วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

Rating: 3.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05:30 – 21:00 (เวลาโดยประมาณ)
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร คือหนึ่งในจุดหมายที่ทำให้การเที่ยวบางปะอิน “ไม่เหมือนเดิม” เพราะนี่ไม่ใช่แค่วัดที่อยู่ใกล้พระราชวังบางปะอินเท่านั้น แต่เป็นพระอารามหลวงที่ตั้งอยู่ “บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา” ฝั่งตรงข้ามพระราชวัง และมีประสบการณ์การเดินทางที่ตราตรึงอย่างเรียบง่าย นั่นคือการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไปสักการะภายในวัด เมื่อมองจากฝั่งพระราชวัง คุณจะเห็นแนวต้นไม้และยอดอาคารทรงแหลมที่แตกต่างจากวัดไทยทั่วไปอย่างชัดเจน และความต่างนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าที่เชื่อมต่อ “พุทธศาสนา” เข้ากับ “ศิลปะตะวันตก” ได้อย่างกลมกลืนในบริบทไทย
ภาพรวมของพื้นที่ทำให้วัดนิเวศธรรมประวัติฯ มีบุคลิกเฉพาะตัวอย่างมาก ด้วยทำเลที่เป็นเกาะกลางน้ำ ทำให้บรรยากาศรอบวัดไม่ถูกรบกวนด้วยการจราจรอย่างใกล้ชิดเหมือนวัดริมถนนใหญ่ ลมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พัดผ่านเกาะช่วยให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และช่วยลดอุณหภูมิในช่วงกลางวันได้จริงในเชิงประสบการณ์ เมื่อก้าวลงจากกระเช้าแล้วเดินเข้าสู่เขตวัด คุณจะสัมผัสได้ถึงจังหวะที่ช้าลงของพื้นที่ ความเงียบที่ไม่เงียบสนิท แต่เป็นความสงบที่มี “เสียงน้ำ” และ “เสียงลม” เป็นพื้นหลัง จึงเหมาะทั้งกับคนที่ตั้งใจมาสักการะ และคนที่อยากใช้เวลาอ่านความหมายของศิลปกรรมอย่างไม่เร่งรีบ
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อ พ.ศ. 2419 โดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนเพื่อใช้เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ในช่วงที่เสด็จประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน ความสำคัญของ “วัดประจำพระราชวัง” ทำให้วัดนิเวศธรรมประวัติฯ มิได้เป็นเพียงวัดชุมชน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดรัฐสมัยใหม่ของสยามในยุคที่กำลังรับอิทธิพลตะวันตก ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การจัดระเบียบพื้นที่ และการสร้างภาพลักษณ์ของบ้านเมืองที่ก้าวทันโลก โดยยังรักษาแก่นของพุทธศาสนาและพระราชประเพณีไว้เป็นศูนย์กลางเช่นเดิม
สิ่งที่ผู้มาเยือนเกือบทุกคนพูดตรงกันคือ “อุโบสถเหมือนโบสถ์ฝรั่ง” ซึ่งเป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายที่สุดเมื่อเห็นกับตา องค์อุโบสถใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก มีหลังคายอดแหลมและช่องหน้าต่างโค้งตามแนวคิดโกธิก ภาพรวมให้ความรู้สึกสง่างามและเป็นระเบียบแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่เมื่อเข้าไปภายใน สิ่งที่อยู่กลางพื้นที่ยังคงเป็น “พระประธาน” และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาอย่างชัดเจน ความขัดกันที่ไม่ขัดแย้งนี้คือเสน่ห์สำคัญ เพราะมันทำให้ผู้ชมเห็นว่า ศิลปะและรูปแบบอาคารเป็น “ภาษาหนึ่ง” ที่สามารถนำมาใช้รับใช้ศรัทธาได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนคุณค่าของพุทธศาสนาแต่อย่างใด
จุดที่ชวนหยุดมองอย่างตั้งใจคือองค์ประกอบเหนือแนวหน้าต่างด้านหน้าพระประธาน ซึ่งมีการประดับกระจกสีเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ในเชิงความรู้สึก กระจกสีทำหน้าที่เหมือน “แสงเล่าเรื่อง” เมื่อแสงแดดลอดผ่าน จะเกิดมิติของสีและเงาที่เปลี่ยนไปตามเวลา ทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถต่างจากอุโบสถไทยที่คุ้นเคยอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับการอุปถัมภ์พุทธศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเพียงการเข้าชมสถานที่ แต่เหมือนกำลังเดินอยู่ในพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ “ยังหายใจอยู่” ผ่านแสง สี และรายละเอียดของงานศิลป์
พระประธานของวัดนี้คือ “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้มาสักการะ การสักการะพระประธานในวัดนิเวศธรรมประวัติฯ จึงไม่ใช่แค่การไหว้พระตามลำดับสถานที่ แต่เป็นการสัมผัส “แนวคิดของผู้สร้าง” ที่ตั้งใจให้พื้นที่นี้เป็นวัดสำหรับการบำเพ็ญพระราชกุศลและเป็นศูนย์กลางทางจิตใจในยามประทับบางปะอิน ด้วยเหตุนี้ บรรยากาศภายในจึงให้ความรู้สึก “กึ่งพิธีการ” และ “กึ่งสงบลึก” อยู่พร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อคนไม่หนาแน่น คุณจะได้ยินเสียงก้าวเท้าที่เบาลงโดยธรรมชาติ เหมือนทุกคนพร้อมใจกันลดเสียงให้เหมาะกับพื้นที่
อีกจุดเด่นที่มีความหมายมากในบริบทความเชื่อไทยคือ “หอพระคันธารราฐ” ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางขอฝน ภาพของพระพุทธรูปยืนในปางนี้ทำให้คนไทยเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์และความร่มเย็นมาแต่เดิม โดยเฉพาะในสังคมเกษตรกรรมที่เฝ้ามองฤดูกาลและฝนฟ้าเป็นเงื่อนไขของชีวิต การมีพระคันธารราฐอยู่ในพื้นที่วัดจึงไม่ใช่แค่การสะสมศิลปกรรม แต่คือการย้ำเตือนความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธากับธรรมชาติ หลายคนที่มาไหว้จะอธิษฐานให้ชีวิต “ราบรื่นเหมือนฝนที่มาตามฤดู” และให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเป็นถ้อยคำที่สะท้อนวิธีคิดของสังคมไทยได้อย่างชัดเจน
ตรงข้ามกับหอพระคันธารราฐเป็นหอประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาเก่าแก่ปางนาคปรก ซึ่งมีการกล่าวถึงว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรีและเกี่ยวโยงกับฝีมือช่างขอม ความงามของพระนาคปรกอยู่ที่ความนิ่งและความหนักแน่นของเนื้อหิน และ “ท่าทางของนาค” ที่แผ่พังพานคุ้มครองพระพุทธเจ้า ภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ที่คนไทยคุ้นเคยจากวัดโบราณจำนวนมาก แต่การได้เห็นในบริบทวัดที่สถาปัตยกรรมตะวันตกเด่นชัด ทำให้ผู้ชมยิ่งรับรู้ถึง “ความซ้อนทับของยุคสมัย” ได้ชัดขึ้น วัดเดียวกันสามารถรองรับทั้งศิลปะที่พาเราไปไกลถึงยุโรป และศิลปะหินที่พาเราย้อนกลับไปสู่อิทธิพลลพบุรีได้ในเวลาเดียวกัน
พระนาคปรกประดิษฐานอยู่ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านไปทั่วบริเวณหน้าอุโบสถ ต้นโพธิ์ในวัดไทยมักเป็นมากกว่าต้นไม้ให้ร่มเงา เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้และการตื่นรู้ทางใจ เมื่อเงาใบโพธิ์ไหวตามลมแม่น้ำ จะเกิดความรู้สึกที่ทำให้พื้นที่หน้าอุโบสถ “นุ่ม” ลงอย่างประหลาด และเหมาะกับการนั่งสงบใจอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ หากคุณชอบถ่ายภาพเชิงบรรยากาศ จุดนี้จะได้ทั้งองค์อุโบสถทรงโกธิก เงาใบโพธิ์ และมิติของแสงที่เปลี่ยนตลอดวันในเฟรมเดียว
ถัดไปไม่ไกลคือสวนหิน “ดิศกุลอนุสรณ์” ซึ่งรวบรวมหินชนิดต่าง ๆ เช่น หินปูน หินกรวด หินทราย และหินชนวน และยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับการบรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญในสายราชสกุลดิศกุล การมีพื้นที่ลักษณะนี้ภายในวัดทำให้วัดนิเวศธรรมประวัติฯ ไม่ได้เล่าเรื่องเฉพาะศาสนาและสถาปัตยกรรม แต่ยังเล่าเรื่อง “ความทรงจำ” และ “การระลึกถึง” ในวัฒนธรรมไทยด้วย เพราะวัดคือพื้นที่ที่ผู้คนใช้จัดวางความหมายของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และการสืบต่อคุณงามความดี การเดินผ่านสวนหินจึงเหมือนเดินผ่านบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยความเคารพในพื้นที่จริง
ในมิติของวิถีวัด วัดนิเวศธรรมประวัติฯ เป็นวัดที่ผู้คนยังเข้ามาทำบุญตามวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา และงานกฐิน การมาในช่วงที่มีงานบุญจะทำให้คุณเห็นภาพ “วัดที่มีชีวิต” มากขึ้น ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ การฟังธรรม การเวียนเทียน และการทำบุญตามศรัทธา ขณะเดียวกัน หากตั้งใจมาเพื่อชมสถาปัตยกรรมและถ่ายภาพ ช่วงเช้าตรู่หรือวันธรรมดามักเหมาะกว่า เพราะคนไม่หนาแน่นและแสงสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่แสงอุ่นสะท้อนผ่านกระจกสีภายในอุโบสถ
การเดินทาง ไปวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารนิยมเริ่มจากฝั่งพระราชวังบางปะอิน เพราะเป็นจุดขึ้น “กระเช้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ไปยังเกาะของวัดได้สะดวกที่สุด หากคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถปักหมุดชื่อวัดหรือปักหมุด “พระราชวังบางปะอิน” แล้วไปยังจุดบริการข้ามฟาก จากนั้นใช้กระเช้าข้ามแม่น้ำไปยังวัด ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงสถานีบางปะอิน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังบริเวณพระราชวัง/จุดขึ้นกระเช้าได้เช่นกัน การนั่งกระเช้าถือเป็นไฮไลท์ที่ทำให้ทริปนี้สนุกขึ้นอย่างสุภาพ เพราะใช้เวลาไม่นานแต่ได้มุมมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต่างจากการยืนบนสะพานหรือริมตลิ่ง และยังเป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุเพราะไม่ต้องเดินไกลมาก
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมวัดคือแต่งกายสุภาพ งดเสื้อผ้าสั้นหรือรัดรูปเกินไป ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคารศาสนสถาน ลดเสียงพูดคุยภายในอุโบสถ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชเมื่อถ่ายภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีงานศิลป์หรือกระจกสี เพื่อช่วยถนอมสภาพแวดล้อมและบรรยากาศศรัทธาของสถานที่ หากมาพร้อมเด็กเล็ก ควรดูแลเรื่องการวิ่งเล่นในอาคาร เพราะพื้นที่ภายในอุโบสถมีความก้องและอาจรบกวนผู้สักการะคนอื่นได้
หากต้องการจัดทริปให้คุ้มค่า วัดนิเวศธรรมประวัติฯ สามารถเที่ยวต่อเนื่องกับพระราชวังบางปะอินได้แบบครึ่งวันอย่างสบาย ๆ โดยเรียงลำดับเป็นพระราชวัง → นั่งกระเช้าข้ามไปวัด → กลับมาฝั่งเดิม แล้วค่อยออกไปหาอาหารหรือไปต่อเกาะเมืองอยุธยา ในเชิงเวลา ผู้ที่อยากชมรายละเอียดด้านในอุโบสถ เดินดูหอพระคันธารราฐ หอพระนาคปรก นั่งพักใต้ต้นโพธิ์ และแวะสวนหิน ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 60–120 นาที เพื่อให้การชมไม่เร่งรีบ และได้ซึมซับความงามของสถานที่จริง
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารโดดเด่นจนถูกพูดถึงเสมอ คือการผสาน “ความเป็นวัดไทย” เข้ากับ “ภาษาสถาปัตยกรรมตะวันตก” อย่างมีชั้นเชิง ภายใต้ร่มเงาของประวัติศาสตร์รัชกาลที่ 5 และภูมิทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยา ผู้มาเยือนจึงได้ทั้งการสักการะ การเรียนรู้ และการพักใจในทริปเดียว หากคุณชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่า มีรายละเอียดให้ดู และมีประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำแบบไม่ต้องหวือหวา วัดนี้คือคำตอบที่คุ้มค่าอย่างยิ่งในย่านบางปะอิน
| ชื่อสถานที่ | วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร |
| ที่อยู่ | ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160 |
| สรุปสถานที่ | พระอารามหลวงบนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน เด่นด้วยการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำและอุโบสถสถาปัตยกรรมโกธิกแบบตะวันตก |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถคล้ายโบสถ์ตะวันตก (โกธิก), กระจกสีภายในอุโบสถ, พระประธาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”, หอพระคันธารราฐ (ปางขอฝน), หอพระนาคปรกศิลาเก่าแก่, ต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ และสวนหิน “ดิศกุลอนุสรณ์” |
| ยุคสมัย | รัตนโกสินทร์ (สร้าง พ.ศ. 2419 ในสมัยรัชกาลที่ 5) |
| หลักฐานสำคัญ | อาคารอุโบสถสถาปัตยกรรมตะวันตกและองค์ประกอบกระจกสีภายใน, หอพระคันธารราฐและหอพระนาคปรก, สวนหินดิศกุลอนุสรณ์ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “นิเวศธรรมประวัติ” สื่อความหมายถึงสถานที่พำนัก/ประทับที่ผูกโยงกับธรรมะและเรื่องราวทางศาสนาในบริบทพระราชวังบางปะอิน |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระราชวชิรสารสุธี (เอนก มนุญฺโญ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | กระเช้าข้ามฟาก, ลาน/พื้นที่ทางเดินภายในวัด, จุดนั่งพักบริเวณหน้าอุโบสถและใต้ต้นโพธิ์ (ข้อมูลเชิงบริการอื่น ๆ ขึ้นกับช่วงเวลา) |
| ค่าธรรมเนียม | เข้าชมฟรี (ร่วมทำบุญตามศรัทธา) |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้สักการะและเข้าชมตามปกติ |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) | 035-262-139 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) พระราชวังบางปะอิน – 1 กม. – โทร 035-261-044 2) วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร – 2 กม. – โทร 035-261-822 3) พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน (Arts of the Kingdom Museum) – 8 กม. – โทร 035-367-100 4) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา – 23 กม. – โทร 035-242-525 5) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา – 24 กม. – โทร 035-241-587 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) รักษ์บางปะอิน คาเฟ่ (Rak Bang Pa-In Cafe) – 2 กม. – โทร 094-862-9987 2) The Artisans Ayutthaya – 16 กม. – โทร 061-195-9514 3) Homm Tree (หอมทรี) – 18 กม. – โทร 086-402-9728 4) อู่ข้าว (U-Khao Restaurant & Cafe) – 20 กม. – โทร 062-793-9993 5) เรือนจรุง – 20 กม. – โทร 094-956-6165 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) sala bang pa-in – 9 กม. – โทร 035-246-388 2) Krungsri River Hotel – 23 กม. – โทร 035-244-333 3) Kantary Hotel Ayutthaya – 25 กม. – โทร 035-337-177 4) Ayothaya Riverside Hotel – 24 กม. – โทร 035-243-139 5) Centara Ayutthaya – 25 กม. – โทร 035-243-555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน และนิยมข้ามไปวัดด้วยกระเช้าจากฝั่งพระราชวัง
ถาม: วัดนิเวศธรรมประวัติสร้างขึ้นเมื่อไร?
ตอบ: วัดสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2419 เพื่อใช้เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในช่วงเสด็จประทับพระราชวังบางปะอิน
ถาม: ไฮไลท์สำคัญของวัดนิเวศธรรมประวัติคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลท์คืออุโบสถสถาปัตยกรรมโกธิกแบบตะวันตก กระจกสีภายในอุโบสถ และสิ่งสักการะสำคัญอย่างพระประธาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” รวมถึงหอพระคันธารราฐและหอพระนาคปรกศิลาเก่าแก่
ถาม: ไปวัดนิเวศธรรมประวัติสามารถนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวนิยมไปยังฝั่งพระราชวังบางปะอิน แล้วใช้บริการกระเช้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังเกาะที่ตั้งของวัด
ถาม: วัดนิเวศธรรมประวัติเปิดกี่โมง และเข้าชมมีค่าใช้จ่ายไหม?
ตอบ: โดยข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไป วัดเปิดทุกวันช่วงประมาณ 05:30 – 21:00 และเข้าชมฟรี (ร่วมทำบุญตามศรัทธา)
ถาม: ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมอุโบสถ?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคาร ลดเสียงพูดคุยภายในอุโบสถ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในการถ่ายภาพเพื่อรักษาบรรยากาศและงานศิลป์ภายใน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(