วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงวรวิหาร
Rating: 4.6/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
 
วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดอยุธยาที่ “คนไม่ควรขับผ่านเฉย ๆ” เพราะนี่คือหนึ่งในจุดศรัทธาที่มีทั้งพลังของประวัติศาสตร์ พลังของศิลปกรรม และพลังของความเชื่อร่วมสมัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ฝั่งทิศใต้ของเกาะเมือง ในตำบลคลองสวนพลู ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้บรรยากาศต่างจากวัดในโซนอุทยานประวัติศาสตร์ที่เป็นซากโบราณสถานเป็นหลัก เพราะวัดพนัญเชิงเป็น “วัดที่ยังมีชีวิต” ผู้คนยังมาสักการะ ทำบุญ แก้บน และเดินทางมาด้วยความตั้งใจจริง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปแล้วไปต่อ
 
สิ่งที่ทำให้วัดพนัญเชิงโดดเด่นตั้งแต่บรรทัดแรกของการเล่าเรื่อง คือสถานะของวัดในฐานะพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร (ฝ่ายมหานิกาย) และยังมีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายว่าเป็นวัดที่มีมาก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา นี่คือเหตุผลที่พอคุณก้าวเข้าเขตวัด คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปใน “พื้นที่ก่อนอยุธยา” ที่ต่อมาค่อย ๆ ถูกห่อหุ้มด้วยยุคสมัยใหม่กว่านั้นอีกหลายชั้น การมาไหว้พระที่นี่จึงไม่ได้มีแค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีรสชาติแบบการเดินย้อนเวลาไปพร้อมกับการมองดูความศรัทธาของผู้คนในปัจจุบัน
 
ในเชิงตำนานและพงศาวดาร มีเรื่องเล่าว่าพื้นที่วัดเกี่ยวข้องกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง (ผู้ครองเมืองอโยธยา) และจุดตั้งวัดผูกกับเหตุการณ์พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก พร้อมการเรียกนามวัดในช่วงหนึ่งว่า “วัดพระเจ้าพระนางเชิง” หรือ “วัดพระนางเชิง” ซึ่งต่อมาเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในชื่อ “วัดพนัญเชิง” เรื่องเล่าชุดนี้สำคัญเพราะทำให้วัดมีมิติ “ไทย–จีน” ชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพิ่งมามีในยุคท่องเที่ยว แต่เป็นความทรงจำของพื้นที่ที่สืบต่อผ่านความเชื่อมาโดยตลอด
 
หัวใจของวัดพนัญเชิงคือพระวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักในหลายชื่อ ชาวบ้านมักเรียก “หลวงพ่อโต” ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมเรียก “ซำปอกง” และชื่อทางการที่ถูกกล่าวถึงกันมากคือ “พระพุทธไตรรัตนนายก” ลักษณะขององค์พระเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะอู่ทอง ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ขนาดใหญ่สะดุดตาตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู จุดนี้เองที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่า วัดพนัญเชิงไม่ได้เริ่มต้นด้วยการ “เดินดู” แต่เริ่มต้นด้วยการ “เงยหน้า” เพราะสัดส่วนขององค์พระทำให้คุณต้องหยุดโดยอัตโนมัติ แล้วค่อย ๆ ปรับสายตาให้คุ้นกับความใหญ่โตที่อยู่ตรงหน้า
 
การสักการะหลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิงมีอารมณ์เฉพาะตัวมาก เพราะไม่ได้เป็นแค่การไหว้พระในโบสถ์แบบวัดทั่วไป แต่เป็นการอยู่ในพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้ “โอบ” องค์พระไว้ในพระวิหารหลวง เมื่อยืนในจุดที่เหมาะสม คุณจะเห็นองค์พระเต็มสายตา และจะสังเกตได้ว่าด้านหน้าองค์พระมีรายละเอียดประกอบอย่างตาลปัตรหรือพัดยศ และพระอัครสาวกที่ทำด้วยปูนปั้นลงรักปิดทองประดิษฐานอยู่ซ้ายขวา ทำให้ภาพรวมดูสง่างามและมีพิธีการมากกว่าหลายวัดที่เราคุ้นเคย
 
อีกเสน่ห์หนึ่งของพระวิหารหลวงคือรายละเอียดสถาปัตยกรรมและลวดลายตกแต่งภายในที่หลายคนเผลอมองข้าม ถ้าคุณลองเงยหน้ามองเสา จะพบการเขียนสีและลายประดับในโทนที่ชวนให้นึกถึงงานช่างที่ตั้งใจทำให้ “พื้นที่ศรัทธา” ดูมีชีวิต ไม่แข็งทื่อ และถ้าลองมองผนังทั้งสี่ด้าน จะพบการทำซุ้มเล็ก ๆ สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กเรียงรายโดยรอบ ซึ่งมักกล่าวถึงเป็นจำนวน 84,000 องค์ อันสอดคล้องกับจำนวนพระธรรมขันธ์ตามคติความเชื่อทางพุทธศาสนา พื้นที่แบบนี้ทำให้การเดินในวิหารไม่ได้เป็นแค่การเข้าไปไหว้แล้วถอยออก แต่เป็นการอยู่ท่ามกลาง “ภาษาศิลป์ของศรัทธา” ที่ถูกจัดวางไว้ให้คนค่อย ๆ อ่าน
 
ถ้าคุณเป็นคนชอบดูงานไม้ อย่ารีบเดินผ่านประตูทางเข้าด้านหน้าของพระวิหาร เพราะมีการกล่าวถึงว่าบานประตูไม้แกะสลักลอยตัวเป็นลายก้านขดยกดอกนูนออกมา เป็นรูปแบบศิลปะอยุธยาที่งดงามและมีเอกลักษณ์มาก การยืนดูใกล้ ๆ จะเห็นชั้นของลายที่มีมิติ ไม่ใช่แค่ลายสลักตื้น ๆ และนี่คือเหตุผลที่วัดพนัญเชิงเหมาะกับคนที่อยาก “มองอยุธยาแบบละเอียด” ไม่ใช่แค่ไปเก็บครบแลนด์มาร์ก
 
ภายในวัดยังมีจุดสำคัญอื่น ๆ ที่ช่วยเติมภาพให้วัดนี้ไม่ใช่แค่วิหารหลวงเพียงอย่างเดียว เช่น พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 5 องค์ (มักกล่าวถึงว่าเป็นศิลปะสุโขทัย) และกลุ่มอาคารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดเส้นทางการเดินชมที่ไม่จำเจ หากคุณเผื่อเวลาเดินให้ครบ จะรู้สึกว่าวัดนี้เป็นเหมือน “เมืองเล็ก ๆ ของศรัทธา” ที่มีทั้งโซนไหว้พระ โซนชมศิลป์ และโซนความเชื่อที่ผู้คนมาหวังพึ่งทางใจ
 
จุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ไทย–จีนได้ชัดมากอีกแห่งคือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ “เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก” ซึ่งมักเล่าว่าเป็นตำนานความรักและความผูกพันข้ามวัฒนธรรม ทำให้วัดพนัญเชิงมีผู้มาไหว้ไม่ใช่เฉพาะคนอยุธยาหรือคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีผู้ศรัทธาชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งใจมาโดยเฉพาะ วัดนี้จึงมีบรรยากาศที่คุณจะเห็นทั้งพวงมาลัย ธูปเทียน ของถวาย และการสื่อสารสองภาษาในบางจุด ซึ่งเป็นเสน่ห์แบบ “อยุธยาที่มีชีวิต” มากกว่าการเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
 
ในระดับเรื่องเล่าเชิงประวัติศาสตร์ วัดพนัญเชิงยังถูกพูดถึงในบริบทความสัมพันธ์กับชาวจีนในยุคการค้าและการเดินเรือ มีเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเดินทางของชาวจีนและบุคคลสำคัญจากโลกทางทะเล ทำให้ชื่อ “ซำปอกง” กลายเป็นความหมายที่มากกว่าคำเรียกหลวงพ่อโต แต่มันคือรหัสวัฒนธรรมที่ทำให้คนบางกลุ่มมองวัดนี้เป็น “ผู้คุ้มครองการเดินทาง” โดยเฉพาะการเดินทางทางน้ำและทางทะเล นี่คือเหตุผลที่แม้วัดจะอยู่ไม่ติดทะเล แต่ความเชื่อเรื่องการคุ้มครองการเดินทางกลับแข็งแรงอย่างน่าประหลาด และยังพบได้ในพฤติกรรมการแก้บนของผู้คนในปัจจุบัน
 
อีกหนึ่งเรื่องเล่าที่ทำให้วัดพนัญเชิงถูกจดจำแบบ “มีอารมณ์” คือความเชื่อว่าก่อนเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา หลวงพ่อโตมีน้ำพระเนตรไหล เป็นตำนานที่ถูกเล่าซ้ำอย่างกว้างขวางและทำให้ผู้มาเยือนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า การยืนอยู่ต่อหน้าองค์พระไม่ได้มีแค่ความสงบ แต่มีความสะเทือนใจบางอย่างแฝงอยู่ เหมือนเป็นการยืนอยู่ต่อหน้าความทรงจำของเมืองที่เคยรุ่งเรือง และเคยผ่านการสูญเสียมาแล้ว
 
ถ้าคุณอยากเที่ยววัดพนัญเชิงให้ “ได้อารมณ์เต็ม” วิธีที่แนะนำคือแบ่งจังหวะการเดินเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกให้เข้าไปสักการะหลวงพ่อโตแบบตั้งใจ ไม่ต้องรีบถ่ายรูปทันที ลองยืนเงียบ ๆ สักครู่ให้สายตาปรับกับสัดส่วนและบรรยากาศ ช่วงที่สองค่อยเดินเก็บรายละเอียดรอบ ๆ วิหาร เช่น เสา ลายประดับ ซุ้มพระเล็ก และงานไม้ที่ประตู เพื่อให้เห็นว่าวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ความใหญ่ แต่มีดีที่ “ความละเอียด” ช่วงสุดท้ายค่อยเดินไปยังจุดความเชื่อและอาคารประกอบอื่น ๆ เพื่อให้ทริปมีมิติครบทั้งพุทธศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมไทย–จีนในพื้นที่เดียวกัน
 
เวลาเหมาะสำหรับการมาเที่ยว โดยมากช่วงเช้าจะเดินสบายกว่า แสงจะนุ่มและช่วยให้การถ่ายภาพภายในวิหารไม่ตัดกันแรงเกินไป ส่วนช่วงบ่ายแก่ก็เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศค่อย ๆ สงบลง แต่ถ้าคุณตั้งใจมาช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะจำนวนผู้คนและกิจกรรมภายในจะมากขึ้นชัดเจน และบางจุดอาจต้องต่อคิวหรือเดินตามจังหวะของพื้นที่
 
ในแง่มารยาทการเข้าวัด วัดพนัญเชิงเป็นวัดที่ผู้คนมาสักการะจริงจัง จึงควรแต่งกายสุภาพและใช้เสียงเบาโดยเฉพาะในพระวิหารหลวง หากต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้ถ่ายด้วยความเกรงใจ ไม่ยืนบังทางหรือรบกวนผู้ที่กำลังไหว้พระ และหากนำของถวายมา ควรจัดวางตามจุดที่วัดกำหนดเพื่อความเรียบร้อยและปลอดภัยของพื้นที่
 
การเดินทาง วัดพนัญเชิงวรวิหารตั้งอยู่ตำบลคลองสวนพลู ริมแม่น้ำป่าสัก ทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา หากมาจากโซนวัดใหญ่ชัยมงคล โดยทั่วไปสามารถออกจากวัดใหญ่ชัยมงคลแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปตามถนนประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ การขับรถจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เข้าพระนครศรีอยุธยา แล้วใช้ระบบนำทางไปยัง “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” เพื่อหลีกเลี่ยงการวนในจุดทางแยกและเส้นทางวันเวย์บางช่วง
 
หากเดินทางโดยรถไฟ สามารถลงสถานีอยุธยาแล้วต่อรถรับจ้าง/รถประจำทางไปยังท่าเรือหรือจุดข้ามฟากในโซนใกล้เกาะเมืองตามเส้นทางที่สะดวกในวันนั้น และหากอยากสัมผัสบรรยากาศอยุธยาแบบเมืองน้ำ การเดินทางโดยเรือก็เป็นอีกตัวเลือกที่เชื่อมวัดสำคัญหลายแห่งได้ แต่แนะนำให้ตรวจสอบรอบและท่าเรือที่ให้บริการล่าสุดก่อนเดินทาง เพื่อให้ทริปไหลลื่นไม่สะดุด
 
ทริปที่จัดได้ง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ คือเริ่มจากวัดพนัญเชิงในช่วงเช้าเพื่อไหว้หลวงพ่อโต จากนั้นไปวัดใหญ่ชัยมงคล แล้วค่อยขยับเข้าเกาะเมืองไปวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และปิดท้ายด้วยวัดพระศรีสรรเพชญ์กับวิหารพระมงคลบพิตร หรือจะสลับเป็นเริ่มจากวัดใหญ่ชัยมงคลแล้วมาจบที่วัดพนัญเชิงก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับแสงและจังหวะที่คุณอยากได้ในการถ่ายภาพ
 
สรุปสถานที่ พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร (มหานิกาย) ริมแม่น้ำป่าสัก ฝั่งตรงข้ามเกาะเมืองอยุธยา เด่นด้วยพระวิหารหลวงที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” หรือ “พระพุทธไตรรัตนนายก” (ชาวจีนเรียก “ซำปอกง”) เป็นศูนย์รวมศรัทธาไทย–จีน มีทั้งมิติประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความเชื่อร่วมสมัย เหมาะกับการเที่ยวแบบไหว้พระจริงจังและซึมซับรายละเอียด
ที่ตั้ง/ย่าน ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ริมแม่น้ำป่าสัก ใต้ฝั่งตรงข้ามเกาะเมือง)
ที่อยู่ ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
จุดเด่นของสถานที่ พระวิหารหลวงและหลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายก) องค์ใหญ่เป็นที่เคารพสูง, เรื่องเล่า/ตำนานที่กล่าวถึงวัดว่ามีมาก่อนอยุธยาและเชื่อมโยงกับพระนางสร้อยดอกหมาก, บรรยากาศศรัทธาไทย–จีน (ชื่อเรียกซำปอกง), รายละเอียดภายในวิหาร เช่น ซุ้มพระเล็กจำนวนมากโดยรอบและงานไม้แกะสลักที่ประตู, เดินทางสะดวกใกล้วัดใหญ่ชัยมงคลและเส้นทางเข้ากลุ่มวัดในเกาะเมือง
ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระเทพรัตนากร (แวว กตสาโร)
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ ประมาณ 08:00 – 17:00 (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของวัด/กิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง)
ค่าบริการ โดยทั่วไปไม่เสียค่าเข้าชม (นิยมทำบุญตามศรัทธา)
สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่สักการะภายในพระวิหารหลวง, จุดทำบุญ/จุดจำหน่ายเครื่องสักการะ (ตามการจัดการของวัด), พื้นที่จอดรถในบริเวณวัด (ขึ้นกับช่วงเวลาและกิจกรรม)
เบอร์ติดต่อ 035-243-867
สถานะปัจจุบัน ยังเปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ)
1) วัดใหญ่ชัยมงคล – ประมาณ 2 กม.
2) ตลาดน้ำอโยธยา – ประมาณ 2 กม.
3) ป้อมเพชร – ประมาณ 4 กม.
4) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา – ประมาณ 6 กม.
5) วัดมหาธาตุ – ประมาณ 6 กม.
6) วัดราชบูรณะ – ประมาณ 6 กม.
7) วัดพระศรีสรรเพชญ์ – ประมาณ 6 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร)
1) Café Kantary Ayutthaya – ประมาณ 6 กม. โทร 035-337-177
2) Sala Ayutthaya Eatery and Bar – ประมาณ 6 กม. โทร 035-242-588
3) Burinda Thai Cuisine – ประมาณ 6 กม. โทร 035-241-678
4) บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Nam) – ประมาณ 6 กม. โทร 035-232-079
5) California Steak (Kantary Hotel) – ประมาณ 6 กม. โทร 035-337-177
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร)
1) Kantary Hotel Ayutthaya – ประมาณ 6 กม. โทร 035-337-177
2) Krungsri River Hotel – ประมาณ 7 กม. โทร 035-244-333
3) iuDia on the River – ประมาณ 6 กม. โทร 086-080-1888
4) sala ayutthaya – ประมาณ 6 กม. โทร 035-242-588
5) Phuttal Residence – ประมาณ 6 กม. โทร 035-242-525
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพนัญเชิงวรวิหารอยู่ตรงไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ตำบลคลองสวนพลู ริมแม่น้ำป่าสัก ทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เดินทางจากโซนวัดใหญ่ชัยมงคลมาประมาณระยะสั้น ๆ และสามารถจัดทริปเชื่อมเข้าเกาะเมืองต่อได้สะดวก
 
ถาม: วัดพนัญเชิงเป็นพระอารามหลวงระดับไหน?
ตอบ: วัดพนัญเชิงเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร และเป็นวัดฝ่ายมหานิกาย
 
ถาม: หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงมีชื่อทางการว่าอะไร?
ตอบ: โดยทั่วไปกล่าวถึงชื่อทางการว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” ชาวบ้านนิยมเรียก “หลวงพ่อโต” และชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากเรียก “ซำปอกง”
 
ถาม: ภายในพระวิหารหลวงมีอะไรที่ไม่ควรพลาดนอกจากองค์หลวงพ่อโต?
ตอบ: แนะนำให้สังเกตรายละเอียดงานประดับภายใน เช่น การจัดซุ้มพระเล็กโดยรอบ ผิวงานตกแต่ง เสาและลายประดับ รวมถึงบานประตูไม้แกะสลักที่มักถูกยกให้เป็นงานช่างอยุธยาที่งดงาม
 
ถาม: วัดพนัญเชิงเปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปมักอ้างอิงช่วงเวลาใกล้เคียงประมาณ 08:00 – 17:00 และเปิดทุกวัน แต่เวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศของวัดหรือกิจกรรมภายใน แนะนำตรวจสอบก่อนเดินทาง
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดพนัญเชิงนานแค่ไหนถึงพอดี?
ตอบ: ถ้าเน้นสักการะหลวงพ่อโตและเดินชมจุดหลัก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูรายละเอียดศิลปกรรมภายในวิหารและเดินครบทั้งวัด แนะนำเผื่อเวลา 1 – 2 ชั่วโมงแบบไม่เร่ง
 
ถาม: ไปช่วงไหนเดินสบายและถ่ายรูปสวย?
ตอบ: ช่วงเช้าจะเดินสบายกว่า อากาศไม่ร้อนมาก และแสงช่วยให้รายละเอียดงานช่างภายในวัดดูชัดขึ้น ส่วนช่วงบ่ายแก่จะได้โทนแสงนุ่มลง แต่หากเป็นวันหยุดหรือเทศกาลควรเผื่อเวลาเพราะคนจะเยอะขึ้น
 
ถาม: ถ้าจะจัดทริปต่อจากวัดพนัญเชิง ควรไปที่ไหนต่อดี?
ตอบ: สามารถไปต่อได้ทั้งโซนใกล้ ๆ อย่างวัดใหญ่ชัยมงคลและตลาดน้ำอโยธยา หรือเข้าเกาะเมืองไปกลุ่มวัดหลัก เช่น วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวิหารพระมงคลบพิตร เพื่อให้ทริปครบทั้งสายศรัทธาและสายโบราณสถาน
แผนที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร แผนที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร
คำค้นคำค้น: วัดพนัญเชิงวรวิหารวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพนัญเชิง อยุธยา หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง พระพุทธไตรรัตนนายก ซำปอกง ไหว้พระอยุธยา เที่ยวอยุธยา 1 วัน วัดใหญ่ชัยมงคล ใกล้ วัดพนัญเชิง วัดดังอยุธยา ที่เที่ยวอยุธยา ริมน้ำ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.พระนครศรีอยุธยา(88)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าเรือ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.นครหลวง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางไทร(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบาล(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะอิน(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะหัน(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ผักไห่(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ภาชี(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ลาดบัวหลวง(2)

https://www.lovethailand.org/อ.วังน้อย(6)

https://www.lovethailand.org/อ.เสนา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.บางซ้าย(1)

https://www.lovethailand.org/อ.อุทัย(14)

https://www.lovethailand.org/อ.มหาราช(5)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแพรก(2)