วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร

Rating: 4.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 (ข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยว/ไดเรกทอรี ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง)
วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เป็นวัดโบราณในย่านบางรักที่เล่าเรื่องกรุงเทพได้แบบเงียบ ๆ แต่หนักแน่น วัดนี้มีรากเดิมย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนที่กรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี และตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของคลองผดุงกรุงเกษมในเขตเมืองเก่าการค้า หากมองด้วยสายตาคนเดินเมือง วัดแห่งนี้เหมือนจุดพักใจใกล้หัวลำโพง–สามย่าน ที่ยังคงชั้นประวัติศาสตร์ไว้ทั้งในชื่อเดิม ตำนานการบูรณะ และงานศิลป์ในอาคารสำคัญ
ชื่อเดิมของวัดตามข้อมูลประวัติที่เล่าสืบกันมา คือ “วัดท่าเกวียน” เพราะเคยเป็นที่พักแรมของกองเกวียนที่เดินทางเข้ามาค้าขายในกรุงเทพฯ เมื่อกองเกวียนจอดพัก ผู้คนก็พลอยจดจำภูมิทัศน์แบบ “ท่า” และ “เกวียน” เป็นภาพจำของพื้นที่ ต่อมาชาวบ้านเรียกเพี้ยนเป็น “วัดตะเคียน” ซึ่งสอดรับกับธรรมชาติของพื้นที่ที่สันนิษฐานว่ามีต้นตะเคียนขึ้นหนาแน่นโดยรอบ และวัดมีอาณาบริเวณใหญ่ราว 14 ไร่ ทำให้ชื่อที่คนเรียกติดปากนั้นยิ่งฝังแน่นในความทรงจำของชุมชน
จุดพลิกสำคัญของวัดมหาพฤฒารามอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในเพศบรรพชิต ได้เสด็จมาพระราชทานผ้าป่าที่วัดนี้ ในคราวนั้น “พระอธิการแก้ว” เจ้าอาวาสได้ทูลถวายคำพยากรณ์ว่า พระองค์จะได้เป็นเจ้าชีวิตในเร็ววัน พระองค์จึงมีรับสั่งในเชิงสัญญาว่า หากได้ครองแผ่นดินจริงจะกลับมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่ และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่อย่างจริงจัง
การสถาปนาใหม่นั้นดำเนินต่อเนื่องยาวนาน โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2397 จนถึง พ.ศ. 2409 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ขึ้นเป็นแม่กองในการสถาปนา พร้อมทั้งพระราชทานสมณะศักดิ์แก่พระอธิการแก้วเป็น “พระมหาพฤฒาจารย์” เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ วัดจึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดมหาพฤฒาราม” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ถ้าคุณชอบดูวัดแบบอ่านรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรม พระอุโบสถของวัดมหาพฤฒารามคือจุดที่ควรหยุดดูให้นานกว่าปกติ ตัวอาคารสร้างเป็นรูปโถงตลอด หลังคาลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา และที่ชวนดูเป็นพิเศษคือ “หน้าจั่ว” ซึ่งทำเป็นสัญลักษณ์พระมงกุฎวางบนพานสองชั้นในบุษบก ตั้งอยู่บนช้างสามเศียร สื่อความหมายโยงตรงถึงเจ้าฟ้ามงกุฎ–รัชกาลที่ 4 ในฐานะผู้สร้างพระอุโบสถหลังนี้ การอ่านหน้าจั่วจึงไม่ใช่แค่ดูความสวย แต่คือการอ่าน “ภาษาอำนาจและศรัทธา” ที่ฝังอยู่ในงานช่าง
ความสนุกอีกชั้นคือการดู “บานประตูและหน้าต่าง” ของพระอุโบสถ เพราะไม่ได้ทำลายล้อมทั่วไป แต่ใส่สัญลักษณ์ที่เล่าเรื่องวัดไว้ชัดเจน เช่น รูปวัวลากเพื่อย้ำชื่อเดิม “วัดท่าเกวียน” รูปช้างที่โยงกับเจ้าอาวาสพระอธิการแก้วซึ่งเล่าว่ามีอายุยืนถึง 107 ปี และรูปเทวดาทูลพานสองชั้นที่มีพระมงกุฎวางอยู่ด้านบนเพื่อสื่อถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อดูองค์ประกอบเหล่านี้รวมกัน จะเห็นว่าวัดพยายามเก็บ “ความทรงจำเดิม” ของพื้นที่ไว้ พร้อมกับประกาศตัวตนใหม่ในฐานะวัดที่ได้รับการอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์
อีกจุดที่ทำให้วัดมหาพฤฒารามต่างจากวัดจำนวนมากในกรุงเทพคือ “จิตรกรรมฝาผนัง” ที่เลือกเล่าเรื่อง “ธุดงควัตร 13” และเรื่องการไปสืบพระพุทธศาสนาที่ลังกา แทนการเขียนทศชาติชาดกหรือพุทธประวัติแบบที่คุ้นตาในวัดอื่น ๆ ที่สำคัญคือวิธีเขียนที่รับอิทธิพลตะวันตก มีการใช้การจัดองค์ประกอบให้เกิดความลึกแบบสามมิติ เขียนทิวทัศน์ให้เหมือนจริงตามธรรมชาติ และนำรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกมาใช้เป็นองค์ประกอบประกอบฉากในภาพ ทำให้การยืนดูภาพไม่ใช่แค่ดูเรื่องเล่า แต่เหมือนได้เห็นช่วงเวลาที่ศิลปกรรมไทยกำลังทดลองรับภาษาศิลป์ใหม่ ๆ เข้ามาผสมกับโลกความเชื่อเดิม
ในผังวัดยังมีศาสนสถานที่ช่วยให้การเดินชม “เป็นเรื่องเป็นราว” มากขึ้น คือ “พระปรางค์ 4 องค์” ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ที่ปรินิพพานไปแล้ว โดยจัดวางขนาดใหญ่เล็กเรียงกัน และตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับวิหารเหนือ เมื่อเดินผ่านบริเวณนี้ คุณจะรู้สึกได้ว่าพื้นที่ถูกออกแบบให้มีจังหวะ “ค่อย ๆ พาเข้า” จากโถงพิธีหลักไปสู่พื้นที่ศรัทธาที่มีความหมายเฉพาะด้านมากขึ้น
และถ้าพูดถึงสิ่งที่หลายคนตั้งใจมาดูด้วยตาตัวเอง วัดมหาพฤฒารามมี “พระพุทธไสยาสน์” (พระนอน) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เล่ากันว่าเป็นพระนอนที่มีมาแต่ครั้งยังเป็นวัดท่าเกวียนและวัดตะเคียน เพียงแต่เดิมไม่ได้มีขนาดใหญ่ยาวเท่าในปัจจุบัน ก่อนที่รัชกาลที่ 4 จะทรงปฏิสังขรณ์ให้ใหญ่ขึ้น มีขนาดยาวจากพระบาทถึงพระเกตุมาลา 19.25 เมตร พระอุระกว้าง 3.25 เมตร และพระนาภีกว้าง 2 เมตร จุดนี้ทำให้พระนอนของวัดถูกพูดถึงว่าเป็นองค์ใหญ่รองจากพระพุทธไสยาสน์วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) และเป็นเหตุผลว่าทำไมคนรักศิลปกรรมมักแวะมาที่นี่แม้ไม่ได้ตั้งใจมาแบบสายท่องเที่ยวเต็มตัว
การเดินทาง ไป วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร ทำได้ง่ายด้วยขนส่งสาธารณะเพราะอยู่โซนหัวลำโพง–สามย่าน สามารถใช้ MRT ลงสถานีหัวลำโพงหรือสถานีสามย่าน แล้วต่อแท็กซี่ระยะสั้นหรือเดินตามความสะดวก นอกจากนี้ยังเรียกรถจากย่านสีลม–สี่พระยา–สามย่านได้ไม่ยาก หากต้องการบรรยากาศเดินชมแบบสบาย ๆ แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่หนักเกินไปและเดินดูรายละเอียดในอุโบสถกับจิตรกรรมได้มีสมาธิกว่า
| ชื่อสถานที่ | วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร |
| ที่ตั้ง | แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 (บริเวณถนนมหาพฤฒาราม ใกล้หัวลำโพง–สามย่าน) |
| ลักษณะเด่น | วัดโบราณรากเดิมอยุธยา, สถาปนาครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 4, อุโบสถมีสัญลักษณ์เล่าเรื่องชื่อเดิมของวัด, จิตรกรรมฝาผนังเรื่องธุดงควัตร 13 และการสืบพระศาสนาที่ลังกา, พระปรางค์ 4 องค์, พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ |
| ยุคสมัย | รากเดิมสมัยอยุธยา; สถาปนา/บูรณะครั้งใหญ่ พ.ศ. 2397–2409 (รัชกาลที่ 4) |
| หลักฐาน/สิ่งสำคัญ | พระอุโบสถและลวดลายสัญลักษณ์, จิตรกรรมฝาผนังแนวเฉพาะของวัด, พระปรางค์ 4 องค์, พระพุทธไสยาสน์ (ขนาด 19.25 เมตร) |
| ที่มาชื่อ | เดิม “วัดท่าเกวียน” (ที่พักแรมกองเกวียนค้า); ต่อมาเรียก “วัดตะเคียน”; รัชกาลที่ 4 สถาปนาใหม่และพระราชทานนาม “วัดมหาพฤฒาราม” |
| การเดินทาง | MRT หัวลำโพง หรือ MRT สามย่าน แล้วต่อแท็กซี่/เดิน; เดินทางจากย่านสีลม–สี่พระยาได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าทำบุญ/เข้าชมตามเวลาทำการ (ไม่พบข้อมูลว่าปิดถาวร) |
| เบอร์ติดต่อ | 02-266-2872 |
| เจ้าอาวาสล่าสุด | พระธรรมสุธี (ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร – 1.1 กม. – 095-516-9559; Samyan Mitrtown – 2.2 กม. – 02-033-8900; เยาวราช (ถนนเยาวราชโซนหลัก) – 2.3 กม. – (ไม่มีเบอร์กลางที่ยืนยันได้); สถานีหัวลำโพง (อาคารสถานีเดิม) – 1.0 กม. – (ไม่มีเบอร์กลางที่ยืนยันได้); สวนลุมพินี (ประตูฝั่งใกล้สีลม) – 3.8 กม. – 02-252-7006 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | ร้านเฮียป้อม & เจ้แอน ข้าวหมูแดงหมูกรอบข้างวัดมหาพฤฒาราม – 0.2 กม. – 094-292-2624; ครัวเจ๊ง้อ สี่พระยา – 2.1 กม. – 086-520-9560; 100มหาเศรษฐ์ สี่พระยา – 2.0 กม. – 02-235-0023; โจ๊กปรินซ์ บางรัก – 3.2 กม. – 081-916-4390; ก๋วยจั๊บนายเอ็ก เยาวราช – 2.4 กม. – 02-226-4651 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | The Quarter Hualamphong by UHG – 1.5 กม. – 02-092-7999; At Hua Lamphong Hotel – 1.2 กม. – 02-639-1925; Ago Hotel Chinatown – 2.2 กม. – 02-002-0802; Talakkia Boutique Hotel – 3.0 กม. – 02-639-1144; Mandarin Hotel Bangkok – 2.6 กม. – 02-238-0230 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมหาพฤฒารามเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: ตามประวัติที่เล่าสืบกันมา วัดนี้เดิมชื่อ “วัดท่าเกวียน” ก่อนจะถูกเรียกกันว่า “วัดตะเคียน” และภายหลังรัชกาลที่ 4 สถาปนาใหม่เป็น “วัดมหาพฤฒาราม”
ถาม: จุดเด่นที่ต่างจากวัดอื่นของวัดมหาพฤฒารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนเรื่อง “ธุดงควัตร 13” และเรื่องการไปสืบพระพุทธศาสนาที่ลังกา พร้อมเทคนิคภาพแบบตะวันตกที่ให้มิติและความลึกต่างจากงานจิตรกรรมวัดทั่วไป
ถาม: พระอุโบสถวัดมหาพฤฒารามมีอะไรให้สังเกตเป็นพิเศษ?
ตอบ: สังเกตสัญลักษณ์ที่เชื่อมกับรัชกาลที่ 4 และชื่อเดิมของวัด เช่น หน้าจั่วที่มีสัญลักษณ์พระมงกุฎ และลายบานประตูหน้าต่างที่สื่อถึง “ท่าเกวียน” และเรื่องราวการสถาปนา
ถาม: วัดมหาพฤฒารามมีพระนอนจริงไหม และใหญ่มากแค่ไหน?
ตอบ: มี “พระพุทธไสยาสน์” (พระนอน) ที่เล่าว่ามีมาแต่เดิมและได้รับการปฏิสังขรณ์ให้ใหญ่ขึ้นในรัชกาลที่ 4 โดยมีความยาว 19.25 เมตร
ถาม: ไปวัดมหาพฤฒารามด้วยรถไฟฟ้าควรลงสถานีไหน?
ตอบ: ใช้ MRT ลงสถานีหัวลำโพงหรือสถานีสามย่าน แล้วต่อแท็กซี่ระยะสั้นหรือเดินตามความสะดวก
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: