หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก > 40 ที่เที่ยวจังหวัดตาก ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลา..
TL;DR: 40 ที่เที่ยวจังหวัดตาก ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:30 น. จังหวัดตากเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่โดดเด่นทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชายแดน และการผจญภัย.
40 ที่เที่ยวจังหวัดตาก ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด

40 ที่เที่ยวจังหวัดตาก ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด จังหวัดตากเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่โดดเด่นทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชายแดน และการผจญภัย พื้นที่ของจังหวัดกว้างและมีภูมิประเทศแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่เมืองตากริมแม่น้ำปิง เขื่อนภูมิพลในอำเภอสามเงา เมืองชายแดนแม่สอด ป่าและภูเขาในท่าสองยาง ไปจนถึงอุ้มผางซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกทีลอซู หากมาเที่ยวตากครั้งแรกและมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเริ่มจากตัวเมืองตาก ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสถานที่ริมแม่น้ำปิง หากมีเวลา 2–3 วันสามารถเพิ่มเขื่อนภูมิพล แม่สอด ตลาดริมเมย และอุทยานใกล้เมือง ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันขึ้นไปควรแยกเวลาไปอุ้มผาง ดอยหัวหมด น้ำตกทีลอซู หรือท่าสองยาง เพื่อสัมผัสภูเขา ป่า และวิถีชายแดนของจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ
จังหวัดตากตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเมียนมาเป็นแนวยาว ทำเลดังกล่าวทำให้ตากเป็นทั้งประตูเชื่อมภาคเหนือกับภาคกลางและเป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญต่อการค้า การคมนาคม และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนสองฝั่งพรมแดน พื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดมีแม่น้ำปิงเป็นสายน้ำหลัก ขณะที่พื้นที่ด้านตะวันตกมีแนวเทือกเขา ป่า และหุบเขาสลับซับซ้อน จึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างมากภายในจังหวัดเดียว
ในทางประวัติศาสตร์ ตากมีชื่อเดิมว่า “เมืองระแหง” และมีบทบาทในฐานะเมืองหน้าด่านมาตั้งแต่ยุคโบราณ เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคเหนือ และชายแดนตะวันตก เมืองตากยังมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตากก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และหมุดหมายสำคัญสำหรับทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ตากเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมสูง โดยเฉพาะพื้นที่แม่สอด พบพระ แม่ระมาด ท่าสองยาง และอุ้มผาง มีทั้งชาวไทยพื้นเมือง ปกาเกอะญอ ม้ง มอญ และชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมเมียนมา ความหลากหลายนี้ปรากฏผ่านภาษา การแต่งกาย อาหาร ศาสนา งานประเพณี งานหัตถกรรม และรูปแบบสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะวัดในอำเภอแม่สอดหลายแห่งที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่าและมอญอย่างชัดเจน
ด้านธรรมชาติ จังหวัดตากเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของประเทศไทย พื้นที่มีทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าต้นน้ำ ภูเขาสูง และลำน้ำจำนวนมาก แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ น้ำตกทีลอซู ดอยหัวหมด อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติลานสาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ และพื้นที่ทะเลหมอกในอุทยานแห่งชาติแม่เมย
เส้นทางอุ้มผางเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผจญภัย เพราะมีทั้งน้ำตกขนาดใหญ่ ลำน้ำแม่กลอง จุดชมทะเลหมอก ภูเขาหินปูน ป่าดิบ และกิจกรรมล่องแพ น้ำตกทีลอซูถือเป็นจุดหมายหลักของพื้นที่ แต่การเดินทางต้องวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและการเข้าพื้นที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพถนน และประกาศของหน่วยงานดูแลพื้นที่
อีกด้านหนึ่งของจังหวัดคืออำเภอแม่สอด เมืองชายแดนที่มีความคึกคักและมีบุคลิกแตกต่างจากตัวเมืองตากอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินตลาดริมเมย ชมแม่น้ำเมย สัมผัสบรรยากาศชายแดน และเที่ยววัดสำคัญที่สะท้อนศิลปกรรมข้ามวัฒนธรรม เช่น วัดมณีไพรสณฑ์ ก่อนเดินทางต่อไปยังพบพระ ท่าสองยาง หรืออุ้มผาง
อำเภอสามเงาเป็นอีกโซนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีเขื่อนภูมิพลซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและพลังงานที่สำคัญของประเทศไทย อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนมีภูเขาโอบล้อมและสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางล่องเรือ แหล่งศรัทธา และชุมชนบริเวณลุ่มน้ำปิง ทำให้พื้นที่สามเงาเหมาะสำหรับทั้งครอบครัว นักถ่ายภาพ และผู้สนใจเรื่องวิศวกรรมกับการจัดการน้ำ
อาหารของจังหวัดตากมีความหลากหลายตามภูมิศาสตร์และชาติพันธุ์ ทั้งอาหารเหนือ อาหารไทยพื้นบ้าน อาหารพม่าและอาหารจากชุมชนชายแดน ย่านแม่สอดมีร้านอาหารและตลาดที่สะท้อนความหลากหลายนี้ได้ชัดเจน ส่วนตัวเมืองตากมีอาหารจากปลาแม่น้ำปิง อาหารพื้นบ้าน และของกินในตลาดท้องถิ่น ของฝากสามารถเลือกได้ทั้งสินค้าชายแดน งานหัตถกรรม ผลผลิตเกษตร สินค้าชุมชน และอาหารแปรรูปจากแต่ละอำเภอ
หากแบ่งเส้นทางท่องเที่ยวตามพื้นที่ ตัวเมืองตากเหมาะกับประวัติศาสตร์ ศาลสำคัญ วัด และริมแม่น้ำปิง สามเงาเหมาะกับเขื่อนภูมิพลและการท่องเที่ยวรอบอ่างเก็บน้ำ แม่สอดเหมาะกับวัฒนธรรมชายแดน ตลาด และศิลปกรรม พบพระเหมาะกับน้ำตกและธรรมชาติ ท่าสองยางเหมาะกับทะเลหมอกและป่าบนพื้นที่สูง ส่วนอุ้มผางเหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการธรรมชาติระดับจริงจัง การแบ่งเที่ยวเป็นโซนช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้ไม่ต้องขับรถย้อนระยะไกลโดยไม่จำเป็น

1. น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในน้ำตกธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ท่ามกลางผืนป่าตะวันตกที่ยังคงความสมบูรณ์ น้ำตกเกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อไหลแผ่กว้างลงจากแนวหน้าผาหินปูนเป็นชั้น ๆ จนเกิดเป็นม่านน้ำขนาดใหญ่ที่โดดเด่นท่ามกลางป่าดงดิบ
ไฮไลต์: น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ม่านน้ำกว้างหลายระดับ ผืนป่าอุ้มผาง เส้นทางธรรมชาติ การล่องแพลำน้ำแม่กลอง และประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
น้ำตกทีลอซูตั้งอยู่ในพื้นที่สูงประมาณ 900 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง รอบพื้นที่เป็นภูเขา หุบเขา ลำห้วย ป่าดิบ และป่าเบญจพรรณที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญ ความสมบูรณ์ของป่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การเข้าพื้นที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
ความโดดเด่นของทีลอซูอยู่ที่ขนาดและพลังของสายน้ำ เมื่อน้ำมีปริมาณมาก น้ำจะไหลแผ่คลุมแนวหน้าผากว้างก่อนลดระดับลงเป็นชั้น ๆ สายน้ำสีขาวตัดกับป่าดิบสีเขียวเข้ม ละอองน้ำลอยฟุ้ง และเสียงน้ำตกดังสะท้อนในหุบเขา ทำให้สถานที่แห่งนี้สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่แตกต่างจากน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียว
การเดินทางมายังน้ำตกทีลอซูต้องใช้เวลาและการเตรียมตัวมากกว่าสถานที่อื่นในจังหวัด เส้นทางจากแม่สอดสู่อุ้มผางมีระยะทางไกลและมีโค้งจำนวนมาก เมื่อถึงอำเภออุ้มผางยังต้องเดินทางต่อเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละช่วงปี ถนนช่วงท้ายบางช่วงเป็นเส้นทางภูเขาและทางลำลอง จึงนิยมใช้รถที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางหรือบริการจากผู้ประกอบการท้องถิ่น
อีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือการล่องแพหรือเรือยางตามลำน้ำแม่กลองก่อนเดินทางต่อเข้าสู่บริเวณน้ำตก ระหว่างทางจะได้ชมป่าริมน้ำ หน้าผา แก่ง และธรรมชาติของอุ้มผาง ทำให้การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่เพียงการมาถึงจุดหมายแล้วกลับออกทันที
ช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีน้ำมากเป็นเวลาที่น้ำตกมีความอลังการมากที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่เส้นทางอาจถูกจำกัดหรือปิดเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ก่อนเดินทางจึงควรตรวจประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางโดยตรงทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงวันเปิดจากข้อมูลของปีก่อน
น้ำตกทีลอซูเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ กลุ่มเพื่อน และผู้ที่พร้อมสำหรับการเดินทางหลายช่วง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทางควรประเมินรูปแบบทริปให้เหมาะสม สามารถจัดเส้นทางร่วมกับดอยหัวหมด น้ำตกทีลอจ่อ น้ำพุร้อนอุ้มผาง และกิจกรรมล่องแพในอำเภออุ้มผางได้
การเดินทาง: จากอำเภอแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 ไปอำเภออุ้มผาง จากตัวอำเภอเดินทางต่อเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางตามเส้นทางและเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่กำหนด การเข้าพื้นที่ช่วงท้ายอาจต้องใช้รถที่เหมาะกับสภาพถนนหรือบริการรถจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ควรติดต่อพื้นที่อนุรักษ์ก่อนออกเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกทีลอซู

2. เขื่อนภูมิพล ตั้งอยู่ในอำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของจังหวัดและเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อเขื่อนยันฮี ก่อนจะได้รับพระราชทานชื่อว่า “เขื่อนภูมิพล” โครงสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงระหว่างแนวภูเขาและสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปทางภาคเหนือ
ไฮไลต์: เขื่อนคอนกรีตรูปโค้งสูง 154 เมตร อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน วิวภูเขา โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เส้นทางล่องเรือและแพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวรอบอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนภูมิพลมีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การกักเก็บน้ำ การชลประทาน การบรรเทาอุทกภัย และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงสร้างหลักเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ถ่ายแรงดันน้ำไปยังไหล่เขาทั้งสองด้าน และมีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในงานวิศวกรรมด้านพลังน้ำที่สำคัญของประเทศ
อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนมีภูเขาสลับซับซ้อนโอบล้อม บางพื้นที่มีลักษณะคล้ายทะเลสาบขนาดใหญ่และสามารถเดินทางด้วยเรือหรือแพไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในตำบลบ้านนาและพื้นที่ตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำ เส้นทางน้ำช่วยเปิดมุมมองของตากที่แตกต่างจากการเดินทางบนถนน เพราะได้เห็นป่า ภูเขา เกาะ และชุมชนริมอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเลือกชมเขื่อนจากจุดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงไม่แข็งและแนวภูเขาด้านหลังเขื่อนเด่นชัดขึ้น ครอบครัวสามารถใช้พื้นที่เป็นจุดพักระหว่างเดินทาง ส่วนผู้สนใจวิศวกรรมและพลังงานจะได้เห็นตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อประเทศมาหลายทศวรรษ
การเที่ยวเขื่อนภูมิพลสามารถขยายเป็นทริปมากกว่าการแวะชมสันเขื่อน โดยเชื่อมต่อกับผาสามเงา วัดพระธาตุแก่งสร้อย ดอยเขาหนาม พระพุทธบาทดอยเขาหนาม หรือการพักแพในอ่างเก็บน้ำ ทั้งนี้สถานที่บางแห่งต้องใช้เรือและอาจขึ้นอยู่กับระดับน้ำ จึงควรวางแผนกับผู้ให้บริการในพื้นที่ก่อนเดินทาง
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ขึ้นไปทางอำเภอบ้านตาก ก่อนแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1107 มุ่งสู่อำเภอสามเงาและเขื่อนภูมิพล รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวรอบเขื่อนและเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอสามเงา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เขื่อนภูมิพล

3. ดอยหัวหมด เป็นจุดชมวิวภูเขาที่มีชื่อเสียงของอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และแนวภูเขาหินปูนที่ทอดตัวซ้อนกันในพื้นที่ชายแดนตะวันตก
ไฮไลต์: จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก วิวภูเขา 360 องศา ทุ่งหญ้าบนสันเขา และเส้นทางที่สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกทีลอซูและตัวอำเภออุ้มผางได้
คำว่า “หัวหมด” สื่อถึงภูเขาที่มีลักษณะเปิดโล่ง ไม่มีไม้ใหญ่ปกคลุมหนาแน่นเหมือนภูเขาหลายแห่งในพื้นที่ บริเวณสันดอยจึงเปิดมุมมองได้กว้างและสามารถเห็นแนวเทือกเขาหลายชั้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดที่หมอกสะสมอยู่ตามหุบเขาด้านล่าง
ฤดูปลายฝนถึงฤดูหนาวเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีโอกาสเห็นทะเลหมอกพร้อมแสงอาทิตย์ยามเช้า หากสภาพอากาศเปิดจะมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องไปไกล ส่วนช่วงฤดูฝนภูเขาจะมีสีเขียวสด แต่ต้องระวังถนนและทางเดินลื่น
การขึ้นชมวิวไม่ใช่เส้นทางเดินป่าระยะไกลแบบทีลอซู แต่ควรเตรียมรองเท้าที่เดินบนพื้นดินและหินได้ดี รวมถึงไฟฉายหากขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อุณหภูมิช่วงเช้าในฤดูหนาวอาจต่ำกว่าพื้นที่ตัวอำเภออย่างชัดเจน จึงควรเตรียมเสื้อกันลมและเสื้อกันหนาว
ดอยหัวหมดเหมาะกับช่างภาพ คู่รัก กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวที่พักในอุ้มผาง เพราะสามารถใช้เวลาในช่วงเช้าแล้วกลับเข้าเมืองเพื่อเดินทางต่อไปน้ำตกหรือกิจกรรมล่องแพในช่วงสายได้ ช่วยให้ใช้เวลาในอุ้มผางอย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องเดินทางข้ามพื้นที่ไกล
การเดินทาง: จากตัวอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางมุ่งสู่ดอยหัวหมดตามถนนท้องถิ่น ระยะทางไม่ไกลจากตัวอำเภอ ควรออกเดินทางก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหากต้องการชมทะเลหมอก และควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถช่วงเช้ามืดหรือวันที่มีหมอกหนา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยหัวหมด

4. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์สำคัญของตัวเมืองตาก ตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์และสถานที่สักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับเมืองตากก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์
ไฮไลต์: พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศูนย์รวมศรัทธาของชาวตาก เครื่องสักการะและรูปปั้นม้าถวายจำนวนมาก รวมถึงความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์เมืองตาก
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยในช่วงหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตาก ความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้ชื่อของพระองค์ผูกพันกับจังหวัดและได้รับความเคารพจากคนในพื้นที่อย่างสูง
ภายในบริเวณศาลมีพระบรมรูปประทับในพระอิริยาบถที่สง่างาม ประชาชนเดินทางมาสักการะ ขอพร และแก้บนเป็นประจำ สิ่งที่เห็นได้เด่นชัดคือรูปปั้นม้าหลากหลายขนาดที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย เนื่องจากม้าเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของพระองค์ในฐานะนักรบและผู้นำทัพ
ช่วงเทศกาลและวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณศาลจะมีประชาชนมาสักการะมากขึ้น ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สามารถใช้ศาลเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเที่ยวตรอกบ้านจีน วัดในตัวเมือง และพื้นที่ริมแม่น้ำปิง เพื่อเชื่อมเรื่องราวของเมืองเก่ากับชีวิตของตากในปัจจุบัน
ศาลตั้งอยู่ในตัวเมือง เดินทางง่ายและใช้เวลาเที่ยวไม่มาก เหมาะกับผู้สูงอายุ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบขณะมีผู้มาสักการะ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 17:30 น.
การเดินทาง: ศาลตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก จากย่านตัวเมืองสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้สะดวก และสามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในเขตเมืองตากได้ภายในวันเดียว

5. ตลาดริมเมย เป็นตลาดชายแดนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ริมแม่น้ำเมยและใกล้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ตลาดแห่งนี้สะท้อนบทบาทของแม่สอดในฐานะเมืองการค้าชายแดนและเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความหลากหลายของผู้คน สินค้า และวัฒนธรรมได้ภายในพื้นที่เดียว
ไฮไลต์: ตลาดชายแดนริมแม่น้ำเมย สินค้าจากไทยและเมียนมา ของฝาก เสื้อผ้า อาหารแห้ง เครื่องประดับ สินค้าพื้นเมือง และบรรยากาศการค้าบริเวณชายแดนแม่สอด
ตลาดตั้งอยู่บริเวณสุดทางหลวงหมายเลข 105 ใกล้ฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้ามกับเมืองเมียวดีของเมียนมา ทำเลดังกล่าวทำให้พื้นที่มีบทบาทด้านการค้าระหว่างประเทศมายาวนาน ทั้งในระดับการค้าขนาดใหญ่และการค้าปลีกสำหรับประชาชนกับนักท่องเที่ยว
ภายในตลาดมีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า ผ้าทอ เครื่องใช้ ของตกแต่ง อาหารแห้ง เครื่องประดับ ไปจนถึงสินค้านำเข้าและของฝากที่สะท้อนวัฒนธรรมชายแดน ผู้ซื้อควรตรวจคุณภาพและราคาของสินค้าก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะสินค้าที่มีหลายร้านจำหน่ายในรูปแบบใกล้เคียงกัน
แม่น้ำเมยเป็นองค์ประกอบสำคัญของบรรยากาศตลาด เพราะทำหน้าที่เป็นแนวชายแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับเมียนมา การเดินบริเวณริมน้ำช่วยให้เห็นภูมิศาสตร์ของเมืองชายแดนได้ชัดเจนกว่าการเดินตลาดภายในเพียงอย่างเดียว
สามารถเที่ยวตลาดริมเมยร่วมกับสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา วัดไทยวัฒนาราม วัดมณีไพรสณฑ์ และสถานที่ในตัวเมืองแม่สอดได้ในวันเดียว เหมาะกับผู้สนใจอาหาร วัฒนธรรม การค้า และวิถีชายแดน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อของฝากก่อนเดินทางต่อ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าไปตำบลท่าสายลวดและสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ตลาดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ และรถรับจ้างในแม่สอดสามารถเดินทางได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดริมเมย

6. วัดมณีไพรสณฑ์ เป็นวัดเก่าแก่ใจกลางเมืองแม่สอดและเป็นหนึ่งในจุดเด่นด้านศาสนาและสถาปัตยกรรมของพื้นที่ชายแดน จังหวัดตาก วัดตั้งอยู่ใกล้ย่านตลาดแม่สอด จึงเหมาะกับการแวะสักการะและชมศิลปกรรมระหว่างเที่ยวเมือง
ไฮไลต์: เจดีย์วิหารสัมพุทเธ ศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากพม่าและมอญ พระพุทธรูปจำนวนมาก และบรรยากาศวัดเก่ากลางเมืองแม่สอด
แม่สอดเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับชุมชนฝั่งเมียนมามายาวนาน วัดมณีไพรสณฑ์จึงสะท้อนลักษณะดังกล่าวผ่านงานสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบทางศาสนาที่แตกต่างจากวัดในตัวเมืองตากหรือภาคกลาง
จุดเด่นของวัดคือเจดีย์วิหารสัมพุทเธ ซึ่งมีรูปแบบโดดเด่นและมีพระพุทธรูปประดิษฐานจำนวนมาก รายละเอียดขององค์เจดีย์ สีสัน และลวดลายทำให้บริเวณนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและช่างภาพนิยมเข้าชม
การมาเที่ยววัดช่วยให้เข้าใจแม่สอดในมุมที่ลึกกว่าการเป็นเมืองการค้าชายแดน เพราะพื้นที่นี้ยังเป็นเมืองที่มีศาสนา ชุมชนชาติพันธุ์ และศิลปกรรมหลายรูปแบบอยู่ร่วมกัน วัดจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและเป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดแม่สอด ตลาดริมเมย วัดชุมพลคีรี และสถานที่อื่นในเมืองแม่สอดได้อย่างสะดวก ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการรบกวนกิจกรรมทางศาสนา
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ใจกลางตลาดแม่สอด ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จากย่านศูนย์กลางเมืองสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือเดินทางต่อจากตลาดได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดมณีไพรสณฑ์

7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ตั้งอยู่ในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีภูเขาสลับซับซ้อน ป่า น้ำตก และแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบ จุดเด่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือน้ำตกพาเจริญซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนไหลลดหลั่นเป็นชั้นจำนวนมากและสามารถเข้าถึงได้ค่อนข้างสะดวก
ไฮไลต์: น้ำตกพาเจริญ น้ำตกหินปูนหลายชั้น ผืนป่าอำเภอพบพระ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งธรรมชาติบริเวณชายแดนตะวันตก
น้ำตกพาเจริญเกิดจากลำน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินปูน ทำให้สายน้ำกระจายตัวเป็นชั้นเล็ก ๆ ต่อเนื่องกัน แตกต่างจากน้ำตกหน้าผาสูงที่มีสายน้ำตกลงในแนวดิ่ง ลักษณะนี้ทำให้บริเวณน้ำตกมีมุมถ่ายภาพหลากหลายและเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป
พื้นที่อุทยานมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและป่าซึ่งมีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำของจังหวัดตาก ความชุ่มชื้นของพื้นที่ช่วยหล่อเลี้ยงลำธารและน้ำตกหลายแห่ง ทำให้ฤดูฝนและช่วงหลังฤดูฝนมีธรรมชาติที่เขียวสดและปริมาณน้ำมากขึ้น
การเข้าชมน้ำตกหลักไม่ต้องใช้การเดินป่าหนักเท่าน้ำตกทีลอซู จึงเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุที่เดินได้ตามปกติ คู่รัก และผู้ที่ขับรถเที่ยวเส้นแม่สอด–พบพระ สามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือจัดเป็นหนึ่งในหลายจุดของเส้นทางพบพระได้
หากมีเวลาเพิ่ม สามารถเดินทางต่อไปยังบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก น้ำตกธารารักษ์ สวนเกษตรในพื้นที่พบพระ และอ่างเก็บน้ำร่มเกล้า 4 ช่วยให้ทริปมีทั้งน้ำตก น้ำพุร้อน เกษตรกรรม และวิวภูเขาในวันเดียวหรือแบ่งเป็น 2 วัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: อุทยานตั้งอยู่ในตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จากแม่สอดใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอพบพระตามทางหลวงหมายเลข 1090 แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามป้าย รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับเที่ยวต่อหลายจุดในอำเภอพบพระ

8. ม่อนกิ่วลม เป็นจุดชมวิวและทะเลหมอกสำคัญของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่ในตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก บริเวณสันเขาสูงที่สามารถมองเห็นแนวภูเขาฝั่งตะวันตกและทะเลหมอกในหุบเขา โดยเฉพาะช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว
ไฮไลต์: จุดชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แนวภูเขาชายแดน ป่าแม่เมย อากาศเย็น และบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักท่ามกลางธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติแม่เมยมีจุดชมวิวบนพื้นที่สูงหลายแห่ง ม่อนกิ่วลมเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความนิยมเพราะสันเขาเปิดมุมมองกว้างและสามารถเห็นชั้นของภูเขาต่อเนื่องไปไกล ในวันที่ความชื้นเหมาะสม ทะเลหมอกจะปกคลุมหุบเขาด้านล่าง เหลือเพียงยอดเขาโผล่ขึ้นเหนือหมอก
ช่วงเช้ามืดเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวเดินทางมารอชมแสงแรก ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงสุดท้ายเหนือแนวภูเขา บรรยากาศของพื้นที่เงียบกว่าจุดชมวิวที่อยู่ใกล้เมือง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักจากความวุ่นวายและใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติจริง ๆ
ฤดูหนาวอากาศสามารถเย็นมากในช่วงกลางคืนและเช้ามืด ผู้พักค้างควรเตรียมเสื้อกันหนาว เครื่องนอน และอุปกรณ์ตามข้อกำหนดของอุทยาน ส่วนฤดูฝนต้องระวังถนนลื่น หมอกหนา และทัศนวิสัยในการขับรถ
ม่อนกิ่วลมสามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกชาวดอย ถ้ำแม่อุสุ และจุดชมวิวอื่นในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เมยได้ แต่เนื่องจากพื้นที่ท่าสองยางมีระยะทางไกลจากแม่สอด ควรจัดอย่างน้อย 1 คืนเพื่อไม่ต้องขับรถขึ้นลงภูเขาเร่งรีบเกินไป
การเดินทาง: จากอำเภอแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าสู่แม่ระมาดและท่าสองยาง จากนั้นเข้าสู่เส้นทางแม่สลิด–แม่ระเมิง ทางหลวงหมายเลข 1267 ตามป้ายอุทยานแห่งชาติแม่เมยและม่อนกิ่วลม ควรตรวจสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ม่อนกิ่วลม

9. อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช เป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่บนเส้นทางระหว่างเมืองตากกับแม่สอด ครอบคลุมพื้นที่ป่าแม่ท้อและพื้นที่ใกล้เคียง มีทั้งป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ภูเขา ลำธาร น้ำตก จุดชมวิว และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าโดยไม่ต้องเดินทางไกลถึงอุ้มผางหรือท่าสองยาง
ไฮไลต์: ต้นกระบากใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปี สะพานหินธรรมชาติ ป่าดงดิบ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จุดกางเต็นท์ และประวัติศาสตร์เส้นทางเดินทัพระหว่างไทยกับพม่า
หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของอุทยานคือต้นกระบากขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่กลางป่าดงดิบ มีอายุประมาณ 700 ปี ลำต้นสูงตรงและมีขนาดรอบลำต้นมากกว่า 16 เมตร การเดินเข้าไปชมต้นไม้ต้องใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติและมีช่วงเดินลงเขา จึงเหมาะกับผู้ที่มีสภาพร่างกายพร้อมสำหรับการเดินป่าระยะสั้น
การยืนอยู่ใต้ไม้ใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปีช่วยให้เห็นคุณค่าของผืนป่าที่แตกต่างจากการชมวิวบนถนน เพราะทำให้เข้าใจระยะเวลาที่ระบบนิเวศต้องใช้ในการพัฒนา ต้นกระบากจึงไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ป่าเก่าในจังหวัดตาก
สะพานหินธรรมชาติเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ เกิดจากหินขนาดใหญ่เชื่อมหน้าผาเข้าหากัน มีลำธารไหลอยู่ด้านล่างและมีถ้ำกับหินงอกหินย้อยอยู่ใกล้เคียง เหมาะกับผู้สนใจธรณีสัณฐานและการเดินธรรมชาติ แต่ต้องเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นป่าและทางลาด
พื้นที่อุทยานยังมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เส้นทางสงครามและการเดินทัพบริเวณชายแดนตะวันตก ทำให้การมาเยือนไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดตากได้ด้วย
อุทยานเหมาะกับสายธรรมชาติ ครอบครัวที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง นักเดินป่าระดับเริ่มต้น และนักถ่ายภาพ สามารถจัดเป็นจุดพักระหว่างการขับรถจากเมืองตากไปแม่สอด หรือนอนกางเต็นท์เพื่อใช้เวลาในป่ามากขึ้น
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าแม่สอด ผ่านพื้นที่แม่ท้อและพะวอ แล้วแยกเข้าสู่ที่ทำการอุทยานตามป้าย เป็นจุดที่สามารถจัดอยู่ระหว่างเส้นทางเมืองตาก–แม่สอดได้สะดวก

10. อุทยานแห่งชาติลานสาง เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองตาก ตั้งอยู่ในตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก มีพื้นที่ประมาณ 65,000 ไร่ จุดเด่นคือภูเขาสลับซับซ้อน ป่าหลายประเภท ลำธาร และน้ำตกหลายชั้นที่สามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องเดินทางลึกเข้าสู่พื้นที่ชายแดน
ไฮไลต์: น้ำตกลานสาง น้ำตกผาลาด น้ำตกลานเลี้ยงม้า น้ำตกผาผึ้ง น้ำตกผาเท น้ำตกผาน้อย น้ำตกท่าเล่ ป่าหลากชนิด เส้นทางธรรมชาติ และตำนานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ภูมิประเทศของอุทยานเป็นแนวภูเขาที่สูงทางด้านตะวันตกและใต้ ก่อนลาดต่ำลงทางทิศตะวันออก ทำให้เกิดลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยลานสาง ห้วยท่าเล่ย์ คลองห้วยทราย และห้วยอุมยอม สายน้ำเหล่านี้เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกหลายแห่งและช่วยรักษาความชุ่มชื้นของระบบป่า
สภาพป่ามีทั้งป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาความแตกต่างของระบบนิเวศ การเดินตามเส้นทางธรรมชาติจะได้พบทั้งไม้ใหญ่ เฟิน พืชริมน้ำ และภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงตามระดับความสูง
น้ำตกลานสางและน้ำตกอื่นภายในอุทยานมีลักษณะแตกต่างกัน บางแห่งไหลผ่านลานหิน บางแห่งตกลงจากหน้าผา และบางแห่งซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ทำให้สามารถจัดเส้นทางเที่ยวตามกำลังและเวลาที่มีได้ ไม่จำเป็นต้องเดินครบทุกแห่งในวันเดียว
ชื่อ “ลานสาง” มีตำนานเชื่อมโยงกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยเล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างการเดินทัพในพื้นที่ป่าและการพบพระองค์ในเวลาฟ้าสาง เรื่องเล่านี้ทำให้อุทยานมีมิติทางประวัติศาสตร์และความเชื่อเพิ่มเติมจากคุณค่าด้านธรรมชาติ
อุทยานยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะ โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวนำขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวกลับออกจากพื้นที่ แนวทางนี้ช่วยลดผลกระทบต่อสัตว์ป่าและลำธาร ผู้มาเยือนจึงควรเตรียมถุงเก็บขยะส่วนตัวและไม่ทิ้งสิ่งใดไว้ในป่า
ลานสางเหมาะกับครอบครัว นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และผู้เริ่มต้นเดินป่า เพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักกางเต็นท์เพื่อสัมผัสบรรยากาศป่าในช่วงเช้าได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 105 เส้นตาก–แม่สอด มุ่งหน้าตำบลแม่ท้อประมาณ 20 กม. แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานตามป้าย เส้นทางสะดวกสำหรับรถยนต์ส่วนตัวและสามารถจัดเที่ยวต่อกับอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชได้
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติลานสาง

11. สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด ข้ามแม่น้ำเมยเชื่อมประเทศไทยกับเมืองเมียวดีของประเทศเมียนมา สะพานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างคมนาคมข้ามพรมแดน แต่เป็นภาพแทนของเมืองแม่สอดในฐานะประตูการค้า การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศ
ไฮไลต์: สะพานข้ามแม่น้ำเมย ความยาวประมาณ 420 เมตร จุดเชื่อมแม่สอด–เมียวดี ประตูการค้าชายแดนไทย–เมียนมา วิวแม่น้ำเมย และเส้นทางที่สามารถเที่ยวต่อกับตลาดริมเมยได้สะดวก
ตัวสะพานตั้งอยู่สุดทางหลวงหมายเลข 105 บริเวณบ้านริมเมย มีความกว้างประมาณ 13 เมตร และมีบทบาททั้งด้านการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้า การค้าชายแดน และระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ทำให้พื้นที่โดยรอบมีความเคลื่อนไหวของรถขนส่ง ผู้เดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่เสมอ
แม่น้ำเมยซึ่งไหลอยู่ใต้สะพานทำหน้าที่เป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับเมียนมา แต่ในชีวิตจริงแม่น้ำสายนี้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนมากกว่าจะเป็นเพียงเส้นแบ่งเขตแดน ทั้งภาษา อาหาร ศาสนา การค้า และครอบครัวในพื้นที่ชายแดนมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน
บริเวณใกล้สะพานยังเป็นที่ตั้งของตลาดริมเมยและชุมชนท่าสายลวด นักท่องเที่ยวจึงสามารถใช้เวลาในโซนนี้ได้หลายชั่วโมง ทั้งชมบรรยากาศชายแดน เลือกซื้อสินค้า และเที่ยววัดหรือศาสนสถานที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปวัฒนธรรมพม่า
การเดินทางข้ามแดนขึ้นอยู่กับระเบียบของด่านตรวจคนเข้าเมืองและสถานการณ์ชายแดนในแต่ละช่วง ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ประเทศเมียนมาควรตรวจประกาศของหน่วยงานรัฐและเงื่อนไขเอกสารเดินทางก่อนทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงข้อมูลเก่าหรือสมมติว่าด่านเปิดให้ข้ามได้ตามปกติในทุกวัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าตำบลท่าสายลวดไปยังตลาดริมเมยและด่านพรมแดน สะพานอยู่ใกล้ตลาดริมเมย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในแม่สอดได้สะดวก

12. พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ เป็นศาสนสถานสำคัญของบ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จุดเด่นอยู่ที่เจดีย์ทรงมอญสีทองขนาดเล็กซึ่งสร้างอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีฐานคอดกิ่วตั้งอยู่บนชะง่อนผา จนได้รับการเปรียบกับพระธาตุอินทร์แขวนของประเทศเมียนมา
ไฮไลต์: เจดีย์สีทองบนหินกิ่ว ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผสานกับความศรัทธา ศิลปกรรมแบบมอญ จุดชมวิวพื้นที่แม่สอด และประเพณีนมัสการพระธาตุที่มีความสำคัญต่อชุมชน
ก้อนหินซึ่งรองรับองค์เจดีย์มีฐานแคบอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองจากด้านล่างจึงให้ความรู้สึกเหมือนหินขนาดใหญ่กำลังตั้งอยู่บนพื้นที่เพียงเล็กน้อย ลักษณะธรรมชาตินี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความศรัทธาและการสร้างพระธาตุไว้ด้านบน
ชื่อดอยดินจี่สัมพันธ์กับลักษณะสีของหินและดินบริเวณพื้นที่ซึ่งออกโทนคล้ำคล้ายดินที่ผ่านความร้อน ส่วนคำว่า “หินกิ่ว” มาจากรูปทรงบริเวณฐานหินที่คอดแคบ ความแปลกของภูมิประเทศจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่โดยตรง
องค์พระธาตุมีรูปแบบศิลปกรรมที่สะท้อนอิทธิพลมอญและพม่า ซึ่งพบได้ชัดในพื้นที่แม่สอดและชุมชนชายแดน ความเชื่อทางพุทธศาสนาของผู้คนทั้งฝั่งไทยและเมียนมาทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าจุดชมวิว แต่เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่มีผู้เดินทางมาสักการะต่อเนื่อง
ในช่วงงานนมัสการพระธาตุจะมีผู้ศรัทธาจากหลายพื้นที่เดินทางขึ้นมาทำบุญและร่วมกิจกรรมทางศาสนา ผู้ที่มาเที่ยวในวันปกติสามารถใช้เวลาชมรายละเอียดองค์พระธาตุและภูมิประเทศโดยรอบอย่างสงบ และสามารถเที่ยวต่อกับตลาดริมเมย สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา และแหล่งท่องเที่ยวในท่าสายลวดได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองแม่สอดเดินทางไปตำบลท่าสายลวด มุ่งหน้าบ้านวังตะเคียนและเข้าสู่เส้นทางดอยดินจี่ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และควรเดินทางในช่วงที่มีแสงสว่างเนื่องจากเป็นพื้นที่เนินเขาและถนนท้องถิ่น

13. ถ้ำแม่อุสุ เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จุดเด่นคือมีลำห้วยแม่อุสุไหลลอดเข้าไปภายในถ้ำ ทำให้ภูมิประเทศภายในมีทั้งโถงถ้ำ สายน้ำ หินงอกหินย้อย และช่องแสงธรรมชาติ
ไฮไลต์: ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ลำห้วยไหลผ่านภายในถ้ำ โถงถ้ำสูง หินงอกหินย้อย ช่องแสง และประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติที่แตกต่างจากจุดชมทะเลหมอกของอุทยานแห่งชาติแม่เมย
ถ้ำแม่อุสุมีความโดดเด่นเพราะระบบถ้ำสัมพันธ์โดยตรงกับทางน้ำธรรมชาติ การเข้าชมจึงขึ้นอยู่กับระดับน้ำและฤดูกาลอย่างมาก เมื่อถึงฤดูฝนปริมาณน้ำในลำห้วยสามารถเพิ่มสูงจนไม่เหมาะกับการเข้าไปภายในถ้ำ
ภายในถ้ำมีโถงหลายช่วงและมีแสงจากช่องเปิดตามธรรมชาติส่องกระทบผนังหิน เกิดเป็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามเวลาและมุมแสง บางช่วงต้องเดินผ่านพื้นหินและบริเวณชื้น จึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี
การเข้าถ้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ควรเข้าไปตามลำพังหรือเดินออกนอกเส้นทาง เนื่องจากสภาพถ้ำและระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุควรประเมินสภาพทางเดินก่อนเริ่มเข้าชม
ถ้ำแม่อุสุสามารถจัดเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติแม่เมย ม่อนกิ่วลม แม่น้ำเมย และแหล่งธรรมชาติในอำเภอท่าสองยางได้ เหมาะสำหรับทริปอย่างน้อย 2 วันขึ้นไป เพราะพื้นที่อยู่ห่างจากแม่สอดและมีระยะทางระหว่างสถานที่ค่อนข้างมาก
วันเปิดทำการ: เปิดเข้าชมในฤดูแล้งช่วงพฤศจิกายน – เมษายน เวลาเปิดทำการ: 07:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากอำเภอแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าท่าสองยางและแม่สะเรียง เมื่อถึงบริเวณตำบลแม่อุสุให้เข้าสู่ทางแยกไปยังพื้นที่ถ้ำ ควรตรวจสภาพเส้นทางและประกาศอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดู
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ถ้ำแม่อุสุ

14. ตรอกบ้านจีน เป็นชุมชนเก่าแก่บนถนนตากสิน ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก ใกล้แม่น้ำปิงและวัดสีตลาราม เป็นพื้นที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การค้าและการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนในเมืองตาก โดยยังมีเรือนไม้เก่าและร่องรอยของย่านการค้าในอดีตหลงเหลืออยู่
ไฮไลต์: เรือนไม้โบราณ ชุมชนไทย–จีน ประวัติศาสตร์การค้าทางแม่น้ำปิง สถาปัตยกรรมบ้านเก่า และเส้นทางเดินชมเมืองตากที่เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และถ่ายภาพ
ในอดีตแม่น้ำปิงเป็นเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าสำคัญระหว่างภาคกลางกับภาคเหนือ สินค้าหลายประเภทถูกลำเลียงจากปากน้ำโพขึ้นมาตามลำน้ำ ก่อนขึ้นฝั่งและกระจายต่อไปยังเมืองต่าง ๆ ทำให้เมืองตากกลายเป็นจุดพักสินค้าและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ชาวจีนที่เข้ามาทำการค้าได้ตั้งบ้านเรือนและกิจการในบริเวณนี้ ย่านดังกล่าวจึงค่อย ๆ เติบโตเป็นชุมชนพาณิชย์ มีทั้งบ้านพัก ร้านค้า พื้นที่เก็บสินค้า และเครือข่ายการเดินทางทางน้ำ ชื่อ “ตรอกบ้านจีน” จึงสะท้อนตัวตนของผู้คนที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจของเมืองอย่างชัดเจน
ปัจจุบันเสน่ห์ของตรอกบ้านจีนอยู่ที่การเดินชมอย่างช้า ๆ เพื่อสังเกตรายละเอียดของเรือนไม้ ประตู หน้าต่าง ช่องลม และผังชุมชน บ้านบางหลังมีรูปแบบไทย บางหลังมีองค์ประกอบแบบจีน และบางหลังสะท้อนสถาปัตยกรรมในยุครัตนโกสินทร์ที่เมืองตากเริ่มรับอิทธิพลจากการค้าสมัยใหม่
ตรอกบ้านจีนเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดสีตลาราม และพื้นที่ริมแม่น้ำปิง ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเดินมากกว่าช่วงกลางวัน เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงช่วยขับรายละเอียดของเรือนไม้ได้ดี
วันเปิดทำการ: พื้นที่ชุมชนเดินชมได้ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่ชุมชนเดินชมได้ตลอดวัน ส่วนศูนย์ประชาสัมพันธ์ชุมชนและพิพิธภัณฑ์ควรติดต่อล่วงหน้า
การเดินทาง: ตรอกบ้านจีนอยู่บนถนนตากสิน ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก ใกล้วัดสีตลาราม สามารถเดินทางจากตัวเมืองด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้าง และเหมาะกับการเดินสำรวจต่อเนื่องภายในย่านเมืองเก่า
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตรอกบ้านจีน

15. ผาสามเงา (พระสามเงา) เป็นโบราณสถานและปูชนียสถานสำคัญของอำเภอสามเงา ตั้งอยู่บริเวณตำบลย่านรี บนเส้นทางบ้านตาก–เขื่อนภูมิพล จุดเด่นคือหน้าผาหินที่มีช่องลึก 3 ช่อง ภายในแต่ละช่องประดิษฐานพระพุทธรูป รวมเป็นพระพุทธรูป 3 องค์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อผาสามเงา
ไฮไลต์: พระพุทธรูป 3 องค์บนหน้าผา โบราณสถานริมเส้นทางแม่น้ำปิง ตำนานพระนางจามเทวี และจุดศรัทธาที่สามารถเที่ยวต่อกับเขื่อนภูมิพลได้
ลักษณะที่ทำให้ผาสามเงาแตกต่างจากวัดทั่วไปคือพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายในช่องที่เจาะเข้าไปในหน้าผาหิน ไม่ได้ตั้งอยู่ภายในวิหารหรืออุโบสถ เมื่อตั้งมองจากด้านล่างจึงเห็นองค์พระทั้ง 3 เรียงอยู่ท่ามกลางภูเขา เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศาสนสถานอย่างโดดเด่น
สถานที่แห่งนี้มีตำนานเชื่อมโยงกับพระนางจามเทวีระหว่างเสด็จตามลำน้ำปิงไปครองเมืองหริภุญไชย เรื่องเล่ากล่าวถึงเหตุอาเพศและการปรากฏเงาพระพุทธรูปจำนวน 3 เงาบนหน้าผา ก่อนจะมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นตามนิมิตดังกล่าว
แม้ตำนานจะเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดในชุมชน แต่สะท้อนความสำคัญของแม่น้ำปิงในฐานะเส้นทางเดินทางระหว่างเมืองโบราณและแสดงให้เห็นว่าพื้นที่สามเงาอยู่บนเส้นทางวัฒนธรรมที่เชื่อมภาคกลางกับภาคเหนือมาอย่างยาวนาน
ผาสามเงาเหมาะกับสายศรัทธา ผู้สนใจประวัติศาสตร์และตำนาน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางไปเขื่อนภูมิพล สามารถจัดเป็นจุดแวะระหว่างบ้านตากกับอำเภอสามเงาได้โดยไม่ต้องย้อนเส้นทาง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลย่านรี อำเภอสามเงา ริมเส้นทางบ้านตาก–เขื่อนภูมิพล หากเดินทางจากตัวเมืองตากให้มุ่งหน้าอำเภอบ้านตากแล้วเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอสามเงาและเขื่อนภูมิพล
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ผาสามเงา (พระสามเงา)

16. น้ำตกธารารักษ์ (น้ำตกผาชัน) ตั้งอยู่ที่บ้านเจดีย์โคะ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด เป็นน้ำตกธรรมชาติบนเส้นทางแม่สอด–อุ้มผางที่เดินทางเข้าถึงได้ง่าย จุดเด่นคือสายน้ำไหลจากหน้าผาหินปูนสูงลงสู่แอ่งน้ำท่ามกลางพื้นที่สีเขียวและชุมชนภูเขา
ไฮไลต์: น้ำตกหินปูนสูงประมาณ 30 เมตร น้ำไหลผ่านหน้าผาชัน แอ่งน้ำด้านล่าง การเข้าถึงสะดวก และเป็นจุดพักที่เหมาะบนเส้นทางแม่สอด–พบพระ–อุ้มผาง
ชื่ออีกชื่อหนึ่งคือ “น้ำตกผาชัน” ซึ่งมาจากลักษณะหน้าผาที่น้ำไหลตกลงมา พื้นที่มีระบบน้ำที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศหินปูนและน้ำซับใต้ดิน จึงมีความชุ่มชื้นและมีน้ำไหลในหลายช่วงของปี แม้ปริมาณน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
น้ำตกตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1090 โดยมีทางแยกเข้าสู่ตัวน้ำตกประมาณ 700 เมตร ความสะดวกนี้ทำให้น้ำตกธารารักษ์เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังเดินได้สะดวก และผู้ที่ไม่ต้องการเดินป่าระยะไกล
บริเวณด้านล่างมีพื้นที่พักผ่อน ศาลา และทางเดินสำหรับชมทิวทัศน์ นักท่องเที่ยวสามารถแวะใช้เวลาสั้น ๆ หรือพักนานขึ้นก่อนเดินทางต่อไปพบพระและอุ้มผางได้
สามารถเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก และแหล่งเกษตรในอำเภอพบพระ ทำให้เส้นทางนี้เหมาะกับทริปธรรมชาติ 1 วันจากแม่สอด
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: จากแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 สายแม่สอด–อุ้มผาง มุ่งหน้าพบพระ เมื่อถึงบริเวณบ้านเจดีย์โคะให้เข้าสู่ทางแยกไปน้ำตกประมาณ 700 เมตร รถยนต์ทั่วไปสามารถเดินทางได้ตามสภาพเส้นทางปกติ
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกธารารักษ์

17. บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอพบพระ ตั้งอยู่บ้านห้วยน้ำนัก ตำบลพบพระ ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดพักระหว่างเที่ยวภูเขา น้ำตก และเส้นทางชายแดน
ไฮไลต์: น้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส พื้นที่แช่เท้า บรรยากาศชุมชนภูเขา และจุดพักผ่อนบนเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอพบพระ
บ่อน้ำร้อนเกิดจากน้ำใต้ดินได้รับความร้อนก่อนผุดขึ้นสู่ผิวดิน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แตกต่างจากน้ำตกและอ่างเก็บน้ำซึ่งพบจำนวนมากในจังหวัดตาก น้ำบริเวณต้นกำเนิดมีอุณหภูมิสูงจึงไม่ควรสัมผัสโดยตรงเป็นเวลานาน
พื้นที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับการพักผ่อน มีทางเดิน ศาลา และจุดสำหรับนักท่องเที่ยวใช้น้ำร้อนในลักษณะที่ปลอดภัยมากขึ้น ผู้ที่ขับรถเดินทางไกลสามารถแวะแช่เท้าและพักร่างกายก่อนเดินทางต่อได้
รอบบ่อน้ำร้อนยังเห็นบรรยากาศชนบทของอำเภอพบพระ ทั้งภูเขา พื้นที่เกษตร ป่า และชุมชน ทำให้ประสบการณ์ที่นี่แตกต่างจากรีสอร์ตน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และยังคงความเรียบง่ายของพื้นที่ท้องถิ่น
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ น้ำตกธารารักษ์ และสถานที่ธรรมชาติในพบพระได้ เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมผ่อนคลายมากกว่าการเดินป่า
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 17:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านห้วยน้ำนัก ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จากแม่สอดใช้เส้นทางหมายเลข 1090 มุ่งหน้าพบพระ ก่อนเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปบ้านห้วยน้ำนัก รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก

18. วัดชุมพลคีรี เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองแม่สอด มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี เดิมเรียกว่า “วัดกลาง” เนื่องจากตั้งอยู่กลางชุมชน วัดสะท้อนทั้งความศรัทธาของชาวแม่สอดและความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ชายแดนไทยกับเมียนมา
ไฮไลต์: เจดีย์สีทองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์ชเวดากอง พระประธานปางมารวิชัย กลองโบราณ และสถาปัตยกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมชายแดนแม่สอด
วัดสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2314 และเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำบุญ ฟังธรรม งานประเพณี และกิจกรรมของชาวแม่สอด ความต่อเนื่องนี้ทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถาน
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดคือเจดีย์สีทองซึ่งจำลองรูปแบบจากเจดีย์ชเวดากองของเมียนมา สะท้อนอิทธิพลศิลปกรรมพม่าที่พบได้ในวัดหลายแห่งของแม่สอด และยืนยันความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมย
ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ส่วนภายในวัดยังมีกลองเก่าอายุกว่า 200 ปีซึ่งเป็นหลักฐานของระบบการสื่อสารในชุมชนยุคก่อนเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลองเคยใช้แจ้งเหตุ เรียกประชุม และประกอบกิจกรรมทางศาสนา
วัดชุมพลคีรีสามารถเที่ยวร่วมกับวัดมณีไพรสณฑ์ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และตลาดในตัวเมืองแม่สอดได้ภายในครึ่งวัน เหมาะสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์เมืองชายแดน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครแม่สอด ใกล้ย่านศูนย์กลางเมือง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่นได้ง่าย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดชุมพลคีรี

19. ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอด ตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลแม่สอด เป็นสถานที่สักการะและรำลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเชื่อมโยงกับเส้นทางประวัติศาสตร์หลังการประกาศอิสรภาพจากหงสาวดีและการเดินทัพผ่านพื้นที่ชายแดนแม่สอด
ไฮไลต์: พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รูปปั้นช้างศึกขนาดเท่าจริง รูปปั้นไก่ชนจำนวนมาก และเรื่องราวเส้นทางประวัติศาสตร์ผ่านด่านแม่ละเมา
ศาลสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2545 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงใน พ.ศ. 2127 ก่อนเสด็จกลับสู่ราชอาณาจักร เส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับพื้นที่ด่านแม่ละเมาและแม่สอดในจังหวัดตาก
แม่สอดจึงมีความสำคัญไม่เฉพาะในฐานะเมืองการค้าชายแดนสมัยใหม่ แต่ยังเป็นพื้นที่บนเส้นทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับดินแดนฝั่งตะวันตกมาตั้งแต่โบราณ ศาลแห่งนี้ช่วยเชื่อมโยงภูมิศาสตร์ในปัจจุบันกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างชัดเจน
บริเวณศาลมีรูปปั้นช้างศึกขนาดเท่าจริงและรูปปั้นไก่ชนที่ประชาชนนำมาถวายตามความเชื่อ ภูมิทัศน์โดยรอบได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่สักการะและพักผ่อน เหมาะกับการแวะก่อนหรือหลังเที่ยวสถานที่อื่นในแม่สอด
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดชุมพลคีรี วัดมณีไพรสณฑ์ ตลาดแม่สอด และพื้นที่ชายแดนท่าสายลวดได้ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบในบริเวณศาล
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: เปิดให้สักการะตลอดวัน
การเดินทาง: ศาลตั้งอยู่ตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลแม่สอด และติดกับอุทยานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ทีปังกรรัศมีโชติ สามารถเดินทางจากศูนย์กลางเมืองแม่สอดได้สะดวกด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

20. วัดพระบรมธาตุบ้านตาก หรือวัดพระบรมธาตุ ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของพื้นที่เมืองตากเก่าและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนลุ่มน้ำปิง จุดเด่นคือพระบรมธาตุเจดีย์สีทองและหลวงพ่อทันใจซึ่งมีผู้เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์: พระบรมธาตุเจดีย์สีทอง พระธาตุประจำปีมะเมีย หลวงพ่อทันใจ ประตูไม้สักแกะสลัก พระอุโบสถ และประวัติศาสตร์เมืองตากเก่าริมแม่น้ำปิง
วัดตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงในพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองตากก่อนย้ายเมืองมายังตำบลระแหงในปัจจุบัน ทำให้วัดมีความสำคัญในฐานะหลักฐานของการตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาเมืองตากในอดีต
องค์พระบรมธาตุเจดีย์สีทองได้รับอิทธิพลจากรูปแบบเจดีย์ชเวดากองของเมียนมา และสร้างครอบเจดีย์เดิมไว้ภายใน ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีเจดีย์บริวารและซุ้มพระพุทธรูปรายล้อม ทำให้พื้นที่โดยรอบเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดของวัด
ตามคติความเชื่อ วัดพระบรมธาตุบ้านตากเป็นสถานที่สำหรับสักการะพระธาตุประจำปีมะเมีย ผู้ที่เกิดปีมะเมียจึงนิยมเดินทางมาทำบุญ นอกจากนี้หลวงพ่อทันใจยังเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่มีผู้มาขอพรและสักการะจำนวนมาก
พระอุโบสถของวัดมีรายละเอียดงานไม้ที่น่าสนใจ ทั้งประตูไม้สักแกะสลัก หน้าบัน และหน้าต่างที่ตกแต่งด้วยเรื่องราวทางพุทธศาสนา ช่วยให้วัดมีคุณค่าทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรม
สามารถจัดเที่ยววัดร่วมกับเจดีย์ยุทธหัตถีและสถานที่ในอำเภอบ้านตาก ก่อนเดินทางต่อไปผาสามเงาและเขื่อนภูมิพล ทำให้เป็นเส้นทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องตามแนวแม่น้ำปิงโดยไม่ต้องย้อนทางมาก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาก แล้วเข้าสู่ตำบลเกาะตะเภาตามป้ายวัดพระบรมธาตุ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถเดินทางต่อไปอำเภอสามเงาได้โดยตรง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระบรมธาตุบ้านตาก

21. เจดีย์ยุทธหัตถี หรือเจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช เป็นโบราณสถานสำคัญบนดอยช้าง ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก อยู่ห่างจากวัดพระบรมธาตุบ้านตากประมาณ 200 เมตร ชาวบ้านเรียกอีกชื่อว่า “เจดีย์ชนช้าง” เพราะมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับเหตุการณ์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงชนช้างกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดในสมัยสุโขทัย
ไฮไลต์: เจดีย์โบราณศิลปะสุโขทัยอายุราว 700 ปี ยอดทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ตำนานยุทธหัตถีของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และทำเลที่สามารถเที่ยวคู่กับวัดพระบรมธาตุบ้านตากได้ในเส้นทางเดียวกัน
องค์เจดีย์ก่ออิฐถือปูน มีฐานกว้างประมาณ 12 เมตร สูงประมาณ 16 เมตร เรือนธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ส่วนยอดมีลักษณะทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ซึ่งเป็นรูปแบบสำคัญของศิลปกรรมสุโขทัย เมื่อพิจารณาร่วมกับโบราณสถานในบริเวณบ้านตากจะเห็นความสัมพันธ์ของพื้นที่นี้กับโลกวัฒนธรรมสุโขทัยและเส้นทางลุ่มน้ำปิงได้อย่างชัดเจน
ดอยช้างแม้ไม่ได้เป็นภูเขาสูงใหญ่ แต่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์เพราะตั้งอยู่ในบริเวณเมืองตากเก่า ซึ่งเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์บนเส้นทางระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือ และพื้นที่ชายแดนตะวันตก การมีทั้งวัดพระบรมธาตุและเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ใกล้กันจึงสะท้อนว่าบริเวณนี้มีบทบาททั้งด้านศาสนาและความทรงจำทางการเมือง
ชื่อเจดีย์ยุทธหัตถีสัมพันธ์กับเรื่องราวในศิลาจารึกและประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยที่กล่าวถึงการรบกับขุนสามชนแห่งเมืองฉอด เรื่องเล่าดังกล่าวทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะจุดเรียนรู้ประวัติศาสตร์มากกว่าการเป็นโบราณสถานสำหรับถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
พื้นที่รอบเจดีย์ค่อนข้างเปิด นักท่องเที่ยวสามารถชมรูปทรงขององค์เจดีย์ได้จากหลายมุม ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพเพราะแสงไม่แข็งและสามารถเห็นรายละเอียดของพื้นผิวอิฐกับปูนได้ชัดเจนขึ้น
หากวางแผนเที่ยวอำเภอบ้านตาก ควรจัดเจดีย์ยุทธหัตถีร่วมกับวัดพระบรมธาตุบ้านตากและอุทยานประวัติศาสตร์เมืองตากเก่า ก่อนเดินทางต่อไปยังผาสามเงาและเขื่อนภูมิพล จะได้เส้นทางที่เชื่อมประวัติศาสตร์ ศรัทธา และภูมิทัศน์แม่น้ำปิงโดยไม่ย้อนเส้นทางมาก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอบ้านตาก เข้าสู่ตำบลเกาะตะเภาและวัดพระบรมธาตุบ้านตาก เจดีย์ตั้งอยู่บนดอยช้างบริเวณใกล้วัดพระบรมธาตุ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง เจดีย์ยุทธหัตถี

22. สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กริมแม่น้ำปิงของตัวเมืองตาก เชื่อมพื้นที่ฝั่งเทศบาลเมืองตากกับตำบลป่ามะม่วง สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2525 เพื่อร่วมสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี และกลายเป็นจุดเดินเล่น ชมวิว และถ่ายภาพที่คนตากผูกพันมาหลายทศวรรษ
ไฮไลต์: สะพานแขวนลวดสลิงยาวประมาณ 700 เมตร วิวแม่น้ำปิง ทางเดินพื้นไม้ บรรยากาศเมืองตากช่วงเย็น และจุดชมไฟประดับยามค่ำ
ตัวสะพานมีความกว้างประมาณ 2.5 เมตร โครงสร้างประกอบด้วยเสาคอนกรีต ลวดสลิง และพื้นทางเดินไม้ รูปทรงของสายสลิงที่ทอดโค้งตลอดแนวสะพานสร้างมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเมื่อมองตามแนวสะพานไปยังฝั่งตรงข้าม
ในอดีตสะพานมีบทบาทด้านการสัญจรของชาวบ้าน แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมในฐานะจุดพักผ่อนและชมวิวมากกว่า การเดินบนสะพานช่วยให้เห็นแม่น้ำปิง บ้านเรือนริมฝั่ง ต้นไม้ และทิวทัศน์ของเมืองตากจากมุมที่ต่างจากการชมจากถนน
แม่น้ำปิงมีบทบาทต่อเมืองตากมาตั้งแต่การตั้งถิ่นฐาน การค้า การคมนาคม และเกษตรกรรม การมาเดินบนสะพานจึงทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับแม่น้ำได้ชัดเจน และสามารถเชื่อมเรื่องราวกับตรอกบ้านจีนซึ่งเคยเป็นย่านการค้าทางน้ำได้อีกด้วย
ช่วงเย็นเหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุด อากาศเย็นลงและแสงพระอาทิตย์ตกสะท้อนบนแม่น้ำ ส่วนช่วงค่ำสะพานมีบรรยากาศแตกต่างออกไปจากไฟประดับ เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว นักวิ่ง และผู้ที่ต้องการเดินเล่นหลังเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์ในเมือง
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับริมสายธารลานกระทงสาย ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตรอกบ้านจีน และวัดสีตลารามได้ โดยทั้งหมดอยู่ในเขตตัวเมืองตากและใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่มาก
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมได้ตลอดวัน
การเดินทาง: สะพานอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงระหว่างเขตเมืองตากกับตำบลป่ามะม่วง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างจากตัวเมือง จากนั้นเดินเข้าสู่บริเวณสะพาน

23. วัดสีตลาราม (วัดน้ำหัก) เป็นวัดเก่าแก่ในตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก ตั้งอยู่บนถนนตากสินใกล้ชุมชนเมืองเก่าและแม่น้ำปิง วัดแห่งนี้ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของเมืองตากทั้งด้านศาสนา สถาปัตยกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับระบบน้ำในอดีต
ไฮไลต์: เรื่องราวชื่อวัดน้ำหัก อาคารเรือนไม้เก่า สถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลแบบยุโรป พระพุทธรูปสำคัญ และทำเลใกล้ตรอกบ้านจีน
ชื่อเดิมว่า “วัดน้ำหัก” มีที่มาจากสภาพภูมิประเทศบริเวณแม่น้ำปิงในอดีต เมื่อกระแสน้ำจากห้วยแม่ท้อไหลมาปะทะกับกระแสน้ำปิงและทำให้ทิศทางน้ำหักเหบริเวณหน้าวัด ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าน้ำหักและใช้เป็นชื่อวัดสืบต่อกันมา
เรื่องราวดังกล่าวเป็นหลักฐานทางภูมิทัศน์ที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าแม่น้ำและลำน้ำย่อยมีอิทธิพลต่อการตั้งชื่อสถานที่และวิถีชีวิตของชาวเมืองตากอย่างไร แม้สภาพริมฝั่งในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ชื่อวัดยังคงรักษาความทรงจำของชุมชนไว้
ภายในวัดมีอาคารเก่าและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากวัดทั่วไปบางแห่งในภาคเหนือ โดยพบทั้งอาคารไม้และรายละเอียดที่ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งสะท้อนช่วงเวลาที่เมืองตากเปิดรับการค้าและแนวคิดการก่อสร้างแบบใหม่
วัดตั้งอยู่ใกล้ตรอกบ้านจีน จึงเหมาะกับการเดินชมต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจย่านเมืองเก่าระแหงในภาพรวม ทั้งชุมชนไทย–จีน บ้านไม้ วัด และเส้นทางการค้าริมแม่น้ำปิง
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรใช้เวลาเดินชมรายละเอียดอาคารและบริเวณวัดอย่างไม่เร่งรีบ และควรรักษาความสงบเนื่องจากวัดยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บนถนนตากสิน ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก ใกล้ตรอกบ้านจีนและแม่น้ำปิง สามารถเดินทางจากย่านศูนย์กลางเมืองด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้ง่าย
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดสีตลาราม

24. น้ำตกทีลอจ่อ (น้ำตกสายฝน) เป็นน้ำตกธรรมชาติในอำเภออุ้มผางที่มีบุคลิกแตกต่างจากน้ำตกทีลอซู เพราะสายน้ำตกจากหน้าผาสูงแล้วแตกตัวเป็นละอองละเอียดคล้ายสายฝน จึงเกิดชื่อเรียกอีกชื่อว่า “น้ำตกสายฝน” และเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเส้นทางล่องแก่งและล่องแพในอุ้มผาง
ไฮไลต์: ม่านละอองน้ำคล้ายสายฝน หน้าผาริมลำน้ำแม่กลอง ธรรมชาติป่าอุ้มผาง และประสบการณ์ชมจากเส้นทางล่องแพหรือกิจกรรมทางน้ำ
ลักษณะเด่นของทีลอจ่อเกิดจากน้ำที่ไหลผ่านแนวหน้าผาสูงและแตกกระจายเมื่อกระทบอากาศกับผิวหิน ทำให้สายน้ำจำนวนมากกลายเป็นละอองขาวบาง ๆ เมื่อลมพัด ละอองน้ำจะกระจายออกคล้ายฝนโปรย เป็นภาพที่ต่างจากน้ำตกแบบไหลลงแอ่งโดยตรง
ประสบการณ์เที่ยวที่นี่สัมพันธ์กับลำน้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวจำนวนมากพบเห็นน้ำตกระหว่างกิจกรรมล่องแพหรือเรือ ทำให้การชมทีลอจ่อเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางผ่านหุบเขา ป่า และหน้าผาของอุ้มผาง
ปริมาณน้ำและความชัดเจนของละอองน้ำเปลี่ยนตามฤดูกาล หากมีน้ำมากเกินไปหรือสภาพอากาศไม่เหมาะ กิจกรรมทางน้ำและการเข้าถึงพื้นที่อาจเปลี่ยนแปลง จึงควรใช้บริการผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และตรวจสภาพน้ำก่อนออกเดินทาง
น้ำตกทีลอจ่อเหมาะกับผู้ที่มาพักอุ้มผางหลายวัน เพราะสามารถจัดร่วมกับดอยหัวหมด น้ำตกทีลอซู น้ำพุร้อน และกิจกรรมล่องแพได้ ทำให้ทริปอุ้มผางมีทั้งจุดชมวิว น้ำตก และกิจกรรมผจญภัย
ผู้เดินทางควรเตรียมถุงกันน้ำ เสื้อผ้าที่แห้งง่าย รองเท้าเหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลทริปอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงที่ลำน้ำมีระดับสูง
การเดินทาง: น้ำตกอยู่ในพื้นที่อำเภออุ้มผาง การเข้าชมมักเชื่อมกับกิจกรรมล่องแพหรือล่องเรือตามลำน้ำแม่กลอง ควรวางแผนผ่านผู้ประกอบการท้องถิ่นและตรวจสภาพน้ำกับหน่วยงานพื้นที่ก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกทีลอจ่อ

25. วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง เป็นวัดเก่าแก่ในเขตตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2401 และมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และศรัทธาของชุมชน ภายในยังคงมีพระอุโบสถเก่าและพระพุทธรูปสำคัญที่ช่วยสะท้อนพัฒนาการของเมืองตากในช่วงรัตนโกสินทร์
ไฮไลต์: พระอุโบสถเก่าสมัยรัชกาลที่ 4 พระประธานศิลปะสุโขทัย งานสถาปัตยกรรมวัดเมืองตาก และบรรยากาศศาสนสถานเก่าในเขตเมือง
วัดก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นระยะที่ตัวเมืองตากพัฒนาอยู่บริเวณตำบลระแหงและพื้นที่ใกล้เคียง การคงอยู่ของอุโบสถเก่าช่วยให้เห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมและความศรัทธาของผู้คนในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ตอนกลาง
สิ่งสำคัญภายในวัดคือพระประธานที่มีรูปแบบศิลปะสุโขทัย สะท้อนว่าศิลปกรรมและความศรัทธาจากยุคก่อนหน้ายังคงมีอิทธิพลต่อชุมชนเมืองตากในเวลาต่อมา
การเที่ยววัดแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาวัดเก่าในตัวเมืองควบคู่กับตรอกบ้านจีน วัดสีตลาราม และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะช่วยเชื่อมเรื่องราวจากเมืองการค้า ศาสนา ไปจนถึงการพัฒนาเมืองในยุครัตนโกสินทร์
บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างสงบ เหมาะกับการสักการะและชมรายละเอียดทางศิลปกรรม ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังประกอบพิธีหรือกิจกรรมสงฆ์
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บ้านรมณีย์ ถนนตากสิน ตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก อยู่ในเขตเมืองและสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างได้สะดวก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง

26. อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด เป็นแหล่งน้ำและจุดพักผ่อนบริเวณบ้านหัวฝาย ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาทางตะวันตกของจังหวัดตาก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกจากบรรยากาศคึกคักของตลาดและย่านชายแดนมาสัมผัสพื้นที่สงบใกล้ธรรมชาติ
ไฮไลต์: วิวอ่างเก็บน้ำ แนวภูเขารอบแม่สอด บรรยากาศเงียบสงบ จุดชมพระอาทิตย์ตก และพื้นที่พักผ่อนใกล้ตัวเมือง
อ่างเก็บน้ำมีบทบาทด้านการจัดการน้ำให้กับพื้นที่โดยรอบ ขณะเดียวกันผืนน้ำกว้างและแนวภูเขาด้านหลังทำให้พื้นที่มีศักยภาพด้านการพักผ่อนและถ่ายภาพ โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าเปิดและผิวน้ำค่อนข้างนิ่ง
ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเหมาะกับการมาเยือนมากที่สุด เพราะแสงอ่อนลงและอากาศสบายกว่าช่วงกลางวัน นักถ่ายภาพสามารถเลือกมุมที่เห็นผืนน้ำตัดกับแนวภูเขา และบางวันจะเห็นแสงสุดท้ายสะท้อนบนอ่างได้ชัดเจน
ที่นี่ไม่ใช่แหล่งกิจกรรมขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับการใช้เวลาพักผ่อนแบบเรียบง่าย เช่น เดินเล่น นั่งชมวิว หรือแวะระหว่างการเที่ยวสถานที่อื่นในแม่สอด
สามารถจัดร่วมกับตัวเมืองแม่สอด วัดสำคัญ ตลาดมูเซอ หรือสถานที่ตามเส้นทางแม่สอด–ตากได้ เหมาะสำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหัวฝาย ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จากตัวเมืองแม่สอดใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำ รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด

27. น้ำตกนางครวญ เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลางในอำเภอพบพระ ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางก่อนถึงตัวอำเภอ จุดเด่นคือสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินขนาดเล็กท่ามกลางพรรณไม้และบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบ เหมาะกับการแวะพักระหว่างเที่ยวพื้นที่พบพระ
ไฮไลต์: น้ำตกหินปูนหลายชั้นขนาดย่อม บรรยากาศร่มรื่น การเข้าถึงจากเส้นทางพบพระ และทำเลที่สามารถเชื่อมกับบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญได้
ลักษณะน้ำตกแตกต่างจากทีลอซูหรือน้ำตกพาเจริญ เพราะมีขนาดไม่ใหญ่มากและให้ประสบการณ์แบบธรรมชาติท้องถิ่นมากกว่า สายน้ำไหลตามชั้นหินปูนเป็นระยะก่อนรวมตัวกันด้านล่าง
ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงหลังฤดูฝนจะมีความชุ่มชื้นและปริมาณน้ำมากกว่า ขณะที่ฤดูแล้งบางช่วงน้ำอาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงควรพิจารณาช่วงเวลาการเดินทางหากต้องการเห็นน้ำตกในสภาพสมบูรณ์
พื้นที่หินปูนสามารถลื่นได้ง่ายเมื่อเปียกน้ำ นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี ไม่ปีนหน้าผาหรือหินที่ไม่ใช่จุดใช้งาน และควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในช่วงที่น้ำไหลแรงหลังฝนตกหนัก
น้ำตกเหมาะกับการจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางพบพระมากกว่าการเดินทางมาเพียงสถานที่เดียว สามารถต่อไปน้ำตกพาเจริญ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก น้ำตกธารารักษ์ หรือแหล่งเกษตรในพื้นที่ได้
การเดินทาง: น้ำตกอยู่บริเวณทางหลวงหมายเลข 1206 ก่อนถึงตัวอำเภอพบพระ ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและตรวจสภาพทางกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางในช่วงฤดูฝน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกนางครวญ

28. วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นศาสนสถานเก่าแก่ในตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา ปัจจุบันตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและต้องเดินทางเข้าถึงด้วยเรือหรือแพเป็นหลัก ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางศรัทธาทางน้ำที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของจังหวัดตาก
ไฮไลต์: พระธาตุโบราณ เมืองแก่งสร้อยในตำนาน การเดินทางทางเรือผ่านอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ภูเขารอบทะเลสาบแม่ปิง และบรรยากาศวัดที่ห่างไกลจากชุมชนเมือง
ก่อนการสร้างเขื่อนภูมิพล พื้นที่แก่งสร้อยเป็นชุมชนริมแม่น้ำปิงที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโบราณและพระพุทธศาสนาสืบต่อกันมา เมื่อระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น ภูมิประเทศดั้งเดิมจำนวนมากกลายเป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ ทำให้การเดินทางเข้าสู่วัดในปัจจุบันต้องอาศัยเส้นทางทางน้ำ
ความโดดเด่นของการมาเที่ยววัดจึงเริ่มตั้งแต่การขึ้นเรือ นักท่องเที่ยวจะเดินทางผ่านผืนน้ำกว้างและภูเขาที่เรียงตัวอยู่รอบอ่างเก็บน้ำ ก่อนเข้าสู่พื้นที่วัด การเดินทางลักษณะนี้ทำให้ประสบการณ์แตกต่างจากการขับรถไปวัดทั่วไปอย่างชัดเจน
ตำนานพระธาตุเชื่อมโยงกับพระเกศาธาตุและความศรัทธาของชุมชนลุ่มน้ำปิง ขณะเดียวกันเรื่องเล่ายังเชื่อมโยงพื้นที่กับพระนางจามเทวีและเส้นทางวัฒนธรรมระหว่างเมืองทางภาคเหนือ ทำให้วัดมีความสำคัญทั้งในมิติศาสนาและความทรงจำท้องถิ่น
พื้นที่วัดสงบและห่างจากชุมชนขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ดูแลขยะของตนเอง และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือกิจกรรมทางศาสนา
การเดินทางขึ้นอยู่กับระดับน้ำ สภาพอากาศ และรอบเรือ จึงควรวางแผนล่วงหน้ากับผู้ให้บริการเรือหรือหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ควรเดินทางโดยคาดหวังว่าจะมีเรือให้บริการตลอดเวลาโดยไม่ได้นัดหมาย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา ภายในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล การเดินทางต้องใช้เรือหรือแพจากท่าเรือบริเวณเขื่อนหรือจุดที่ผู้ประกอบการกำหนด ควรตรวจรอบเรือและระดับน้ำก่อนเดินทาง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระธาตุแก่งสร้อย

29. ดอยเขาหนาม เป็นภูเขากลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา และเป็นที่ตั้งของวัดพระพุทธบาทเขาหนาม จุดเด่นคือการเดินทางด้วยเรือเข้าสู่ภูเขาที่ตั้งโดดเด่นกลางผืนน้ำ ก่อนเดินขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมวิวทะเลสาบแม่ปิงจากมุมสูง
ไฮไลต์: ภูเขากลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล รอยพระพุทธบาท เส้นทางบุญทางน้ำ จุดชมวิวทะเลสาบแม่ปิง และการเดินขึ้นเขาท่ามกลางธรรมชาติ
จากระยะไกลดอยเขาหนามมีลักษณะคล้ายเกาะภูเขาที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ เพราะพื้นที่โดยรอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำหลังการสร้างเขื่อนภูมิพล การล่องเรือเข้าไปจึงเห็นภูเขาค่อย ๆ เด่นขึ้นจากผืนน้ำและแนวภูเขาด้านหลัง
บนดอยเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทซึ่งชุมชนให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน มีการพัฒนาศาลาและพื้นที่สำหรับประกอบศาสนกิจ ทำให้ดอยเขาหนามเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและจุดหมายด้านศรัทธา
การเดินขึ้นสู่ด้านบนต้องใช้แรงพอสมควร ควรสวมรองเท้าที่กระชับ พกน้ำดื่ม และเตรียมอุปกรณ์กันแดด ระหว่างทางจะมองเห็นอ่างเก็บน้ำจากระดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อถึงจุดชมวิวจะเห็นแนวภูเขารอบทะเลสาบเปิดกว้าง
เสน่ห์สำคัญของที่นี่คือความสงบและการเดินทางที่ต้องใช้เวลา ไม่เหมาะกับการแวะอย่างเร่งรีบ ควรจัดครึ่งวันหรือมากกว่านั้นเพื่อเผื่อเวลาล่องเรือ เดินขึ้นเขา สักการะ และเดินทางกลับฝั่ง
สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดพระธาตุแก่งสร้อยหรือสถานที่ทางน้ำอื่นในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล แต่ควรจัดลำดับตามเส้นทางเรือจริงและเงื่อนไขระดับน้ำในวันที่เดินทาง
การเดินทาง: ดอยเขาหนามอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา ต้องเดินทางด้วยเรือจากท่าเรือบริเวณเขื่อนหรือจุดที่ผู้ให้บริการกำหนด จากนั้นเดินเท้าขึ้นสู่บริเวณวัดและรอยพระพุทธบาท ควรนัดหมายเรือล่วงหน้า
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ดอยเขาหนาม

30. ตลาดมูเซอ หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดสินค้าพื้นเมืองชาวเขาดอยมูเซอ เป็นตลาดริมทางสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงระหว่างตัวเมืองตากกับแม่สอด และเป็นหนึ่งในจุดพักรถที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของเส้นทางนี้
ไฮไลต์: ผักและผลไม้จากพื้นที่สูง กาแฟดอยมูเซอ อาหารท้องถิ่น สินค้าหัตถกรรมของชาวลาหู่ ผลผลิตตามฤดูกาล และบรรยากาศตลาดชาติพันธุ์ริมเส้นทางภูเขา
ตลาดมีความสัมพันธ์กับชุมชนมูเซอหรือลาหู่ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงของจังหวัดตาก สินค้าจำนวนมากมาจากไร่ สวน และครัวเรือนในบริเวณใกล้เคียง จึงทำให้ตลาดเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและครอบครัวในชุมชนโดยตรง
ผักและผลไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยพบทั้งข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง ผักเมืองหนาว อะโวคาโด เสาวรส ส้ม สตรอว์เบอร์รี และผลผลิตจากพื้นที่สูงอื่น ๆ ทำให้แต่ละช่วงปีตลาดมีสีสันและสินค้าแตกต่างกัน
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือกาแฟดอยมูเซอ ซึ่งสะท้อนการพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทั้งกาแฟ ผลผลิตสด ของกิน และของฝากในจุดเดียว ทำให้ที่นี่เหมาะกับการพักระหว่างขับรถบนเส้นทางที่มีโค้งและความลาดชันจำนวนมาก
นอกจากอาหารและผลผลิต ยังมีผ้าทอ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และงานหัตถกรรมขนาดเล็กที่สะท้อนวัฒนธรรมของชุมชนบนดอย การซื้อสินค้าจากผู้ผลิตท้องถิ่นช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและทำให้การแวะตลาดมีความหมายมากกว่าการซื้อของฝากเพียงอย่างเดียว
ตลาดมูเซอเหมาะกับทั้งผู้ที่เดินทางจากตากไปแม่สอดและผู้ที่กำลังกลับจากแม่สอดเข้าสู่ตัวเมือง สามารถจัดร่วมกับอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชและสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอในเส้นทางเดียวกันได้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: ตลาดตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด บนดอยมูเซอ บริเวณเส้นทางภูเขาระหว่างเมืองตากกับแม่สอด สามารถแวะได้โดยตรงจากถนนสายหลัก ควรจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้และระมัดระวังการเข้าออกจากถนนเนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่มีรถสัญจรต่อเนื่อง
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดมูเซอ

31. สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ดอยมูเซอ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงที่สำคัญของจังหวัดตาก ตั้งอยู่บริเวณบ้านมูเซอ ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก บนเส้นทางตาก–แม่สอด ท่ามกลางแนวเทือกเขาถนนธงชัยที่มีอากาศเย็นกว่าพื้นราบ
ไฮไลต์: แปลงทดลองพืชเมืองหนาว กาแฟอาราบิกา ชา ผัก ผลไม้ ไม้ดอก งานวิจัยด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง และทำเลที่สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดมูเซอได้ในเส้นทางเดียวกัน
พื้นที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง สภาพอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นมากกว่าพื้นที่ราบ จึงเหมาะกับการทดลองและพัฒนาพืชหลายชนิดที่ต้องการอุณหภูมิต่ำ เช่น กาแฟอาราบิกา ชา พืชผัก ไม้ผล และไม้ดอก
บทบาทของสถานีไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตพืชเพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช การจัดการโรคและแมลง การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูง จึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเกษตรกรรม
กาแฟอาราบิกาเป็นหนึ่งในพืชที่มีความสำคัญของพื้นที่ดอยมูเซอ เพราะระดับความสูงและสภาพภูมิอากาศช่วยให้สามารถศึกษาการปลูกกาแฟคุณภาพ รวมถึงคุณภาพเมล็ด กลิ่น รส และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
ช่วงอากาศเย็นให้บรรยากาศเหมาะกับการเดินชมพื้นที่มากที่สุด และสามารถจัดเส้นทางต่อกับตลาดมูเซอ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช และจุดพักระหว่างเส้นทางตาก–แม่สอดได้อย่างลงตัว
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านมูเซอ หมู่ 6 ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด เส้นทางเดียวกับตลาดมูเซอ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดเนื่องจากเป็นเส้นทางภูเขา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ

32. วัดพระเจดีย์วังไคร้ เป็นวัดเก่าแก่ของบ้านวังไคร้ ตำบลวังหมัน อำเภอสามเงา และเป็นศาสนสถานประจำชุมชนที่มีความสำคัญมาหลายชั่วอายุคน จุดเด่นของวัดคือพระเจดีย์เก่าแก่ซึ่งมีอยู่ก่อนการสร้างวัดอย่างเป็นทางการและเป็นที่มาของชื่อวัดในปัจจุบัน
ไฮไลต์: พระเจดีย์เก่าแก่ ศูนย์รวมศรัทธาของบ้านวังไคร้ ประเพณีทำบุญพระเจดีย์วันที่ 16 เมษายนของทุกปี และทำเลใกล้เส้นทางไปเขื่อนภูมิพล
วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2470 จากความร่วมมือของชาวบ้านวังไคร้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจและดูแลพระเจดีย์เดิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่มาก่อนแล้ว จึงเป็นตัวอย่างของวัดที่เกิดขึ้นจากความผูกพันระหว่างชุมชนกับโบราณวัตถุทางศาสนา
พระเจดีย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของวัดและเป็นจุดที่ชาวบ้านให้ความเคารพมากที่สุด ความศรัทธานี้นำไปสู่ประเพณีทำบุญพระเจดีย์หลังเทศกาลสงกรานต์ในวันที่ 16 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นทั้งงานบุญและโอกาสที่สมาชิกชุมชนกลับมาพบปะกัน
บรรยากาศของวัดสะท้อนวิถีวัดชนบทในอำเภอสามเงา แตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะยังมีบทบาทโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน งานบุญ และความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้าน
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับผาสามเงา เขื่อนภูมิพล และสถานที่ในอำเภอสามเงาได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติด้านชุมชนและศรัทธาให้กับเส้นทางเขื่อนภูมิพล
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดอยู่หมู่ 3 บ้านวังไคร้ ตำบลวังหมัน อำเภอสามเงา จากทางหลวงหมายเลข 1 บริเวณเส้นทางไปเขื่อนภูมิพล เข้าสู่ถนนท้องถิ่นประมาณ 5 กม. วัดอยู่ใกล้โรงเรียนบ้านวังไคร้มิตรภาพที่ 102
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระเจดีย์วังไคร้

33. ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา เป็นพื้นที่เรียนรู้บนดอยมูเซอที่มีบทบาทเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมอาชีพ และการทำงานร่วมกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงของจังหวัดตาก ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางตาก–แม่สอดซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางภูเขาสำคัญของจังหวัด
ไฮไลต์: การเรียนรู้วิถีชุมชนพื้นที่สูง กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ม้ง และลีซอ การเกษตรบนภูเขา ภูมิประเทศดอยมูเซอ และประวัติศาสตร์การพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง
พื้นที่ดอยมูเซอมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูง ทั้งลาหู่หรือมูเซอ ม้ง และลีซอ แต่ละกลุ่มมีภาษา เครื่องแต่งกาย ประเพณี อาหาร และภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน การเดินทางผ่านพื้นที่จึงช่วยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของจังหวัดตากที่ไม่ได้มีเพียงป่าและชายแดน
ศูนย์ฯ มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูง และการปรับคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพภูเขา การศึกษาพื้นที่นี้จึงช่วยให้เข้าใจว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนต้องดำเนินควบคู่กัน
โดยรอบยังมีทั้งแปลงเกษตร ตลาดสินค้าพื้นเมือง และชุมชนบนดอย สามารถจัดเที่ยวร่วมกับสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอและตลาดมูเซอได้ ทำให้เส้นทางเดียวมีทั้งมิติด้านเกษตร ชาติพันธุ์ และอาหารท้องถิ่น
ผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาพื้นที่หรือกิจกรรมของหน่วยงานโดยตรงควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากพื้นที่มีบทบาทด้านการพัฒนาและชุมชน ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยมูเซอ บนเส้นทางทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด สามารถจัดเป็นจุดแวะร่วมกับตลาดมูเซอและสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ ควรติดต่อหน่วยงานก่อนเข้าศึกษาพื้นที่ภายใน

34. วัดพระพุทธบาทดอยโล้น เป็นวัดป่าสายปฏิบัติในตำบลท้องฟ้า อำเภอบ้านตาก ท่ามกลางภูเขาและผืนป่า จุดเด่นที่เห็นได้จากระยะไกลคือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ “สมเด็จมหาสากยะมุณีศรีสรรเพชร” ซึ่งประดิษฐานอยู่บนเนินเขาและกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพื้นที่
ไฮไลต์: พระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 38 เมตร บรรยากาศวัดป่า รอยพระพุทธบาท ธรรมชาติภูเขา และพื้นที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรม
วัดมีลักษณะต่างจากวัดในชุมชนพื้นราบ เพราะพื้นที่รายล้อมด้วยป่าและภูเขา จึงมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการทำสมาธิ สวดมนต์ และพักใจจากการเดินทาง
พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นทางสายตา เมื่อเดินทางเข้าใกล้วัดจะเห็นองค์พระตั้งอยู่เหนือภูมิประเทศโดยรอบ ขนาดของพระพุทธรูปและฉากหลังที่เป็นแนวเขาทำให้บริเวณนี้เป็นหนึ่งในจุดศรัทธาที่โดดเด่นของอำเภอบ้านตาก
นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ชื่อวัดยังสะท้อนความสำคัญของรอยพระพุทธบาทที่ชุมชนเคารพสักการะ ทำให้วัดมีทั้งคุณค่าด้านศาสนาและภูมิทัศน์ธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
สามารถจัดเที่ยวต่อจากวัดพระบรมธาตุบ้านตาก เจดีย์ยุทธหัตถี หรือเส้นทางไปแม่ระมาดได้ ผู้เดินทางควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบตามลักษณะของวัดป่าสายปฏิบัติ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดอยู่หมู่ 3 ตำบลท้องฟ้า อำเภอบ้านตาก รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เนื่องจากเส้นทางเข้าสู่พื้นที่เป็นถนนท้องถิ่นและภูมิประเทศเป็นเนินเขา
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระพุทธบาทดอยโล้น

35. ไร่กุหลาบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในบ้านเสรีราษฎร์ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ พื้นที่พบพระมีอากาศเย็นและเหมาะกับการทำเกษตรบนพื้นที่สูง จึงเป็นแหล่งปลูกไม้ดอก พืชผัก และผลผลิตที่แตกต่างจากพื้นที่ราบของจังหวัดตาก
ไฮไลต์: แปลงกุหลาบบนพื้นที่สูง บรรยากาศชนบทของพบพระ การเรียนรู้เกษตรไม้ดอก จุดถ่ายภาพ และเส้นทางที่สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกพาเจริญกับน้ำตกธารารักษ์ได้
อำเภอพบพระเป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรสำคัญของตาก เนื่องจากภูมิประเทศมีทั้งที่ราบสูง เนินเขา และอากาศที่เหมาะกับพืชหลากหลายชนิด การปลูกกุหลาบจึงสะท้อนศักยภาพของพื้นที่ในการผลิตไม้ดอกเชิงพาณิชย์
เสน่ห์ของไร่อยู่ที่การได้เห็นกระบวนการปลูกไม้ดอกจริง ตั้งแต่การดูแลแปลง การจัดการต้น การตัดดอก ไปจนถึงการคัดคุณภาพ เป็นประสบการณ์ต่างจากการชมดอกไม้ในสวนสาธารณะ เพราะได้เห็นด้านการผลิตควบคู่ไปด้วย
สภาพของดอกไม้และพื้นที่เข้าชมอาจแตกต่างตามฤดูกาลและรอบการผลิต จึงควรสอบถามไร่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากตั้งใจมาเพื่อถ่ายภาพดอกกุหลาบในช่วงที่ออกดอกมาก
สามารถจัดร่วมกับสวนเทพพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ น้ำตกธารารักษ์ และบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก เพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติของอำเภอพบพระ
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านเสรีราษฎร์ หมู่ 6 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ ใช้เส้นทางแม่สอด–พบพระและเข้าสู่ถนนท้องถิ่น ควรติดต่อไร่ก่อนเดินทางเพื่อยืนยันการเข้าชมในวันนั้น
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ไร่กุหลาบ

36. น้ำตกแม่กาษา เป็นน้ำตกธรรมชาติในตำบลแม่กาษา บริเวณพื้นที่ระหว่างแม่สอดกับแม่ระมาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติใกล้ชุมชนและเชื่อมเส้นทางกับน้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา
ไฮไลต์: สายน้ำกลางป่า แอ่งน้ำธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น เส้นทางใกล้ชุมชนแม่กาษา และสามารถจัดเที่ยวร่วมกับแหล่งน้ำพุร้อนได้ในวันเดียว
น้ำตกไหลผ่านโขดหินและพื้นที่ป่าที่มีความชุ่มชื้น ลักษณะของสายน้ำเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยช่วงฝนและหลังฤดูฝนจะมีน้ำมากและธรรมชาติเขียวสดกว่าช่วงฤดูแล้ง
เสน่ห์ของพื้นที่คือความเป็นแหล่งธรรมชาติระดับชุมชน ไม่ได้มีขนาดใหญ่แบบทีลอซูหรือน้ำตกพาเจริญ จึงเหมาะกับการแวะพัก ใช้เวลาสั้น ๆ และสัมผัสภูมิประเทศของแม่กาษาอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้มาเที่ยวควรระวังหินลื่น กระแสน้ำหลังฝนตกหนัก และระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ ไม่ควรลงเล่นน้ำในบริเวณที่ไม่ทราบความลึกหรือมีน้ำไหลแรง
สามารถเชื่อมเส้นทางกับน้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา รวมถึงวัดโพธิคุณ ทำให้เหมาะกับทริปครึ่งวันถึง 1 วันในพื้นที่ด้านเหนือของแม่สอด
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด บนเส้นทางแม่สอด–แม่ระมาด ใกล้ทางเข้าบ้านแม่กื๊ดสามท่า ควรตรวจสภาพเส้นทางกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง น้ำตกแม่กาษา

37. น้ำพุร้อนแม่กาษา และถ้ำแม่อุษา เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด ที่รวมปรากฏการณ์น้ำพุร้อนกับภูมิประเทศถ้ำหินปูนไว้ในพื้นที่เดียวกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและเรียนรู้ธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมืองแม่สอด
ไฮไลต์: ตาน้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อแช่เท้า การต้มไข่ ถ้ำหินปูน และเส้นทางที่สามารถเที่ยวต่อกับน้ำตกแม่กาษาได้
น้ำร้อนผุดขึ้นจากใต้ดินตามธรรมชาติ บริเวณตาน้ำมีอุณหภูมิสูงและสามารถเห็นน้ำผุดหรือเดือดเป็นระยะ พื้นที่บางส่วนได้รับการจัดเป็นบ่อเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
กิจกรรมที่นิยมคือการแช่เท้าในน้ำแร่ร้อนเพื่อผ่อนคลายหลังการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถจากเส้นทางภูเขาหรือเที่ยวหลายจุดในแม่สอดและแม่ระมาด
บริเวณใกล้เคียงยังมีถ้ำแม่อุษาซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับพื้นที่ จากแหล่งความร้อนใต้ดินสู่ภูมิประเทศหินปูน นักท่องเที่ยวจึงสามารถเห็นกระบวนการทางธรรมชาติหลายรูปแบบในบริเวณเดียวกัน
ผู้ใช้บริการน้ำร้อนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำบริเวณต้นกำเนิดโดยตรง เนื่องจากมีอุณหภูมิสูง และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของพื้นที่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 18:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด ใช้เส้นทางแม่สอด–แม่ระมาดแล้วเข้าสู่ถนนท้องถิ่นตามป้าย สามารถเที่ยวต่อกับน้ำตกแม่กาษาและวัดโพธิคุณได้

38. อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่ระมาดและแม่สอด เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูเขา ป่าต้นน้ำ น้ำตก จุดชมวิว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และลานกางเต็นท์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติบนเส้นทางแม่ระมาด–บ้านตาก
ไฮไลต์: ป่าบนเทือกเขาถนนธงชัย น้ำตก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดูนก จุดกางเต็นท์ และประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับพะวอ นายด่านสำคัญในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อุทยานมีพื้นที่ประมาณ 247,957 ไร่ หรือประมาณ 396.7 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมภูเขาที่มีระดับความสูงประมาณ 350–900 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ผืนป่าทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยหลายสายที่หล่อเลี้ยงชุมชนและพื้นที่เกษตรโดยรอบ
เดิมพื้นที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติแม่กาษา ก่อนเปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติขุนพะวอเพื่อยกย่องวีรกรรมของพะวอ ซึ่งเป็นทหารชาวกะเหรี่ยงและนายด่านแม่ละเมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ด้วยเหตุนี้อุทยานจึงมีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศและประวัติศาสตร์ชายแดน ผู้มาเยือนไม่ได้สัมผัสเพียงป่าเขา แต่ยังได้เรียนรู้บทบาทของเส้นทางยุทธศาสตร์และชุมชนกะเหรี่ยงในประวัติศาสตร์ของจังหวัดตาก
ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์ เดินธรรมชาติ และดูนก ส่วนฤดูฝนป่าจะเขียวชุ่ม แต่ควรตรวจสภาพถนน น้ำตก และประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
การเดินทาง: ที่ทำการอุทยานอยู่บ้านหนองหลวง หมู่ 3 ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด บนทางหลวงหมายเลข 1175 สายแม่ระมาด–บ้านตาก ห่างจากตัวอำเภอแม่ระมาดประมาณ 16–18 กม.
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ

39. วัดโพธิคุณ (วัดห้วยเตย) เป็นวัดป่าสายปฏิบัติในบ้านห้วยเตย ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก–แม่สอด จุดเด่นคือพระอุโบสถขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายเรือ 3 ชั้น ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างอย่างประณีตยาวนานถึง 18 ปี
ไฮไลต์: พระอุโบสถรูปทรงคล้ายเรือ วัดป่าสายอรัญวาสี งานสถาปัตยกรรมเชิงศรัทธา พื้นที่ปฏิบัติธรรม และทำเลริมเส้นทางตาก–แม่สอด
วัดมีบรรยากาศแตกต่างจากวัดกลางเมือง เพราะรายล้อมด้วยต้นไม้และพื้นที่สงบ การจัดผังเน้นความเรียบง่ายและเหมาะกับการภาวนา จึงเป็นจุดพักใจระหว่างการเดินทางบนถนนภูเขาที่ค่อนข้างคดเคี้ยว
พระอุโบสถเป็นหัวใจด้านสถาปัตยกรรมของวัด รูปทรงอาคารให้ความรู้สึกคล้ายเรือลำใหญ่และมีรายละเอียดงานช่างจำนวนมาก การก่อสร้างต่อเนื่องยาวนานสะท้อนแรงศรัทธาของผู้สร้างและชุมชนที่เกี่ยวข้อง
วัดฝ่ายอรัญวาสีเน้นการปฏิบัติธรรมและความสงบ ผู้มาเยือนจึงควรลดเสียง แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังมีการภาวนาหรือกิจกรรมสงฆ์
วัดอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแม่สอดและสามารถเที่ยวร่วมกับอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด น้ำตกแม่กาษา และน้ำพุร้อนแม่กาษาได้ ช่วยให้เส้นทางรอบแม่สอดมีทั้งศรัทธา ธรรมชาติ และการพักผ่อน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่เลขที่ 64/1 หมู่ 6 บ้านห้วยเตย ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด ริมทางหลวงหมายเลข 105 ประมาณ 11 กม. จากตัวเมืองแม่สอด สามารถแวะได้โดยตรงจากเส้นทางตาก–แม่สอด
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดโพธิคุณ

40. สวนเทพพิทักษ์ (สวนทับทิม) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำคัญของอำเภอพบพระ ตั้งอยู่ในตำบลช่องแคบ มีชื่อเสียงจากการปลูกและพัฒนาทับทิมคุณภาพ โดยเฉพาะ “ทับทิมศรีปัญญา” และ “ทับทิมศรีสยาม” ซึ่งกลายเป็นผลผลิตเด่นของสวนและของฝากจากพื้นที่พบพระ
ไฮไลต์: ทับทิมศรีปัญญา ทับทิมศรีสยาม สวนผลไม้เชิงเกษตร การเรียนรู้การพัฒนาพันธุ์ทับทิม ผลผลิตสด และของฝากจากอำเภอพบพระ
สวนพัฒนาทับทิมมาอย่างต่อเนื่อง โดยทับทิมศรีปัญญามีจุดเด่นด้านผลขนาดใหญ่ เนื้อและเมล็ดสีแดง รสหวาน และรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะทั้งสำหรับรับประทานสดและแปรรูปเป็นน้ำทับทิม
ความสำคัญของสวนไม่ได้อยู่เพียงการขายผลไม้ แต่สะท้อนศักยภาพของอำเภอพบพระในฐานะแหล่งเกษตรบนพื้นที่สูงที่สามารถพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มได้
ช่วงที่มีผลผลิตมากเป็นพิเศษอยู่ประมาณเดือนเมษายน–มิถุนายน และพฤศจิกายน–ธันวาคม อย่างไรก็ตามทับทิมมีการออกผลในหลายช่วงของปี จึงควรสอบถามสวนหากต้องการชมผลผลิตในระยะที่เหมาะที่สุด
นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ตั้งแต่การดูแลต้น การจัดการผลผลิต ไปจนถึงการเลือกทับทิมคุณภาพ และเลือกซื้อผลสดกลับเป็นของฝาก เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับครอบครัวและผู้สนใจการเกษตร
สวนสามารถจัดเที่ยวร่วมกับไร่กุหลาบ น้ำตกธารารักษ์ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ และบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก ทำให้เส้นทางพบพระมีทั้งเกษตร ธรรมชาติ และกิจกรรมพักผ่อนครบในพื้นที่เดียวกัน
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ บนเส้นทางแม่สอด–พบพระ ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถจัดเที่ยวต่อกับน้ำตกพาเจริญกับน้ำตกธารารักษ์ได้โดยไม่ย้อนเส้นทางมาก
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง สวนเทพพิทักษ์
| หมวดการท่องเที่ยว | สถานที่แนะนำ |
| ธรรมชาติและน้ำตก | 1. น้ำตกทีลอซู 2. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ 3. อุทยานแห่งชาติลานสาง 4. น้ำตกธารารักษ์ 5. น้ำตกทีลอจ่อ 6. น้ำตกนางครวญ 7. น้ำตกแม่กาษา 8. อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ |
| ภูเขา ทะเลหมอก และจุดชมวิว | 1. ดอยหัวหมด 2. ม่อนกิ่วลม 3. อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช 4. ดอยเขาหนาม 5. อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ |
| ประวัติศาสตร์และโบราณสถาน | 1. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 2. ตรอกบ้านจีน 3. ผาสามเงา (พระสามเงา) 4. เจดีย์ยุทธหัตถี 5. วัดพระบรมธาตุบ้านตาก 6. ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
| วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ | 1. วัดพระบรมธาตุบ้านตาก 2. พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ 3. วัดมณีไพรสณฑ์ 4. วัดชุมพลคีรี 5. วัดสีตลาราม 6. วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง 7. วัดพระธาตุแก่งสร้อย 8. วัดพระพุทธบาทดอยโล้น 9. วัดพระเจดีย์วังไคร้ 10. วัดโพธิคุณ |
| ชายแดนและวัฒนธรรมไทย–เมียนมา | 1. ตลาดริมเมย 2. สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 3. วัดมณีไพรสณฑ์ 4. วัดชุมพลคีรี 5. พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ 6. ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
| อ่างเก็บน้ำและท่องเที่ยวทางน้ำ | 1. เขื่อนภูมิพล 2. วัดพระธาตุแก่งสร้อย 3. ดอยเขาหนาม 4. อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด |
| น้ำพุร้อนและพักผ่อน | 1. บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก 2. น้ำพุร้อนแม่กาษา และถ้ำแม่อุษา 3. อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด |
| เกษตรและวิถีชุมชน | 1. ตลาดมูเซอ 2. สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ 3. ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา 4. ไร่กุหลาบ 5. สวนเทพพิทักษ์ (สวนทับทิม) |
| เหมาะสำหรับครอบครัว | 1. เขื่อนภูมิพล 2. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 3. ตลาดริมเมย 4. น้ำตกธารารักษ์ 5. บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก 6. สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ 7. สวนเทพพิทักษ์ 8. สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี |
| เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ | 1. น้ำตกทีลอซู 2. ดอยหัวหมด 3. ม่อนกิ่วลม 4. เขื่อนภูมิพล 5. พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ 6. น้ำตกทีลอจ่อ 7. ดอยเขาหนาม 8. สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี |
| เหมาะสำหรับสายผจญภัย | 1. น้ำตกทีลอซู 2. น้ำตกทีลอจ่อ 3. ถ้ำแม่อุสุ 4. ม่อนกิ่วลม 5. อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช 6. อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ 7. ดอยเขาหนาม |
| โซนเมืองตาก | ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, ตรอกบ้านจีน, สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี, วัดสีตลาราม, วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง, อุทยานแห่งชาติลานสาง, อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช, ตลาดมูเซอ และสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ |
| โซนบ้านตาก–สามเงา | วัดพระบรมธาตุบ้านตาก, เจดีย์ยุทธหัตถี, วัดพระพุทธบาทดอยโล้น, วัดพระเจดีย์วังไคร้, ผาสามเงา, เขื่อนภูมิพล, วัดพระธาตุแก่งสร้อย และดอยเขาหนาม |
| โซนแม่สอด | ตลาดริมเมย, สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1, พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่, วัดมณีไพรสณฑ์, วัดชุมพลคีรี, ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด, น้ำตกแม่กาษา, น้ำพุร้อนแม่กาษา และวัดโพธิคุณ |
| โซนพบพระ | อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ, น้ำตกธารารักษ์, บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก, น้ำตกนางครวญ, ไร่กุหลาบ และสวนเทพพิทักษ์ |
| โซนแม่ระมาด–ท่าสองยาง | อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ, ม่อนกิ่วลม, ถ้ำแม่อุสุ และเส้นทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติแม่เมย |
| โซนอุ้มผาง | น้ำตกทีลอซู, ดอยหัวหมด, น้ำตกทีลอจ่อ และกิจกรรมล่องแพลำน้ำแม่กลอง |
| เที่ยวตาก 1 วัน — เมืองตาก | ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช → ตรอกบ้านจีน → วัดสีตลาราม → วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง → สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี |
| เที่ยวตาก 1 วัน — บ้านตากและเขื่อนภูมิพล | วัดพระบรมธาตุบ้านตาก → เจดีย์ยุทธหัตถี → ผาสามเงา → วัดพระเจดีย์วังไคร้ → เขื่อนภูมิพล |
| เที่ยวแม่สอด 1 วัน | วัดมณีไพรสณฑ์ → วัดชุมพลคีรี → ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช → พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ → ตลาดริมเมย → สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 |
| เที่ยวพบพระ 1 วัน | น้ำตกธารารักษ์ → อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ → บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก → ไร่กุหลาบ → สวนเทพพิทักษ์ |
| เที่ยวตาก 2 วัน 1 คืน | วันแรก: เมืองตาก → อุทยานแห่งชาติลานสาง → ตลาดมูเซอ → แม่สอด วันที่สอง: วัดสำคัญในแม่สอด → พระธาตุหินกิ่ว → ตลาดริมเมย → สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา |
| เที่ยวตาก 3 วัน 2 คืน | วันแรก: เมืองตากและบ้านตาก วันที่สอง: แม่สอดและชายแดนริมเมย วันที่สาม: พบพระ → น้ำตกพาเจริญ → น้ำตกธารารักษ์ → บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก |
| เที่ยวอุ้มผาง 3 วัน 2 คืน | วันแรก: แม่สอด → เส้นทาง 1090 → อุ้มผาง วันที่สอง: ดอยหัวหมด → ล่องแพ → น้ำตกทีลอจ่อ → น้ำตกทีลอซูตามเงื่อนไขการเปิดพื้นที่ วันที่สาม: เที่ยวรอบอุ้มผางและเดินทางกลับแม่สอด |
| เที่ยวตาก 4–5 วัน | เหมาะสำหรับแบ่งพัก 2 โซน คือ เมืองตากหรือเขื่อนภูมิพล 1–2 คืน และแม่สอดหรือพบพระ 2–3 คืน หากต้องการรวมอุ้มผางควรเพิ่มวันเดินทางแยกต่างหาก เพราะระยะทางและสภาพเส้นทางใช้เวลามาก |
| เที่ยวครบ 40 แห่ง | ควรใช้ประมาณ 7–10 วัน และแบ่งพื้นที่เป็น เมืองตาก–บ้านตาก–สามเงา, ดอยมูเซอ–แม่สอด, พบพระ, แม่ระมาด–ท่าสองยาง และอุ้มผาง ไม่ควรพยายามขับข้ามหลายโซนในวันเดียว |
| ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว | พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับภูเขา ทะเลหมอก เดินป่า และเที่ยวเมือง ช่วงปลายฤดูฝนเหมาะกับน้ำตกและป่าเขียว ส่วนการเข้าพื้นที่ทีลอซูและแหล่งธรรมชาติห่างไกลควรตรวจประกาศล่าสุดทุกครั้ง |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอและบางจุดไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงโดยตรง เส้นทางตาก–แม่สอด–อุ้มผางและท่าสองยางมีโค้งและพื้นที่ภูเขา ควรตรวจสภาพรถและหลีกเลี่ยงการขับเร่งรีบ |
| ของฝากและสินค้าน่าสนใจ | กาแฟดอยมูเซอ, ผักและผลไม้พื้นที่สูง, ทับทิมจากพบพระ, ผลผลิตเกษตรตามฤดูกาล, งานหัตถกรรมชาติพันธุ์, ผ้าทอ, อาหารและสินค้าชายแดนจากแม่สอดและตลาดริมเมย |
| ข้อควรรู้ก่อนเที่ยว | พื้นที่อนุรักษ์ น้ำตก เส้นทางเดินป่า การล่องแพ การเดินทางทางเรือ และการข้ามชายแดนสามารถเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ ระดับน้ำ และประกาศของหน่วยงาน ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนออกเดินทางทุกครั้ง |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ไปเที่ยวจังหวัดตากครั้งแรกควรไปที่ไหนบ้าง?
ตอบ: หากเป็นครั้งแรกควรเริ่มจากศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เขื่อนภูมิพล ตลาดริมเมย น้ำตกทีลอซู ดอยหัวหมด อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช เพราะช่วยให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมชายแดนซึ่งเป็นจุดเด่นของจังหวัดตาก
ถาม: เที่ยวตาก 1 วันควรจัดเส้นทางอย่างไร?
ตอบ: หากมีเพียง 1 วันควรเลือกเพียง 1 โซน เช่น ตัวเมืองตาก โดยเที่ยวศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตรอกบ้านจีน วัดสีตลาราม และสะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี หรือเลือกโซนบ้านตาก–สามเงาเพื่อเที่ยววัดพระบรมธาตุบ้านตาก เจดีย์ยุทธหัตถี ผาสามเงา และเขื่อนภูมิพล
ถาม: เที่ยวตาก 2 วัน 1 คืนเพียงพอหรือไม่?
ตอบ: เพียงพอสำหรับเที่ยว 2 โซนหลัก เช่น เมืองตากกับแม่สอด แต่ไม่เพียงพอสำหรับรวมอุ้มผางหรือท่าสองยาง เนื่องจากระยะทางไกลและเส้นทางภูเขา หากต้องการเที่ยวธรรมชาติอย่างเต็มที่ควรมีอย่างน้อย 3–5 วัน
ถาม: น้ำตกทีลอซูเที่ยวเดือนไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงหลังฤดูฝนไปจนถึงต้นฤดูหนาวมักเป็นช่วงที่สายน้ำสวยและป่ามีความสมบูรณ์ แต่การเปิดเส้นทางเข้าสู่น้ำตกขึ้นอยู่กับประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง สภาพถนน และสภาพอากาศ จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: จากแม่สอดไปน้ำตกทีลอซูสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่เหมาะ เพราะต้องเดินทางจากแม่สอดไปอุ้มผางผ่านเส้นทางภูเขาที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง และยังต้องเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่น้ำตกอีก ควรพักอุ้มผางอย่างน้อย 2 คืนเพื่อให้มีเวลาเดินทางและเที่ยวอย่างปลอดภัย
ถาม: ที่เที่ยวตากสำหรับชมทะเลหมอกมีที่ไหน?
ตอบ: จุดเด่น ได้แก่ ดอยหัวหมดในอุ้มผางและม่อนกิ่วลมในอุทยานแห่งชาติแม่เมย โดยช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวมีโอกาสพบทะเลหมอกสูง แต่ขึ้นอยู่กับความชื้น ลม และสภาพอากาศของวันนั้น
ถาม: ที่เที่ยวตากสำหรับครอบครัวมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เขื่อนภูมิพล ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตลาดริมเมย น้ำตกธารารักษ์ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ สวนเทพพิทักษ์ และสะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นตัวเลือกที่เดินทางค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเดินป่าหนัก
ถาม: ที่เที่ยวตากสำหรับสายประวัติศาสตร์ควรไปที่ไหน?
ตอบ: ควรเที่ยวศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตรอกบ้านจีน วัดพระบรมธาตุบ้านตาก เจดีย์ยุทธหัตถี ผาสามเงา ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวัดเก่าในเมืองตาก เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำปิง เมืองหน้าด่าน และเส้นทางชายแดนตะวันตก
ถาม: แม่สอดมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่ห้ามพลาด?
ตอบ: ตลาดริมเมย สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ วัดมณีไพรสณฑ์ วัดชุมพลคีรี ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดโพธิคุณ และแหล่งธรรมชาติบริเวณแม่กาษา เป็นกลุ่มสถานที่ที่ช่วยให้เห็นทั้งการค้า ศาสนา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมชายแดน
ถาม: พบพระมีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ น้ำตกธารารักษ์ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก น้ำตกนางครวญ ไร่กุหลาบ และสวนเทพพิทักษ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ถาม: อำเภอสามเงามีอะไรนอกจากเขื่อนภูมิพล?
ตอบ: สามารถเที่ยวผาสามเงา วัดพระเจดีย์วังไคร้ วัดพระธาตุแก่งสร้อย และดอยเขาหนาม รวมถึงกิจกรรมล่องเรือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ทำให้พื้นที่สามเงามีทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา และธรรมชาติทางน้ำ
ถาม: จังหวัดตากเหมาะกับการเที่ยวเดือนไหน?
ตอบ: พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวโดยรวม เพราะอากาศเย็น เหมาะกับภูเขา ทะเลหมอก วัด และการเดินเที่ยวเมือง ส่วนช่วงปลายฤดูฝนเหมาะสำหรับน้ำตกและป่าเขียว แต่ต้องติดตามประกาศปิดพื้นที่และสภาพถนนอย่างใกล้ชิด
ถาม: จำเป็นต้องมีรถส่วนตัวในการเที่ยวตากหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นสำหรับบางพื้นที่ในตัวเมืองหรือแม่สอด แต่รถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกมากกว่าอย่างชัดเจน เพราะแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ โดยเฉพาะพบพระ สามเงา ท่าสองยาง และเส้นทางไปอุ้มผาง
ถาม: ถนนไปอุ้มผางขับยากหรือไม่?
ตอบ: เส้นทางจากแม่สอดสู่อุ้มผางมีภูเขาและโค้งจำนวนมาก ผู้ขับควรพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจเบรก ยาง และระบบรถก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงการเร่งทำเวลา และเพิ่มความระมัดระวังเมื่อฝนตกหรือมีหมอก
ถาม: ตลาดริมเมยสามารถข้ามไปเมียนมาได้หรือไม่?
ตอบ: การข้ามพรมแดนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ชายแดน ระเบียบด่านตรวจคนเข้าเมือง และเอกสารที่ใช้ในช่วงเวลานั้น นักท่องเที่ยวควรตรวจข้อมูลจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทาง ไม่ควรใช้ข้อมูลการเปิดด่านจากช่วงเวลาก่อนหน้าเป็นข้อยืนยัน
ถาม: หากต้องการเที่ยวครบทั้ง 40 แห่งควรใช้กี่วัน?
ตอบ: ควรมีประมาณ 7–10 วัน เนื่องจากจังหวัดตากมีพื้นที่กว้างและสถานที่กระจายตั้งแต่เมืองตาก บ้านตาก สามเงา ดอยมูเซอ แม่สอด พบพระ แม่ระมาด ท่าสองยาง ไปจนถึงอุ้มผาง การแบ่งพักเป็นโซนจะช่วยลดเวลาขับรถและทำให้เที่ยวได้ปลอดภัยกว่าการเดินทางข้ามอำเภอไกล ๆ ทุกวัน
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



