วัดมธุรสติยาราม (วัดกุฏิ)

Rating: 3.3/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00
วัดมธุรสติยาราม (วัดกุฏิ) คือวัดเก่าแก่ริมถนนสายเอเชียในจังหวัดอ่างทองที่คนจำนวนมากขับผ่าน แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่าภายในพื้นที่เงียบสงบแห่งนี้ซ่อนงานช่างชั้นครูของสมัยอยุธยาตอนปลายไว้ครบทั้งผังวัด กำแพงแก้ว วิหาร เจดีย์ และพระอุโบสถแบบพิเศษที่หาได้ยาก จุดเด่นที่สุดของวัดคือพระอุโบสถที่มีลักษณะเป็น “อุโบสถเจดีย์” รูปทรงโค้งคล้ายสำเภา ก่อด้วยอิฐถือปูน มุงกระเบื้องดินเผา และยังมีหน้าบันไม้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตร จนทำให้วัดมธุรสติยารามถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้สนใจสถาปัตยกรรมวัดไทย โดยเฉพาะคนที่อยากเห็นร่องรอยความงามแบบปลายอยุธยาซึ่งเล่าเรื่องได้ด้วย “รูปแบบ” แม้ไม่ต้องมีเอกสารประวัติศาสตร์แน่นหนาให้ไล่อ่านเป็นบรรทัดก็ตาม
เสน่ห์ของวัดมธุรสติยารามเริ่มตั้งแต่ชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “วัดกุฏิ” ซึ่งสะท้อนภาพวัดชุมชนเก่าในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่ผู้คนผูกพันกับวัดในฐานะศูนย์รวมความเชื่อ การศึกษา และการทำบุญในชีวิตประจำวัน คำว่า “กุฏิ” ในบริบทวัดไทยยังชวนให้เห็นภาพความเป็นชุมชนพระสงฆ์ที่มีระเบียบแบบแผน และเมื่อกาลเวลาผ่านไป ชื่อวัดก็ได้รับการเรียกขานใหม่เป็น “วัดมธุรสติยาราม” ให้ความรู้สึกอ่อนโยน ละเมียดละไม และมีนัยของความทรงจำที่งดงามตามความหมายของคำในภาษาไทยที่รับอิทธิพลคำบาลีสันสกฤต ชื่อที่เปลี่ยนไปไม่จำเป็นต้องแปลว่าของเดิมหายไป ตรงกันข้าม วัดแห่งนี้ยังคงรักษา “ตัวตนเดิม” ผ่านสิ่งปลูกสร้างที่จัดวางเป็นกลุ่มโบราณสถานในบริเวณเดียวกันอย่างลงตัว ชวนให้ผู้มาเยือนอ่านเรื่องราวได้จากการเดินชมเพียงรอบเดียว
หากมองวัดมธุรสติยารามในฐานะภาพตัดขวางของประวัติศาสตร์อยุธยาตอนปลาย เราจะเข้าใจทันทีว่าทำไม “สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย” จึงมีน้ำหนักในทางศิลปกรรม แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน เพราะปลายอยุธยาเป็นช่วงที่งานช่างวัดในภาคกลางให้ความสำคัญกับสัดส่วนอาคารที่กระชับ แข็งแรง โครงสร้างอิฐถือปูนที่ทนทาน และองค์ประกอบตกแต่งที่แสดงฝีมือช่างแบบละเอียดอ่อนโดยเฉพาะงานไม้แกะสลัก เมื่อเราเดินเข้าไปในวัดจะเห็นองค์ประกอบหลักอย่างวิหาร กำแพงแก้ว พระอุโบสถ และเจดีย์ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันเหมือน “ชุดสถาปัตยกรรม” ที่ตั้งใจออกแบบให้สัมพันธ์กัน ทั้งในมุมการใช้งานพิธีกรรมและในมุมความงามของผังวัด
พระอุโบสถของวัดมธุรสติยารามเป็นหัวใจของประสบการณ์การชม เพราะลักษณะของอาคารพิเศษกว่าวัดทั่วไป ผู้มาเยือนจะสังเกตได้ทันทีว่าอาคารไม่ได้ยืนเป็นทรงสี่เหลี่ยมเรียบ ๆ แบบที่พบเป็นประจำ แต่มีรูปทรงโค้งคล้ายสำเภาในเชิงมวลรวม ทำให้มองแล้วเกิดความรู้สึก “เคลื่อนไหว” แม้อาคารจะตั้งนิ่งอยู่กับที่ องค์ประกอบนี้สอดคล้องกับคติความเชื่อของวัดไทยที่มักใช้สัญลักษณ์เชิงรูปทรงเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการพาข้ามจากโลกทางโลกสู่โลกทางธรรม การที่อาคารก่ออิฐถือปูนและมุงกระเบื้องดินเผายิ่งทำให้ภาพรวมดูเป็นงานช่างดั้งเดิม ไม่ประดิษฐ์เกินจริง แต่แฝงความประณีตในรายละเอียดตามแบบสมัยอยุธยา
ตามข้อมูลรายละเอียดเชิงกายภาพที่เล่าต่อกันมา อุโบสถเจดีย์แห่งนี้มีขนาดกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 8 เมตร หลังคาสูงราว 6 เมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ทำให้ตัวอาคารดูสง่างามแบบกะทัดรัด ไม่ใหญ่โตจนกลบความละเมียดของงานตกแต่ง แต่ก็ไม่เล็กจนขาดความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่พิธีกรรม เมื่อยืนห่างออกมาเล็กน้อยแล้วมองย้อนกลับ จะเห็นว่าความโค้งของรูปทรงทำหน้าที่เหมือนการนำสายตาให้ไหลไปตามแนวอาคารอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสถาปัตยกรรมจะชอบมุมนี้เป็นพิเศษ เพราะแสงแดดยามเช้าหรือบ่ายแก่จะช่วยขับเงาให้เห็นความนูนของมวลอาคารชัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเทคนิคมากมาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้วัดมธุรสติยาราม “ยืนหนึ่ง” ในกลุ่มวัดที่มีคุณค่าศิลปกรรมของอ่างทอง ไม่ได้มีแค่อุโบสถเจดีย์รูปทรงสำเภาเท่านั้น แต่คือหน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังของพระอุโบสถที่ถือเป็นผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยม หน้าบันเหล่านี้แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร มีการจัดองค์ประกอบลายให้เกิดจังหวะสายตาแบบงานช่างชั้นครู ลายหลักประกอบด้วยลายดอกบัวอยู่กลาง ก้านขด และปลายลายที่แปลกตาเป็นช่องหางโต เมื่อยืนดูใกล้ ๆ จะยิ่งเห็นว่าช่างไม่ได้แกะให้เป็นเพียงลายซ้ำตามตำรา แต่สร้างบุคลิกเฉพาะของวัดนี้ขึ้นมา
จุดที่ทำให้หน้าบันของวัดมธุรสติยารามโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ “ลายดอกบัว” ที่แกะสลักนั้นให้ภาพคล้ายเทพนมประดิษฐานอยู่บนยอดดอกบัว ซึ่งเป็นลวดลายที่ไม่พบได้บ่อยนักในงานศิลปะไทย หากเรามองในเชิงความหมาย ดอกบัวมักสื่อถึงความบริสุทธิ์และการเกิดขึ้นของปัญญา ส่วนภาพเทพนมหรือท่าพนมมือสื่อถึงการบูชาและความนอบน้อม เมื่อนำสองสิ่งมาซ้อนกันในภาษาแห่งลายไม้ จึงเกิดความหมายสองชั้นทั้งด้านธรรมะและด้านสุนทรียะ เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานศิลปะดั้งเดิมกับจินตนาการใหม่อย่างลงตัว และสะท้อน “รสนิยมช่าง” ที่กล้าพอจะสร้างความต่างแต่ยังอยู่ในกรอบศรัทธา
การชมหน้าบันของวัดนี้ควรให้เวลากับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะแม้จะอยู่ในชุดภาษาลายเดียวกัน แต่การวางจังหวะเส้นและการตกเงาเมื่อโดนแสงต่างมุมทำให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน วิธีชมที่คุ้มที่สุดคือเริ่มจากยืนห่างเพื่อดูภาพรวมขององค์ประกอบ แล้วค่อยขยับเข้าไปดูรายละเอียดของเส้นก้านขด จุดเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เป็น “ตัวคั่นจังหวะ” และปลายลายช่องหางโตที่เป็นซิกเนเจอร์ เมื่อสังเกตได้แบบนี้ ผู้มาเยือนจะรู้สึกเหมือนได้อ่านงานช่างทีละบรรทัด และจะเข้าใจว่าทำไมหน้าบันไม้ชิ้นเดียวจึงทำให้วัดหนึ่งวัดกลายเป็นจุดหมายของคนรักศิลปกรรมได้
นอกจากอุโบสถและหน้าบันแล้ว บริเวณวัดยังมีวิหาร กำแพงแก้ว และเจดีย์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี การที่องค์ประกอบเหล่านี้อยู่ร่วมกันในบริเวณเดียวกันช่วยทำให้ผู้มาเยือนได้เห็น “ภาพรวมผังวัด” แบบที่วัดเก่าหลายแห่งสูญเสียไปตามกาลเวลา กำแพงแก้วทำหน้าที่ทั้งเป็นขอบเขตเชิงศักดิ์สิทธิ์และเป็นเครื่องมือจัดระเบียบพื้นที่ ทำให้การเดินชมรู้สึกเป็นลำดับ ไม่หลงทาง และยังช่วยสร้างบรรยากาศสงบที่แยกจากเสียงรถบนถนนสายเอเชียได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่วัดอยู่ใกล้ทางหลวงมากก็ตาม
ในมุมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดมธุรสติยารามเป็นตัวแทนของ “อ่างทองในฐานะเมืองศิลปกรรมภาคกลาง” ที่มีวัดสำคัญเรียงรายจำนวนมาก อ่างทองอยู่ไม่ไกลจากอยุธยา จึงได้รับอิทธิพลทั้งด้านช่างฝีมือ ความเชื่อ และเครือข่ายชุมชนที่เชื่อมต่อกันผ่านเส้นทางคมนาคมและสายน้ำ วัดหลายแห่งในจังหวัดจึงมีงานช่างที่ละเอียด และวัดมธุรสติยารามก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะมีทั้งโครงสร้างอิฐถือปูนแบบโบราณ และงานไม้แกะสลักที่ยังอ่านลายได้ชัด แม้จะผ่านเวลามายาวนาน
ถ้าตั้งใจมาเที่ยวแบบ “ดูให้เข้าใจ” มากกว่าแค่มาถ่ายรูป แนะนำให้เดินชมโดยเริ่มจากการมองภาพรวมผังวัดก่อน แล้วค่อยเข้าไปใกล้อุโบสถเจดีย์เพื่อสังเกตรูปทรงโค้งแบบสำเภา จากนั้นค่อยเลื่อนไปยังหน้าบันด้านหน้าและด้านหลังเพื่อดูความแตกต่างของแสงเงา ระหว่างเดินให้สังเกตกำแพงแก้วและความสัมพันธ์ของอาคารต่าง ๆ ว่าถูกจัดกลุ่มอย่างไร เพราะความลงตัวของการวางอาคารเป็น “คุณค่าที่ซ่อนอยู่” ซึ่งหลายคนมักมองข้าม เมื่อเก็บครบทั้งภาพรวมและรายละเอียดแล้ว ประสบการณ์ที่ได้จะต่างจากการแวะไหว้พระแบบเร่งรีบอย่างชัดเจน
การเดินทาง มาวัดมธุรสติยารามสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) โดยเมื่อขับเลยสี่แยกทางเข้าอ่างทองไปทางจังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 500 เมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ปั๊มน้ำมัน ปตท. แล้วขับตรงไปอีกประมาณ 30 เมตรก็จะถึงวัด เส้นทางนี้เป็นจุดสังเกตที่ช่วยให้มาถึงได้ง่าย แม้เป็นครั้งแรกก็ไม่ซับซ้อน หากมาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ถนนพหลโยธินเชื่อมเข้าถนนสายเอเชีย แล้ววิ่งตรงตามทางหลวง 32 ผ่านโซนอยุธยาเข้าสู่อ่างทองได้ต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ แนะนำให้เข้าตัวเมืองอ่างทองก่อน แล้วต่อรถรับจ้าง/แท็กซี่ท้องถิ่นมายังวัด เพราะระยะทางจากโซนเมืองมายังตำบลบ้านอิฐไม่ไกลและเป็นเส้นทางหลัก
เมื่อมาถึงแล้ว บรรยากาศภายในวัดมักให้ความรู้สึกต่างจากภาพถนนใหญ่ด้านนอกอย่างชัดเจน พื้นที่ภายในสงบ โปร่ง และมีจังหวะของการเดินชมที่ไม่กดดัน เหมาะทั้งสำหรับคนที่ตั้งใจมาศึกษาศิลปกรรมและคนที่อยากหาเวลาสั้น ๆ เพื่อพักใจ การเข้าชมวัดไทยที่เป็นโบราณสถานควรทำด้วยความเคารพ ทั้งการแต่งกายสุภาพ การลดเสียงพูดคุย และการถ่ายภาพโดยไม่รบกวนผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ หากต้องการชมรายละเอียดหน้าบันอย่างใกล้ชิด ควรยืนในระยะที่พอดี ไม่สัมผัสชิ้นงาน และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในระยะประชิดเพื่อถนอมสภาพพื้นผิว
สำหรับนักท่องเที่ยวสายสถาปัตยกรรม วัดมธุรสติยารามเป็นเหมือน “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง” ที่ทำให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องความงามของวัดไทยไม่ใช่แค่ความใหญ่โตโอ่อ่า แต่คือความสมดุลของโครงสร้าง การวางผัง และรายละเอียดที่ช่างตั้งใจใส่ลงไปในชิ้นงานเล็ก ๆ อย่างหน้าบันไม้ ลายดอกบัว ก้านขด และช่องหางโตอาจดูเหมือนเพียงลวดลายตกแต่ง แต่เมื่อพิจารณาจริง ๆ มันคือภาษาที่ช่างใช้สื่อความหมายถึงศรัทธา ความงาม และอัตลักษณ์ของชุมชน หากมีเวลา ลองยืนมองหน้าบันสักพักแบบไม่รีบ แล้วจะเริ่มเห็นความ “มีชีวิต” ของเส้นสายที่ค่อย ๆ พาเราสัมผัสจินตนาการของคนโบราณได้อย่างนุ่มนวล
ความพิเศษอีกอย่างของวัดนี้คือความเป็น “จุดแวะที่ไปง่าย” สำหรับคนที่ทำทริปไหว้พระหรือทริปเที่ยวอ่างทองแบบวันเดียว เพราะอยู่บนเส้นทางสายเอเชียที่เชื่อมต่อสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในจังหวัดได้สะดวก คุณสามารถจัดลำดับเที่ยวให้เริ่มจากวัดมธุรสติยารามเพื่อชมงานสถาปัตยกรรมปลายอยุธยา จากนั้นค่อยต่อไปยังวัดใหญ่ของจังหวัดหรือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้เวลาเดินทางไม่นาน การวางทริปแบบนี้ทำให้ได้ทั้ง “ความรู้สึกย้อนยุค” และ “ภาพรวมเมืองอ่างทอง” ในวันเดียวอย่างคุ้มค่า
ในมิติศาสนา วัดมธุรสติยารามยังคงทำหน้าที่เป็นวัดของชุมชนปัจจุบัน มีพระสงฆ์จำพรรษา และมีเจ้าอาวาสดูแลกิจการสงฆ์อย่างเป็นทางการ เมื่อวัดเก่าแก่ยังมีชีวิตอยู่ในวิถีคนปัจจุบัน คุณค่าจะยิ่งทวีขึ้น เพราะโบราณสถานไม่ถูกแช่แข็งไว้เป็นเพียงของโชว์ แต่ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ผู้คนเข้ามากราบไหว้ ทำบุญ และยึดโยงกับความทรงจำของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้การมาเยือนวัดมธุรสติยารามต่างจากการชมโบราณสถานทั่วไป เพราะเราจะได้สัมผัสทั้ง “อดีต” และ “ปัจจุบัน” ในพื้นที่เดียวกัน
หากตั้งใจให้ทริปนี้สมบูรณ์ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 30–60 นาทีสำหรับวัดมธุรสติยาราม เพื่อเดินชมอุโบสถเจดีย์และหน้าบันให้ครบทั้งสองด้าน รวมถึงเดินดูองค์ประกอบอย่างกำแพงแก้วและเจดีย์โดยรอบ เมื่อออกจากวัดแล้ว คุณยังสามารถต่อทริปไปยังวัดสำคัญอื่นของอ่างทองหรือแวะร้านอาหารในย่านบ้านอิฐและตัวเมืองได้ง่าย เพราะพื้นที่นี้มีความพร้อมด้านการเดินทางสูง จุดแข็งของวัดนี้จึงไม่ใช่แค่ความงามของศิลปกรรม แต่คือการเป็น “สถานที่ที่เข้าถึงได้จริง” สำหรับคนที่อยากเห็นของดีแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน
| ชื่อสถานที่ | วัดมธุรสติยาราม (วัดกุฏิ) |
| ที่อยู่ | หมู่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง 14000 |
| ทำเล/พิกัดโดยสังเขป | ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ใกล้แยกเข้าอ่างทอง เข้าทางปั๊ม ปตท. |
| สรุปสถานที่ | วัดเก่าแก่สันนิษฐานสมัยอยุธยาตอนปลาย โดดเด่นด้วยอุโบสถเจดีย์ทรงโค้งคล้ายสำเภาและหน้าบันไม้แกะสลักลายหายาก |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถเจดีย์รูปทรงสำเภา, หน้าบันไม้ลายดอกบัว-ก้านขด-ช่องหางโต และลายดอกบัวคล้ายเทพนมบนยอดบัว |
| ยุคสมัย/ประวัติ | สันนิษฐานสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ “วัดกุฏิ” |
| หลักฐานสำคัญ | กำแพงแก้ว, วิหาร, พระอุโบสถ, เจดีย์ และหน้าบันไม้แกะสลัก |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเดิม “วัดกุฏิ” (ชื่อชุมชนเรียกขาน) ต่อมาใช้ชื่อ “วัดมธุรสติยาราม” |
| วิธีการเดินทาง | ทางหลวง 32 เลยแยกเข้าอ่างทองไปทางนครสวรรค์ ~500 ม. เลี้ยวขวาเข้าปั๊ม ปตท. แล้วตรง ~30 ม. ถึงวัด |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถภายในวัด, พื้นที่เดินชมโบราณสถาน (ข้อมูลอื่นขึ้นกับการดูแลในวันเข้าชม) |
| ค่าเข้าชม | ไม่ระบุค่าเข้าชม (โดยทั่วไปเข้าชมวัดได้โดยไม่มีค่าบริการ) |
| สถานะปัจจุบัน | วัดใช้งานจริงของชุมชน มีการดูแลและมีพระสงฆ์จำพรรษา |
| เจ้าอาวาส/ผู้ดูแลล่าสุด | พระครูพิศาลคุณาภินันท์ อภินนฺโท |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดอ่างทองวรวิหาร – ประมาณ 8 กม. 2) วัดไชโยวรวิหาร – ประมาณ 20 กม. 3) วัดป่าโมกวรวิหาร – ประมาณ 25 กม. 4) วัดม่วง (หลวงพ่อใหญ่) – ประมาณ 18 กม. 5) ตลาดศาลเจ้าโรงทอง (ย่านวิเศษชัยชาญ) – ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ร้านนี้แซ่บเวอร์ อาหารตามสั่ง – ประมาณ 2 กม. – โทร 098-578-9771 2) ร้านเพลินอร่อย (บ้านอิฐ) – ประมาณ 3 กม. – โทร 095-213-0984 3) รวมมิตร แกงกะหรี่ ญี่ปุ่น (บ้านอิฐ) – ประมาณ 2 กม. – โทร 094-479-1397 4) ร้านสำรับกับข้าวอ่างทอง (วัดจันทรังษี) – ประมาณ 4 กม. – โทร 094-326-5965 5) Wife’s House Cafe & Bar – ประมาณ 10 กม. – โทร 064-963-5650 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) Suphorn Grand Hotel (อ่างทอง) – ประมาณ 3 กม. – โทร 081-551-2828 2) โรงแรมบัวหลวงอ่างทอง – ประมาณ 12 กม. – โทร 035-611-116 / 080-922-4040 3) บัวหลวงบูทีค รีสอร์ท อ่างทอง – ประมาณ 12 กม. – โทร 081-495-8884 4) IKKYU2 Angthong (อิคคิว2) – ประมาณ 12 กม. – โทร 086-559-6642 / 086-506-9503 5) จัมโบ้วิลล่า รีสอร์ท (วิเศษชัยชาญ) – ประมาณ 28 กม. – โทร 085-944-1244 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมธุรสติยารามอยู่ที่ไหน และไปอย่างไรให้ถึงง่ายที่สุด?
ตอบ: วัดอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) เลยแยกเข้าอ่างทองไปทางนครสวรรค์ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าปั๊ม ปตท. แล้วตรงไปอีกประมาณ 30 เมตรก็ถึงวัด
ถาม: จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงวัดมธุรสติยารามคืออะไร?
ตอบ: ควรชมพระอุโบสถเจดีย์รูปทรงโค้งคล้ายสำเภา และหน้าบันไม้ด้านหน้า-ด้านหลังที่แกะสลักลายดอกบัว ก้านขด ช่องหางโต โดยเฉพาะลายดอกบัวที่ให้ภาพคล้ายเทพนมบนยอดบัว
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยววัดมธุรสติยารามนานแค่ไหน?
ตอบ: หากต้องการเดินชมให้ครบทั้งผังวัด อุโบสถเจดีย์ และหน้าบันไม้ทั้งสองด้าน แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 30–60 นาที
ถาม: เวลาไหนเหมาะกับการถ่ายภาพหน้าบันไม้และสถาปัตยกรรมของวัดมากที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เหมาะที่สุด เพราะแสงเฉียงช่วยขับเงาให้เห็นมิติของงานแกะสลักและรูปทรงอาคารชัดขึ้น
ถาม: แต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องการเข้าชมโบราณสถานภายในวัด?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง ไม่สัมผัสชิ้นงานโบราณหรือหน้าบันไม้โดยตรง และถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อสถานที่และผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(