วัดเศวตฉัตรวรวิหาร

วัดเศวตฉัตรวรวิหาร

วัดเศวตฉัตรวรวิหาร
Rating: 3.2/5 (18 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน (แนะนำโทรยืนยันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงมีงานบุญ/พิธี)
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไป 07:00 – 18:00 น. (แนะนำโทรยืนยันก่อนเดินทาง)
 
วัดเศวตฉัตรวรวิหาร เป็นวัดหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนที่ให้ความรู้สึก “สงบแบบมีผู้คน” เพราะถึงจะอยู่ในกรุงเทพชั้นใน แต่บรรยากาศของวัดยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนและศรัทธาอย่างชัดเจน หน้าวัดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ส่วนหลังวัดอยู่ริมถนนเจริญนคร ในแขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน ทำให้การมาไหว้พระที่นี่ได้ทั้งมุมวัดริมน้ำและมุมชุมชนเมืองในวันเดียว โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวกรุงเทพแบบได้เรื่องเล่าเก่า ๆ ไม่เร่งรีบ และอยากเห็นว่าวัดกับแม่น้ำสัมพันธ์กันอย่างไรจริง ๆ วัดนี้เหมาะมากกับทริปครึ่งวัน
 
เสน่ห์ของวัดเศวตฉัตรไม่ได้มีแค่ทำเลริมน้ำ แต่มี “ชั้นเวลา” ซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะวัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และมีเรื่องเล่าความเป็นมาที่เชื่อมทั้งยุคอยุธยาตอนปลาย รัตนโกสินทร์ตอนต้น ไปจนถึงการพระราชทานนามในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยข้อมูลที่เล่าต่อกันมาระบุว่าวัดมีรากเดิมเป็นวัดโบราณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ยังมี “พระอุโบสถเก่า” เป็นหลักฐานสำคัญให้เห็นความเก่าแก่ และชาวบ้านในพื้นที่ก็เคยเรียกวัดนี้ด้วยหลายชื่อ เช่น วัดแมลงภู่ วัดบางลำภูใน หรือวัดกัมพูฉัตร ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่นี้เคยเป็นชุมชนริมน้ำที่คึกคักและมีความทรงจำร่วมกันมายาวนาน
 
ช่วงเวลาที่ทำให้วัดมีรูปร่างชัดขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน คือการสร้างและขยับผังวัดในสมัยปลายรัชกาลที่ 2 ต่อเนื่องต้นรัชกาลที่ 3 โดยพระเจ้าอัยกาเธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ (พระองค์เจ้าฉัตร) ทรงสร้างวัดในระหว่าง พ.ศ. 2359 จนถึง พ.ศ. 2373 และภายหลังถวายเป็นพระอารามหลวง เมื่อเวลาผ่านไป ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า “วัดเศวตฉัตร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์เจ้าฉัตรผู้ทรงสถาปนาวัด ทำให้ชื่อของวัดไม่ใช่แค่ชื่อเรียก แต่เป็นเหมือนหมุดที่ย้ำความสำคัญของผู้สร้างและความเป็นวัดหลวงที่ผูกกับประวัติศาสตร์กรุงเทพโดยตรง
 
ทำเลริมน้ำของวัดเป็นทั้งความงามและความท้าทาย เพราะมีบันทึกเล่าว่าพื้นที่ด้านหน้าวัดเคยงอกไปริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนตื้นเขิน ห่างจากวัดเดิมมากขึ้น กรมหมื่นสุรินทรรักษ์จึงทรง “ยกวัดออกไปสร้างใหม่” อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าว่าทรงโปรดให้รื้อพระตำหนักของพระองค์มาสร้างเป็นกุฏิหลังใหญ่ 5 ห้อง (เป็นตำหนักหรือคณะหนึ่งในปัจจุบัน) พร้อมสร้างอาคารสำคัญของวัด เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ และพระปรางค์ เป็นต้น ภาพรวมจึงทำให้เราเห็นชัดว่า วัดนี้ไม่ได้เติบโตแบบนิ่ง ๆ แต่เติบโตตามภูมิทัศน์ของแม่น้ำและการใช้งานจริงของชุมชน
 
หนึ่งในสิ่งที่คนมาวัดเศวตฉัตรแล้วมักจำได้ คือพระพุทธไสยาสน์ที่มีพระนามยาวและสง่างามว่า “พระพุทธบัณฑูรมูลประดิษฐ์สถิตไสยาสน์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สร้างประมาณ พ.ศ. 2364 และเคยประดิษฐานบนพื้นราบเสมอในลานพระอุโบสถ แต่ด้วยความที่วัดติดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีช่วงเวลาที่พระนอนองค์นี้ถูกน้ำท่วมทุกปีจนเกิดความเสียหายและชำรุดทรุดโทรม เรื่องนี้ทำให้การมาไหว้พระที่นี่ไม่ได้เป็นแค่การขอพร แต่เหมือนการได้เห็นร่องรอยของ “วัดที่อยู่กับสายน้ำจริง ๆ” และย้ำคุณค่าของการดูแลรักษามรดกศาสนศิลป์ในเมืองใหญ่
 
อีกหัวใจของศรัทธาที่ผู้คนกล่าวถึงมาก คือ “หลวงพ่อโบสถ์บน” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิในสายงานช่างอยุธยา เล่าว่าเป็นพระสานด้วยไม้ไผ่แล้วปั้นด้วยปูน เป็นพระโบราณที่สร้างคู่กับวัดมาแต่เดิม ไม่ทราบว่าใครสร้างและสร้างสมัยใดแน่ชัด แต่มีประชาชนเคารพนับถือมาก มีพระนามว่า พระพุทธสมาธิคุณสุนทรสมา ทานบุราณสุคต และชาวบ้านนิยมเรียกจำง่ายว่า “หลวงพ่อโบสถ์บน” ภาพการสักการะที่นี่จึงมักเห็นคนแวะมากราบทุกวันแบบไม่ต้องรอเทศกาล เพราะความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ถูกพยุงไว้ด้วยการมาของผู้คนจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน
 
ถ้ามองวัดเศวตฉัตรในฐานะที่เที่ยวกรุงเทพ วัดนี้จะให้ประสบการณ์แบบ “ได้ทั้งศรัทธาและได้เรื่องเล่า” เพราะคุณไม่ได้มาแค่ไหว้พระแล้วกลับ แต่ได้อ่านประวัติศาสตร์ผ่านผังวัด ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมแม่น้ำ และได้สัมผัสความเป็นชุมชนคลองสานที่ยังเคลื่อนไหวอยู่รอบวัดอย่างเป็นธรรมชาติ หากมาในวันที่คนไม่แน่น คุณจะยิ่งรู้สึกได้ว่าพื้นที่ริมเจ้าพระยาทำให้ใจนิ่งง่ายขึ้น และทำให้การเดินชมวัดมีจังหวะช้า ๆ ที่เข้ากับเมืองเก่าอย่างพอดี
 
การเดินทาง วิธีที่ไปง่ายสำหรับคนไม่อยากกังวลเรื่องที่จอดคือใช้รถไฟฟ้าแล้วต่อแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าถนนเจริญนคร เพราะหลังวัดติดถนนเส้นนี้ทำให้เข้าถึงสะดวก อีกทางเลือกคือใช้รถเมล์ในโซนเจริญนคร–คลองสานแล้วเดินต่อระยะสั้น หรือจัดทริปทางน้ำโดยขึ้นเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วแวะท่าใกล้วัดเพื่อได้บรรยากาศ “เที่ยวกรุงเทพแบบริมน้ำ” หากขับรถมาเองแนะนำเผื่อเวลาเรื่องรถติด โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นของวันทำงาน และควรโทรยืนยันข้อมูลก่อนเดินทางในวันที่ตั้งใจมาเพื่อความชัวร์
 
หากอยากเที่ยวให้ได้ภาพรวม แนะนำเผื่อเวลา 60 – 90 นาที เริ่มจากเข้าไปกราบหลวงพ่อโบสถ์บนอย่างสงบ จากนั้นค่อยแวะพระนอน เดินชมอุโบสถเก่าและอาคารสำคัญของวัด แล้วปิดท้ายด้วยการรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกว่า “วัดริมน้ำ” มีความหมายมากกว่าคำเรียก เพราะมันเป็นพื้นที่ที่เมืองกับศรัทธาอยู่ร่วมกันได้จริง
 
ชื่อสถานที่ วัดเศวตฉัตรวรวิหาร
โซน/ทำเล คลองสาน – เจริญนคร (บางลำภูล่าง) กรุงเทพมหานคร
ที่ตั้ง แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (หน้าวัดติดแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก / หลังวัดติดถนนเจริญนคร)
ลักษณะเด่น วัดหลวงริมเจ้าพระยา, มีอุโบสถเก่าเป็นหลักฐานความเก่าแก่, จุดสักการะสำคัญคือหลวงพ่อโบสถ์บนและพระพุทธไสยาสน์
ยุคสมัย รากเดิมปลายอยุธยา (มีอุโบสถเก่า) / สร้างและพัฒนาครั้งใหญ่ พ.ศ. 2359 – 2373 (ปลาย ร.2 – ต้น ร.3) / ร.4 พระราชทานนาม “วัดเศวตฉัตร”
หลักฐาน/จุดสำคัญ หลวงพ่อโบสถ์บน (พระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะอยุธยา), พระพุทธไสยาสน์ “พระพุทธบัณฑูรมูลประดิษฐ์สถิตไสยาสน์” สร้างราว พ.ศ. 2364, อุโบสถเก่า, วิหาร ศาลาการเปรียญ และพระปรางค์
ที่มาชื่อ รัชกาลที่ 4 พระราชทานนาม “วัดเศวตฉัตร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์เจ้าฉัตร (กรมหมื่นสุรินทรรักษ์) ผู้ทรงสถาปนาวัด
การเดินทาง (สรุป) รถไฟฟ้าแล้วต่อแท็กซี่/วินเข้าถนนเจริญนครสะดวก, รถเมล์โซนเจริญนคร–คลองสานแล้วเดินต่อระยะสั้น, ทำทริปทางน้ำด้วยเรือในเจ้าพระยาได้
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าสักการะ/เยี่ยมชมตามปกติ (แนะนำโทรยืนยันก่อนเดินทาง)
เบอร์ติดต่อ 02-860-2215
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง ไอคอนสยาม (ICONSIAM) (ประมาณ 2.0 กม.) โทร 02-495-7000
ล้ง 1919 (LHONG 1919) (ประมาณ 4.0 กม.) โทร 02-168-3311
ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) (ประมาณ 4.0 กม.) โทร 02-237-0077
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) (ประมาณ 4.5 กม.) โทร 02-108-4488
วัดยานนาวา (ประมาณ 5.0 กม.) โทร 02-672-3213
ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง Hong Sieng Kong (ประมาณ 3.0 กม.) โทร 095-998-9895
The Jam Factory (ประมาณ 3.5 กม.) โทร 02-861-0950
The Never Ending Summer (ประมาณ 3.6 กม.) โทร 02-861-0953
Blue by Alain Ducasse (ICONSIAM) (ประมาณ 2.5 กม.) โทร 065-731-2346
Sirimahannop (Asiatique) (ประมาณ 5.0 กม.) โทร 02-059-5999
ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง Millennium Hilton Bangkok (ประมาณ 2.5 กม.) โทร 02-442-2000
ibis Bangkok Riverside (ประมาณ 3.0 กม.) โทร 02-659-2888
The Peninsula Bangkok (ประมาณ 3.2 กม.) โทร 02-861-2888
Shangri-La Bangkok (ประมาณ 4.8 กม.) โทร 02-236-7777
Avani+ Riverside Bangkok Hotel (ประมาณ 6.5 กม.) โทร 02-431-9100
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเศวตฉัตรวรวิหารอยู่โซนไหนของกรุงเทพ?
ตอบ: อยู่เขตคลองสาน แขวงบางลำภูล่าง หน้าวัดติดแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก และหลังวัดติดถนนเจริญนคร เดินทางเชื่อมโซนริมน้ำได้สะดวก
 
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดเศวตฉัตรคืออะไร?
ตอบ: หลวงพ่อโบสถ์บนซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา และพระพุทธไสยาสน์ “พระพุทธบัณฑูรมูลประดิษฐ์สถิตไสยาสน์” รวมถึงบรรยากาศวัดริมเจ้าพระยาที่เห็นความสัมพันธ์วัดกับสายน้ำชัดมาก
 
ถาม: หลวงพ่อโบสถ์บนคือพระพุทธรูปแบบไหน?
ตอบ: เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ปูนปั้นลงรักปิดทองในสายศิลปกรรมอยุธยา ผู้คนนิยมมากราบไหว้ทุกวันเพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์
 
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดนานแค่ไหน?
ตอบ: แนะนำ 60 – 90 นาที เพื่อไหว้พระ เดินชมจุดสำคัญ และรับลมริมแม่น้ำแบบไม่รีบ
 
ถาม: เดินทางไปวัดแบบไหนสะดวกสุด?
ตอบ: รถไฟฟ้าแล้วต่อแท็กซี่/วินเข้าถนนเจริญนครมักสะดวกที่สุดสำหรับคนไม่อยากกังวลเรื่องที่จอด และสามารถจัดทริปทางน้ำด้วยเรือในเจ้าพระยาได้ด้วย
 
ถาม: ถ้าจะโทรยืนยันข้อมูลก่อนเดินทาง ควรติดต่อเบอร์ไหน?
ตอบ: โทร 02-860-2215
แผนที่ วัดเศวตฉัตรวรวิหาร แผนที่วัดเศวตฉัตรวรวิหาร
คำค้นคำค้น: วัดเศวตฉัตรวรวิหารวัดเศวตฉัตร วัดเศวตฉัตรวรวิหาร วัดคลองสาน วัดเจริญนคร ไหว้พระฝั่งธน วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลวงพ่อโบสถ์บน พระนอนวัดเศวตฉัตร เที่ยวคลองสาน เที่ยวกรุงเทพฝั่งธน
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




https://www.lovethailand.org/

อัลบั้มรูป(18) https://www.lovethailand.org/

สถานที่ ขอบคุณภาพสวย ๆ 9 รูป จากคุณ: Piteekorn
You have an error in your SQL syntax; check the manual that corresponds to your MariaDB server version for the right syntax to use near '-21 , 21' at line 1