วัดมเหยงคณ์

Rating: 3.4/5 (8 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: จำหน่ายบัตร 08.00 – 17.00 น. (เข้าชมได้ถึง 18.00 น.)
วัดมเหยงคณ์ (พระนครศรีอยุธยา) เป็นวัดที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากในอยุธยา เพราะเป็นพื้นที่ที่ “อดีตกับปัจจุบันอยู่ร่วมกัน” ได้อย่างแนบเนียน ด้านหนึ่งคือโบราณสถานสำคัญที่มีร่องรอยความยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาให้เราเดินอ่านผ่านอิฐ ผ่านแนวฐาน และผ่านสัดส่วนของสถาปัตยกรรมที่ยังคงยืนหยัดอยู่ อีกด้านหนึ่งคือบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และความเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่จำเป็นต้องรีบ ไม่จำเป็นต้องแข่งกับเวลา แต่ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ มอง และค่อย ๆ รับความรู้สึกของสถานที่อย่างเต็มที่
วัดมเหยงคณ์ตั้งอยู่ในตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา เดิมมีข้อมูลว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา เมื่อราว พ.ศ. 1981 ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้วัดเคยกลายเป็นวัดร้างและเสื่อมโทรมลงมาก ความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่มันไม่ใช่เพียงจุดเที่ยวเชิงโบราณคดีเท่านั้น แต่ยังมีชั้นของเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความสำคัญของพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งในแง่การอุปถัมภ์ของราชสำนัก และในแง่เหตุการณ์บ้านเมืองช่วงสงครามที่ทำให้ชื่อของ “วัดมเหยงคณ์” ถูกกล่าวถึงในเอกสารหลายสาย
หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้วัดมเหยงคณ์ถูกพูดถึงมากคือการปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ (มีข้อมูลระบุราว พ.ศ. 2252) ซึ่งเป็นงานบูรณะที่กินเวลายาวนานหลายปี และมีรายละเอียดว่าเคยมีการสร้างพระตำหนักนอกกำแพงวัดเพื่อใช้ประทับทอดพระเนตรการบูรณะด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามองวัดมเหยงคณ์ได้ลึกกว่า “วัดร้าง” เพราะหากเป็นสถานที่ที่ไม่สำคัญจริง มักไม่ถูกทุ่มกำลังบูรณะอย่างจริงจังในระดับนั้น เมื่อเดินอยู่ในพื้นที่วันนี้ เราจึงเหมือนได้เห็นเงาของยุคสมัยที่วัดเคยกลับมามีชีวิตชีวา เป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาและเป็นฉากของพิธีกรรมครั้งใหญ่ในเมืองหลวงเก่า
อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ชวนให้คนรักอยุธยาหยุดอ่านคือเรื่องเล่าช่วงเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2112 ที่มีการบันทึกว่า “ทัพหลวง” เคยตั้งบัญชาการอยู่บริเวณวัดมเหยงคณ์ในช่วงปิดล้อมกรุงศรีอยุธยาที่ยาวนานหลายเดือน เรื่องเล่าลักษณะนี้ทำให้ภาพวัดไม่ใช่แค่พื้นที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นภูมิทัศน์ทางอำนาจและยุทธศาสตร์ของเมือง เป็นพื้นที่ที่เคยถูกเลือกให้ “คุมเกม” จากระยะที่มองเห็นและเชื่อมต่อเส้นทางได้เหมาะสม เมื่อเราเดินผ่านซากกำแพงหรือฐานอาคารในวันนี้ ภาพในหัวจึงไม่จำเป็นต้องหยุดแค่ความสวยงามของอิฐเก่า แต่ยังต่อยอดไปถึง “บทบาทของพื้นที่” ในหน้าประวัติศาสตร์ได้ด้วย
สิ่งที่ทำให้วัดมเหยงคณ์เดินเพลินคือองค์ประกอบในพื้นที่มีทั้งส่วนที่เป็นซากโบราณสถานให้สังเกตร่องรอยงานช่าง และส่วนที่เป็นสภาพแวดล้อมสงบ ๆ ที่ชวนให้ใจนิ่ง หากตั้งใจชมแบบค่อยเป็นค่อยไป ลองเริ่มจากมองภาพรวมก่อนว่าแนวอาคารหลักวางตัวอย่างไร แล้วค่อยเดินเข้าไปอ่านรายละเอียดของฐาน เจดีย์ และส่วนประกอบต่าง ๆ ที่หลงเหลืออยู่ หลายคนชอบช่วงเช้าเพราะแสงนุ่ม เงาสวย และอากาศยังไม่ร้อนจัด ขณะที่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็เหมาะกับคนที่อยากได้โทนแสงอบอุ่น เวลาเดินถ่ายภาพที่นี่มักได้ความรู้สึก “สงบ” มากกว่าคึกคัก ซึ่งเข้ากันดีกับบุคลิกของวัดมเหยงคณ์โดยธรรมชาติ
ในด้าน “วัดที่ยังใช้งานจริง” วัดมเหยงคณ์มีชื่อเสียงในฐานะสำนักปฏิบัติกรรมฐานที่มีผู้ศรัทธาเข้ามาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณวัดมีพลังของการใช้พื้นที่แบบมีชีวิต ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปแล้วเดินผ่าน การไปเยือนจึงควรวางตัวให้เหมาะกับพื้นที่ โดยเฉพาะโซนที่เป็นการปฏิบัติธรรมควรพูดค่อย ๆ แต่งกายสุภาพ และเคารพกติกาหน้างาน หากเราวางใจแบบผู้มาเยือนที่ให้เกียรติสถานที่ วัดมเหยงคณ์จะให้ทั้งความรู้สึกอิ่มประวัติศาสตร์และความสงบที่หาได้ยากในทริปเมืองท่องเที่ยว
อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้คือ “ใครเป็นเจ้าอาวาส” ปัจจุบันวัดมเหยงคณ์มีเจ้าอาวาสที่เป็นที่รู้จักในสายปฏิบัติธรรม คือ พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี) ซึ่งมีรายงานข่าวการกล่าวถึงตำแหน่งเจ้าอาวาสและสมณศักดิ์อย่างชัดเจน ทำให้ข้อมูลส่วนนี้สามารถยืนยันเชิงแหล่งข่าวได้ ไม่ใช่การคาดเดา และช่วยให้บทความดู “มีตัวตนจริง” ในสายตาคนอ่านที่ตั้งใจตามรอยวัดสายกรรมฐาน
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถเลือกได้หลายแบบตามสไตล์การเที่ยว ถ้าขับรถจะสะดวกสุดเพราะจัดเส้นทางไหว้พระหลายจุดในวันเดียวได้ง่าย โดยนิยมใช้ถนนสายเอเชียแล้วตัดเข้าอยุธยา จากนั้นเข้าโซนตำบลหันตราตามเส้นทางหลักของเมือง ส่วนคนที่นั่งรถไฟสามารถลงสถานีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้าง/ตุ๊กตุ๊กเข้าพื้นที่วัดได้ไม่ยาก และถ้ามาเป็นทีมเล็ก ๆ การเหมารถในตัวเมืองอยุธยาก็เป็นวิธีที่คุมเวลาได้ดี โดยเฉพาะถ้าตั้งใจเก็บทั้งวัดใหญ่ชัยมงคล วัดมเหยงคณ์ แล้วค่อยไปต่อโซนเกาะเมืองอย่างวัดมหาธาตุหรือวัดราชบูรณะในช่วงบ่าย การจัดลำดับแบบนี้ทำให้ทั้งทริปไหลลื่นและไม่ย้อนเส้นทางมาก
สุดท้าย ถ้ามองวัดมเหยงคณ์ด้วยสายตาแบบคนมาเที่ยวเมืองเก่า เราจะเห็นว่า “ความคุ้มค่า” ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่จุดเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศรวมทั้งพื้นที่ที่ให้เราเดินช้าลง วัดมีความเงียบ มีร่มไม้ และมีเรื่องเล่าที่พาเราย้อนยุคได้จริง ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ศรัทธาที่คนยังเข้ามาฝึกปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ หากคุณอยากได้อยุธยาที่ไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กดัง แต่เป็นอยุธยาที่มีความลึกและมีความสงบ วัดมเหยงคณ์เป็นตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์แบบไม่ต้องลังเล
| ชื่อสถานที่ | วัดมเหยงคณ์ (พระนครศรีอยุธยา) |
| ที่อยู่ | ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 |
| สรุปสถานที่ | วัดสำคัญของอยุธยาที่มีทั้งมิติ “โบราณสถาน” และ “สำนักปฏิบัติธรรม” บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เดินชมร่องรอยประวัติศาสตร์ได้เพลิน เหมาะทั้งสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสายพักใจ |
| จุดเด่นของสถานที่ | โบราณสถานและผังวัดขนาดใหญ่, บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการเดินชม, เชื่อมโยงประวัติศาสตร์อยุธยาหลายยุค, เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่ยังมีผู้ศรัทธามาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง |
| ยุคสมัย / ประวัติ | มีข้อมูลว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ราว พ.ศ. 1981 และมีการปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ราว พ.ศ. 2252 รวมถึงมีเรื่องเล่าถึงบทบาทพื้นที่ช่วงเหตุการณ์เสียกรุง พ.ศ. 2112 |
| หลักฐานสำคัญ | ร่องรอยโบราณสถานในพื้นที่และบันทึกประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงการบูรณะและบทบาทของวัดในช่วงเหตุการณ์สำคัญของอยุธยา รวมถึงการพัฒนาเป็นสำนักปฏิบัติธรรมในยุคปัจจุบัน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “วัดมเหยงคณ์” เป็นชื่อที่ใช้สืบต่อกันมาในพื้นที่อยุธยาและเป็นที่รู้จักกว้างขวางในสายท่องเที่ยวและสายปฏิบัติธรรม |
| ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี) – เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ |
| วันและเวลาเปิดทำการ | ทุกวัน / จำหน่ายบัตร 08.00 – 17.00 น. (เข้าชมได้ถึง 18.00 น.) |
| ค่าเข้าชม | คนไทย 10 บาท / ชาวต่างชาติ 50 บาท |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ขับรถตามถนนสายเอเชียเข้าสู่ตัวเมืองอยุธยา แล้วมุ่งหน้าโซนตำบลหันตรา / นั่งรถไฟลงสถานีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้างหรือตุ๊กตุ๊ก / หากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว แนะนำเหมารถในตัวเมืองเพื่อคุมเวลา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม และเป็นสำนักปฏิบัติธรรม |
| เบอร์ติดต่อ | 082-233-3848 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดใหญ่ชัยมงคล – 2.5 กม. 2) วัดพนัญเชิงวรวิหาร – 3.8 กม. 3) วัดมหาธาตุ – 4.2 กม. 4) วัดราชบูรณะ – 4.3 กม. 5) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา – 4.9 กม. 6) ตลาดน้ำอโยธยา – 5.0 กม. 7) พระราชวังบางปะอิน – 18.0 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) บ้านผัดไทอยุธยา – 3.5 กม. – 094-896-4442 2) คำปัน ไก่ย่าง – 4.5 กม. – 097-363-6635 3) ฟาร์มกุ้งทองซีฟู้ด – 6.5 กม. – 064-242-4982 4) The Summer Coffee Company – Old Town – 5.0 กม. – 093-353-3883 5) โรตีสายไหม บังอิมรอน – 4.0 กม. – 088-195-6999 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) Baan Thai House Ayutthaya – 5.5 กม. – 080-437-4555 2) Ayothaya Riverside Hotel – 6.0 กม. – 035-243-139 3) Krungsri River Hotel – 7.5 กม. – 035-244-333 4) Classic Kameo Hotel Ayutthaya – 8.0 กม. – 035-212-535 5) Centara Ayutthaya – 9.0 กม. – 035-243-555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมเหยงคณ์ เปิดกี่โมง?
ตอบ: จำหน่ายบัตร 08.00 – 17.00 น. และเข้าชมได้ถึง 18.00 น.
ถาม: วัดมเหยงคณ์ ค่าเข้าชมเท่าไหร่?
ตอบ: คนไทย 10 บาท และชาวต่างชาติ 50 บาท
ถาม: วัดมเหยงคณ์ เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะทั้งคนที่อยากเที่ยวโบราณสถานแบบสงบ ๆ และคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศสำนักปฏิบัติธรรม เพราะพื้นที่ให้ความรู้สึกนิ่ง ร่มรื่น และเดินชมได้เพลิน
ถาม: ถ้าจะเที่ยววัดมเหยงคณ์ให้คุ้ม ควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง?
ตอบ: ถ้าเดินชมและถ่ายภาพแบบไม่รีบ แนะนำเผื่อ 60–120 นาที โดยเฉพาะถ้าชอบเดินดูรายละเอียดโบราณสถาน
ถาม: จากวัดมเหยงคณ์ ไปเที่ยวต่อที่ไหนดี?
ตอบ: นิยมไปต่อวัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง แล้วค่อยเข้าเกาะเมืองไปวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ เพื่อให้ทริปต่อเนื่องทั้งสายประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
ถาม: ต้องแต่งตัวยังไงเมื่อไปวัดมเหยงคณ์?
ตอบ: แนะนำแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และให้เกียรติพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นโซนปฏิบัติธรรม



หมวดหมู่:
กลุ่ม: