ตลาดลาดชะโด

ตลาดลาดชะโด

ตลาดลาดชะโด
Rating: 4.3/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: วันเสาร์–อาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 10.00 – 15.00 น.
 
ตลาดลาดชะโด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือหนึ่งใน “ตลาดเก่า” ที่ยังมีชีวิตจริงมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง เพราะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากท่องเที่ยว แต่เติบโตมาพร้อมคลอง ชุมชน และการค้าขายของผู้คนมายาวนานจนถูกเล่าต่อกันว่าเป็นตลาดอายุกว่า 100 ปี เสน่ห์ของที่นี่จึงไม่ใช่แค่ภาพเรือนไม้หรือความย้อนยุคแบบแต่งเติม หากเป็นความรู้สึกของการเดินอยู่ในชุมชนที่ยังหายใจอยู่จริง มีทางเดินไม้ มีเรือนแถวหันหน้าเข้าหากัน มีร้านสารพัดแบบดั้งเดิมที่เคยเป็น “หัวใจของตลาดชุมชน” และมีคลองลาดชะโดที่คอยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสายน้ำอย่างแนบแน่น เมื่อคุณตั้งใจมาเดินตลาดลาดชะโด คุณจะได้มากกว่าการซื้อของ เพราะตลาดแห่งนี้พาคุณไปเห็นชั้นของประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิต และความทรงจำร่วมที่ยังคงจับต้องได้ผ่านเสียงคนขาย กลิ่นอาหาร และความเป็นกันเองของชาวบ้านที่ยืนหยัดรักษาบ้านของตัวเองให้เป็น “ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” แบบไม่เสียตัวตน
 
รากของตลาดลาดชะโดถูกพูดถึงในฐานะตลาดที่ค่อย ๆ งอกเงยจากการค้าขายริมคลอง ซึ่งในระยะแรกเริ่มนั้นมีภาพของ “เรือนแพค้าขาย” โดยเฉพาะพ่อค้าชาวจีนที่ตั้งเรือนแพอยู่สองฝั่งคลองและค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้คนในละแวกใกล้เคียง เมื่อการค้าขายคึกคักขึ้น พื้นที่ริมคลองจึงเริ่มถูกพัฒนาให้เป็นตลาดไม้ริมน้ำ ก่อนจะขยายตัวขึ้นบนบกอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเรือนแถวขนาดใหญ่จำนวนเกือบร้อยคูหา หันหน้าเข้าหากันเป็นแนว ทำให้เกิดทางเดินที่กว้างขวางและใช้งานได้จริงแบบตลาดชุมชน ในสายตานักท่องเที่ยว ภาพนี้อาจดูคล้าย “ตลาดโบราณ” ที่มีความน่ารักและถ่ายรูปสวย แต่สำหรับคนในพื้นที่ โครงสร้างตลาดแบบนี้สะท้อนเศรษฐกิจชุมชนที่ยืนอยู่บนการพึ่งพากัน ร้านหนึ่งขายของชำอุปโภคบริโภค ร้านหนึ่งเป็นช่างตัดผม ร้านหนึ่งเป็นร้านตัดเสื้อ ร้านหนึ่งเป็นร้านถ่ายรูป ร้านหนึ่งเป็นร้านยาไทย ทุกอย่างทำหน้าที่เป็นระบบนิเวศเล็ก ๆ ที่ทำให้ชุมชนอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งตามความทันสมัยตลอดเวลา และนี่เองคือเหตุผลที่ตลาดลาดชะโดมีความหมายเกินกว่า “ที่เที่ยวอยุธยา” เพราะมันยังเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าความเป็นชุมชนในแบบที่เมืองใหญ่แทบหาไม่ได้แล้ว
 
หากมองย้อนกลับไปในมิติประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชุมชนลาดชะโดเดิมมีอีกชื่อหนึ่งว่า “บ้านจักราช” โดยเล่าว่าเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นในช่วงหลังเหตุการณ์พม่าปล้นกรุงศรีอยุธยาและถอนกำลังลงไปในปี พ.ศ. 2310 จากนั้นผู้คนจึงค่อย ๆ สร้างบ้านเรือนและจัดระเบียบชุมชนขึ้นใหม่ในพื้นที่ที่ยังเหมาะกับการทำมาหากิน โดยบริเวณบ้านจักราชมีคลองที่เชื่อมออกไปสู่แม่น้ำน้อย ทำให้การคมนาคมทางน้ำสะดวกและเป็นปัจจัยให้เกิดการค้าขาย ต่อให้วันนี้หลายคนเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก แต่เมื่อเดินอยู่ในตลาด คุณยังเห็นภาพของชุมชนที่ “คิดด้วยคลอง” อยู่เสมอ ทั้งการวางบ้านหันเข้าหาน้ำ การใช้พื้นที่ริมน้ำเป็นที่พักเรือ การทำกิจกรรมพื้นบ้านริมคลอง และความทรงจำของผู้คนที่เติบโตมากับเสียงน้ำและฤดูกาลของคลอง ในคลองแห่งนี้เอง เคยมีปลาน้ำจืดมากมาย โดยเฉพาะ “ปลาชะโด” ที่พบชุกชุมจนกลายเป็นที่มาของชื่อ “ลาดชะโด” ชื่อที่ไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกสถานที่ แต่เป็นการบันทึกธรรมชาติของพื้นที่ไว้ในภาษาอย่างชัดเจน เมื่อคุณรู้ที่มาของชื่อแล้ว การเดินตลาดจะมีมิติเพิ่มขึ้นทันที เพราะคุณจะเริ่มมองเห็นว่า “ตลาด” ไม่ได้เกิดจากการค้าขายอย่างเดียว แต่เกิดจากภูมิประเทศ ระบบน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งชุมชนมาเป็นเวลานาน
 
สิ่งที่ทำให้ตลาดลาดชะโดโดดเด่นในสายตานักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือ “ความครบขององค์ประกอบชุมชน” เพราะการเดินตลาดที่นี่ไม่ได้มีแค่แถวร้านขายอาหารหรือของฝาก แต่ยังมีสถานที่และสถาบันของชุมชนที่คงสภาพแบบเดิมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน คุณจะพบวัดและศาลเจ้าที่เป็นศูนย์รวมใจ เห็นโรงเรียนที่เป็นพื้นที่ของเด็กและครอบครัว เห็นร่องรอยของโรงสีที่สะท้อนเศรษฐกิจยุคก่อน และที่น่าประทับใจสำหรับหลายคนคือการมี “โรงภาพยนตร์” หรือพื้นที่มหรสพของชุมชนที่ยังถูกพูดถึงในฐานะความทรงจำร่วม เมื่อวางทุกอย่างรวมกัน ภาพของลาดชะโดจึงไม่ใช่ตลาดที่โดดเดี่ยว แต่เป็น “ชุมชนตลาด” ที่ใช้ชีวิตกันจริง นักท่องเที่ยวที่ชอบฟังเรื่องเล่าจะสนุกกับการเดินช้า ๆ แล้วสังเกตรายละเอียด ตั้งแต่ป้ายไม้เก่า ๆ รูปแบบหน้าต่างบานเฟี้ยม ไปจนถึงวิธีที่ร้านค้าจัดวางสินค้าแบบไม่ต้องพยายามขายความวินเทจ เพราะความเก่าเป็นธรรมชาติของพื้นที่อยู่แล้ว
 
อีกชั้นที่ทำให้ตลาดลาดชะโดมีความสำคัญ คือการที่ชาวชุมชนร่วมใจกันอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนในชุมชน จนได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมตามข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยว/ข้อมูลชุมชน ซึ่งสะท้อนว่าความเก่าของลาดชะโดไม่ได้ถูกปล่อยให้พังไปตามเวลา แต่ถูกดูแลด้วยความตั้งใจและความรักบ้านของคนในพื้นที่ การอนุรักษ์ลักษณะนี้ต่างจากการบูรณะโบราณสถาน เพราะเป็นการรักษาพื้นที่ที่ยังใช้งานจริง ต้องประคองให้คนอยู่ได้ ร้านค้าอยู่ได้ และนักท่องเที่ยวมาเยือนได้โดยไม่ทำให้วิถีชุมชนแตกหัก การเดินตลาดด้วยท่าทีเคารพจึงสำคัญพอ ๆ กับการถ่ายรูปสวย เพราะทุกมุมในตลาดเป็น “พื้นที่ชีวิต” ไม่ใช่เพียงฉากสำหรับผู้มาเยือน และถ้าคุณเดินแบบใส่ใจ คุณจะได้เห็นความละเอียดอ่อนของชุมชน เช่น บางร้านยังคงรูปแบบบริการแบบเดิม บางร้านพูดคุยกับลูกค้าเหมือนคนรู้จัก บางร้านมีเรื่องเล่าของครอบครัวที่สืบทอดกิจการมา และบางช่วงของวันจะเห็นการใช้พื้นที่แบบชาวบ้านจริง ๆ ตั้งแต่การจัดของ การทำอาหาร ไปจนถึงการทักทายกันในภาษาถิ่นที่ทำให้ตลาดมีชีวิตชีวาแบบไม่ต้องจัดแสดง
 
เมื่อเดินลึกเข้าไป คุณจะเริ่มเห็น “ร้านเก่า” ที่ทำให้ลาดชะโดมีรสชาติของความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นร้านถ่ายรูปที่สะท้อนยุคที่การถ่ายภาพเป็นพิธีกรรมสำคัญของครอบครัว ร้านตัดเสื้อที่บอกเล่าความละเอียดของงานฝีมือ ร้านตัดผมที่เป็นเหมือนพื้นที่พบปะข่าวสาร ร้านขายของชำที่รวมของใช้จำเป็นไว้แบบตลาดชุมชน และร้านยาไทยที่ผู้คนพูดถึงอย่างกว้างขวางในเรื่องตำรับยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะ “ร้านยาไทยของหมอจรัล” ที่มีชื่อเสียงในชุมชนจากเรื่องเล่าการปรุงยาตามภูมิปัญญาเดิม ซึ่งสำหรับผู้มาเยือน สิ่งสำคัญคือการมองนี่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่การมองเป็นสินค้าแปลกใหม่ เพราะคุณค่าของร้านแบบนี้อยู่ที่ “ความต่อเนื่องของความรู้” และความสัมพันธ์ระหว่างหมอยากับผู้คนในพื้นที่ที่ยืนอยู่บนความไว้วางใจและการสืบทอด ในมุมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ คุณสามารถเดินดู บันทึกภาพ และพูดคุยอย่างสุภาพเพื่อเข้าใจบริบทของร้านยาไทยในชุมชนไทยได้โดยไม่ทำให้ความหมายของภูมิปัญญาถูกลดทอนเหลือแค่เรื่องเล่าชวนตื่นเต้น
 
หนึ่งในมุมที่ทำให้การมาเที่ยวลาดชะโดมีความ “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” คือการมีพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวของชุมชน เช่น พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าของนายกเทศมนตรีที่เล่ากันว่าเดิมเคยเป็นสถานที่ค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์และหรีดผ้า ซึ่งเป็นของที่มีชื่อเสียงของพื้นที่ ก่อนพัฒนาเป็นพื้นที่จัดแสดงภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต รวมถึงตู้แสดงปลาน้ำจืดหลายพันธุ์ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การเดินตลาดไม่ใช่แค่ “เดินกิน” แต่เป็นการได้อ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากวัตถุจริงและภาพถ่ายจริง คุณจะเข้าใจว่าชุมชนเติบโตอย่างไร ทำไมคลองจึงสำคัญ และทำไมตลาดแบบเรือนไม้ถึงเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ความทรงจำ ยิ่งถ้าคุณสนใจประวัติศาสตร์สังคม การได้เห็นของใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณจินตนาการภาพคนในอดีตได้ชัดกว่าการอ่านข้อมูลบนป้ายเพียงอย่างเดียว เพราะของจริงมักมีรอยเวลาและรายละเอียดที่ทำให้เรื่องเล่า “มีน้ำหนัก” มากขึ้น
 
ขณะเดียวกัน ลาดชะโดยังมีอีกภาพจำหนึ่งที่ชวนให้คนรุ่นใหม่ประหลาดใจ นั่นคือร่องรอยของ “โรงมหรสพ” และ “โรงฉายหนัง” ในชุมชน ซึ่งบางข้อมูลเล่าว่าปัจจุบันพื้นที่บางส่วนกลายเป็นสมาคมชาวประมง และมีการฉายหนังให้ชมฟรีในบางโอกาส ภาพของการรวมตัวดูหนังในชุมชนสะท้อนยุคที่ความบันเทิงไม่ได้อยู่ในห้างหรือบนจอส่วนตัว แต่เป็นกิจกรรมร่วมกันของคนทั้งตลาด และยังมีเรื่องเล่าว่าเคยมีภาพยนตร์บางเรื่องยกกองมาถ่ายทำในพื้นที่ลาดชะโดด้วย ทำให้ตลาดนี้มีมิติของความเป็น “โลเคชันวัฒนธรรม” ที่เชื่อมโยงทั้งชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในบางช่วงเวลา แม้คุณจะไม่ได้มาทันยุคทองนั้น แต่การเดินผ่านอาคารและพื้นที่เหล่านี้ก็ทำให้คุณเห็นว่า ชุมชนตลาดไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ขายของ หากเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต สร้างความสัมพันธ์ และร่วมกันบันทึกความทรงจำของยุคสมัยไว้ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมและกิจกรรมทางสังคม
 
แน่นอนว่า “อาหาร” คืออีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนอยากมาลาดชะโด เพราะตลาดแบบนี้มีเสน่ห์ตรงที่เมนูจำนวนมากเป็นอาหารพื้นบ้านที่ไม่ได้เจอได้ง่ายในเมือง และหลายอย่างเป็นรสชาติที่คนในชุมชนคุ้นเคยมานาน จานที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ “แกงบอน” ที่หลายคนตามมาชิม เพราะเป็นอาหารไทยโบราณที่ทำอร่อยได้ยาก ต้องรู้จังหวะการเตรียมบอนให้ไม่คันและปรุงให้กลมกล่อมพอดี นอกจากนี้ยังมีเมนูจากปลาและของน้ำจืดที่เข้ากับบริบทคลองลาดชะโด เช่น ห่อหมกปลาช่อนชิ้นโตใส่ใบยอ ต้มเค็มปลาตะเพียนสูตรโบราณที่ใช้ความหวานธรรมชาติจากอ้อยและความเปรี้ยวจากส้มมะขามหรือสับปะรด รวมถึงปลาเห็ดที่ทำจากปลาสร้อยซึ่งสะท้อนความรู้การถนอมอาหารของคนริมน้ำ หากคุณชอบอาหารที่มีเรื่องเล่า เมนูเหล่านี้คือบทเรียนชั้นดี เพราะมันทำให้เห็นว่าชุมชนใช้ทรัพยากรน้ำจืดอย่างไร และปรับสูตรอาหารให้เหมาะกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างไร
 
นอกจากอาหารคาว เมนูเส้นและของกินเล่นของลาดชะโดก็มีความโดดเด่นในแบบตลาดชุมชน เช่น ก๋วยจั๊บที่เป็นเมนูที่หลายคนจดจำได้จากรสชาติที่คุ้นเคยและกินง่าย หรือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นที่เหมาะกับการกินเป็นมื้อระหว่างเดินตลาด รวมถึงเป็ดย่างและเป็ดพะโล้ที่เป็นเมนูคลาสสิกของตลาดไทย และถ้าคุณเป็นสายขนมหวาน ตลาดแบบนี้มักมีขนมที่ชวนคิดถึงวัยเด็กอย่างขนมถั่วแปบใบเตย ขนมต้มสมุนไพร และขนมหม้อแกง ซึ่งเป็นขนมที่มีทั้งความหอมและความละมุนแบบไทย ๆ การเดินชิมที่นี่จึงควรทำแบบไม่เร่งรีบ เลือกชิมทีละอย่าง พักคุยกับคนขาย และสังเกตวิธีทำในบางร้าน เพราะเสน่ห์ของตลาดชุมชนอยู่ที่ “กระบวนการ” ไม่ใช่แค่รสชาติปลายทาง หากคุณให้เวลากับรายละเอียด คุณจะรู้สึกว่าการกินไม่ใช่กิจกรรมเดี่ยว แต่เป็นการมีส่วนร่วมกับวิถีของตลาด
 
อีกกิจกรรมที่ทำให้ลาดชะโดเหมาะกับการมาเที่ยวแบบครึ่งวันถึงหนึ่งวัน คือการได้สัมผัส “วิถีคลอง” ผ่านการล่องเรือชมชุมชนริมคลองลาดชะโด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวโบราณสถานในตัวเมืองอยุธยา เพราะที่นี่เล่าเรื่องผ่านชีวิตคนริมคลอง คุณจะได้เห็นบ้านเรือนไทยริมน้ำ เห็นเครื่องมือหากินและกิจกรรมพื้นบ้านอย่างการยกยอหรือทอดแหในบางช่วง และได้เห็นภูมิทัศน์ของคลองที่ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมชุมชนถึงเติบโตมาพร้อมสายน้ำ การล่องเรือที่นี่ไม่ได้เน้นความหวือหวา แต่เน้น “ความเรียบง่ายและจริง” จึงเหมาะกับคนที่อยากพักสายตา อยากถ่ายภาพวิถี และอยากทำความเข้าใจชุมชนไทยผ่านภูมิทัศน์น้ำจืด หากคุณมาในวันที่อากาศดี แสงช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายอ่อน ๆ จะทำให้ภาพริมคลองดูนุ่มนวลและให้บรรยากาศแบบไทยภาคกลางอย่างชัดเจน
 
ในฐานะที่ตลาดลาดชะโดเป็นชุมชนจริง การมาเยือนจึงควรวางตัวด้วยความเคารพเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่คุณถ่ายภาพคนขายหรือบ้านเรือน เพราะสำหรับคนในพื้นที่ นี่คือบ้านและที่ทำงานของเขา ไม่ใช่เพียงพร็อพท่องเที่ยว หากอยากถ่ายรูปบุคคล ควรขออนุญาตก่อนเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือการยืนบังทางเดินนาน ๆ อีกเรื่องที่ช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นคือการเลือกเวลา หากคุณอยากได้บรรยากาศไม่แน่นจนเกินไป แนะนำให้มาถึงช่วงสายค่อนเช้าเพื่อมีเวลาเดินชิมและคุยกับคนขาย แต่ถ้าคุณอยากถ่ายภาพเรือนไม้และทางเดินแบบสบายตา ช่วงต้นวันมักให้แสงที่สวยและคนยังไม่หนาแน่น การเตรียมรองเท้าที่เดินสบายและการพกน้ำดื่มก็สำคัญ เพราะการเดินตลาดชุมชนแบบให้ละเอียดต้องใช้เวลา และความสนุกของลาดชะโดคือการค่อย ๆ ไล่อ่านรายละเอียด ไม่ใช่การรีบเดินให้ครบ
 
การเดินทาง ตลาดลาดชะโดตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากขับรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ สามารถวางแผนเข้าโซนอยุธยาแล้วมุ่งหน้าไปทางอำเภอผักไห่ โดยใช้เส้นทางหลักที่เชื่อมต่อไปยังผักไห่และตำบลหนองน้ำใหญ่ จากนั้นสังเกตป้ายบอกทางไปตลาด/เทศบาลตำบลลาดชะโดซึ่งเป็นจุดอ้างอิงสำคัญในพื้นที่ เมื่อเข้าใกล้โซนชุมชนจะเริ่มเห็นบรรยากาศริมคลองและเรือนแถวไม้ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคุณมาถูกทางแล้ว สำหรับคนที่ไม่สะดวกขับรถเอง วิธีที่ทำได้จริงคือเดินทางเข้าตัวอยุธยาหรือเข้าศูนย์กลางอำเภอผักไห่ก่อน แล้วใช้รถรับจ้างหรือบริการท้องถิ่นต่อไปยังตลาด เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องเส้นทางและทำให้จัดทริปต่อได้ง่าย หากคุณตั้งใจทำทริปแบบเต็มวัน คุณยังสามารถต่อเส้นทางไปเที่ยววัดหรือพระราชวังในโซนบางปะอินหรือโซนตัวเมืองอยุธยาได้ โดยใช้ลาดชะโดเป็น “จุดพักใจ” ที่ให้ภาพวิถีชุมชนต่างจากภาพโบราณสถาน
 
สิ่งที่ทำให้ลาดชะโดเหมาะกับการอยู่ในลิสต์ “ที่เที่ยวอยุธยา” สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ คือความสามารถในการเล่าอยุธยาอีกมุมหนึ่งที่ไม่เน้นซากอิฐเจดีย์ แต่เน้น “ชีวิตผู้คน” เพราะอยุธยาไม่ได้มีแค่ประวัติศาสตร์ราชสำนักหรือสถาปัตยกรรมวัดใหญ่ หากยังมีประวัติศาสตร์ชุมชน การค้า และคลองที่หล่อเลี้ยงผู้คนมานาน การเดินตลาดไม้ริมน้ำจึงทำให้คุณเห็นวัฒนธรรมไทยในแบบที่จับต้องได้ ตั้งแต่วิธีทักทาย วิธีต่อรอง วิธีเลือกของ ไปจนถึงอาหารพื้นบ้านที่สะท้อนภูมิปัญญา การมาเที่ยวลาดชะโดจึงเหมาะกับคนที่อยากให้การท่องเที่ยวมีความหมาย ไม่ใช่แค่เช็กอิน เพราะทุกย่างก้าวในตลาดมีเรื่องเล่าของคนและน้ำซ่อนอยู่เสมอ และเมื่อคุณเดินออกจากตลาด คุณมักได้ทั้งของกิน ของฝาก ภาพถ่าย และความรู้สึกว่าได้เข้าใจ “ความเป็นอยุธยา” ในมิติที่อบอุ่นและเป็นกันเองกว่าที่คิด
 
ชื่อสถานที่ ตลาดลาดชะโด
ที่อยู่ ตำบลหนองน้ำใหญ่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13280 (โซนชุมชนริมคลองลาดชะโด)
สรุปสถานที่ ตลาดชุมชนเก่าแก่ริมคลองลาดชะโด เล่าเรื่องอยุธยาผ่านวิถีคลอง เรือนไม้ ร้านเก่า และอาหารพื้นบ้าน เหมาะกับสายวัฒนธรรม เดินช้า ถ่ายภาพ และชิมของท้องถิ่น
จุดเด่นของสถานที่ ตลาดไม้ริมน้ำและเรือนแถวไม้ขนาดใหญ่, บรรยากาศชุมชนจริง, ร้านเก่าและเรื่องเล่าท้องถิ่น, อาหารพื้นบ้านหายาก (เช่น แกงบอน/เมนูปลา), กิจกรรมล่องเรือชมวิถีคลอง
ประวัติ/ความเป็นมา เล่าว่าเริ่มจากเรือนแพค้าขายของชาวจีน 2 ฝั่งคลอง ก่อนพัฒนาเป็นตลาดไม้ริมน้ำและขยายขึ้นบนบกจนเกือบ 100 คูหา ชุมชนเดิมชื่อ “บ้านจักราช” เกิดขึ้นหลัง พ.ศ. 2310 และชื่อ “ลาดชะโด” มาจากปลาชะโดที่เคยชุกชุมในคลอง
วันเปิดทำการ วันเสาร์–อาทิตย์
เวลาเปิดทำการ 10.00 – 15.00 น.
ค่าบริการ ค่าเข้าชม: ฟรี (โดยทั่วไป) / ค่าล่องเรือ: 10 บาทต่อคน หรือเหมาลำ 50 บาท
ผู้ดูแลล่าสุด เทศบาลตำบลลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เบอร์ติดต่อ 035-740-263 ถึง 4 (เทศบาลตำบลลาดชะโด)
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เที่ยวตามรอบวันทำการ (แนะนำตรวจประกาศ/ข้อมูลล่าสุดกับผู้ดูแลก่อนเดินทาง)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดลาดชะโด – ประมาณ 2 กม. – โทร 035-391-582
2) พระราชวังบางปะอิน – ประมาณ 45 กม. – โทร 035-261-044
3) วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร – ประมาณ 46 กม. – โทร 035-261-822
4) วัดพนัญเชิงวรวิหาร – ประมาณ 55 กม. – โทร 098-991-4519
5) วัดใหญ่ชัยมงคล – ประมาณ 58 กม. – โทร 035-242-640
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) ครัวริมคลอง ผักไห่ – ประมาณ 12 กม. – โทร 095-946-1584
2) ก๋วยเตี๋ยวเรือผักไห่ อยุธยา (คุณเก๋) – ประมาณ 15 กม. – โทร 064-296-9666
3) บ้านไม้ริมน้ำ อยุธยา – ประมาณ 55 กม. – โทร 035-242-248
4) ศาลาอยุธยา อีทเทอรี แอนด์ บาร์ – ประมาณ 56 กม. – โทร 035-242-588
5) กรุงเก่าเตี๋ยวเรือ ริมคลองมะขามเรียง – ประมาณ 56 กม. – โทร 085-333-9033
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) Krungsri River Hotel – ประมาณ 55 กม. – โทร 035-244-333
2) Centara Ayutthaya – ประมาณ 55 กม. – โทร 035-243-555
3) Classic Kameo Hotel, Ayutthaya – ประมาณ 55 กม. – โทร 035-212-535
4) Kantary Hotel, Ayutthaya – ประมาณ 56 กม. – โทร 035-337-177
5) sala ayutthaya – ประมาณ 56 กม. – โทร 035-242-588
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตลาดลาดชะโดเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: โดยข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทางการระบุว่าเปิดวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 10.00 – 15.00 น. แนะนำตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ดูแลก่อนเดินทาง
 
ถาม: ตลาดลาดชะโดมีอายุกี่ปี และเริ่มต้นอย่างไร?
ตอบ: เป็นตลาดเก่าแก่ที่เล่าว่ามีอายุกว่า 100 ปี เริ่มจากเรือนแพค้าขายของชาวจีน 2 ฝั่งคลอง ก่อนพัฒนาเป็นตลาดไม้ริมน้ำและขยายเป็นเรือนแถวจำนวนมากในเวลาต่อมา
 
ถาม: ชื่อ “ลาดชะโด” มาจากอะไร?
ตอบ: มาจากปลาชะโดที่เคยชุกชุมในคลองลาดชะโดและระบบน้ำในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิถีชุมชน
 
ถาม: ไปตลาดลาดชะโดแล้วควรกินอะไร?
ตอบ: ของเด่นคืออาหารพื้นบ้านและเมนูปลา เช่น แกงบอน ห่อหมกปลาช่อน ต้มเค็มปลาตะเพียน รวมถึงก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น และขนมไทยหลายชนิด
 
ถาม: มีกิจกรรมล่องเรือชมคลองลาดชะโดไหม?
ตอบ: มี โดยเป็นการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง เช่น บ้านเรือนไทยริมน้ำ และกิจกรรมพื้นบ้านบางช่วง แนะนำไปช่วงแดดไม่แรงเพื่อเดินตลาดและนั่งเรือสบายขึ้น
 
ถาม: เดินทางไปตลาดลาดชะโดแบบไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?
ตอบ: ได้ โดยเดินทางเข้าตัวอยุธยาหรือศูนย์กลางอำเภอผักไห่ก่อน แล้วต่อรถรับจ้าง/บริการท้องถิ่นเข้าสู่ตลาด จะช่วยลดความกังวลเรื่องเส้นทาง
โทรโทร: 035740263-4
แผนที่ ตลาดลาดชะโด แผนที่ตลาดลาดชะโด
วิถีชีวิต หมวดหมู่: วิถีชีวิต
คำค้นคำค้น: ตลาดลาดชะโดตลาดลาดชะโด ตลาดลาดชะโด อยุธยา ที่เที่ยวอยุธยา ตลาดโบราณอยุธยา ตลาดริมน้ำอยุธยา ตลาดเก่า 100 ปี คลองลาดชะโด ล่องเรือคลองลาดชะโด ของกินลาดชะโด ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.พระนครศรีอยุธยา(88)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าเรือ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.นครหลวง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางไทร(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบาล(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะอิน(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะหัน(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ผักไห่(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ภาชี(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ลาดบัวหลวง(2)

https://www.lovethailand.org/อ.วังน้อย(6)

https://www.lovethailand.org/อ.เสนา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.บางซ้าย(1)

https://www.lovethailand.org/อ.อุทัย(14)

https://www.lovethailand.org/อ.มหาราช(5)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแพรก(2)