วัดภูเขาทอง

วัดภูเขาทอง

วัดภูเขาทอง
Rating: 4.5/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–18.00 น. (เวลาโดยประมาณ แนะนำตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง)
 
วัดภูเขาทอง หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของอยุธยาที่มองเห็นได้แต่ไกลด้วยองค์เจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา เป็นภาพจำที่หลายคนคุ้นตาเมื่อขับรถเข้าเมืองพระนครศรีอยุธยาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ วัดตั้งอยู่ห่างจากเขตพระราชวังหลวงและโบราณสถานในเกาะเมืองไปประมาณ 2 กม. บริเวณหมู่บ้านทุ่งภูเขาทอง ติดกับทางหลวงหมายเลข 309 สายอยุธยา–อ่างทอง เส้นเดียวกับที่ใช้เดินทางไปจังหวัดอ่างทอง ทำให้สามารถจัดวัดภูเขาทองเข้าไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวอยุธยาได้อย่างสะดวกทั้งแบบขับรถส่วนตัว ปั่นจักรยาน และใช้บริการทัวร์ท้องถิ่น
 
จุดเด่นของวัดภูเขาทองคือองค์พระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนฐานสูงคล้ายภูเขา จนเป็นที่มาของชื่อ “ภูเขาทอง” เมื่อเดินเข้าใกล้จึงจะเห็นว่าตัวเจดีย์แบ่งออกเป็นสองส่วน ทั้งส่วนฐานล่างที่มีลักษณะเป็นฐานทักษิณแบบมอญ–พม่า และส่วนองค์เจดีย์ทรงระฆังแบบไทยที่สร้างซ้อนขึ้นไปด้านบน ทำให้เจดีย์ภูเขาทองมีสถาปัตยกรรมสองแบบผสมผสานกันอย่างชัดเจน แตกต่างจากพระเจดีย์ในวัดอื่นๆ ของอยุธยาอย่างเห็นได้ชัด และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักหยุดถ่ายภาพเก็บบรรยากาศเป็นอันดับแรก
 
ตามคำให้การชาวกรุงเก่าและตำนานท้องถิ่น เล่าว่า เดิมบริเวณนี้เป็นสมรภูมิรบสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่พม่ายกทัพมาตีกรุง เมื่อปี พ.ศ. 2112 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองทรงโปรดให้สร้างพระเจดีย์แบบมอญขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ โดยลงมือก่อสร้างฐานเจดีย์ขนาดใหญ่ แต่ยังสร้างได้เพียงส่วนล่างแล้วต้องยกทัพกลับไป ภายหลังเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนในปี พ.ศ. 2127 จึงโปรดให้สร้างองค์เจดีย์แบบไทยครอบขึ้นไปเหนือฐานเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์ชัยชนะของไทยบนสมรภูมิทุ่งมะขามหย่องและพื้นที่โดยรอบ ทำให้เจดีย์ภูเขาทองกลายเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์การต่อสู้และการทวงคืนเอกราชของชาติไทย
 
ขณะเดียวกัน หลักฐานบางส่วน เช่น จารึกและงานวิชาการบางแนวก็เสนอว่า วัดภูเขาทองอาจเริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระราเมศวร ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 แล้วได้รับการต่อเติมเปลี่ยนแปลงในสมัยต่อๆ มา แม้ข้อสรุปเรื่องปีที่สร้างและผู้ก่อตั้งจะยังมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ทุกกระแสต่างยืนยันตรงกันว่า วัดภูเขาทองเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์และความขัดแย้งระหว่างอยุธยา–หงสาวดี อีกทั้งยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานทางศิลปกรรมและวัฒนธรรมในยุคโบราณได้อย่างน่าสนใจ
 
เมื่อเดินเข้าเขตวัด ด้านล่างของเนินเจดีย์จะเป็นลานกว้างที่รายล้อมด้วยต้นไม้และอาคารเสนาสนะของวัด ด้านหน้ามีลานจอดรถ กุฏิสงฆ์ และศาลาต่างๆ ใช้ประกอบพิธีกรรมและงานบุญของชุมชน ส่วนบริเวณเชิงเนินจะมีทางบันไดกว้างทอดยาวขึ้นไปยังฐานชั้นบนของเจดีย์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดไปชมวิวได้ แต่ควรระมัดระวังเพราะขั้นบันไดค่อนข้างชัน หากมาช่วงแดดแรงๆ ควรเตรียมหมวกและร่มไปด้วย เพราะบริเวณด้านบนค่อนข้างโล่ง
 
เมื่อขึ้นไปถึงชั้นล่างขององค์เจดีย์ จะมองเห็นทิวทัศน์รอบด้านเป็นทุ่งนากว้างไกลและแนวบ้านเรือนของชุมชนทุ่งภูเขาทองตัดกับเส้นขอบฟ้า ในวันท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นตัวเกาะเมืองอยุธยาและยอดเจดีย์ของวัดอื่นๆ อยู่ลิบๆ เป็นมุมมองที่ทำให้เข้าใจว่า เหตุใดพื้นที่บริเวณนี้จึงถูกเลือกเป็นจุดยุทธศาสตร์ในสมัยโบราณ เพราะสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของกองทัพที่ผ่านเข้ามาตามทุ่งนาและเส้นทางน้ำได้อย่างชัดเจน
 
องค์เจดีย์ส่วนบนเป็นทรงระฆังแบบไทย วางอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ รัดด้วยบัลลังก์และบัวถลารองรับองค์ระฆัง ปลียอดสูงชะลูดขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นร่องรอยการบูรณะซ่อมแซมของกรมศิลปากรที่พยายามรักษาโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด ทั้งการเสริมความแข็งแรงของฐาน การเก็บรอยร้าว และการทาสีใหม่เฉพาะบางส่วน ทำให้โบราณสถานยังคงอยู่ในสภาพมั่นคงแต่ไม่สูญเสียเอกลักษณ์เดิม
 
บริเวณรอบเนินเจดีย์ยังมีโบราณสถานอื่นๆ กระจายตัวอยู่ เช่น ซากวิหารเก่าที่เหลือเพียงเสาและฐานกำแพง เจดีย์บริวารขนาดเล็ก และร่องรอยกำแพงแก้วที่เคยล้อมรอบเขตพุทธาวาสในอดีต หลายจุดได้รับการขุดแต่งและจัดภูมิทัศน์ให้เดินชมได้อย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่อยากเห็นโครงสร้างเมืองเก่าในมุมที่ต่างออกไปจากเขตเกาะเมือง
 
ด้านหน้าวัดและบริเวณทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้า ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระราชกรณียกิจในการกอบกู้เอกราช ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมักแวะกราบสักการะขอพรเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน การสอบ การรับราชการ และความกล้าหาญในการเผชิญปัญหาต่างๆ ทำให้วัดภูเขาทองมีภาพลักษณ์เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และสถานที่ขอพรยอดนิยมของคนอยุธยาและผู้มาเยือนจากต่างจังหวัด
 
นอกจากโบราณสถานและพระเจดีย์แล้ว วัดภูเขาทองยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีบทบาทสำคัญในการดูแลชุมชน พระครูใบฎีกาประเทือง กิตฺติปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทองในปัจจุบัน เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการบูรณะวัดและทุ่งภูเขาทองให้กลับมามีชีวิต มีการทำงานร่วมกับกรมศิลปากร อุทยานประวัติศาสตร์ และชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การอนุรักษ์โบราณสถานเดินควบคู่ไปกับการเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
 
บริเวณรอบวัดภูเขาทองยังเป็นที่ตั้งของชุมชนหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งชุมชนชาวพุทธ ชาวมุสลิม และคนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อาศัยอยู่กับทุ่งนาและแม่น้ำมาหลายชั่วคน มิติด้าน “พหุวัฒนธรรม” นี้สะท้อนให้เห็นผ่านอาหารท้องถิ่น ร้านค้าเล็กๆ และกิจกรรมวัฒนธรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นระยะ ทำให้การมาเที่ยววัดภูเขาทองไม่ได้เป็นเพียงการชมเจดีย์เก่าแก่เท่านั้น แต่ยังได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนที่ผูกพันกับพื้นที่ทุ่งภูเขาทองอย่างแนบแน่น
 
หนึ่งในประเพณีสำคัญที่เชื่อมวัดภูเขาทองเข้ากับชุมชนอย่างชัดเจนคือ “ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง” ซึ่งมักจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ตามคติโบราณ เป็นพิธีทำบุญที่นำ “น้ำผึ้ง” มาถวายพระสงฆ์เพื่อเป็นทิพยโอสถและส่วนประกอบของยาสมุนไพร มีความเชื่อว่าใครได้ร่วมตักบาตรน้ำผึ้งจะมีอานิสงส์ด้านสุขภาพ แข็งแรงอายุยืน และเป็นการสืบทอดประเพณีเก่าแก่ของทุ่งภูเขาทอง ในช่วงจัดงานบรรยากาศบริเวณวัดจะคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งขบวนแห่ ของกินพื้นบ้าน และกิจกรรมวัฒนธรรมให้ร่วมชม
 
นอกจากประเพณีตักบาตรน้ำผึ้งแล้ว ในแต่ละปีวัดภูเขาทองยังมักมีงานวัดและกิจกรรมทำบุญใหญ่ เช่น งานเทศกาลประจำปีทุ่งภูเขาทอง งานทอดกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี บางปีมีการจัดงานยาวต่อเนื่องหลายวัน มีร้านอาหาร ร้านของฝาก และโซนกิจกรรมให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้เดินเล่นอย่างครึกครื้น แม้รูปแบบงานมหรสพอาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายแต่ละปี แต่แก่นสำคัญคือการเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาสัมผัสรากเหง้าวัฒนธรรมของท้องถิ่น
 
ในมุมของนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ วัดภูเขาทองถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยและแตกต่างจากโซนเกาะเมือง หากมาช่วงเย็นจะได้เห็นแสงสีทองปกคลุมองค์เจดีย์และทุ่งนารอบๆ โดยเฉพาะในฤดูทำนา ด้านล่างจะเป็นผืนนาสีเขียวหรือสีทองสลับกันไปตามฤดูกาล ทำให้ได้ภาพที่มีมิติทั้งสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ธรรมชาติอยู่ในเฟรมเดียวกันอย่างลงตัว
 
มุมถ่ายรูปยอดนิยมมีทั้งมุมเชิงเนินที่ถ่ายให้เห็นบันไดทอดขึ้นไปยังองค์เจดีย์ มุมบนฐานเจดีย์ที่มองย้อนกลับไปเห็นทุ่งนากว้างไกล และมุมด้านข้างที่เก็บภาพเจดีย์ตัดกับท้องฟ้าโล่งๆ ในวันที่ฟ้าใส นอกจากนี้ในบางช่วงยังมีการจัดกิจกรรมถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์หรือเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการถ่ายภาพเมืองเก่าร่วมกับกลุ่มช่างภาพท้องถิ่นอีกด้วย
 
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัดมีทั้งลานจอดรถขนาดรองรับรถตู้ทัวร์และรถยนต์ส่วนตัว ห้องน้ำสาธารณะ ศาลาพักร้อน และร้านค้าขายของกินเล่น น้ำดื่ม และของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ บริเวณด้านหน้า แม้จะไม่ได้มีคาเฟ่หรือร้านอาหารใหญ่ๆ ในตัววัด แต่บริเวณทุ่งภูเขาทองและถนนสายใกล้เคียงก็มีร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดีให้แวะฝากท้องก่อนหรือหลังเที่ยววัดได้หลายแห่ง
 
การแต่งกายสำหรับมาเที่ยววัดภูเขาทองควรเน้นความสุภาพเช่นเดียวกับการเที่ยววัดอื่นๆ ในอยุธยา แม้วัดจะมีบรรยากาศกึ่งโบราณสถานกลางทุ่ง แต่ก็ยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและใช้ประกอบพิธีกรรมจริง แนะนำให้สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าที่เดินและขึ้นบันไดสะดวก หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปหรือโปร่งบางเกินไป หากตั้งใจจะถ่ายภาพบนบันไดหรือบนฐานเจดีย์ยิ่งควรคำนึงถึงความสุภาพและความปลอดภัยเป็นพิเศษ
 
เรื่องการถ่ายภาพ วัดภูเขาทองเปิดกว้างสำหรับการถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งภาพบุคคล ภาพวิว และภาพโบราณสถาน แต่ควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือขึ้นไปยืนบนส่วนที่ไม่ใช่ทางเดินหรือฐานที่จัดไว้ให้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับโบราณสถานที่มีอายุกว่า 400–600 ปี สำหรับการใช้โดรนหรือถ่ายทำเชิงพาณิชย์ แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดล่วงหน้า เพื่อขออนุญาตและปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัดและกรมศิลปากรอย่างถูกต้อง
 
การเดินทางไปวัดภูเขาทอง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) มุ่งหน้าพระนครศรีอยุธยา จากนั้นขับตามป้ายเข้าสู่ตัวเมือง เมื่อเข้าพื้นที่รอบเกาะเมืองแล้วให้มุ่งหน้าออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 สายอยุธยา–อ่างทอง ขับไปจนถึงช่วงกิโลเมตรที่ประมาณ 26 จะมีป้ายบอกทางแยกซ้ายเข้าสู่วัดภูเขาทองอย่างชัดเจน เส้นทางค่อนข้างสะดวก ถนนกว้าง รถไม่หนาแน่นจนเกินไป เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเองและกรุ๊ปทัวร์แบบวันเดียวจบ
 
หากออกเดินทางจากโซนเกาะเมืองหรือโบราณสถานในตัวเมืองอยุธยา สามารถใช้เส้นทางออกไปตามถนนสายทุ่งภูเขาทองหรือเส้นทางคู่ขนานไปยังทางหลวงหมายเลข 309 ได้เช่นกัน ระยะทางโดยรวมไม่ไกลมาก ใช้เวลาขับรถจากเขตพระราชวังหลวงไปถึงวัดภูเขาทองโดยเฉลี่ยราว 10–15 นาที (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) สำหรับนักท่องเที่ยวสายปั่นจักรยานก็สามารถเช่าจักรยานจากในเมืองแล้วปั่นออกมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านเก่าแก่ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เที่ยวอยุธยาที่ได้สัมผัสบรรยากาศท้องทุ่งมากเป็นพิเศษ
 
ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา แล้วต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัดภูเขาทองได้ โดยควรแจ้งชื่อวัดให้ชัดเจนว่า “วัดภูเขาทอง ทุ่งภูเขาทอง ทางอ่างทอง” เพื่อไม่ให้สับสนกับสถานที่อื่น ค่าโดยสารจะขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง หากมาเป็นกลุ่มเล็กๆ การเหมาแท็กซี่หรือรถตุ๊กตุ๊กแบบเหมารายชั่วโมงหรือเหมาวันเพื่อเที่ยววัดหลายแห่งรอบนอกเกาะเมือง เช่น วัดภูเขาทอง วัดไชยวัฒนาราม และทุ่งมะขามหย่อง ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
 
ชื่อสถานที่ วัดภูเขาทอง (วัดภูเขาทอง ทุ่งภูเขาทอง)
ที่อยู่ หมู่บ้านทุ่งภูเขาทอง หมู่ 2 ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
ลักษณะ / ประเภทสถานที่ วัดโบราณและโบราณสถานสำคัญของกรุงศรีอยุธยา โดดเด่นด้วยพระเจดีย์ขนาดใหญ่กลางทุ่งนา เป็นจุดชมวิวและแลนด์มาร์กด้านทิวทัศน์ของอยุธยาฝั่งทุ่งภูเขาทอง
ยุคสมัย / ปีที่สร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น (ปลายพุทธศตวรรษที่ 19) และได้รับการต่อเติม–บูรณะสำคัญในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา หลังเหตุการณ์สงครามกับหงสาวดี
ผู้ก่อตั้ง / ผู้เกี่ยวข้องสำคัญ เกี่ยวข้องกับพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (สร้างฐานเจดีย์แบบมอญเพื่อเป็นอนุสรณ์ชัยชนะ) และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (โปรดให้สร้างองค์เจดีย์แบบไทยครอบฐานเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์การกอบกู้เอกราช)
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส พระครูใบฎีกาประเทือง กิตฺติปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้ง)
จุดเด่นของสถานที่ พระเจดีย์ภูเขาทองขนาดใหญ่กลางทุ่งนา แสดงให้เห็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างฐานแบบมอญ–พม่ากับองค์เจดีย์แบบไทย เป็นจุดชมวิวทุ่งนากว้างไกล เห็นแนวเมืองอยุธยาในมุมสูง และเป็นสัญลักษณ์เชิงประวัติศาสตร์ของสมรภูมิทุ่งมะขามหย่อง
ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10) งานบุญประจำปีและงานวัดทุ่งภูเขาทอง พิธีทำบุญกฐิน ผ้าป่า กิจกรรมสวดมนต์และเจริญพระพุทธมนต์ร่วมกับชุมชนโดยรอบ
ค่าธรรมเนียม / ค่าเข้าชม โดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี ทำบุญตามศรัทธา ทั้งนี้อาจมีการจัดเก็บค่าบำรุงโบราณสถานหรือนักท่องเที่ยวบางประเภทในบางช่วงเวลา แนะนำตรวจสอบอัตราค่าบริการล่าสุดจากข้อมูลทางการก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ เปิดทุกวัน (ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด)
เวลาเปิดทำการ ประมาณ 08.00–18.00 น. (เวลาปิด–เปิดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและกิจกรรมของวัด แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
การแต่งกาย ควรแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าที่เดินและขึ้นบันไดสะดวก หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้นมาก และเสื้อผ้าที่รัดรูปหรือโปร่งบางจนเกินไป
การเดินทาง 1) รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) เข้าพระนครศรีอยุธยา จากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองและออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 (สายอยุธยา–อ่างทอง) ถึงช่วงกม.ประมาณที่ 26 จะมีป้ายแยกซ้ายเข้าวัดภูเขาทอง
2) จากเกาะเมืองอยุธยา: ขับรถหรือปั่นจักรยานออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เชื่อมสู่ถนนสายทุ่งภูเขาทอง/ทางหลวงหมายเลข 309 ระยะทางราว 2 กม. จากเขตพระราชวังหลวง
3) ขนส่งสาธารณะ: นั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงตัวเมืองอยุธยา แล้วต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัดภูเขาทอง โดยแจ้งปลายทางให้ชัดเจนว่าไปวัดภูเขาทอง ทุ่งภูเขาทอง
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมและทำบุญตามปกติ มีการบูรณะโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ จุดชมวิว และวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาและจัดกิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) วัดโลกยสุธาราม (พระนอนวัดโลกย์) – ระยะทางประมาณ 3 กม.
2) วัดพระศรีสรรเพชญ์ (เขตพระราชวังโบราณ ในเกาะเมือง) – ระยะทางประมาณ 4 กม.
3) วัดมหาธาตุ – ระยะทางประมาณ 4.5 กม.
4) ศูนย์ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา – ระยะทางประมาณ 4 กม.
5) พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งมะขามหย่ง – ระยะทางประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทางและเบอร์โทร) 1) ขาวละออ (KaowLaor) – ร้านอาหารไทยบรรยากาศท้องถิ่น ระยะทางประมาณ 1.6 กม. โทร. 092-252-2650
2) ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอม หน้าวัดพนมยงค์ – ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชื่อดัง ระยะทางประมาณ 1.6 กม. โทร. 094-542-8535
3) หอมละมุน Hom La Moon – คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์โฮมมี่ ระยะทางประมาณ 1.9 กม. โทร. 094-545-7169
4) บ้านอยุธยารมณ์ (Baan Ayutthaya Rom) – ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำบรรยากาศสบายๆ ระยะทางประมาณ 3–4 กม. โทร. 092-935-4264
5) Ayutthaya Retreat – ร้านอาหารและคาเฟ่ในรีสอร์ทบรรยากาศร่มรื่น ระยะทางประมาณ 3–4 กม. โทร. 035-795-885
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทางและเบอร์โทร) 1) Baan Tye Wang Guesthouse – ที่พักสไตล์โฮมสเตย์ริมน้ำบรรยากาศสงบ ระยะทางประมาณ 1.5 กม. โทร. 035-323-001
2) Phuttal Residence – เกสต์เฮาส์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสงบเป็นส่วนตัว ระยะทางประมาณ 2 กม. โทร. 035-242-525
3) The Park Ayutthaya Resort and Spa – รีสอร์ทบรรยากาศรีสอร์ตริมน้ำ ระยะทางประมาณ 3 กม. โทร. 098-334-4418
4) Ayutthaya Retreat – รีสอร์ทสไตล์ไทยประยุกต์ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ระยะทางประมาณ 3–4 กม. โทร. 035-795-885
5) บ้านท้ายวัง และที่พักโฮมสเตย์รอบเกาะเมือง (เลือกพักตามทำเลที่ต้องการ) – ระยะทางโดยเฉลี่ยประมาณ 3–5 กม. จากวัดภูเขาทอง
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัด ลานจอดรถสำหรับรถยนต์และรถตู้ ห้องน้ำสาธารณะ ศาลาพักร้อนและศาลาเอนกประสงค์ ร้านค้าขายของกินเล่นและเครื่องดื่มบางส่วน ทางเดินขึ้น–ลงองค์เจดีย์ และพื้นที่นั่งพักชมวิวรอบทุ่งภูเขาทอง
เบอร์ติดต่อวัด / ข้อมูลเพิ่มเติม ยังไม่มีข้อมูลเบอร์ติดต่อวัดที่ยืนยันได้ แนะนำตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านเพจทางการของวัดภูเขาทอง หน่วยงานท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก่อนเดินทาง
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดภูเขาทองมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดภูเขาทองได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม และทำบุญตามศรัทธา อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงอาจมีการจัดเก็บค่าบำรุงโบราณสถานหรือนักท่องเที่ยวบางประเภท แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
ถาม: เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการขึ้นไปชมวิวที่เจดีย์ภูเขาทองคือช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าตั้งแต่ประมาณ 08.00–10.00 น. และช่วงเย็นราว 16.00–18.00 น. เป็นช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนมาก แสงแดดนุ่มสวย เหมาะสำหรับเดินขึ้นบันไดชมวิวทุ่งนาและถ่ายภาพทั้งองค์เจดีย์และท้องฟ้า ยิ่งในฤดูทำนาจะได้เห็นทุ่งนาสีเขียวหรือสีทองตัดกับสีขาวของเจดีย์อย่างสวยงามเป็นพิเศษ
 
ถาม: สามารถขึ้นไปบนองค์เจดีย์ภูเขาทองได้ทุกวันหรือไม่ และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ: โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นล่างขององค์เจดีย์ได้ในช่วงเวลาเปิดวัด แต่ควรระมัดระวังเรื่องความชันของบันได สภาพพื้น ทางลื่นในหน้าฝน และไม่ควรปีนป่ายออกนอกแนวทางเดินที่จัดไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อช่วยรักษาโบราณสถานให้คงอยู่ต่อไป
 
ถาม: ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้งที่วัดภูเขาทองจัดขึ้นเมื่อไร และมีบรรยากาศอย่างไร?
ตอบ: ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้งที่ทุ่งภูเขาทองมักจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี (ปลายฤดูฝน) โดยมีทั้งพิธีทำบุญตักบาตรน้ำผึ้ง การแห่เครื่องสักการะ และกิจกรรมวัฒนธรรมอื่นๆ ของชุมชน บรรยากาศจะคึกคักไปด้วยชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมสืบสานประเพณีเก่าแก่ พร้อมได้ชมวิถีชีวิตและอาหารพื้นบ้านของชุมชนรอบทุ่งภูเขาทอง
 
ถาม: หากไม่มีรถส่วนตัว จะเดินทางไปวัดภูเขาทองจากตัวเมืองอยุธยาได้อย่างไร?
ตอบ: นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟหรือรถตู้มาลงที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา จากนั้นต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัดภูเขาทองได้ โดยควรแจ้งชื่อวัดให้ชัดเจนว่าไป “วัดภูเขาทอง ทุ่งภูเขาทอง ทางอ่างทอง” เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน หากมาเป็นกลุ่มเล็กๆ อาจเลือกเหมาแท็กซี่หรือรถตุ๊กตุ๊กแบบเหมารายชั่วโมงเพื่อแวะเที่ยววัดอื่นๆ รอบนอกเกาะเมืองได้ในทริปเดียวกัน
 
ถาม: การแต่งกายสำหรับการเที่ยววัดภูเขาทองต้องระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพตามมารยาทการเข้าวัด เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าที่เดินและขึ้นบันไดสะดวก เนื่องจากมีการเดินขึ้น–ลงเนินและบันไดสูง หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่พื้นลื่นมาก รวมถึงเสื้อผ้ารัดรูปหรือโปร่งบางเกินไป การแต่งกายให้เรียบร้อยไม่เพียงช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกและปลอดภัย แต่ยังเป็นการให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพระสงฆ์ในวัดด้วย
แผนที่ วัดภูเขาทอง แผนที่วัดภูเขาทอง
คำค้นคำค้น: วัดภูเขาทองวัดภูเขาทอง วัดภูเขาทอง อยุธยา วัดภูเขาทอง ทุ่งภูเขาทอง ตักบาตรน้ำผึ้ง อยุธยา ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง ที่เที่ยวอยุธยา จุดชมวิวอยุธยา เจดีย์โบราณอยุธยา เที่ยวอยุธยาหนึ่งวัน วัดนอกเกาะเมืองอยุธยา
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)