ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ

Rating: 4.3/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.00 น.
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) คือหนึ่งในจุดหมาย “ที่เที่ยวอยุธยา” ที่เหมาะกับคนที่อยากเห็นอยุธยาในมุมร่วมสมัย เพราะแทนที่จะพาเราเดินย้อนเวลาไปหาอดีตผ่านโบราณสถานเพียงอย่างเดียว ที่นี่พาเราเดินเข้าไปใน “พื้นที่ของงานฝีมือไทย” ซึ่งยังมีชีวิตอยู่จริงในปัจจุบัน ทั้งในฐานะศิลปะ วัฒนธรรม อาชีพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ต่อยอดไปไกลกว่าการเป็นของฝากชิ้นหนึ่ง การมาเยือนจึงไม่ใช่แค่การมาเดินดูของสวยงาม แต่เป็นการมาสัมผัสว่าเหตุใดงานคราฟต์ไทยถึงยืนระยะได้ และเหตุใด “ทักษะ” จากชุมชนต่าง ๆ จึงสามารถถูกยกระดับให้กลายเป็นสินค้าที่มีมาตรฐาน มีเรื่องเล่า และมีคุณค่าในสายตาคนไทยและชาวต่างชาติ
เพื่อให้เข้าใจความหมายของสถานที่นี้แบบลึกขึ้น จำเป็นต้องมองย้อนกลับไปที่รากแนวคิด “ศิลปาชีพ” ซึ่งในประวัติการพัฒนาอาชีพของคนไทย พระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือการเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกแห่งหนทั่วทุกภาคของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี การเสด็จฯ เช่นนี้ทำให้ทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของผู้คน เห็นทั้งความทุกข์ ความสุข และความเปราะบางของรายได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะโจทย์ “ความยากจน” ที่ทำให้หลายครอบครัวต้องดิ้นรนอยู่กับความไม่แน่นอน พระราชประสงค์สำคัญจึงคือการจัดหาอาชีพให้ราษฎรทำ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เพียงพอต่อการยังชีพในสภาพสังคมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แนวคิดนี้สำคัญตรงที่ไม่ใช่การช่วยเหลือแบบชั่วคราว หากเป็นการวางฐานให้คนมีทักษะ มีงานทำ และยืนได้ด้วยตัวเอง
ด้วยพระราชดำริที่มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาในท้องถิ่น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านหรือศิลปกรรมพื้นบ้านที่ผลิตจากวัสดุท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก เพราะงานเหล่านี้สะท้อนความละเอียดอ่อนของคนทำงาน และสะท้อนอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค พระองค์ทรงส่งเสริมด้วยการจัดให้มีครูออกไปฝึกสอนราษฎรเพื่อปรับปรุงคุณภาพงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อผู้เรียนมีความชำนาญและผลงานได้มาตรฐาน ก็ทรงรับซื้อผลงานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทำให้ “งานฝีมือ” ซึ่งเดิมทีอาจเป็นเพียงงานยามว่างหรือทำใช้ในครัวเรือน ถูกยกระดับสู่ “อาชีพ” ที่มีตลาดรองรับและมีมาตรฐานการผลิต ต่อมาจึงเกิดการขยายงานเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และเกิดระบบการฝึกอบรมที่จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ
พื้นที่ “บางไทร” เองก็เป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของฐานงานศิลปาชีพในระดับพื้นที่ เพราะมีการพัฒนาศูนย์ฝึกและกิจกรรมที่ทำให้เห็นกระบวนการถ่ายทอดทักษะเป็นระบบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อโลกการค้าและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป งานคราฟต์ไทยก็ต้องมีเวทีที่สามารถทำหน้าที่มากกว่า “ฝึก” นั่นคือเวทีที่ช่วย “สื่อสาร” คุณค่าของงาน ช่วย “สร้างตลาด” และช่วย “เชื่อม” งานฝีมือไทยกับผู้คนหลากกลุ่ม ทั้งคนไทย นักท่องเที่ยว นักสะสม นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ซื้อจากต่างประเทศ นี่คือบริบทที่ทำให้ “ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT)” มีบทบาทโดดเด่น เพราะที่นี่คือพื้นที่ที่ทำให้ศิลปหัตถกรรมไทยถูกเล่าอย่างเป็นระบบในมิติการจัดแสดง การจำหน่าย และการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงยืนอยู่บนรากของฝีมือและภูมิปัญญาไทย
เมื่อเดินทางมาถึง SACICT ภาพแรกที่คนจำนวนมากรับรู้คือความเป็น “ศูนย์รวมงานฝีมือ” ที่ไม่ได้เล็กและไม่ได้ทำแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่มีความเป็นองค์กร มีความเป็นพื้นที่จัดการ และมีความตั้งใจในการคัดสรรงานให้สะท้อนภาพรวมของศิลปหัตถกรรมไทยในหลายระดับ ตั้งแต่งานตกแต่ง งานเครื่องแต่งกาย ของขวัญ ของชำร่วย ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงงานที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งมักทำให้คนที่เคยคิดว่า “งานหัตถกรรมไทย = ของฝากแบบเดิม” เริ่มมองเห็นความหลากหลายของดีไซน์ วัสดุ และฟังก์ชัน การเดินชมจึงให้ความรู้สึกเหมือนได้อ่าน “ประเทศไทยผ่านงานมือ” เพราะแต่ละชิ้นงานไม่เพียงมีความสวยงาม แต่มีภูมิหลังของชุมชน มีวัสดุที่สัมพันธ์กับพื้นที่ และมีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้เวลา ความอดทน และความชำนาญ
เสน่ห์ของการเที่ยวที่นี่อยู่ตรงที่ผู้ชมสามารถค่อย ๆ สร้างสายตาแบบใหม่ในการดูงานฝีมือ กล่าวคือ จากเดิมที่เราอาจดูเพียงว่า “สวยหรือไม่สวย” การเดินชมอย่างตั้งใจจะพาเราไปสู่คำถามที่ลึกขึ้น เช่น วัสดุนี้มาจากไหน เทคนิคนี้ต้องฝึกนานแค่ไหน งานประเภทนี้เกี่ยวพันกับภูมิอากาศหรือวิถีชีวิตอย่างไร และเมื่อถูกนำมาปรับดีไซน์ให้ร่วมสมัย งานชิ้นเดียวกันสามารถเข้าไปอยู่ในบ้านของคนเมืองหรือกลายเป็นของขวัญที่เหมาะกับหลายโอกาสได้อย่างไร ยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคนทำงานด้านครีเอทีฟ ที่นี่มักเป็นพื้นที่ที่ให้แรงบันดาลใจ เพราะทำให้เห็นว่าความเป็นไทยไม่ได้หยุดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ถูกต่อยอดให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบันได้จริง
อีกมิติที่ทำให้ SACICT แตกต่างจากสถานที่ “ช้อปของฝาก” ทั่วไป คือความเป็น “พื้นที่กลาง” ที่ตั้งใจเชื่อมงานฝีมือกับการสื่อสารเชิงนิทรรศการและการพัฒนาตลาด กล่าวคือบางช่วงผู้มาเยือนอาจได้เห็นกิจกรรมสาธิตหรือการจัดแสดงที่ช่วยให้เข้าใจงานยาก ๆ ได้ง่ายขึ้น และทำให้เห็นว่าความประณีตที่อยู่ในงานไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการฝึกฝนอย่างมีวินัยและการรักษามาตรฐานที่สืบเนื่อง การมีพื้นที่ลักษณะนี้สำคัญต่อภาพใหญ่ของศิลปหัตถกรรมไทย เพราะช่วยให้ผู้ผลิตรายย่อยหรือชุมชนมีเวทีที่งานของเขาถูกมองเห็นอย่างเหมาะสม ถูกเล่าเรื่องอย่างมีเกียรติ และสามารถเข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างขึ้น
ถ้ามองในมุมการท่องเที่ยว อยุธยามีสถานที่ที่ทำให้เรา “รู้สึกถึงอดีต” อยู่แล้วจำนวนมาก แต่ SACICT ทำให้เรา “รู้สึกถึงความต่อเนื่อง” ของวัฒนธรรม กล่าวคือเราเห็นวัฒนธรรมไทยไม่ได้จบลงแค่ในประวัติศาสตร์ หากยังอยู่ในมือของคนทำงาน ยังอยู่ในวิธีคิดเรื่องวัสดุและลวดลาย ยังอยู่ในการถ่ายทอดจากครูสู่ศิษย์ และยังอยู่ในกระบวนการยกระดับให้คนทำงานสามารถอยู่ได้ด้วยอาชีพของตัวเอง ดังนั้นทริปที่ดีสำหรับหลายคนจึงเป็นการจัดจังหวะเที่ยวแบบผสมกัน คือช่วงเช้าไปเดินโบราณสถานหรือวัดสำคัญ แล้วช่วงบ่ายมาที่นี่เพื่อ “พักสายตา” ด้วยงานศิลป์ “พักใจ” ด้วยบรรยากาศการเรียนรู้ และ “ปิดทริป” ด้วยของฝากที่มีเรื่องราว ไม่ใช่ของฝากที่ซื้อเพราะต้องซื้อ
วิธีเที่ยวให้คุ้มแบบไม่รีบ คือให้เผื่อเวลาสำหรับการเดินชมอย่างละเอียด เพราะงานฝีมือยิ่งดูใกล้ยิ่งเห็นรายละเอียด หลายชิ้นงานมีผิวสัมผัส มีมิติของลาย มีความเรียบร้อยของขอบมุม หรือมีชั้นเชิงของสีที่ไม่เด่นชัดเมื่อมองผ่าน ๆ หากมากับครอบครัว การพาเด็ก ๆ เดินดูงานที่เป็น “ของใช้จริง” จะช่วยให้เด็กเชื่อมโยงได้ง่ายขึ้นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่บนผนัง แต่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ และยังช่วยให้เด็กเริ่มสังเกตความแตกต่างของงานทำมือกับงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นทักษะการมองที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ในระยะยาว ส่วนคนที่ชอบถ่ายภาพ ที่นี่มักให้ภาพที่ดูสะอาดตา มีระเบียบ และเล่าเรื่อง “ไทยร่วมสมัย” ได้ดี โดยเฉพาะภาพระยะใกล้ของลวดลายและพื้นผิว ซึ่งทำให้ภาพดูมีน้ำหนักโดยไม่ต้องพึ่งฉากใหญ่
การเดินทาง ไป SACICT ในอำเภอบางไทรสามารถวางแผนได้ทั้งแบบรถส่วนตัวและการต่อรถจากจุดหลักในอยุธยาหรือปริมณฑล หากขับรถจากกรุงเทพฯ หรือโซนรังสิต–ปทุมธานี มักเลือกเส้นทางที่เชื่อมเข้าสู่อำเภอบางไทรแล้วมุ่งหน้าไปตำบลช้างใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ฯ โดยภาพรวมการมีรถส่วนตัวจะยืดหยุ่นที่สุด เพราะสามารถจัดทริปรวมกับพระราชวังบางปะอิน โซนเมืองเก่าอยุธยา หรือร้านอาหารกุ้งเผาริมน้ำได้ง่าย หากใช้รถสาธารณะ สามารถวางแผนแบบไปถึงอยุธยาก่อนแล้วต่อรถไปบางไทรตามความสะดวก ทั้งนี้การวางแผนเวลาให้เหมาะกับช่วงเปิดทำการจะช่วยให้เดินชมได้สบายและไม่ต้องเร่ง
สิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจหลังเที่ยว SACICT ไม่ใช่แค่ “ของที่ซื้อ” แต่คือ “ภาพจำใหม่” ต่อคำว่า “งานหัตถกรรมไทย” เพราะเมื่อเราได้เห็นความหลากหลายของงานในพื้นที่เดียว เราจะเริ่มเข้าใจว่างานมือไทยไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งเชิงวัฒนธรรม หากเป็นความรู้ เป็นทักษะ เป็นอาชีพ และเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เดินหน้าอยู่จริง การมาที่นี่จึงเหมือนการมาเห็นอีกชั้นหนึ่งของประเทศไทย ชั้นที่พูดถึงผู้คนที่ทำงานอย่างละเอียด พูดถึงการรักษาคุณภาพ พูดถึงการต่อยอดแบบไม่ทิ้งราก และพูดถึงการทำให้วัฒนธรรมสามารถเลี้ยงชีวิตคนได้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ SACICT ควรอยู่ในลิสต์ “ที่เที่ยวอยุธยา” สำหรับคนที่อยากได้มากกว่าการถ่ายรูปกับโบราณสถาน แต่อยากได้ความเข้าใจที่ติดตัวกลับไปด้วย
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) |
| ที่อยู่ | 59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13290 |
| สรุปสถานที่ | ศูนย์รวมงานศิลปหัตถกรรมไทยสำหรับการจัดแสดง เรียนรู้ และเลือกซื้อสินค้า เชื่อมงานคราฟต์ไทยกับตลาดร่วมสมัยและผู้ชมทั้งไทยและต่างชาติ เหมาะกับทริปอยุธยาแบบครึ่งวัน–เต็มวัน |
| จุดเด่นของสถานที่ | พื้นที่แสดงและจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยหลากประเภท, บรรยากาศเดินชมแบบเป็นระบบ, เหมาะซื้อของฝากที่มีเรื่องราว, เหมาะกับสายงานออกแบบ/ครีเอทีฟและทัศนศึกษา |
| ผู้ดูแลล่าสุด | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) (SACIT) |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00–17.00 น. |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| ติดต่อ | 0 3536 7054-9, สายด่วน 1289 |
| วิธีการเดินทาง | รถส่วนตัวสะดวกที่สุด: วางแผนเข้าพื้นที่อำเภอบางไทร แล้วมุ่งหน้าตำบลช้างใหญ่ (จุดหมาย: SACICT) เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดทริปรวมกับบางปะอิน/เมืองเก่าอยุธยา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) พระราชวังบางปะอิน (ประมาณ 20 กม.) โทร 035-261-044 2) หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยา (ประมาณ 30 กม.) โทร 035-259-867 3) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (ประมาณ 32 กม.) โทร 035-242-525 4) วัดไชยวัฒนาราม (ประมาณ 35 กม.) โทร 035-242-286 5) ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (ประมาณ 12 กม.) โทร 0 3528 3246-9 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) ร้านอาหารริมน้ำ บางไทร (ประมาณ 12 กม.) โทร 035-367-733 2) รวยกุ้งเผา (ประมาณ 25 กม.) โทร 086-007-1451 3) ครัวป่าลั่น (ประมาณ 22 กม.) โทร 035-366-142 4) กุ้งเผาราชคราม (ประมาณ 24 กม.) โทร 085-169-4770 5) เรือนไทยกุ้งเผา วัดเชิงเลน (ประมาณ 23 กม.) โทร 035-333-410 |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) SALA Bang Pa-In (ประมาณ 20 กม.) โทร 035-246-388 2) Centara Ayutthaya (ประมาณ 32 กม.) โทร 035-706-777 3) Classic Kameo Ayutthaya (ประมาณ 30 กม.) โทร 035-212-535 4) Krungsri River Hotel (ประมาณ 32 กม.) โทร 035-244-333 5) Baan Thai House Ayutthaya (ประมาณ 33 กม.) โทร 035-323-280 6) Kantary Hotel Ayutthaya (ประมาณ 31 กม.) โทร 035-337-177 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากเดินชมงานศิลปหัตถกรรมไทยแบบเป็นระบบ คนหาของฝากที่มีเรื่องราว นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงสายงานออกแบบและครอบครัวที่อยากให้เด็กได้เรียนรู้คุณค่างานทำมือ
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง?
ตอบ: หากเดินชมแบบไม่รีบและเผื่อเวลาเลือกซื้อสินค้า แนะนำประมาณ 2–4 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูรายละเอียดงานและถ่ายภาพมากขึ้นสามารถเผื่อเวลาเป็นครึ่งวันได้
ถาม: ที่นี่มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าไม่เก็บค่าเข้าชม
ถาม: ถ้าอยากซื้อของฝาก ควรตั้งใจดูอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: แนะนำให้ดูวัสดุและความเรียบร้อยของงานในระยะใกล้ เลือกชิ้นที่ใช้งานได้จริง และมองหางานที่บอกความเป็นชุมชนหรือเทคนิคเฉพาะ เพราะจะได้ของฝากที่มีทั้งความสวยงามและเรื่องเล่า
ถาม: ไปเที่ยวต่อที่ไหนใกล้ ๆ ได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดทริปรวมกับพระราชวังบางปะอิน เมืองเก่าอยุธยา หมู่บ้านญี่ปุ่น หรือวัดไชยวัฒนารามได้ โดยวางเวลาเดินทางให้พอดีกับช่วงเปิดทำการของแต่ละแห่ง
ถาม: ไปวันไหนเดินสบายและคนไม่แน่น?
ตอบ: โดยทั่วไปวันธรรมดามักเดินสบายกว่า และถ้าไปช่วงเช้าจะมีเวลาชมละเอียดขึ้นก่อนแดดแรงและก่อนคนเริ่มหนาแน่นในบางช่วง
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(