อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว

อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว

อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว
Rating: 3.6/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เข้าชมได้ตลอดวัน
 
อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว ถ้าคุณกำลังหา “ที่เที่ยวอ่างทอง” ที่พาเราย้อนเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาปลายกรุงศรีอยุธยาได้แบบจับต้องได้ อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว คือจุดหมายที่ตอบโจทย์มาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่รูปปั้นเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำของคนวิเศษชัยชาญและคนอ่างทองที่ร่วมกันสร้างเพื่อย้ำว่า “ความกล้าหาญ” และ “ความสามัคคี” เคยช่วยให้ผู้คนธรรมดาลุกขึ้นปกป้องบ้านเมืองได้จริงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย อนุสาวรีย์ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เดินทางตามเส้นอ่างทอง–วิเศษชัยชาญ แล้วเข้าซอยปู่ดอก–ปู่ทองแก้ว 16 ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร บรรยากาศโดยรอบเป็นพื้นที่ชุมชนที่ยังคงความเรียบง่าย เหมาะกับการแวะเรียนรู้เรื่องเล่าประวัติศาสตร์แบบครึ่งวัน หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนเชื่อมทริปไปวัดและตลาดสำคัญในโซนวิเศษชัยชาญ
 
ในมุมของการเที่ยวแบบ “อ่านแล้วไปเห็นของจริง” ที่นี่เล่าเรื่องได้ชัดตั้งแต่แรกเห็น เพราะองค์อนุสาวรีย์สื่อสารแนวคิดของวีรกรรมได้โดยไม่ต้องพึ่งนิทรรศการขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนมักใช้เวลาประมาณ 20–45 นาทีสำหรับการเดินชม ถ่ายภาพ และอ่านข้อมูลประกอบ แต่ถ้าตั้งใจมาเพื่อซึมซับเรื่องราวอย่างเต็มที่ และอยากเชื่อมบริบทเข้ากับประวัติศาสตร์บางระจัน อาจเผื่อเวลา 60 นาทีเพื่อค่อย ๆ “อ่านสถานที่” ให้ครบทั้งภาพรวมและรายละเอียด สิ่งที่ทำให้การแวะที่นี่ต่างจากการเช็กอินทั่วไป คือคุณจะได้เดินออกมาพร้อมคำถามกับตัวเองว่า ถ้าเราอยู่ในยุคนั้น เราจะกล้าพอไหมที่จะยืนอยู่แถวหน้าเหมือนคนในเรื่องเล่า และนี่คือคุณค่าของอนุสาวรีย์ที่ดี — ไม่ใช่แค่ให้ดู แต่ทำให้คิด
 
หัวใจของอนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้วผูกอยู่กับเหตุการณ์สำคัญช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อกระแสสงครามทำให้หัวเมืองและชุมชนต่าง ๆ ต้องรับแรงกดดันจากการรุกรานของกองทัพพม่า เรื่องเล่าที่คนไทยจำนวนมากรู้จักในชื่อ “ค่ายบางระจัน” ไม่ได้เป็นเพียงตำนานความกล้าหาญแบบเล่าต่อกันสนุก ๆ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของการรวมตัวของผู้คนธรรมดาที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อรักษาบ้านเกิดของตนเอง ในแง่นี้ การยกย่องวีรชนบางระจันจึงไม่ใช่การยกย่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นการยกย่อง “พลังของชุมชน” ที่เชื่อว่าการร่วมมือกันยังพอมีทางสู้ แม้ศัตรูจะใหญ่กว่า
 
ข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของ อพท. ระบุว่า อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้วเป็นอนุสรณ์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ คือ “ปู่ดอก” และ “ปู่ทองแก้ว” ผู้ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญในการต่อสู้กับพม่าที่ค่ายบางระจัน ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309 โดยทั้งสองเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม “11 วีรชนแห่งชาวบ้านบางระจัน” ซึ่งถูกยกย่องในความทรงจำของคนไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
 
เมื่อเราวางเรื่องเล่าบางระจันไว้ในแผนที่ความทรงจำของภาคกลาง จะเห็นว่าวิเศษชัยชาญและพื้นที่ใกล้เคียงมีความสัมพันธ์กับเส้นทางการเคลื่อนกำลัง การกวาดต้อน และความหวาดกลัวของผู้คนในช่วงสงครามปลายอยุธยา เรื่องเล่าหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือการที่กองทัพพม่ารุกเข้ามาในพื้นที่แถบนี้ ทำให้ราษฎรจำนวนมากต้องตัดสินใจเลือกว่าจะยอมถูกกวาดต้อนหรือจะรวมตัวต่อสู้ บางระจันในฐานะ “ค่ายของชาวบ้าน” จึงกลายเป็นทั้งพื้นที่หลบภัยและพื้นที่ตั้งรับ ในมุมนี้ นายดอกและนายทองแก้วไม่ได้เป็นเพียงนักรบสองคน แต่เป็นภาพแทนของคนท้องถิ่นที่เลือก “ยืนหยัด” แทนการถอยหนี เพราะเข้าใจว่าการยอมจำนนในวันนั้น อาจหมายถึงการสูญเสียทุกอย่างที่เรียกว่าบ้านในวันต่อมา
 
สิ่งที่ทำให้อนุสาวรีย์แห่งนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น คือรายละเอียดเรื่องการสร้างและพิธีเปิด อพท. ระบุว่า ชาวเมืองอ่างทองพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นายดอกและนายทองแก้ว และมีพิธีเปิดโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2520 และในวันดังกล่าวของทุกปี ชาวเมืองอ่างทองจะทำพิธีวางมาลาสักการะเพื่อระลึกถึงคุณความดีและวีรกรรมของทั้งสองท่าน 
 
เมื่อรู้ว่ามีพิธีวางมาลาสักการะในวันที่ 25 มีนาคมของทุกปี ภาพของอนุสาวรีย์จะเปลี่ยนจาก “จุดแวะถ่ายรูป” เป็น “พื้นที่พิธีกรรมสาธารณะ” ที่ชุมชนใช้เชื่อมโยงตัวเองกับอดีต การมีวันรำลึกทำให้เรื่องเล่าไม่จบลงที่ตำรา แต่ถูกเรียกกลับมามีชีวิตซ้ำ ๆ ผ่านการกระทำที่เห็นได้จริง เช่น การวางมาลา การกล่าวคำรำลึก และการรวมตัวของคนในพื้นที่ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่สถานที่เชิงประวัติศาสตร์สำคัญต่อการท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรม เพราะการเดินทางไม่ได้พาเราไปดูสิ่งของเก่าเท่านั้น แต่พาไปเห็นว่า “คนปัจจุบันใช้ความทรงจำอย่างไร” เพื่อยึดโยงตัวตนของชุมชนไว้กับความหมายที่ใหญ่กว่าเรื่องรายวัน
 
อีกมิติหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ “ชื่อ” และ “สถานะ” ของนายดอก–นายทองแก้วในความรับรู้ของผู้คน คำเรียกอย่าง “ปู่ดอก” และ “ปู่ทองแก้ว” เป็นภาษาความเคารพของชุมชนที่ยกทั้งสองให้เป็นเสมือนผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เป็นสัญญะว่าเรื่องเล่าไม่ได้พูดถึงความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แต่พูดถึงคุณธรรมที่ควรยึดถือในฐานะคนท้องถิ่นด้วย ความเป็น “ปู่” ในวัฒนธรรมไทยมักเชื่อมกับภาพของผู้คุ้มครอง ผู้ให้พร และผู้เป็นรากเหง้าของชุมชน ดังนั้นการยกย่องวีรชนเป็น “ปู่” จึงเป็นการยกให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ชุมชนหันกลับมามองได้เสมอเมื่ออยากทบทวนคำว่า “บ้าน”
 
การมาเยือนอนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้วจึงเป็นการมา “อ่านความหมายผ่านพื้นที่” เริ่มจากการมององค์รูปปั้นที่ตั้งเด่นอยู่บนฐานสูง ภาพรวมให้ความรู้สึกสง่างามจริงจัง และตั้งใจให้ผู้มาเยือน “เงยหน้า” เพื่อพบกับเรื่องเล่าเชิงยกย่องตามแบบอนุสาวรีย์วีรชนทั่วโลก แต่ความพิเศษคือการตั้งอยู่หน้าโรงเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติทำให้สถานที่นี้เชื่อมกับ “การเรียนรู้” อย่างแนบเนียน เด็กและเยาวชนในพื้นที่จึงมีโอกาสเห็นสัญลักษณ์ของวีรกรรมตั้งแต่วัยเรียน และเรื่องเล่าถูกส่งต่อผ่านการศึกษาและพิธีรำลึกได้อย่างต่อเนื่อง
 
ในด้านประสบการณ์การท่องเที่ยว ถ้าคุณตั้งใจมาถ่ายภาพให้ได้อารมณ์ “อนุสรณ์สถาน” จริง ๆ ให้ลองเลือกมุมที่เก็บทั้งฐานอนุสาวรีย์และท้องฟ้าเพื่อเน้นสเกลความยิ่งใหญ่ หรือเลือกมุมต่ำเล็กน้อยเพื่อให้รูปปั้นดูสง่า ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจะได้แสงนุ่มกว่า ทำให้สีของท้องฟ้าและเงาบนองค์รูปปั้นดูมีมิติ ส่วนช่วงกลางวันแสงจัดจะทำให้เส้นสายชัด เหมาะกับภาพแบบสารคดี แต่ควรเตรียมน้ำดื่มและหมวกถ้าแวะในวันที่แดดแรง เพราะพื้นที่อนุสาวรีย์ลักษณะนี้มักเป็นพื้นที่โล่ง
 
ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวที่ชอบ “เข้าใจสถานที่ผ่านเรื่องเล่า” แนะนำให้ใช้เวลาสั้น ๆ ทบทวนลำดับเหตุการณ์ปลายอยุธยาในใจ แล้วกลับมามองอนุสาวรีย์อีกครั้ง คุณจะเริ่มเห็นว่าความหมายของมันไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ชนะ” หรือ “แพ้” ในสงคราม แต่อยู่ที่การยืนยันว่าแม้บ้านเมืองจะเผชิญวิกฤติ ผู้คนธรรมดาก็ยังมีศักดิ์ศรีที่จะเลือกการกระทำของตนเองได้ เรื่องเล่าบางระจันถูกจดจำเพราะชาวบ้านต้านทานการเข้าตีได้หลายครั้ง และถูกยกให้เป็นวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเมื่อเชื่อมกลับมาที่นายดอกและนายทองแก้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไมชาวอ่างทองจึงเลือกสร้างอนุสาวรีย์นี้ขึ้นเพื่อเป็น “หลักฐานทางใจ” ว่าพื้นที่ของตนมีส่วนร่วมในความทรงจำระดับชาติ
 
การเดินทาง อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้วตั้งอยู่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวทำได้สะดวก โดยวางเส้นทางจากตัวเมืองอ่างทองมุ่งหน้าไปทางวิเศษชัยชาญตามถนนสายอ่างทอง–วิเศษชัยชาญ เมื่อถึงช่วงหลักกิโลเมตร 26–27 ให้สังเกตทางเข้าไปยังซอยปู่ดอก–ปู่ทองแก้ว 16 แล้วขับเข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะถึงบริเวณหน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคมซึ่งเป็นจุดประดิษฐานอนุสาวรีย์ หากมาจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกวิ่งขึ้นโซนอยุธยาแล้วเชื่อมเข้าจังหวัดอ่างทองได้ จากนั้นเข้าสู่วิเศษชัยชาญตามเส้นทางหลักของจังหวัด สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสาร แนะนำให้เข้าตัวเมืองอ่างทองหรือโซนวิเศษชัยชาญก่อน แล้วต่อรถรับจ้าง/รถในพื้นที่ให้ถึงหน้าโรงเรียน โดยควรวางแผนเวลาให้สอดคล้องกับรอบรถและจุดรับส่งจริงในวันเดินทาง
 
เมื่อมาถึงแล้ว การเที่ยวให้คุ้มที่สุดคือการใช้อนุสาวรีย์เป็น “จุดตั้งต้นเรื่องเล่า” แล้วค่อยขยายทริปไปยังสถานที่สำคัญรอบวิเศษชัยชาญ เพราะโซนนี้มีทั้งวัดดัง แหล่งชุมชน และตลาดที่ทำให้ทริปมีทั้งมิติประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิถีชีวิตร่วมสมัยในวันเดียว คุณสามารถเริ่มจากการแวะอนุสาวรีย์เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนายดอก–นายทองแก้ว จากนั้นเชื่อมไปยังวัดสำคัญในพื้นที่หรือแวะตลาดเพื่อเติมบรรยากาศชุมชน ก่อนกลับเข้าตัวเมืองอ่างทองหรือเชื่อมต่อไปยังอยุธยาได้โดยไม่เสียเวลาย้อนเส้นทางมากนัก
 
สิ่งที่ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญคือการเคารพพื้นที่โดยรอบ เพราะการตั้งอยู่หน้าโรงเรียนทำให้มีสภาพแวดล้อมของการศึกษาและชุมชนจริง การถ่ายภาพสามารถทำได้ตามปกติ แต่ควรรักษาความสุภาพ ไม่รบกวนการเรียนการสอน และระมัดระวังการจอดรถให้ถูกจุด เพื่อไม่กระทบการสัญจรของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่มักเป็นเวลามีการรับส่งนักเรียน นี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เป็นมิตรกับชุมชน” และยั่งยืนขึ้น
 
ชื่อสถานที่ อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว
ที่อยู่ หน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม หมู่ 2 ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 14110
สรุปสถานที่ อนุสรณ์สถานเชิงประวัติศาสตร์ที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกวีรกรรม “นายดอก–นายทองแก้ว” วีรชนท้องถิ่นที่เกี่ยวโยงกับเรื่องเล่าค่ายบางระจัน
จุดเด่นของสถานที่ อนุสาวรีย์วีรชนที่สื่อสารเรื่องเล่าบางระจันอย่างชัดเจน, ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนทำให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชน, เหมาะกับการแวะเที่ยวแบบครึ่งวันและเชื่อมทริปวัด–ตลาดในวิเศษชัยชาญ
ยุคสมัย/ช่วงเวลา เหตุการณ์อ้างอิงปลายกรุงศรีอยุธยา (ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2); พิธีเปิดอนุสาวรีย์วันที่ 25 มีนาคม 2520
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ อพท. ระบุการร่วมสร้างโดยชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทอง, ระบุความเชื่อมโยงกับ 11 วีรชนบางระจัน, ระบุวันเปิด 25 มีนาคม 2520 และมีพิธีวางมาลารำลึกทุกปี 
ที่มาของชื่อ ตั้งชื่อตาม “นายดอก” และ “นายทองแก้ว” วีรชนแห่งบ้านโพธิ์ทะเล (วิเศษชัยชาญ) ผู้เกี่ยวข้องกับวีรกรรมค่ายบางระจัน
การเดินทาง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวตามเส้นอ่างทอง–วิเศษชัยชาญ แล้วเข้าซอยปู่ดอก–ปู่ทองแก้ว 16 ประมาณ 1.5 กม.; รถโดยสารให้เข้าพื้นที่วิเศษชัยชาญก่อนแล้วต่อรถในพื้นที่ตามความเหมาะสม
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมได้
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดวิเศษชัยชาญ – ประมาณ 2 กม.
2) ตลาดศาลเจ้าโรงทอง – ประมาณ 1 กม.
3) วัดนางในธัมมิการาม – ประมาณ 3 กม.
4) วัดม่วง (พระใหญ่) – ประมาณ 3 กม.
5) บิ๊กซี มาร์เก็ต วิเศษชัยชาญ (โซนชุมชน/ของกิน) – ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) วิเศษโภชนา (ตลาดวิเศษชัยชาญ) – ประมาณ 3 กม. – โทร 035-631090, 081-9427289
2) เรือนรับขวัญ (Rueanrubkwan) – ประมาณ 6 กม. – โทร 061-997-8987 
3) ครัวบ้านไร่ – ประมาณ 7 กม. – โทร 080-289-4130, 097-187-2568 
4) ครัวคุณยายบ้านหัวตะพาน – ประมาณ 8 กม. – โทร 063-932-9410 
5) (สำรองโซนวิเศษชัยชาญ) เพิ่ม 1 ร้านใกล้ตลาดวิเศษชัยชาญ – ประมาณ 3–5 กม. 
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) สไมล์ รีสอร์ท (Smile Resort) – ประมาณ 1.34 กม. 
2) จัมโบ้วิลล่า โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท – ประมาณ 1.6 กม. – โทร 035-631564 
3) มีดี รีสอร์ท (Meedee Resort) – ประมาณ 8 กม. – โทร 081-559-3877 
4) ฮ.นกฮูก รีสอร์ท – ประมาณ 4 กม. – โทร 086-321-2070 
5) โอเค รีสอร์ท (Ok Resort) – ประมาณ 5 กม. – โทร 035-632-195 
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เข้าซอยปู่ดอก–ปู่ทองแก้ว 16 ประมาณ 1.5 กิโลเมตรจากถนนสายอ่างทอง–วิเศษชัยชาญ
 
ถาม: อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว เกี่ยวข้องกับค่ายบางระจันอย่างไร?
ตอบ: เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างเพื่อรำลึกถึงนายดอกและนายทองแก้ว วีรชนท้องถิ่นที่ถูกยกเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม 11 วีรชนของค่ายบางระจัน ซึ่งเป็นเรื่องเล่าความกล้าหาญก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 
 
ถาม: ที่นี่เปิดให้เข้าชมวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: โดยลักษณะเป็นอนุสาวรีย์พื้นที่สาธารณะ สามารถแวะชมได้ทุกวัน และเข้าชมภายนอกได้ตลอดวัน แนะนำไปช่วงเช้าหรือเย็นเพื่ออากาศสบายและแสงถ่ายรูปสวย
 
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวกี่นาที?
ตอบ: ถ้าเน้นเดินชมและถ่ายภาพ ใช้เวลาประมาณ 20–45 นาที แต่ถ้าอยากอ่านเรื่องเล่าและเชื่อมทริปสถานที่ใกล้เคียง แนะนำเผื่อ 60 นาที
 
ถาม: มีงานรำลึกหรือพิธีสำคัญประจำปีไหม?
ตอบ: มีข้อมูลระบุว่าทุกวันที่ 25 มีนาคมของทุกปี ชาวอ่างทองจะทำพิธีวางมาลาสักการะเพื่อรำลึกถึงคุณความดีของนายดอกและนายทองแก้ว
 
ถาม: ถ้าจะจัดทริป 1 วัน ควรไปไหนต่อใกล้ ๆ?
ตอบ: สามารถเชื่อมไปตลาดศาลเจ้าโรงทอง วัดนางในธัมมิการาม และวัดม่วงได้ในโซนเดียวกัน แล้วค่อยกลับเข้าตัวเมืองอ่างทองหรือเชื่อมต่อไปอยุธยา
แผนที่ อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว แผนที่อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว
คำค้นคำค้น: อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้วอนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว ที่เที่ยวอ่างทอง ที่เที่ยววิเศษชัยชาญ ประวัติค่ายบางระจัน วีรชนบางระจัน บ้านโพธิ์ทะเล เที่ยวอ่างทอง 1 วัน จุดถ่ายรูปอ่างทอง แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญอ่างทอง
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(64/216)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(1)