โบสถ์เซนต์ยอเซฟ

โบสถ์เซนต์ยอเซฟ

โบสถ์เซนต์ยอเซฟ
Rating: 3.5/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (จันทร์–เสาร์ และวันอาทิตย์)
เวลาเปิดทำการ: จันทร์–เสาร์ 08.00 – 17.00 น.; วันอาทิตย์ 11.00 – 17.00 น.
 
โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 11 ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทำให้คนมาเยือนอยุธยาได้เห็นภาพเมืองเก่าจากอีกมุมหนึ่ง เพราะที่นี่ไม่ได้เล่าเรื่องอยุธยาผ่านซากอิฐปูนของโบราณสถานเท่านั้น แต่เล่าผ่านร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับโลกตะวันตก ผ่านศาสนา การศึกษา การเมือง และวิถีชีวิตของผู้คนที่เคยร่วมยุคสมัยเดียวกัน โบสถ์แห่งนี้จึงเป็นทั้ง “สถานที่ศรัทธา” และ “บทเรียนประวัติศาสตร์” ที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจอยุธยาแบบลึกกว่าเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐาน
 
ทำเลของโบสถ์อยู่ในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม ซึ่งเป็นย่านริมแม่น้ำที่มีมิติของความเป็นชุมชนและการคมนาคมในอดีตชัดเจน การอยู่ใกล้สายน้ำไม่เพียงให้ภาพสวยแบบโรแมนติก แต่ยังสะท้อนยุคที่แม่น้ำคือ “ถนนสายหลัก” ของเมืองอยุธยา ผู้คนเดินทาง ค้าขาย รับข่าวสาร และเชื่อมสัมพันธ์กับชุมชนอื่นผ่านสายน้ำ การเลือกพื้นที่ริมน้ำเพื่อสร้างศาสนสถานและโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางตำแหน่งให้เข้าถึงผู้คนได้จริงในชีวิตประจำวัน และสอดคล้องกับระบบเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายทางน้ำอย่างเต็มรูปแบบ
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ โบสถ์เซนต์ยอเซฟมีหมุดหมายสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีข้อมูลว่าคณะธรรมทูตรุ่นแรกแห่งปารีส คือ ฯพณฯ ท่าน ลอมแบรต์ เดอ ลาม็อต พร้อมพระสงฆ์อีก 2 รูป เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2205 การมาถึงครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางเชิงศาสนา แต่เป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนา และการเปิดพื้นที่ให้โลกความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมกับสังคมไทยในช่วงที่อยุธยามีบทบาทสำคัญบนเวทีการค้าและการทูตในภูมิภาค
 
จากบันทึกที่ถ่ายทอดต่อกันมา คณะธรรมทูตได้ทำประโยชน์ต่อผู้คนในกรุงศรีอยุธยา จนเป็นที่พอพระทัย และเมื่อท่านได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อทูลขอสถานที่สร้างวัดและโรงเรียนสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและให้การศึกษาแก่เด็ก พระองค์จึงพระราชทานที่ดินแปลงหนึ่งริมน้ำให้ใช้สร้างวัดและโรงเรียน ซึ่งในสมัยนั้นเรียกกันว่า “ค่ายนักบุญยอแซฟ” ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะทำให้โบสถ์เซนต์ยอเซฟไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงอาคารพิธีกรรม แต่เริ่มต้นพร้อมบทบาทด้าน “การศึกษา” และ “การดูแลชุมชน” ตั้งแต่แรก และนี่คือเหตุผลที่โบสถ์แห่งนี้มีความหมายในเชิงสังคมมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
 
ปี พ.ศ. 2209 เป็นอีกหมุดหมายที่มักถูกกล่าวถึงในประวัติของสถานที่ เพราะเป็นปีที่มีข้อมูลว่าเริ่มสร้างโบสถ์ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การก่อตั้งศาสนสถานในยุคดังกล่าวเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และความต้องการความรู้สมัยใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมการค้าทางทะเล แม้ผู้มาเยือนยุคปัจจุบันจะเห็นโบสถ์ในสภาพที่ผ่านการบูรณะหลายช่วงเวลาแล้ว แต่การรู้ต้นกำเนิดปีสร้างทำให้การเดินชมมีความหมายมากขึ้น เพราะเรากำลังยืนอยู่บนพื้นที่ที่มีความต่อเนื่องของเรื่องเล่ากว่า 3 ศตวรรษ
 
หนึ่งในบทที่เข้มข้นที่สุดของโบสถ์เซนต์ยอเซฟคือช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา มีข้อมูลว่าคนไทยได้อาศัยวัดนี้เป็นป้อมต่อสู้กับพม่าจนกระทั่งถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2310 ซึ่งเป็นช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียแก่พม่าเพียง 10 วัน เหตุการณ์นี้ทำให้สถานที่ศาสนากลายเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในช่วงวิกฤตของชาติ และสะท้อนความจริงในประวัติศาสตร์ว่าศาสนสถานไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อพิธีกรรม แต่ถูกดึงเข้าสู่บริบทการเอาตัวรอดของผู้คนและเมืองในยามคับขัน เมื่อพม่าเผาและปล้นสะดมทรัพย์สินไปจนหมดสิ้น พร้อมกวาดต้อนพระสังฆราชบริโกต์และคณะไปพม่า เรื่องราวของโบสถ์จึงยิ่งทวีความหนักแน่นในฐานะ “พยานเงียบ” ของเหตุการณ์ใหญ่ระดับชาติ
 
หลังเสียกรุงศรีอยุธยา โบสถ์แห่งนี้ตกอยู่ในสภาพวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์ดูแล ความร้างไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าทางความหมาย ตรงกันข้าม ความร้างมักเป็นช่วงที่เรื่องเล่าถูกเก็บไว้ในความเงียบของสถานที่ และรอวันที่ผู้คนจะกลับมาฟื้นความทรงจำขึ้นใหม่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2374 คุณพ่อปัลเลอกัวและคณะได้เดินทางมาเมืองไทย จึงเกิดการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้ง นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้โบสถ์เซนต์ยอเซฟกลับมามีชีวิต และกลับมามีบทบาทในชุมชนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการซ่อมแซม ฟื้นฟู และจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานในยุคใหม่
 
ในช่วงเวลาใกล้ปัจจุบัน มีข้อมูลว่าทางอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯได้ดำเนินการบูรณะฟื้นฟูส่วนต่าง ๆ และประดับตกแต่งภายในทั้งหมด ทำให้ภาพรวมของโบสถ์ที่ผู้มาเยือนเห็นในวันนี้มีความเรียบร้อย งดงาม และสะท้อนความตั้งใจในการดูแลมรดกทางศรัทธาให้คงอยู่ร่วมกับการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ความพิเศษของการบูรณะยุคนี้คือการทำให้พื้นที่ภายในรองรับการระลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติของโบสถ์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดที่บรรจุศพของพระสังฆราชปีแอร์ ลอมแบรต์ เดอ ลาม็อต และพระสังฆราชหลุยส์ ลาโน ไว้ภายในโบสถ์บริเวณด้านพระแท่นทั้งสองข้าง ซึ่งทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเรื่องเล่าในแบบที่ใกล้ชิดและมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์
 
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าศพ (กระดูก) ของพระสังฆราชอีก 6 องค์ รวมทั้งบรรดามิชชันนารีอีก 23 องค์ ได้ย้ายไปบรรจุไว้ในอนุสรณ์สถานในสุสานของวัด การรู้รายละเอียดนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนวางแผนการชมได้ดีขึ้น เพราะโบสถ์เซนต์ยอเซฟไม่ได้มีเพียง “อาคารหลัก” ที่สวยงาม แต่มีพื้นที่ความทรงจำที่กระจายตัวอยู่ในบริบทของวัดและสุสานด้วย สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวเชิงลึก การค่อย ๆ เดินทำความเข้าใจว่าแต่ละส่วนของพื้นที่ถูกจัดวางเพื่ออะไร จะทำให้การมาเยือนเปลี่ยนจากการ “มาเช็คอิน” เป็นการ “มาเรียนรู้” อย่างแท้จริง
 
ในแง่ประสบการณ์การท่องเที่ยว โบสถ์เซนต์ยอเซฟมอบบรรยากาศที่ต่างจากการเดินชมโบราณสถานอยุธยาแบบเดิม ๆ เพราะองค์ประกอบของศิลปะคริสต์ในเมืองที่มีรากพุทธศาสนาและสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ทำให้เกิดความงามจากความต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกว่าเมื่อยืนมองโบสถ์ริมแม่น้ำ จะเห็น “อยุธยาอีกหน้า” คืออยุธยาที่เชื่อมโลกภายนอก มีความเป็นสากล และมีเครือข่ายความรู้และวัฒนธรรมที่ไหลเข้ามาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ความรู้สึกนี้เป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้สถานที่เหมาะกับทั้งผู้สนใจประวัติศาสตร์ นักเดินทางสายถ่ายภาพ และผู้ที่อยากหามุมสงบเพื่อพักใจ
 
ถ้าตั้งใจมาให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำให้เริ่มด้วยการทำความเข้าใจ “ไทม์ไลน์” แบบง่ายในใจ เริ่มจาก พ.ศ. 2205 (คณะธรรมทูตมาถึงอยุธยา) ต่อด้วย พ.ศ. 2209 (เริ่มสร้างโบสถ์) แล้วขยับไปยัง พ.ศ. 2310 (เหตุการณ์การต่อสู้ก่อนเสียกรุงและการถูกเผาทำลาย) จากนั้นคือช่วงร้าง และมาถึง พ.ศ. 2374 (การบูรณะโดยคุณพ่อปัลเลอกัว) ก่อนเข้าสู่การบูรณะสมัยใหม่ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ การมีโครงเวลาแบบนี้จะทำให้ทุกมุมที่คุณเดินผ่าน “มีเหตุผล” และทำให้การชมไม่หลงเหลือเป็นเพียงความประทับใจแบบผิวเผิน
 
สำหรับการแต่งกายและมารยาท ควรถือหลักเดียวกับการเข้าศาสนสถานทุกประเภท คือแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง และเคารพพื้นที่พิธีกรรม แม้โบสถ์จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่มีผู้มาประกอบพิธีตามวาระ การถ่ายภาพทำได้ในระดับเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่กำลังสวดภาวนาหรือทำกิจกรรมทางศาสนา หากพบช่วงเวลามีพิธี แนะนำให้ถอยออกมารักษาระยะ และใช้โอกาสนั้นสังเกตความเรียบร้อยของพิธีในฐานะผู้มาเยือน มากกว่าจะพยายามเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายภาพ เพราะความงามของสถานที่ประเภทนี้อยู่ที่ “ความเคารพ” ที่ผู้มาเยือนมอบให้กับพื้นที่ด้วย
 
มุมถ่ายภาพของโบสถ์ที่คนจำนวนมากชอบคือมุมริมแม่น้ำที่เห็นตัวอาคารเด่นชัด โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ที่แสงนุ่มกว่า หากต้องการภาพที่เล่าเรื่อง แนะนำให้ถ่ายให้มีองค์ประกอบของสายน้ำ ทางเดิน หรือชุมชนริมฝั่งร่วมด้วย เพราะภาพจะสะท้อนบริบทของอยุธยาได้มากกว่าการถ่ายเฉพาะอาคารเพียงอย่างเดียว และถ้าคุณเป็นสายคอนเทนต์ การเล่าเรื่องผ่าน “ความเชื่อมโยง” ระหว่างโบสถ์กับเมืองอยุธยา เช่น ความสัมพันธ์ไทย–ตะวันตก การศึกษา และเหตุการณ์ก่อนเสียกรุง จะทำให้บทความหรือโพสต์ของคุณมีคุณค่ามากขึ้นแบบเห็นได้ชัด
 
โบสถ์เซนต์ยอเซฟยังเหมาะกับการวางทริปแบบ “เดินทางสั้นแต่ได้สาระ” เพราะอยู่ในโซนที่ต่อไปยังสถานที่สำคัญของอยุธยาได้ง่าย คุณสามารถวางเป็นทริปครึ่งวัน เริ่มจากโบสถ์ช่วงเช้า ต่อด้วยวัดสำคัญหรือพิพิธภัณฑ์ในเมือง แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ริมน้ำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยา การเที่ยวแบบนี้ทำให้วันเดียวมีทั้งศาสนสถานต่างศาสนา โบราณสถาน และวัฒนธรรมอาหารครบถ้วน โดยไม่ต้องขับรถไกลหรือเปลี่ยนเส้นทางซับซ้อน
 
การเดินทาง ไปโบสถ์เซนต์ยอเซฟทำได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและการเดินทางสาธารณะ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกขับรถเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วปักหมุด “โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา” จากนั้นใช้เส้นทางในเมืองเข้าสู่ตำบลสำเภาล่มซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโซนท่องเที่ยวหลักของอยุธยา หากเดินทางด้วยรถไฟหรือรถตู้มาลงในตัวเมืองอยุธยาแล้วค่อยต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จะช่วยให้เข้าถึงโบสถ์ได้สะดวกเช่นกัน แนวคิดที่ช่วยให้เที่ยวง่ายคือวางลำดับ “โบสถ์ – วัด – ร้านอาหาร – คาเฟ่” ให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน ลดการย้อนเส้นทาง จะทำให้ทั้งวันลื่นไหลและมีเวลาซึมซับสถานที่ได้มากขึ้น
 
เมื่อมองในเชิงคุณค่าทางวัฒนธรรม โบสถ์เซนต์ยอเซฟคือพื้นที่ที่บอกเราว่าอยุธยาไม่ได้เป็นเพียงเมืองของพุทธศาสนาและราชอาณาจักรในความหมายแคบ แต่เป็นเมืองท่าที่มีการติดต่อกับโลกภายนอก มีความหลากหลายทางศาสนาและชาติพันธุ์ในระดับที่น่าทึ่งสำหรับยุคนั้น การมี “วัดและโรงเรียน” ของคริสต์ศาสนาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นหลักฐานของการให้พื้นที่แก่ความรู้และความเชื่อที่แตกต่าง และยังสะท้อนความสามารถของสยามในการบริหารความหลากหลายบนฐานของการเมืองและผลประโยชน์ร่วมกันอย่างชาญฉลาด ผู้มาเยือนที่มองเห็นมิตินี้จะรู้สึกว่าโบสถ์ไม่ได้เป็นแค่วิวสวย แต่เป็นประตูสู่ความเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยในแบบที่กว้างขึ้น
 
สุดท้าย หากคุณกำลังทำบทความหรือคอนเทนต์เพื่อแข่งขันผลการค้นหา สิ่งที่ทำให้หัวข้อ “โบสถ์เซนต์ยอเซฟ ที่เที่ยวอยุธยา” แข็งแรงคือการตอบคำถามคนค้นหาให้ครบ ได้แก่ อยู่ที่ไหน เปิดวันไหนกี่โมง มีประวัติอะไรที่จับต้องได้ มีจุดเด่นอะไรที่ไปแล้วควรสังเกต และที่สำคัญคือไปแล้วกินที่ไหน พักที่ไหน และต่อไปเที่ยวที่ใดได้ในวันเดียวอย่างเป็นระบบ บทความที่ดีจึงต้องเล่าเรื่องให้คนอ่าน “วางแผนได้จริง” โดยไม่ต้องค้นหลายหน้า และนี่คือเหตุผลที่ตารางสรุปด้านล่างรวบรวมรายการใกล้เคียงพร้อมระยะทางแบบถนนและเบอร์ติดต่อไว้ให้ใช้งานทันที
 
ชื่อสถานที่ โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา (st. joseph church)
ที่อยู่ 30 หมู่ 11 ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สรุปสถานที่ โบสถ์คริสต์เก่าแก่ในอยุธยา ริมแม่น้ำ มีประวัติสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เชื่อมโยงบทบาทการศึกษาและเหตุการณ์ปลายกรุง ก่อนบูรณะฟื้นฟูหลายยุคจนงดงามในปัจจุบัน
จุดเด่นของสถานที่ ประวัติศาสตร์ไทย–ตะวันตกยุคอยุธยา – เรื่องราว “ค่ายนักบุญยอแซฟ” (วัดและโรงเรียน) – ร่องรอยเหตุการณ์ก่อนเสียกรุง – งานบูรณะภายในที่ดูแลอย่างดี – จุดระลึกถึงพระสังฆราชและมิชชันนารีสำคัญ
ผู้ดูแลล่าสุด วัด/โบสถ์คาทอลิกในสังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ (ผู้ดูแลภาคสนาม: คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง)
การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด – ปักหมุด “โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา” – หากมารถไฟ/รถตู้ลงตัวเมืองอยุธยาแล้วต่อแท็กซี่/รถรับจ้างในพื้นที่ได้
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมและประกอบพิธีตามวาระ (ศาสนสถานมีผู้ดูแล)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางถนนโดยประมาณ) 1) หมู่บ้านญี่ปุ่น (ประมาณ 2 กม.)
2) วัดพนัญเชิงวรวิหาร (ประมาณ 3 กม.)
3) วัดราชบูรณะ (ประมาณ 4 กม.)
4) วัดมหาธาตุ (ประมาณ 4 กม.)
5) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา (ประมาณ 5 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางถนนโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) De Riva Ayothaya (ประมาณ 5 กม.) โทร 061-545-8228
2) Coffee Old City Thai Bistro (ประมาณ 5 กม.) โทร 089-889-9092
3) Malakor Kitchen and Cafe (ประมาณ 5 กม.) โทร 091-779-6475
4) ร้านอาหารบ้านไอซ์ริมน้ำ อยุธยา (ประมาณ 4 กม.) โทร 081-851-4247
5) ก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา (ประมาณ 4 กม.) โทร 092-743-2200
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางถนนโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Athithara Homestay (ประมาณ 4 กม.) โทร 061-654-1927
2) iuDia on the river (ประมาณ 5 กม.) โทร 035-323-205
3) SALA Ayutthaya (ประมาณ 5 กม.) โทร 035-242-588
4) Krungsri River Hotel (ประมาณ 8 กม.) โทร 035-244-333
5) Classic Kameo Hotel Ayutthaya (ประมาณ 10 กม.) โทร 035-212-535
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 11 ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโบสถ์คริสต์ริมแม่น้ำในโซนท่องเที่ยวหลักของอยุธยา
 
ถาม: โบสถ์เซนต์ยอเซฟ เปิดวันไหน และกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยทั่วไปจันทร์–เสาร์ 08.00 – 17.00 น. และวันอาทิตย์ 11.00 – 17.00 น.
 
ถาม: โบสถ์เซนต์ยอเซฟสร้างเมื่อใด และเกี่ยวข้องกับใคร?
ตอบ: มีข้อมูลว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2209 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภายหลังการมาถึงของคณะธรรมทูตที่นำโดยพระสังฆราชปีแอร์ ลอมแบรต์ เดอ ลาม็อต ซึ่งมาถึงอยุธยาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2205
 
ถาม: “ค่ายนักบุญยอแซฟ” คืออะไร?
ตอบ: เป็นชื่อเรียกในสมัยนั้นของพื้นที่ที่ได้รับพระราชทานให้สร้างวัดและโรงเรียนริมน้ำ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและให้การศึกษาแก่เด็ก ทำให้โบสถ์มีบทบาทด้านการเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้น
 
ถาม: โบสถ์เซนต์ยอเซฟเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เสียกรุง พ.ศ. 2310 อย่างไร?
ตอบ: มีข้อมูลว่าคนไทยอาศัยวัดนี้เป็นป้อมต่อสู้กับพม่าจนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2310 ก่อนเสียกรุง 10 วัน จากนั้นพม่ามีการเผาและปล้นสะดม และกวาดต้อนพระสังฆราชบริโกต์และคณะไปพม่า
 
ถาม: ภายในโบสถ์มีสิ่งใดที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ?
ตอบ: มีการจัดที่บรรจุศพ (กระดูก) ของพระสังฆราชปีแอร์ ลอมแบรต์ เดอ ลาม็อต และพระสังฆราชหลุยส์ ลาโน ไว้ภายในบริเวณด้านพระแท่นทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ของสถานที่
 
ถาม: ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมโบสถ์?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง เคารพพื้นที่พิธีกรรม และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพรบกวนผู้ที่กำลังสวดภาวนาหรือประกอบพิธี เพื่อให้เกียรติสถานที่และชุมชนผู้ศรัทธา
โทรโทร: 035242589, 035321447
แผนที่ โบสถ์เซนต์ยอเซฟ แผนที่โบสถ์เซนต์ยอเซฟ
โบสถ์ กลุ่ม: โบสถ์
คำค้นคำค้น: โบสถ์เซนต์ยอเซฟโบสถ์เซนต์ยอเซฟ โบสถ์เซนต์ยอเซฟ อยุธยา โบสถ์คริสต์ อยุธยา โบสถ์คริสต์ริมแม่น้ำ อยุธยา ที่เที่ยวอยุธยา เที่ยวอยุธยา 1 วัน ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ประวัติอยุธยา ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อยุธยา โบสถ์คาทอลิก อยุธยา
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 6 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)