วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม
Rating: 4.3/5 (6 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00
 
วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมืองที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในภาพจำที่สวยที่สุดของกรุงเก่า เพราะแค่ยืนมองจากริมแม่น้ำ คุณจะเห็นเส้นสายของสถาปัตยกรรมที่ “ตั้งใจให้สง่า” ตั้งแต่แกนกลางวัดไปจนถึงระเบียงโดยรอบ ความรู้สึกมันจะคล้าย ๆ กับการมองฉากประวัติศาสตร์ที่ยังหายใจอยู่ แม้วันนี้จะเหลือเป็นซากอิฐถือปูนและร่องรอยศิลปกรรม แต่ความยิ่งใหญ่ยังชัดพอจะทำให้คนเงียบไปเองโดยไม่ต้องมีใครบอก
 
วัดไชยวัฒนารามถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาช่วงปลาย โดยมีการระบุปีสร้างไว้ที่ พ.ศ. 2173 และด้วยยุคสมัยนั้นเป็นช่วงที่อยุธยามีทั้งพลังทางการเมืองและการแสดงอำนาจผ่านศาสนสถาน วัดนี้จึงไม่ได้เป็นแค่วัดที่ “สร้างเพื่อมี” แต่เป็นการประกาศรสนิยมและความศรัทธาในแบบที่สะท้อนถึงความมั่นคงของบ้านเมืองในช่วงเวลาหนึ่ง การเลือกทำเลริมแม่น้ำยิ่งทำให้วัดเหมือนเป็นประตูภาพจำของอยุธยาที่เปิดรับทั้งคนในเมืองและผู้มาเยือนทางน้ำ
 
ความสำคัญของวัดไชยวัฒนารามในความทรงจำของคนจำนวนมาก ไม่ได้อยู่แค่ความงาม แต่ยังมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงต่อเนื่อง เช่น การใช้พื้นที่วัดเกี่ยวเนื่องกับราชสำนักในช่วงปลายอยุธยา และมีการกล่าวถึงว่าเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝังพระศพของบุคคลสำคัญบางพระองค์ในยุคนั้น เรื่องแบบนี้เวลาเล่าควรเล่าอย่างระมัดระวัง เพราะหลักฐานในเชิงเอกสารและการตีความอาจต่างกันได้ แต่ในฐานะ “เรื่องเล่าของสถานที่” มันช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงมองวัดนี้เป็นพื้นที่ที่มีน้ำหนักทางความหมายมากกว่าคำว่าแหล่งท่องเที่ยว
 
ถ้าดูจากผังและองค์ประกอบ สายตาคุณจะถูกดึงไปที่ “ปรางค์ประธาน” ก่อนแทบทุกครั้ง เพราะมันทำหน้าที่เป็นแกนกลางที่คุมบรรยากาศทั้งหมด ปรางค์ประธานของวัดไชยวัฒนารามมักถูกเรียกว่า พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส และที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้ง 4 มุม องค์ประกอบแบบนี้ทำให้โครงสร้างดูสมมาตร มีศูนย์กลางชัด และให้ความรู้สึกเป็น “จักรวาลจำลอง” ตามคติศาสนาสถาปัตย์ที่นิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพอเดินเข้าไปใกล้ ๆ คุณจะเริ่มเห็นว่าทุกอย่างถูกวางให้คนค่อย ๆ เคลื่อนจากขอบสู่ศูนย์กลางอย่างตั้งใจ
 
มีมุมหนึ่งที่ทำให้วัดไชยวัฒนารามน่าสนใจในเชิงศิลปะ คือการที่พระเจ้าปราสาททองทรงเลือก “ปรางค์ขนาดใหญ่” เป็นประธานวัด ซึ่งถูกมองว่าเป็นการรื้อฟื้นรสนิยมแบบอยุธยาตอนต้นที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธาน คล้ายกับวัดสำคัญอย่างวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ ขณะเดียวกันก็มีการอธิบายว่าในช่วงที่อยุธยามีอิทธิพลเหนือเขมร รูปแบบสถาปัตยกรรมบางส่วนจึงสะท้อนแรงบันดาลใจจากศิลปะเขมรกลับมาใช้อีกครั้ง การอ่านวัดนี้จึงสนุกตรงที่มันเหมือน “บทสนทนาระหว่างยุค” ทั้งอยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนปลาย และอิทธิพลภายนอกที่หลอมรวมกันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
 
เมื่อเดินลึกเข้าไป คุณจะพบพระระเบียงรอบปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้จังหวะการเดินชมช้าลงโดยอัตโนมัติ เพราะตามแนวระเบียงเคยมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยเรียงราย ผนังก่ออิฐถือปูน และมีรายละเอียดอย่าง “ลูกกรงหลอก” เป็นลวดลายที่ช่วยให้ผนังดูมีมิติ แม้หลายส่วนจะชำรุดตามกาลเวลา แต่การเดินเลาะไปทีละช่วง ทำให้คุณเห็นว่าความงามของวัดนี้ไม่ได้พึ่ง “จุดเดียว” แต่มันคือความงามแบบสะสมจากองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่วางซ้อนกันทั้งวัด
 
ด้านหน้าของวัดคือบริเวณพระอุโบสถ ภายในมีซากพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่กล่าวถึงว่าเดิมสร้างด้วยหินทราย และอีกจุดที่สายรายละเอียดชอบมากคือ “ใบเสมา” ของพระอุโบสถซึ่งทำด้วยหินสีออกเขียวและจำหลักลายประจำยามกับลายก้านขด นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองที่เป็นรูปแบบศิลปะซึ่งแพร่หลายมากขึ้นในช่วงสมัยพระเจ้าปราสาททอง โดยหน้าอุโบสถยังมีเจดีย์ 2 องค์ที่เล่ากันว่ามีฐานกว้างประมาณ 12 เมตร สูงประมาณ 12 เมตร รายละเอียดพวกนี้ทำให้การมาเที่ยววัดไชยวัฒนาราม “ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย” แต่เป็นการเดินเก็บชิ้นส่วนความรู้ทางศิลปกรรมไปด้วยในตัว
 
วัดไชยวัฒนารามได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 และหลังจากนั้นงานบูรณะโดยหน่วยงานรัฐก็ทำให้พื้นที่กลับมามีสภาพพร้อมต่อการเข้าชมมากขึ้น ภาพที่หลายคนจำได้คือโบราณสถานที่เคยรกร้าง กลับมาเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เห็นโครงสร้างชัด เดินได้สะดวก และมองเห็นเส้นสายของความอลังการแบบ “ยิ่งใหญ่แต่ไม่โวยวาย” ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะของวัดนี้อย่างหนึ่ง
 
ถ้าคุณอยากให้การมาเที่ยวครั้งนี้คุ้มแบบจริงจัง แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 60–120 นาที เพราะจุดเดินชมมีหลายชั้นของประสบการณ์ เริ่มจากมองภาพรวมจากด้านนอก แล้วค่อยเดินเข้าไปหาแกนกลาง ใช้เวลาสังเกตความสมมาตรของปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ จากนั้นค่อยเลาะตามระเบียงเพื่อเก็บรายละเอียดพื้นผิวอิฐ ลวดลาย และมุมมองที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่ขยับตำแหน่ง ยิ่งถ้าคุณเป็นสายถ่ายภาพ การเปลี่ยนมุมเพียงนิดเดียวจะทำให้เงา เส้น และฉากหลังเปลี่ยนทันที
 
ช่วงเวลาที่หลายคนหลงรักเป็นพิเศษคือช่วงบ่ายแก่ไปจนถึงใกล้เย็น เพราะแสงจะนุ่มและทำให้อิฐสีส้มอมทองดูมีมิติขึ้นมาก อีกทั้งริมน้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้ให้ลมดี ทำให้เดินสบายกว่าแดดจัดช่วงเที่ยง แต่ก็อย่าลืมว่าเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ควรเตรียมน้ำ หมวก หรือร่ม และใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะพื้นบางช่วงอาจขรุขระจากเศษอิฐและรอยต่อของทางเดิน
 
อีกประสบการณ์ที่ถูกพูดถึงคือการชมวัดยามค่ำจากการส่องไฟ ซึ่งจะทำให้ภาพรวมของปรางค์ประธานดูนิ่ง สง่า และเหมือนลอยขึ้นจากความมืด บรรยากาศต่างจากกลางวันชัดเจนเพราะคนจะเดินช้าลงและมองนานขึ้น หากวันไหนมีการเปิดให้เข้าชมช่วงค่ำตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ แนะนำให้รักษามารยาทเรื่องเสียงเป็นพิเศษ เพราะความเงียบคือส่วนหนึ่งของความงามช่วงเวลานั้น
 
สำหรับคนที่ชอบเดินแบบ “เข้าใจไปด้วย” อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเคยมีบริการเครื่องโสตทัศนาจรสำหรับฟังคำบรรยายเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในบางโบราณสถาน รวมถึงวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากได้บริบทแบบกระชับโดยไม่ต้องพึ่งไกด์ตลอดทริป ถ้าเจอวันที่มีบริการ คุณจะเดินได้ลื่นขึ้น เพราะรู้ว่าจุดไหนควรหยุดดูนาน จุดไหนเป็นองค์ประกอบรองที่ช่วยเติมภาพรวมให้สมบูรณ์
 
การเดินทาง ถ้าขับรถมาเอง วัดไชยวัฒนารามอยู่ฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง และมักใช้เส้นทางเดียวกับวัดกษัตราธิราชวรวิหาร เมื่อข้ามสะพานบริเวณวัดกษัตราธิราชแล้วให้เลี้ยวขวาและตรงไปเรื่อย ๆ คุณจะเห็นวัดตั้งเด่นอยู่ด้านหน้าแบบสังเกตได้ไม่ยาก ถ้ามาจากโซนตลาดเจ้าพรหมหรือกลางเกาะเมือง การนั่งตุ๊กตุ๊กก็สะดวก แต่ถ้าไม่ได้เหมารถไว้ล่วงหน้า ตอนขากลับอาจต้องเผื่อเวลาเพราะรถโดยสารท้องถิ่นมีรอบไม่ถี่นัก ส่วนใครอยากได้ประสบการณ์ “อยุธยาทางน้ำ” สามารถเหมาล่องเรือหางยาวตามท่าเรือยอดนิยมในเมือง แล้วล่องผ่านโบราณสถานริมฝั่งก่อนมาถึงวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งช่วงพลบค่ำจะสวยมากเป็นพิเศษ
 
เสน่ห์ของวัดไชยวัฒนารามคือมันทำให้เราเห็นอยุธยาในมุมที่ทั้งยิ่งใหญ่และละเอียดอ่อนพร้อมกัน คุณยืนอยู่หน้าองค์ปรางค์แล้วจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนสร้าง และพอเดินตามระเบียงกลับออกมา คุณจะรู้สึกเหมือนเพิ่งอ่านจบหนึ่งบทของประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เล่าด้วยตัวหนังสือ แต่เล่าด้วยอิฐ แสง เงา และระยะห่างของสัดส่วนที่ออกแบบอย่างมีความหมาย ถ้ามีเวลา ลองชะลอจังหวะตัวเองสักนิด แล้วปล่อยให้วัดเล่าเรื่องของมันเอง คุณจะได้มากกว่ารูปถ่ายแน่นอน
 
ชื่อสถานที่ วัดไชยวัฒนาราม / Wat Chaiwatthanaram
สรุปสถานที่ โบราณสถานริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมืองอยุธยา โดดเด่นด้วยปรางค์ประธานและผังวัดแบบปรางค์ประธาน–ปรางค์ทิศที่สง่างาม เป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ยามเย็นและถ่ายภาพที่สวยที่สุดของอยุธยา
จุดเด่นของสถานที่ ปรางค์ประธาน (พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ) + ปรางค์ทิศ 4 มุม, ระเบียงคดโดยรอบ, ร่องรอยพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย, ซากพระอุโบสถและใบเสมาหินสีเขียว, บรรยากาศริมแม่น้ำและมุมภาพช่วงเย็น
ที่อยู่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08:00 – 18:00 (จำหน่ายบัตรถึง 17:00)
ค่าธรรมเนียม ชาวไทย 10 บาท, ชาวต่างชาติ 80 บาท, บัตรรวม 6 แห่ง: ชาวไทย 40 บาท, ชาวต่างชาติ 220 บาท (ใช้ได้ 30 วัน ตามเงื่อนไขที่ประกาศ)
ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาสล่าสุด โบราณสถาน (ไม่มีเจ้าอาวาสประจำ) — ผู้ดูแลพื้นที่: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (กรมศิลปากร)
การเดินทาง รถยนต์: ใช้เส้นทางเดียวกับวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาตรงไปจะเห็นวัดเด่นชัด | ตุ๊กตุ๊ก: เหมาจากตลาดเจ้าพรหม/โซนเกาะเมือง | เรือ: เหมาเรือหางยาวจากท่าเรือในเมือง ล่องผ่านจุดสำคัญริมฝั่งก่อนถึงวัด
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมในฐานะโบราณสถาน ภายใต้การดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
สิ่งอำนวยความสะดวก จุดจำหน่ายบัตร/ทางเดินเข้าชม, พื้นที่ถ่ายภาพริมแม่น้ำ, ลานโล่งสำหรับเดินชม (ควรเตรียมน้ำ/หมวกเพราะแดดแรงได้)
ชมส่องไฟยามค่ำ (หากมีตามประกาศ) เคยมีการเปิดเข้าชมช่วงค่ำพร้อมไฟส่องโบราณสถานในบางวัน/ช่วงเวลา (โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง)
ติดต่อ (ผู้ดูแลพื้นที่) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โทร 0 3524 2525
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดกษัตราธิราชวรวิหาร (ประมาณ 2 กม.)
2) วัดพุทไธสวรรย์ (ประมาณ 4 กม.)
3) หมู่บ้านโปรตุเกส (ประมาณ 5 กม.)
4) วัดพระศรีสรรเพชญ์/เขตพระราชวังโบราณ (ประมาณ 6 กม.)
5) วัดมหาธาตุ (ประมาณ 6 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) บ้านวัชราชัย (ประมาณ 2 กม.) โทร 035-801-333
2) บ้านอยุธยารมณ์ (ประมาณ 2 กม.) โทร 092-935-4264
3) De Riva Ayothaya (ประมาณ 3 กม.) โทร 035-249-888
4) WAAN KRUNG • หวานกรุง (ประมาณ 6 กม.) โทร 097-935-1498
5) ครัวพฤกธารา (ประมาณ 6 กม.) โทร 095-597-7091
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) sala ayutthaya (ประมาณ 5 กม.) โทร 035-242-588
2) iuDia on the River (ประมาณ 6 กม.) โทร 086-080-1888
3) Baan Thai House Ayutthaya (ประมาณ 8 กม.) โทร 080-437-4555
4) Krungsri River Hotel (ประมาณ 9 กม.) โทร 035-244-333
5) Classic Kameo Hotel, Ayutthaya (ประมาณ 10 กม.) โทร 035-212-535
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดไชยวัฒนารามเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน และมีเวลาจำหน่ายบัตรตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ (มักจำหน่ายถึง 17:00)
 
ถาม: วัดไชยวัฒนารามค่าเข้าชมเท่าไหร่?
ตอบ: มีการประกาศอัตราแยกชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงตัวเลือกบัตรรวมหลายโบราณสถานที่ใช้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
 
ถาม: ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของวัดไชยวัฒนารามคืออะไร?
ตอบ: ปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ 4 มุม ระเบียงคดโดยรอบ รวมถึงมุมมองริมแม่น้ำที่ทำให้ภาพรวมของวัดสง่างามมาก
 
ถาม: ช่วงเวลาไหนถ่ายรูปวัดไชยวัฒนารามสวยที่สุด?
ตอบ: ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น แสงนุ่มและทำให้ผิวอิฐดูมีมิติ ถ้าอยากคนไม่แน่นให้เลี่ยงช่วงเที่ยงถึงบ่ายต้นในวันหยุด
 
ถาม: วัดไชยวัฒนารามมีเจ้าอาวาสหรือไม่?
ตอบ: ที่นี่เป็นโบราณสถาน จึงไม่มีเจ้าอาวาสประจำแบบวัดที่มีพระจำพรรษา โดยอยู่ในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
 
ถาม: ถ้าไปตอนค่ำมีส่องไฟให้ชมไหม?
ตอบ: เคยมีการเปิดเข้าชมช่วงค่ำพร้อมไฟส่องโบราณสถานในบางวันหรือบางช่วงเวลา แนะนำให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทางเพื่อความชัวร์
แผนที่ วัดไชยวัฒนาราม แผนที่วัดไชยวัฒนาราม
คำค้นคำค้น: วัดไชยวัฒนารามวัดไชยวัฒนาราม วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา เที่ยวอยุธยา โบราณสถานอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ค่าเข้าวัดไชยวัฒนาราม เวลาเปิดวัดไชยวัฒนาราม ที่เที่ยวใกล้วัดไชยวัฒนาราม ถ่ายรูปวัดไชยวัฒนาราม
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




https://www.lovethailand.org/

อัลบั้มรูป(18) https://www.lovethailand.org/

สถานที่ ขอบคุณภาพสวย ๆ 6 รูป จากคุณ: Scotch
You have an error in your SQL syntax; check the manual that corresponds to your MariaDB server version for the right syntax to use near '-21 , 21' at line 1