มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)

มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)

มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)
Rating: 2.3/5 (35 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (เข้าชมภายในแนะนำโทรสอบถาม/นัดหมายก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: ไม่ระบุแน่ชัด (แนะนำโทรยืนยันก่อนเดินทาง)
 
มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) คือหนึ่งในที่เที่ยวกรุงเทพสายวัฒนธรรมที่ชวนให้คนมองเมืองแบบช้าลง เพราะที่นี่ไม่ได้เด่นด้วยความหวือหวา แต่เด่นด้วย “ความไม่เหมือน” ที่มีเหตุผลรองรับอยู่ทุกชั้น ตั้งแต่ทำเลริมคลองบางกอกใหญ่ไปจนถึงรูปทรงอาคารที่เป็นทรงไทยทั้งหลัง จนถูกเล่าต่อกันว่าเป็นมัสยิดก่ออิฐถือปูนที่เป็นทรงไทยทั้งหลังอันหาดูได้ยากมาก ความน่าสนใจของมัสยิดแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ความสวยหรือความแปลกตา แต่คือเรื่องเล่าของการตั้งถิ่นฐาน การเติบโตของชุมชนมุสลิม และวิธีที่ผู้คน “วางศรัทธา” ลงในรายละเอียดของงานช่างอย่างประณีต
 
เรื่องเล่าของย่านนี้มักเริ่มจากช่วงเวลาหลังกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 เมื่อผู้คนจำนวนหนึ่งต้องเคลื่อนย้ายเพื่อหาพื้นที่ตั้งหลักใหม่ ชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งได้มาลงหลักปักฐานบริเวณ 2 ฝั่งคลองบางกอกใหญ่ในลักษณะการสร้างแพอาศัยอยู่ริมน้ำ ก่อนที่จำนวนประชากรจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และค่อย ๆ ขยับจากชีวิตบนแพขึ้นสู่ชีวิตบนบก ฝั่งตรงข้ามวัดหงส์ฯ ยาวต่อเนื่องไปถึงแนวคลองวัดดอกไม้หรือคลองบุปผาราม จนพื้นที่ริมคลองค่อย ๆ กลายเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือน เครือญาติ และวิถีชีวิตแบบชุมชนริมคลองที่ยังพอมองเห็นร่องรอยได้ในปัจจุบัน
 
จากคำบอกเล่า บริเวณคลองบางหลวงเคยมีมัสยิดหรือสุเหร่าไม้ชื่อ “กุฎีแดง” และยังพบสระอาบน้ำละหมาดขนาดเล็ก โดยเล่าว่ากว้างยาวด้านละ 3 วา รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้สำคัญ เพราะสะท้อนว่าพื้นที่ศาสนกิจไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำหรับละหมาด แต่เป็นระบบชีวิตที่มีการชำระล้าง การเตรียมกายใจ และระเบียบพิธีกรรมรองรับอยู่แล้ว ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่าในช่วงนั้นมุสลิมนิกายสุหนี่ได้สร้างสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจบนฝั่งคลอง และชุมชนก็หมุนรอบพื้นที่ศรัทธานี้มาอย่างต่อเนื่อง
 
เมื่อเวลาผ่านไป ศาสนสถานเดิมอาจชำรุดหรือเสื่อมโทรม จึงเกิดการสร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่ โดยเล่าว่าพ่อค้ามุสลิมในหมู่บ้านชื่อ “โต๊ะหยี” เป็นผู้รวบรวมสมัครพรรคพวกก่อสร้างมัสยิดทรงไทยก่ออิฐถือปูนทั้งหลังขึ้น และให้ชื่อว่า “มัสยิดบางหลวง” จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายตัวเป็นชุมชนมัสยิดบางหลวงในเวลาต่อมา จุดนี้เองที่ทำให้มัสยิดบางหลวงมีสถานะพิเศษในฐานะศาสนสถานที่ “ยืนอยู่บนรากวัฒนธรรมไทย” อย่างชัดเจน และเมื่ออาคารปูนทาสีขาวล้วนเป็นภาพจำที่เด่นมาก คนจึงเรียกย่านนี้ว่า “กุฎีขาว” และชื่อเล่นนี้ก็ติดปากมาจนถึงปัจจุบัน
 
สิ่งที่ทำให้หลายคนทึ่งคือ มัสยิดบางหลวงไม่ได้สร้างตามพิมพ์นิยมที่ผู้คนคุ้นตาอย่างหลังคาโดมหรือสัญลักษณ์ดาวกับเดือนเสี้ยว แต่กลับเป็นอาคารทรงไทยทั้งหลังอย่างสง่างาม อย่างไรก็ตาม แก่นสำคัญของการเป็นมัสยิดไม่ได้อยู่ที่รูปทรงภายนอก แต่อยู่ที่เจตนาและการใช้งานเพื่อศาสนกิจ รวมถึงการยึดมั่นในพระอัลเลาะห์องค์เดียวตามหลักความเชื่อ นี่คือเหตุผลที่สถานที่แห่งนี้มักถูกยกเป็นตัวอย่างเวลาพูดถึง “ความหลากหลายของรูปแบบสถาปัตยกรรมอิสลาม” ที่ปรับเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ โดยไม่ทำให้แก่นศาสนาสั่นคลอน
 
ในเชิงสถาปัตยกรรม มัสยิดบางหลวงมีรายละเอียดให้ค่อย ๆ อ่านแบบไม่ต้องรีบ เช่น การวางอาคารที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก บันไดทางขึ้นทั้ง 2 ข้าง และลวดลายศิลปไทยบริเวณองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยบอกชัดว่า “นี่คือทรงไทย” แต่พอไล่สายตาไปที่หน้าบัน จะเจอความสนุกที่ซ่อนอยู่อีกชั้น เพราะหน้าบันมีลักษณะของศิลป 3 ชาติที่ถูกเล่าต่อกันไว้ ได้แก่ กรอบหน้าบันเป็นศิลปไทยในลักษณะเครื่องลำยองประดับห้ามลาย ใบหน้าบันเป็นศิลปฝรั่งด้วยปูนปั้นลายก้านแย่งใบฝรั่งเทศ และดอกไม้เป็นดอกเมาตาลในแบบศิลปจีน เมื่อรวมกันแล้วจึงกลายเป็นภาพของพื้นที่ศรัทธาที่รับเอาความหลากหลายของผู้คนและยุคสมัยเข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างแนบเนียน
 
ความน่ารักของมัสยิดบางหลวงยังอยู่ที่การสอดแทรก “หลักการทางศาสนา” ผ่านตัวเลขและสัดส่วนทางสถาปัตยกรรมตามคำบอกเล่าของชุมชน เช่น เสาค้ำยันชายพาไลมีจำนวนทั้งหมด 30 ต้น ซึ่งเชื่อมโยงกับการแบ่งอัลกุรอานเป็น 30 ส่วนเพื่อการอ่านเป็นลำดับ และห้องละหมาดมี 12 หน้าต่างกับ 1 ประตู รวมเป็น 13 ช่อง ซึ่งเล่าว่าสัมพันธ์กับกฎละหมาด 13 ข้อ รวมถึงการแบ่งพื้นที่แยกสำหรับหญิงและชายตามหลักปฏิบัติที่ไม่ละหมาดร่วมกัน รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่แค่การดูอาคาร แต่คือการได้เห็นว่า “ศรัทธา” สามารถถูกออกแบบให้กลายเป็นรูปธรรมผ่านงานช่างได้อย่างไร
 
บรรยากาศของย่านคลองบางหลวงก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรมาแบบไม่ต้องรีบ เพราะเสน่ห์ของพื้นที่ริมคลองคือความเป็นชุมชนจริงที่ยังมีจังหวะชีวิตของคนอยู่ หากมาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แสงจะทำให้ผิวปูนสีขาวดูนุ่มขึ้น และสีเขียวของงานไม้ยิ่งเด่นแบบสบายตา ระหว่างทางอาจได้เห็นทางเดินเลาะชุมชน หน้าบ้าน ร้านเล็ก ๆ และร่องรอยของวัฒนธรรมหลากศาสนาที่อยู่ร่วมกันในระยะเดินถึงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นโซนกุฎีจีน วัดซางตาครู้ส หรือวัดไทยในย่านเดียวกัน ความใกล้กันแบบนี้ทำให้ทริปครึ่งวันในฝั่งธนกลายเป็นทริปที่มีเนื้อหาแน่นโดยไม่ต้องวิ่งไกล
 
ในฐานะผู้มาเยือน สิ่งสำคัญคือการมองที่นี่เป็น “พื้นที่ศรัทธาของชุมชน” ก่อนเสมอ แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสั้นหรือรัดรูป และควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาละหมาดที่ผู้คนต้องการสมาธิ หากต้องการถ่ายภาพควรขออนุญาตผู้ดูแลหรือคนในพื้นที่ก่อน โดยเฉพาะหากจะถ่ายภายในเขตสำคัญ เพราะการท่องเที่ยวที่ดีของสถานที่แบบนี้คือการเคารพพื้นที่ให้มากพอ ๆ กับความอยากรู้อยากเห็นของเรา
 
การเดินทาง ไปมัสยิดบางหลวงทำได้ทั้งทางถนนและทางน้ำ หากใช้รถโดยสารประจำทาง มีสาย 19, 56, 57 ผ่าน โดยให้ลงที่ป้าย สน.บุปผาราม แล้วเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตรตามแนวทางเข้าชุมชน (แนะนำเผื่อเวลาเพราะซอยและทางเดินเป็นโซนชุมชน) อีกทางที่ได้บรรยากาศมากคือการเดินทางทางเรือ โดยขึ้นเรือหางยาวที่ท่าเรือราชินีใกล้ปากคลองตลาด แล้วนั่งข้ามฝั่งเข้าไปในคลองบางหลวง ระหว่างทางใช้ป้อมวิชัยประสิทธิ์เป็นจุดสังเกต เมื่อเข้าใกล้พื้นที่จะมีท่าน้ำเล็ก ๆ อยู่ด้านซ้ายมือและมีป้ายชื่อมัสยิด หากต้องการเข้าชมภายในหรืออยากขอข้อมูลเชิงลึก แนะนำโทรสอบถามก่อนเพื่อความสะดวกของทั้งผู้มาเยือนและชุมชน
 
ถ้าอยากจัดเป็นทริปสั้น ๆ แบบ “ศรัทธา–ชุมชน–ของกิน” สามารถเริ่มที่มัสยิดบางหลวง เดินต่อไปโซนกุฎีจีนเพื่อชมวัดซางตาครู้สและชุมชนเก่า แวะพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนเพื่ออ่านเรื่องราวผู้คนและวัฒนธรรมในพื้นที่ แล้วค่อยไปไหว้พระต่อที่วัดกัลยาณมิตรหรือวัดหงส์ฯ ปิดท้ายด้วยคาเฟ่หรือร้านอาหารในย่านนี้ ข้อดีของเส้นทางคือระยะไม่ไกล แต่ได้เห็นกรุงเทพที่มีหลายศาสนา หลายชาติพันธุ์ และหลายชั้นประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกันจริง ๆ ในระยะเดินถึง
 
สุดท้าย หากจะสรุปคุณค่าของมัสยิดบางหลวงในฐานะที่เที่ยวกรุงเทพ คำตอบอาจไม่ใช่ “ใหญ่ที่สุด” หรือ “ดังที่สุด” แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเข้าใจว่าเมืองนี้เติบโตจากผู้คนหลากรากอย่างไร และทำไมความศรัทธาจึงสามารถอยู่ร่วมกับศิลปะไทย ศิลปะฝรั่ง และศิลปะจีนได้ในอาคารเดียวกันอย่างไม่ขัดแย้ง เมื่อเดินออกจากย่านคลองบางหลวง หลายคนจะจำไม่ได้แค่ว่าอาคารหน้าตาเป็นแบบไหน แต่จะจำได้ว่า “กรุงเทพเคยเล่าเรื่องแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”
 
ชื่อสถานที่ มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)
ที่ตั้ง ซอยมัสยิดบางหลวง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
ประเภท มัสยิด / ศาสนสถานอิสลาม / แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านคลองบางกอกใหญ่
จุดเด่นของสถานที่ มัสยิดทรงไทยก่ออิฐถือปูนทั้งหลัง โทน “กุฎีขาว” มีศิลปะ 3 ชาติบนหน้าบัน และมีการเล่าถึงการสอดแทรกหลักศาสนาด้วยจำนวนเสา 30 ต้นและช่องเปิด 13 ช่อง
ประวัติย่อ ชุมชนมุสลิมย่านคลองบางกอกใหญ่มีคำบอกเล่าถึงศาสนสถานไม้ชื่อ “กุฎีแดง” ก่อนจะสร้างมัสยิดใหม่เป็นทรงไทยก่ออิฐถือปูนโดย “โต๊ะหยี” และชุมชนในเวลาต่อมา
การเดินทาง รถเมล์สาย 19, 56, 57 ลงป้าย สน.บุปผาราม แล้วเดินประมาณ 200 ม. / ทางเรือ: ท่าเรือราชินี → เรือหางยาวเข้าคลองบางหลวง (สังเกตป้อมวิชัยประสิทธิ์) แล้วขึ้นท่าน้ำใกล้ป้ายมัสยิด
เบอร์โทรติดต่อ 02-466-6159, 083-050-9863
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางถนน) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร – 2 กม. – 02-466-4594
วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร – 2 กม. – 02-891-0549
วัดซางตาครู้ส (กุฎีจีน) – 2 กม. – 02-472-0153
พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน – 2 กม. – 081-772-5184
พระราชวังเดิม (กรุงธนบุรี) – 3 กม. – 02-475-4117
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางถนน) บ้านสกุลทอง (กุฎีจีน) – 2 กม. – 062-605-5665
CAF KUDEEJEEN – 2 กม. – 062-604-0907
ฮาลาลบางหลวง (ถ.อิสรภาพ) – 3 กม. – 096-882-8040
Wawa HALAL FOOD (ใกล้ทางเข้ามัสยิดกุฎีขาว) – 2 กม. – 091-745-2208
ร้านอาหารโปรตุเกส (กุฎีจีนซอย 2) – 2 กม. – 085-245-7420
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางถนน) The Peninsula Bangkok – 6 กม. – 02-020-2888
Millennium Hilton Bangkok – 7 กม. – 02-442-2000
The Quarter Chaophraya by UHG – 8 กม. – 02-044-4999
Avani+ Riverside Bangkok Hotel – 9 กม. – 02-431-9100
Anantara Riverside Bangkok Resort – 10 กม. – 02-476-0022
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) อยู่ตรงไหน?
ตอบ: อยู่ซอยมัสยิดบางหลวง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ใกล้ย่านคลองบางกอกใหญ่และโซนกุฎีจีน
 
ถาม: ทำไมคนถึงเรียกย่านนี้ว่า “กุฎีขาว”?
ตอบ: เพราะตัวอาคารมัสยิดเป็นปูนทาสีขาวเด่นทั้งหลัง จนกลายเป็นภาพจำของชุมชนและถูกเรียกติดปากว่า “กุฎีขาว”
 
ถาม: ทำไมมัสยิดบางหลวงถึงไม่เป็นโดมเหมือนมัสยิดทั่วไป?
ตอบ: รูปแบบสถาปัตยกรรมไม่ใช่แก่นของศาสนกิจ มัสยิดสามารถเป็นอาคารรูปแบบใดก็ได้ตราบเท่าที่รองรับการละหมาดและการปฏิบัติศาสนกิจได้ครบถ้วน แก่นสำคัญอยู่ที่ความศรัทธาและการยึดมั่นในพระอัลเลาะห์
 
ถาม: เดินทางไปยังไงสะดวกสุด?
ตอบ: ไปได้ทั้งทางรถและทางเรือ รถเมล์สาย 19, 56, 57 ลงป้าย สน.บุปผารามแล้วเดินประมาณ 200 เมตร หรือไปทางเรือจากท่าเรือราชินีแล้วนั่งเรือหางยาวเข้าคลองบางหลวง
 
ถาม: คนที่ไม่ใช่มุสลิมแวะไปชมได้ไหม?
ตอบ: โดยมารยาทควรแต่งกายสุภาพ เคารพช่วงเวลาละหมาด ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ และแนะนำโทรสอบถาม/นัดหมายก่อนหากต้องการเข้าชมภายใน
 
ถาม: มีเบอร์ติดต่อมัสยิดบางหลวงไหม?
ตอบ: มี เบอร์ 02-466-6159 และ 083-050-9863 (แนะนำโทรยืนยันก่อนเดินทาง)
แผนที่ มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) แผนที่มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)
มัสยิด กลุ่ม: มัสยิด
คำค้นคำค้น: มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)มัสยิดบางหลวง กุฎีขาว มัสยิดทรงไทย คลองบางหลวง คลองบางกอกใหญ่ ที่เที่ยวฝั่งธน ที่เที่ยวกรุงเทพเชิงวัฒนธรรม ชุมชนกุฎีจีน เที่ยวธนบุรี เที่ยวกรุงเทพใกล้แม่น้ำ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




https://www.lovethailand.org/

อัลบั้มรูป(21) https://www.lovethailand.org/

สถานที่ ขอบคุณภาพสวย ๆ 6 รูป จากคุณ: bloggang.com
You have an error in your SQL syntax; check the manual that corresponds to your MariaDB server version for the right syntax to use near '-21 , 21' at line 1