วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร
Rating: 3.8/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปประมาณ 06:00 – 18:00 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง
วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร บนถนนทรงวาด ในย่านที่หลายคนรักเพราะ “เดินแล้วได้เรื่อง” ทั้งทรงวาด–สำเพ็ง–ตลาดน้อย–เยาวราช ที่นี่เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร และมีชื่อเดิมว่า “วัดสำเพ็ง” ตามชื่อถนนและย่านการค้าที่วัดตั้งอยู่ ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 1 จะทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดปทุมคงคา” ชื่อที่ฟังแล้วให้ภาพของสายน้ำและความร่มเย็นอย่างชัดเจน เมื่อคุณก้าวเข้ามาในวัด ความคึกคักของย่านค้าขายจะค่อย ๆ ถูกลดเสียงลง กลายเป็นบรรยากาศสงบที่เหมาะกับการไหว้พระและเดินดูรายละเอียดงานช่างแบบไม่ต้องรีบ
เสน่ห์ของวัดปทุมคงคาอยู่ที่การเป็น “วัดเมืองเก่าในย่านการค้าเก่า” ซึ่งทำให้เรื่องเล่าของวัดไม่แยกออกจากเรื่องเล่าของกรุงเทพฯ วัดนี้เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และเมื่อเข้าสู่ช่วงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ การจัดผังเมืองฝั่งพระนคร รวมถึงการย้ายชุมชนชาวจีนมาตั้งถิ่นฐานในย่านสำเพ็งและพื้นที่ใกล้เคียง กลายเป็นฉากหลังสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้ยิ่งมีความหมาย เพราะมันคือวัดที่ “อยู่มาก่อน” และถูกซ่อมแซมฟื้นฟูให้กลับมาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนในพื้นที่ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลานั้น
หากเล่าให้เห็นภาพแบบเข้าใจง่าย ช่วงต้นรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพิจารณาชัยภูมิของการตั้งพระนคร และทรงเห็นว่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ (ฝั่งพระนคร) มีความเหมาะสมด้านการป้องกันและการจัดระเบียบเมืองมากกว่า เมื่อมีการกะที่สร้างพระนครใหม่และพื้นที่สำคัญอย่างพระราชวังและเสาหลักเมือง ชุมชนเดิมบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มคนจีนจึงถูกจัดระเบียบให้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ที่เหมาะสมกว่า ซึ่งแนวพื้นที่สำคัญที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์คือแนวจากคลองวัดสามปลื้มไปจนถึงคลองวัดสำเพ็ง วัดปทุมคงคาในยุคนั้นจึงไม่ใช่แค่วัดริมแม่น้ำ แต่เป็นหมุดศาสนาในพื้นที่ที่กำลังกลายเป็นย่านการค้าและชุมชนขนาดใหญ่ของเมืองหลวงใหม่
ในช่วงที่ชุมชนย้ายเข้ามาตั้งหลัก วัดสำเพ็งซึ่งเป็นวัดโบราณเดิมก็อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสุรมหาสิงหนาท (วังหน้า) จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมขึ้นใหม่ทั้งวัด และเมื่อการปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ ได้ทรงอุทิศถวายสมเด็จพระบรมชนกาธิราชเจ้า ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดปทุมคงคา” ชื่อใหม่ที่ทำให้วัดมีภาพจำเป็นทางการและถูกใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากวัดได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 1 ช่วงรัชกาลที่ 2 จึงไม่ได้มีการซ่อมแซมใหญ่เพิ่มเติมมากนักเพราะเพิ่งสร้างเสร็จ แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงสมัยรัชกาลที่ 3 วัดเริ่มชำรุดทรุดโทรมอีกครั้ง มีผู้กราบทูลขอบูรณปฏิสังขรณ์และได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ ทว่าการบูรณะยังไม่ทันแล้วเสร็จก็เกิดเหตุผู้ดำเนินการถึงแก่อนิจกรรม ทำให้ช่วงหนึ่งวัดถูกปล่อยให้ทรุดโทรมต่อเนื่อง ครั้นเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดให้มีการบูรณะต่อ และยังมีการ “ทำเพิ่มเติม” ที่ช่วยยกระดับความสง่างามภายในพระอุโบสถ โดยมีการยกพระพุทธรูปในพระอุโบสถให้สูงขึ้น จัดองค์พระให้เป็นพระทรงเครื่องต้นอย่างกษัตริย์ และต่อชุกชีออกมา พร้อมทำรูปเทวราชถือพุ่มฉัตรดอกไม้ทองและดอกไม้เงินประกอบอีก 2 องค์ รายละเอียดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้วัดปทุมคงคามีมิติของ “งานช่างและรสนิยมยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น–กลาง” ให้คนรุ่นหลังได้อ่านจากพื้นที่จริง
การมาเยือนวัดปทุมคงคา ถ้าคุณอยากให้ทริปนี้คุ้มกว่าแค่ “แวะไหว้พระ” แนะนำให้เดินช้า ๆ แล้วตั้งใจสังเกตงานสถาปัตยกรรมของเขตพุทธาวาส โดยเฉพาะพระอุโบสถและองค์ประกอบที่สะท้อนการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีคาแรกเตอร์ชัดคือความสง่างามแบบราชสำนัก ทั้งการจัดองค์พระให้เป็นพระทรงเครื่องต้นและการมีเทวราชถือพุ่มฉัตรประกอบ องค์ประกอบแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเห็นในวัดทั่วไปเสมอไป และยิ่งอ่านควบคู่กับเส้นเรื่องประวัติศาสตร์ของวัด จะยิ่งทำให้คุณ “เห็นภาพ” ว่าวัดนี้เคยเป็นวัดสำคัญที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในฐานะวัดที่ผูกพันกับชนชั้นนำและการจัดระเบียบเมืองในยุคนั้น
อีกด้านหนึ่งที่ทำให้วัดนี้มีเสน่ห์ คือทำเลที่ตั้งริมเจ้าพระยาและอยู่ในย่านทรงวาดซึ่งกำลังกลับมาคึกคักในฐานะย่านเดินเล่นของคนเมือง ย่านนี้ยังคงกลิ่นอายโกดังเก่า ร้านขายของดั้งเดิม และสถาปัตยกรรมเก่าที่อยู่ร่วมกับคาเฟ่และร้านอาหารสมัยใหม่ได้อย่างไม่ขัดกัน นั่นทำให้วัดปทุมคงคาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่อยากเที่ยวกรุงเทพฯ แบบ “ศรัทธา + เมือง + วัฒนธรรมการค้า” คือไหว้พระให้ใจนิ่งก่อน แล้วค่อยเดินออกไปใช้เมืองต่อ โดยไม่ต้องเดินทางข้ามโซนให้เสียเวลา
ในแง่การเข้าชมและการไหว้พระ วัดในเมืองแบบนี้เหมาะกับการมาเช้า เพราะคนยังไม่แน่นและอากาศยังไม่ร้อนจนเกินไป คุณจะมีพื้นที่ในการตั้งจิตไหว้พระและเดินชมรายละเอียดได้สบายกว่า แต่ถ้าคุณตั้งใจมาเดินทรงวาด–ตลาดน้อยต่อด้วย การมาช่วงสายถึงบ่ายก็ทำได้ เพียงเผื่อเวลาให้พอ และใช้มารยาทพื้นฐานของการเข้าวัด เช่น แต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยน้ำเสียงเบา ไม่ยืนบังทางคนไหว้พระ และถ้าจะถ่ายรูปควรถ่ายแบบสำรวม ไม่ใช้แฟลชในจุดที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้คนกำลังทำบุญจริงจัง
การเดินทาง วัดปทุมคงคาตั้งอยู่บนถนนทรงวาด ใกล้ย่านสำเพ็งและเยาวราช วิธีเดินทางที่นิยมในยุคนี้คือใช้รถไฟฟ้า MRT มาลงโซนเยาวราช (เช่น สถานีวัดมังกร) แล้วต่อแท็กซี่หรือเดินตามสภาพจริงของพื้นที่ตามความสะดวก หากคุณชอบบรรยากาศแม่น้ำ อีกทางเลือกคือใช้เรือด่วนเจ้าพระยาแล้วเดินต่อจากท่าเรือในย่านใกล้เคียง ซึ่งให้ฟีล “มาถึงย่านค้าริมน้ำแบบเดิม” ได้ดีมาก ส่วนคนที่ขับรถส่วนตัว แนะนำเผื่อเวลาหาที่จอดและวางแผนจอดในจุดที่รับฝากรถหรืออาคารจอดรถใกล้เคียงแล้วเดินต่อ เพราะย่านทรงวาด–สำเพ็งเป็นย่านถนนแคบและจราจรหนาแน่นตามช่วงเวลาอยู่แล้ว
ถ้าคุณมีเวลาครึ่งวัน วัดปทุมคงคาสามารถจัดเป็นทริปที่ไหลลื่นได้มาก: เริ่มจากไหว้พระในวัด เดินชมเขตพุทธาวาสให้ครบ แล้วค่อยออกไปเดินทรงวาดเพื่อดูร้านเก่าและคาเฟ่ จากนั้นต่อไปตลาดน้อยเพื่อดูบ้านเก่า งานสตรีท และจุดถ่ายรูปริมแม่น้ำ ก่อนจะปิดวันด้วยการเดินเยาวราชช่วงเย็นเพื่อหาอาหารอร่อย ๆ การเรียงทริปแบบนี้ช่วยให้คุณได้ทั้ง “ประวัติศาสตร์เมือง–ศรัทธา–ชีวิตย่าน” ในวันเดียว และทำให้วัดปทุมคงคากลายเป็นมากกว่าจุดแวะ แต่เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้คุณอ่านกรุงเทพฯ ฝั่งนี้ได้ชัดขึ้น
| ชื่อสถานที่ | วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร |
| ที่ตั้ง | ถนนทรงวาด แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งพระนคร) |
| สถานะ | พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร |
| ชื่อเดิม | วัดสำเพ็ง |
| ยุคสมัยสำคัญ | มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการปฏิสังขรณ์ใหญ่ช่วงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1) ต่อด้วยการบูรณะและทำเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 4 |
| หลักฐาน/สิ่งสำคัญ | ประวัติการเป็นวัดสำเพ็งเดิม, บทบาทในยุคจัดระเบียบฝั่งพระนคร, งานสถาปัตยกรรมเขตพุทธาวาส, รายละเอียดการจัดองค์พระทรงเครื่องและเทวราชถือพุ่มฉัตรในพระอุโบสถ |
| ที่มาชื่อ | เดิมชื่อ “วัดสำเพ็ง” ตามถนน/ย่าน ต่อมารัชกาลที่ 1 พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดปทุมคงคา” |
| ชื่อเจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) |
| จุดเด่นของวัด | วัดโบราณริมเจ้าพระยาในย่านทรงวาด–สำเพ็ง, ประวัติผูกกับการจัดระเบียบเมืองช่วงต้นรัตนโกสินทร์, งานสถาปัตยกรรมและรายละเอียดในพระอุโบสถที่สะท้อนการบูรณะสมัยรัชกาลที่ 4 (แนวพระทรงเครื่องต้นและเทวราชถือพุ่มฉัตร) |
| การเดินทาง | MRT โซนเยาวราช (เช่น สถานีวัดมังกร) แล้วต่อแท็กซี่/เดินตามสภาพจริง; ทางเรือสามารถใช้เรือด่วนเจ้าพระยาแล้วเดินต่อจากท่าเรือย่านใกล้เคียง; รถส่วนตัวแนะนำจอดแล้วเดินเพราะย่านถนนแคบและรถติดตามช่วงเวลา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้สักการะและเข้าชมได้ (โดยทั่วไปทุกวัน โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง) |
| เบอร์ติดต่อ | 0-2222-3975 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ทำบุญและสักการะ, จุดถ่ายภาพแบบสำรวม, พื้นที่นั่งพักภายในวัดตามสมควร (หากวันคนเยอะควรเผื่อเวลาและรักษามารยาทในพื้นที่) |
| ค่าเข้าชม/ค่าใช้จ่าย | ไม่พบข้อมูลที่ต้องชำระเป็นค่าเข้าชมโดยตรง (ทำบุญตามศรัทธา) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | ถนนทรงวาด (โซนเดินเล่น/คาเฟ่) – 0.3 กม. ท่าเรือราชวงศ์ (โซนเรือด่วน/ทางเดินริมน้ำ) – 0.8 กม. ตลาดสำเพ็ง – 1.2 กม. ย่านตลาดน้อย – 1.3 กม. ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) – 1.6 กม. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร – 2.3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | Joke Prince (โจ๊กปรินซ์) – 1.8 กม. – 02-234-4809 Nai Ek Roll Noodles (นายเอก ก๋วยจั๊บ) – 2.0 กม. – 02-226-4651 ข้าวแกงเจ๊กปุ้ย (เจ้เฉีย) – 1.7 กม. – 02-222-5229 Lhong Tou Cafe (หลงโถว คาเฟ่) – 1.9 กม. – 064-935-6499 Hua Seng Hong (ฮั่วเซ่งฮง เยาวราช) – 2.1 กม. – 02-222-3555 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | River View Residence – 1.0 กม. – 02-234-5429 Hotel Royal Bangkok@Chinatown – 2.0 กม. – 02-226-0026 Shanghai Mansion Bangkok – 2.1 กม. – 02-221-2121 ASAI Bangkok Chinatown – 2.2 กม. – 02-220-8999 W22 by Burasari – 2.5 กม. – 02-069-6999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร อยู่ตรงไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร บนถนนทรงวาด แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร อยู่ใกล้ย่านสำเพ็งและเยาวราช
ถาม: วัดปทุมคงคาเคยชื่ออะไร และทำไมถึงเปลี่ยนชื่อ?
ตอบ: เดิมชื่อ “วัดสำเพ็ง” ตามชื่อย่านและถนนหน้าวัด ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดปทุมคงคา” หลังมีการปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูวัดครั้งสำคัญในช่วงต้นรัตนโกสินทร์
ถาม: จุดเด่นของวัดปทุมคงคาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดโบราณริมเจ้าพระยาในย่านการค้าเก่า และรายละเอียดงานช่างในพระอุโบสถที่สะท้อนการบูรณะสมัยรัชกาลที่ 4 เช่น แนวคิดการจัดองค์พระทรงเครื่องต้นและองค์ประกอบเทวราชถือพุ่มฉัตร
ถาม: ไปวัดปทุมคงคาด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปนิยมใช้ MRT โซนเยาวราช เช่น สถานีวัดมังกร แล้วต่อแท็กซี่หรือเดินตามสภาพจริงของพื้นที่เพื่อเข้าสู่ถนนทรงวาด
ถาม: วัดเปิดทุกวันไหม และควรไปช่วงไหนถึงจะเดินสบาย?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน เวลาประมาณ 06:00 – 18:00 แต่ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง ช่วงเช้าวันธรรมดามักสงบและเดินสบายกว่า ส่วนถ้าตั้งใจเที่ยวต่อเยาวราช ช่วงสายถึงบ่ายก็ไปได้แล้วค่อยต่อทริปช่วงเย็น
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดปทุมคงคาประมาณเท่าไหร่?
ตอบ: ถ้าไหว้พระและเดินชมแบบพอดี ๆ มักใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที แต่ถ้าตั้งใจดูรายละเอียดงานช่างและถ่ายภาพแบบไม่รีบ อาจเผื่อ 1–2 ชั่วโมงจะสบายกว่า
ถาม: มีที่เที่ยวใกล้ ๆ ที่ไปต่อได้เลยไหม?
ตอบ: ไปต่อได้หลายจุด เช่น ถนนทรงวาด ตลาดสำเพ็ง ย่านตลาดน้อย ริเวอร์ซิตี้ และสามารถเชื่อมไปเยาวราชได้ เหมาะกับการจัดทริป “ไหว้พระ + เดินย่านเก่า + กินของอร่อย” ในวันเดียว
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: