดียว
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญี่รีน (ดินแดง) |
| ที่ตั้ง | 43/27 ซอยชานเมือง ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 |
| จุดเด่นของมัสยิด | มัสยิดที่เติบโตจากการรวมตัวของชุมชนมุสลิมผู้ย้ายถิ่นในย่านดินแดง–ชานเมือง, เรื่องเล่าการตั้งชื่อ “ดารุ้ลมู่ฮาญีรีน” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ผู้ย้ายถิ่น, เปิดยุมอั๊ตปฐม 6 กันยายน 2511 |
| ช่วงเวลา/ยุคสมัย | เริ่มก่อตัวของชุมชนราว 2502–2506, เริ่มก่อสร้าง 14 เมษายน 2508, เปิดยุมอั๊ตครั้งแรก 6 กันยายน 2511, รับจดทะเบียน 15 กุมภาพันธ์ 2514 |
| หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ | ข้อมูลทำเนียบมัสยิด (CICOT) และระบบข้อมูลมัสยิดของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ของชุมชนที่อพยพย้ายถิ่นมาจากหลายพื้นที่ จึงใช้คำว่า “ดารุ้ลมู่ฮาญีรีน” สะท้อนความหมายของผู้ย้ายถิ่น |
| การเดินทาง | MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ/ห้วยขวาง แล้วต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างเข้าซอยชานเมือง; รถส่วนตัวเข้าย่านดินแดง–รัชดา แล้วเข้าถนนประชาสงเคราะห์และซอยชานเมืองตามสภาพจราจร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นมัสยิดที่มีทะเบียนและข้อมูลทางการในระบบหน่วยงานอิสลามของไทย และยังเป็นศูนย์รวมศาสนกิจของชุมชนในพื้นที่ดินแดง |
| เบอร์ติดต่อ | 02-644-1989 |
| ผู้ดูแลมัสยิด | อิหม่าม: นายประดิษฐ์ มิ่งสมร (ระบุ 2542–ปัจจุบัน), คอเต็บ: นายอรรถสิทธิ์ ม่วงมั่น (ปัจจุบัน) |
| สถานที่ใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | The Street Ratchada (2 กม.), Big C รัชดา (2 กม.), ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (3 กม.), MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ (3 กม.), MRT ห้วยขวาง (3 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | เชาะห์ ยำหน้ามัสยิดชานเมือง (1 กม.) โทร 087-699-6456, เป็ดย่างฮาลาล (1 กม.) โทร 081-803-2637, โต๊ะยะห์อาหารตามสั่ง (1 กม.) โทร 081-611-8124, ลูกชิ้นทอดฮาลาล บังซัน (1 กม.) โทร 083-403-6983, ร้านข้าวแกงฮาลาล (1 กม.) โทร 081-922-0719 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | Avani Ratchada Bangkok Hotel (4 กม.) โทร 02-641-1500, Swissotel Bangkok Ratchada (4 กม.) โทร 02-694-2222, Amaranta Hotel Bangkok (4 กม.) โทร 02-691-1688, The Emerald Hotel (4 กม.) โทร 02-276-4567, Praso@Ratchada 12 (4 กม.) โทร 02-290-0055, ขมิ้นเบิร์ด โฮสเทล รัชดาภิเษก 7 (2 กม.) โทร 081-618-0079 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ไม่มีข้อมูลยืนยันที่เป็นทางการในแหล่งอ้างอิงที่ใช้ |
| ค่าบริการ | ไม่มีข้อมูลยืนยันที่เป็นทางการในแหล่งอ้างอิงที่ใช้ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญี่รีน (ดินแดง) อยู่ตรงไหน?
ตอบ: ที่ตั้งอยู่ในซอยชานเมือง ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูลทางการระบุบ้านเลขที่ 43/27
ถาม: ไปมัสยิดด้วยรถไฟฟ้าได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยใช้ MRT โซนศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือห้วยขวาง แล้วต่อแท็กซี่/รถรับจ้างเข้าซอยชานเมืองในย่านดินแดง–รัชดา
ถาม: ชื่อ “ดารุ้ลมู่ฮาญีรีน” แปลว่าอะไร ทำไมถึงใช้ชื่อนี้?
ตอบ: ชื่อถูกใช้เพื่อเป็นอนุสรณ์ของชุมชนที่อพยพย้ายถิ่นมาจากหลายพื้นที่มารวมกัน จึงเลือกชื่อที่สื่อความหมายถึง “ผู้ย้ายถิ่น” และการรวมตัวเป็นชุมชนเดียว
ถาม: มัสยิดเริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่?
ตอบ: เริ่มก่อสร้างวันที่ 14 เมษายน 2508 และเปิดยุมอั๊ตปฐมในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2511
ถาม: ถ้าจะไปเยี่ยมชม ควรปฏิบัติตัวยังไง?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ เคารพช่วงเวลาละหมาด และหากต้องการถ่ายภาพควรขออนุญาตก่อนเพื่อความเหมาะสม
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: