โบสถ์อัสสัมชัญ (อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก)

Rating: 3.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 17.00 น., เสาร์ – อาทิตย์ 08.30 – 12.00 น. (เวลาเปิดสำนักงานและช่วงที่เข้าพื้นที่ได้โดยทั่วไป)
โบสถ์อัสสัมชัญ (อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก) เป็นหนึ่งในที่เที่ยวกรุงเทพที่ไม่ได้ชวนให้มาเพราะ “สวยอย่างเดียว” แต่ชวนให้มาเพราะมันเป็นชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่จริงในย่านบางรัก ถ้าคุณเคยเดินเจริญกรุงแล้วรู้สึกว่าเมืองเก่าของกรุงเทพฯ มีอะไรให้ฟังมากกว่าที่ตาเห็น ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้ความรู้สึกนั้นชัดขึ้นแบบไม่ต้องพยายาม เพราะอาสนวิหารแห่งนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของคริสตชนคาทอลิกในกรุงเทพฯ และยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมเรื่องศรัทธาเข้ากับการศึกษา ชุมชน และเหตุการณ์สำคัญระดับโลกที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย
ความพิเศษของโบสถ์อัสสัมชัญเริ่มจาก “สถานะ” ของมันในฐานะอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้นี่ไม่ใช่แค่โบสถ์ประจำย่าน แต่เป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ของพิธีกรรม งานฉลอง และจังหวะชีวิตของคริสตชนจำนวนมากในเมืองหลวง อีกด้านหนึ่ง พื้นที่รอบอาสนวิหารยังผูกกับการศึกษาอย่างแน่นแฟ้น เพราะเกี่ยวข้องกับโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งในเครืออัสสัมชัญ ทำให้ภาพของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็น “ศาสนสถานโดด ๆ” แต่เป็นศูนย์รวมของชุมชนจริง ๆ ที่เติบโตไปพร้อมบางรัก
ถ้าย้อนเล่าแบบไทม์ไลน์ โบสถ์อัสสัมชัญเริ่มต้นครั้งแรกในช่วงราว พ.ศ. 2352 ด้วยการก่อร่างสร้างศาสนสถานเพื่อถวายแด่การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์ และอาคารแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2365 จากนั้นบทบาทของพื้นที่ค่อย ๆ ขยายตามการเติบโตของผู้ศรัทธาและการขยายตัวของกรุงเทพฯ ในยุคที่บางรักยังเป็นเหมือนชานเมือง แต่กำลังจะกลายเป็นย่านสำคัญทางการค้าและความสัมพันธ์กับต่างชาติ เมื่อจำนวนคริสตชนเพิ่มขึ้น จึงมีการยกระดับชุมชนให้เป็นกลุ่มคริสตชนอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2407 ซึ่งถือเป็นหมุดสำคัญที่ทำให้เรามองอาสนวิหารแห่งนี้ได้ชัดขึ้นว่า มันไม่ใช่แค่อาคาร แต่คือระบบนิเวศทางศรัทธาที่หล่อเลี้ยงผู้คนในชีวิตจริง
อาคารโบสถ์หลังปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับคริสตชนที่มีจำนวนมากขึ้น โดยในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ของอาสนวิหารมักพูดถึงความตั้งใจด้านงานช่างและวัสดุที่ถูกคัดสรรอย่างจริงจัง ทั้งหินอ่อนและกระจกสีที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ รวมถึงการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ซึ่งทำให้โบสถ์หลังนี้มีอารมณ์สถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ “ชัด” แต่ไม่หลุดจากบริบทเมืองร้อน เพราะถูกปรับให้เหมาะกับการใช้งานจริงในกรุงเทพฯ
ถ้าพูดถึงสถาปัตยกรรม ภาพรวมของอาสนวิหารอัสสัมชัญถูกวางให้อยู่ในกลิ่นอายงานสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาแบบอิตาลี และหนึ่งในภาพจำที่คนชอบหยุดดูคือหอระฆังที่สูงเด่น ซึ่งมีความสูงราว 32 เมตรจากยอดหอคอยจดพื้น องค์ประกอบนี้ทำหน้าที่เหมือน “หลักหมุดสายตา” ให้ย่านบางรักในแบบที่ต่างจากวัดไทยหรืออาคารราชการ เพราะมันมีภาษาศิลปกรรมของคริสต์ศาสนาที่คนไทยคุ้นอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยได้เห็นในสเกลแบบอาสนวิหาร
ด้านในคือพื้นที่ที่หลายคนรู้สึกว่า “คุ้มค่าที่เดินเข้ามา” เพราะผนังและเพดานมีงานตกแต่งที่เล่าเรื่องความเชื่อผ่านจิตรกรรมแบบเฟรสโกและประติมากรรมปูนปั้น ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราเดินเข้าไปอยู่ในฉากประวัติศาสตร์ยุโรป แต่ยังได้ยินเสียงเมืองกรุงเทพฯ อยู่ไกล ๆ แบบไม่ขัดกัน ที่สำคัญคือกระจกสีที่ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของพื้นที่ตามแสงในแต่ละช่วงเวลา ถ้ามาวันฟ้าเปิด แสงที่ลอดผ่านจะทำให้รายละเอียดบางส่วน “มีชีวิต” ขึ้นมาแบบที่ภาพถ่ายมักเก็บได้ไม่หมด
อีกชั้นของเรื่องเล่าที่ทำให้อาสนวิหารอัสสัมชัญมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2485 มีบันทึกว่าเกิดเหตุการณ์ทิ้งระเบิดในบริเวณนี้จนทำให้อาคารโดยรอบและส่วนหนึ่งของอาสนวิหารได้รับความเสียหาย ทั้งกำแพง กระจก และองค์ประกอบต่าง ๆ ก่อนจะมีการซ่อมแซมบูรณะในเวลาต่อมา เรื่องนี้ทำให้การมายืนอยู่ในอาคารวันนี้มีความหมายแปลก ๆ คือเราไม่ได้ยืนอยู่แค่ในสถานที่สวย แต่ยืนอยู่ในพื้นที่ที่ผ่าน “ความไม่สงบของโลก” มาแล้ว และยังกลับมาเป็นพื้นที่แห่งความสงบได้อีกครั้ง
หลังจากนั้นอาสนวิหารก็มีช่วงเวลาของการฟื้นความงามและความพร้อมในการใช้งาน โดยเฉพาะการปรับปรุงภายในและพื้นที่พระแท่นในช่วงปลายทศวรรษ 2520 ถึงต้นทศวรรษ 2530 ซึ่งมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นการทำให้ภายในกลับมาสมบูรณ์ สะอาด และเหมาะกับพิธีกรรมอีกครั้ง นี่เป็นรายละเอียดที่อาจดูไกลตัวสำหรับคนมาเที่ยว แต่จริง ๆ แล้วมันทำให้เราเห็นว่า “ศาสนสถานที่ยังใช้งานจริง” จะต้องถูกดูแลเหมือนบ้านของชุมชน ไม่ใช่แค่อนุสาวรีย์ให้ยืนดูเฉย ๆ
แล้วถ้าพูดถึงเหตุการณ์ที่คนทั่วไป “จำได้” โบสถ์อัสสัมชัญเคยมีโอกาสต้อนรับการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาถึง 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของไทย ครั้งหนึ่งคือการเสด็จเยือนในปี พ.ศ. 2527 และอีกครั้งคือการเสด็จเยือนในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีมิสซาและการรวมตัวของคริสตชนจำนวนมาก เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำของคนทั้งศาสนา และเป็นเหมือนหน้าต่างที่ทำให้โลกเห็นชุมชนคาทอลิกไทยชัดขึ้น
ถ้าคุณตั้งใจมาเที่ยวแบบ “เคารพสถานที่” สิ่งที่ช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นมากคือการมาด้วยใจที่ไม่รีบ เพราะอาสนวิหารไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เราวิ่งเก็บภาพเหมือนเช็กลิสต์ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรานั่งสงบ ฟังเสียงตัวเอง และมองรายละเอียดให้ลึกขึ้นอีกชั้น ดังนั้นควรแต่งกายสุภาพ รักษาเสียงให้เบา และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือการถ่ายภาพที่อาจรบกวนผู้มาร่วมพิธี โดยเฉพาะถ้าไปตรงกับเวลามิสซา ถ้าคุณอยากถ่ายรูปจริง ๆ ช่วงที่ไม่มีพิธีจะสบายกว่า และการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนในบางพื้นที่จะทำให้ทุกอย่างนุ่มนวลขึ้นมาก
การมาอาสนวิหารอัสสัมชัญยังเหมาะกับคนที่อยากจัดทริปแบบ “เดินต่อเนื่อง” เพราะย่านบางรักมีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่เล่าเรื่องกรุงเทพฯ ผ่านชีวิตคน และจุดริมน้ำที่เดินเล่นได้แบบไม่ต้องไปไกลมาก คุณสามารถวางทริปให้ไหลจากศาสนสถานไปสู่พิพิธภัณฑ์ แล้วต่อด้วยคาเฟ่หรือร้านอาหารในย่านเจริญกรุงได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางยาว เหมาะกับวันที่อยากเที่ยวกรุงเทพฯ แบบได้ทั้งความรู้สึกและได้ทั้งเรื่องเล่า
การเดินทาง ถ้าจะมาแบบสะดวกที่สุด แนะนำเริ่มจาก BTS ลงสถานีสะพานตากสินแล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถรับจ้างเข้ามาโซนเจริญกรุง 40 ซึ่งจะใกล้และตรงที่สุดสำหรับคนที่ไม่อยากเดินไกล ถ้ามาจาก MRT สามารถเลือกลงโซนสีลมหรือหัวลำโพงแล้วต่อรถเข้าย่านบางรักได้เช่นกัน ส่วนคนที่อยากได้บรรยากาศเมืองเก่า แนะนำเลือกเส้นทางริมน้ำ เพราะบริเวณใกล้เคียงมีท่าเรือและทางเดินที่ทำให้เรา “ค่อย ๆ เดินเข้าหาเรื่องเล่า” ได้ดีมาก สำหรับรถส่วนตัวควรเผื่อเวลารถติดในย่านธุรกิจและวางแผนที่จอดล่วงหน้า เพราะบางรักเป็นพื้นที่ที่คนหนาแน่นในหลายช่วงเวลา
สุดท้าย ถ้าคุณกำลังหา “ที่เที่ยวกรุงเทพ” ที่ให้ทั้งสถาปัตยกรรมยุโรป ความหมายทางศรัทธา และประวัติศาสตร์ที่แตะชีวิตคนจริง โบสถ์อัสสัมชัญคือสถานที่ที่ตอบได้แบบนิ่ง ๆ ไม่ต้องขายเสียงดัง เพราะแค่ยืนอยู่ตรงนั้น คุณจะรู้สึกได้เองว่าอาคารหลังนี้ไม่ได้อยู่มาเพราะความสวยอย่างเดียว แต่มันอยู่มาเพราะเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นรอยต่อของเมืองกับศรัทธา และเป็นหลักฐานว่ากรุงเทพฯ มีความหลากหลายที่ลึกกว่าที่หลายคนคิด
| ชื่อสถานที่ | โบสถ์อัสสัมชัญ (อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก) |
| ที่ตั้ง | 23 เจริญกรุง 40 แขวง/เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 17.00 น., เสาร์ – อาทิตย์ 08.30 – 12.00 น. (เวลาเปิดสำนักงาน/ช่วงที่เข้าพื้นที่ได้โดยทั่วไป) |
| เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | คุณพ่อ อิกญาซีโอ อดิศักดิ์ สมแสงสรวง |
| จุดเด่นของวัด | อาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ สถาปัตยกรรมสไตล์ฟื้นฟูศิลปวิทยาแบบอิตาลี มีหอระฆังสูงราว 32 เมตร ภายในมีงานจิตรกรรมเฟรสโก ปูนปั้น และกระจกสีเล่าเรื่องความเชื่อ อีกทั้งเป็นสถานที่สำคัญของชุมชนคาทอลิกบางรัก และเคยมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกเกี่ยวข้องกับการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปา |
| ยุค/ความเป็นมา | เริ่มสร้างโบสถ์เดิมราว พ.ศ. 2352 อาคารแล้วเสร็จ พ.ศ. 2365 ต่อมาเติบโตเป็นชุมชนคาทอลิกบางรัก (ตั้งกลุ่มคริสตชนอย่างเป็นทางการ พ.ศ. 2407) และสร้างอาคารหลังปัจจุบันใน พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับคริสตชนที่เพิ่มขึ้น |
| หลักฐาน/เรื่องสำคัญ | ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485) เคยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดและมีการบูรณะในเวลาต่อมา อีกทั้งเป็นหนึ่งในอาสนวิหารสำคัญของไทยที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาใน พ.ศ. 2527 และ พ.ศ. 2562 |
| ที่มาชื่อ | “อัสสัมชัญ” เชื่อมกับความเชื่อเรื่องพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ (Assumption of Mary) ซึ่งเป็นนัยสำคัญของการอุทิศถวายอาสนวิหาร |
| วิธีการเดินทาง | BTS: ลงสถานีสะพานตากสิน แล้วต่อแท็กซี่/รถรับจ้างเข้าโซนเจริญกรุง 40; MRT: ลงโซนสีลมหรือหัวลำโพงแล้วต่อรถเข้าบางรัก; รถส่วนตัว: เผื่อเวลารถติดและวางแผนที่จอด; ทางน้ำ: ใช้เส้นทางริมน้ำ/ท่าเรือใกล้เคียงแล้วเดินเข้าย่านบางรัก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดใช้งานเป็นอาสนวิหารและประกอบพิธีกรรมต่อเนื่อง มีการประกาศพิธี/กิจกรรมล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ |
| เบอร์ติดต่อ | 02-234-8556, 02-233-7120, 02-234-4592 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | ไปรษณีย์กลางบางรัก (ประมาณ 2 กม.) โทร 1545 พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก (Bangkokian Museum) (ประมาณ 2 กม.) โทร 02-233-7027 River City Bangkok (ประมาณ 2 กม.) โทร 02-237-0077 Asiatique The Riverfront (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-108-4488 ICONSIAM (ประมาณ 4 กม.) โทร 02-495-7000 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | Blue Elephant Bangkok (Sathorn) (ประมาณ 2 กม.) โทร 02-673-9353 Sirocco (lebua at State Tower) (ประมาณ 2 กม.) โทร 02-624-9999 Shangri-La Bangkok (Hotel Restaurants) (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-236-7777 Mandarin Oriental, Bangkok (Hotel Restaurants) (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-659-9000 Holiday Inn Bangkok Silom (Restaurants) (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-207-4300 |
| ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | Holiday Inn Bangkok Silom (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-207-4300 lebua at State Tower (ประมาณ 2 กม.) โทร 02-624-9999 Shangri-La Bangkok (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-236-7777 Mandarin Oriental, Bangkok (ประมาณ 3 กม.) โทร 02-659-9000 Chatrium Hotel Riverside Bangkok (ประมาณ 6 กม.) โทร 02-307-8888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบสถ์อัสสัมชัญเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน แต่เวลาเปิดจะอ้างอิงช่วงเวลาทำการของสำนักงานและการใช้งานของอาสนวิหาร โดยจันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 17.00 น. และเสาร์ – อาทิตย์ 08.30 – 12.00 น. ถ้าตั้งใจจะเข้าชมภายในแบบละเอียดหรือไปตรงพิธี แนะนำดูประกาศของอาสนวิหารก่อนเดินทาง
ถาม: โบสถ์อัสสัมชัญเด่นเรื่องอะไรที่สุด?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นอาสนวิหารสำคัญของคาทอลิกกรุงเทพฯ ผสานสถาปัตยกรรมยุโรปแบบฟื้นฟูศิลปวิทยา หอระฆังสูงเด่น งานเฟรสโก ปูนปั้น และกระจกสี รวมถึงเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านทั้งการบูรณะหลังสงครามและเหตุการณ์ระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระสันตะปาปา
ถาม: ควรแต่งตัวและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมอาสนวิหาร?
ตอบ: แนะนำแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าตรงกับเวลามิสซาหรือพิธีกรรม ควรให้ความเคารพพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ถาม: ไปด้วย BTS สะดวกไหม?
ตอบ: สะดวกมาก โดยลง BTS สะพานตากสินแล้วต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างเข้าเจริญกรุง 40 จะตรงและง่ายสำหรับคนที่ไม่อยากเดินไกล
ถาม: ถ้าอยากจัดทริปต่อเนื่องใกล้ ๆ ไปไหนดี?
ตอบ: แนะนำไปไปรษณีย์กลางบางรัก พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก River City Bangkok หรือไปเดินเล่นริมน้ำที่ Asiatique และ ICONSIAM เพราะอยู่ในรัศมีเดินทางไม่ไกล ทำให้ทริป “บางรัก–ริมน้ำ” ไหลลื่นและครบมิติ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage














หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
มหาวิทยาลัย
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนสนุก(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
โรงภาพยนตร์(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ห้างสรรพสินค้า(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
ที่พัก
โรงแรม(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(