หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.ท่าสองยาง >ต.แม่สอง > ม่อนกิ่วลม
TL;DR: ม่อนกิ่วลม อยู่ที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เปิดทุกวัน เวลา ติดต่อสอบถามอุทยานฯ ได้เวลา 08.30 – 16.30 น.
ม่อนกิ่วลม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อสอบถามอุทยานฯ ได้เวลา 08.30 – 16.30 น.
ม่อนกิ่วลม อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่โดดเด่นของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย บนแนวภูเขาชายแดนตะวันตกที่มีแม่น้ำเมยและแนวป่าเขาเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศ จุดเด่นของม่อนกิ่วลมคือภาพทะเลหมอกแม่ระเมิงที่ปกคลุมหุบเขาในยามเช้า แนวภูเขาสลับซับซ้อนที่ทอดยาวสุดสายตา และบรรยากาศอันเงียบสงบของป่าภูเขาตากที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะได้สัมผัสทั้งวิวพระอาทิตย์ขึ้น ลานกางเต็นท์ ลมหนาว เสียงป่า และเส้นทางภูเขาที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักใจท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง
ม่อนกิ่วลมตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 940 เมตร และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมยประมาณ 12 กม. จึงเป็นจุดชมวิวที่มีความสูงพอเหมาะสำหรับมองเห็นทะเลหมอกได้กว้าง โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เมื่อความชื้นสะสมอยู่ในหุบเขาและอุณหภูมิยามเช้าลดต่ำลง หมอกจะลอยรวมตัวเป็นผืนขาวหนาแน่นเหนือแนวป่าเบื้องล่าง ก่อนที่แสงแรกของวันจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีหมอกให้มีโทนทองอ่อน เป็นภาพธรรมชาติที่ทำให้ม่อนกิ่วลมได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสายกางเต็นท์ สายถ่ายภาพ และผู้ที่ชื่นชอบทะเลหมอกมาอย่างต่อเนื่อง
อุทยานแห่งชาติแม่เมยมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบน้อย มีป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญหลายสาย ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้พื้นที่แม่เมยมีเสน่ห์เฉพาะตัวแตกต่างจากจุดชมทะเลหมอกที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่ บรรยากาศของที่นี่ไม่ได้เน้นความสะดวกสบายแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เน้นการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง และรับรู้สภาพแวดล้อมของป่าภูเขาด้วยตัวเอง ทั้งอากาศเย็น เสียงลม กลิ่นดินชื้น เสียงแมลงกลางคืน และแสงดาวที่มองเห็นชัดในคืนฟ้าเปิด
พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยตั้งอยู่ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ติดกับแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยมีแม่น้ำเมยเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศชายแดนด้านตะวันตก ความโดดเด่นของพื้นที่นี้คือเป็นดินแดนของภูเขา ป่า ลำธาร และชุมชนบนเส้นทางภูเขา การเดินทางเข้าสู่แม่เมยจึงเป็นประสบการณ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเส้นทางเมืองและชุมชนเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติที่สงบมากขึ้น เมื่อเข้าใกล้เขตอุทยาน ถนนจะเริ่มมีความชันและโค้งมากขึ้น อากาศเย็นลง และทิวทัศน์ข้างทางเปลี่ยนเป็นแนวป่าและภูเขาต่อเนื่อง
แม้ม่อนกิ่วลมจะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากยกให้เป็นไฮไลต์ของอุทยานแห่งชาติแม่เมย แต่ในพื้นที่อุทยานยังมีจุดชมทะเลหมอกสำคัญอีกหลายจุด เช่น ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา และม่อนปุยหมอก แต่ละม่อนมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดาเหมาะกับการชมวิวภูเขาและบรรยากาศเย็นสบายในช่วงเย็น ส่วนม่อนกิ่วลมโดดเด่นด้านการชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า นักท่องเที่ยวจึงสามารถวางแผนเที่ยวแบบเก็บหลายจุดในทริปเดียวได้ โดยเลือกพักค้างคืนในพื้นที่อุทยานเพื่อให้มีเวลาเข้าถึงบรรยากาศของแต่ละจุดอย่างเต็มที่
การชมทะเลหมอกที่ม่อนกิ่วลมควรเริ่มตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่าง นักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนในพื้นที่กางเต็นท์ควรตื่นแต่เช้า เตรียมเสื้อกันหนาว ไฟฉายหรือไฟคาดหัว กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์กันลมให้พร้อม ช่วงเวลาที่ท้องฟ้ายังมืดสนิทเป็นช่วงที่อากาศเย็นที่สุด เมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากดำเป็นน้ำเงินเข้มและส้มอ่อน แนวหมอกที่ปกคลุมหุบเขาจะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น ภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกจึงเป็นจังหวะสำคัญที่ผู้มาเยือนม่อนกิ่วลมมักรอคอย
บรรยากาศบนม่อนกิ่วลมมีความสงบและเป็นธรรมชาติสูง ลานกางเต็นท์อยู่ใกล้จุดชมวิว ทำให้ผู้ที่พักค้างคืนสามารถตื่นขึ้นมาชมหมอกได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางไกลในช่วงเช้ามืด เมื่อเปิดเต็นท์ออกมาในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม นักท่องเที่ยวจะเห็นหมอกลอยเต็มหุบเขาเหมือนทะเลสีขาวขนาดใหญ่ มีแนวสันเขาโผล่ขึ้นมาเป็นชั้น ๆ คล้ายเกาะกลางหมอก ภาพเช่นนี้คือเอกลักษณ์สำคัญของแม่เมยและเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนกลับมาเยือนซ้ำในช่วงฤดูหนาว
นอกจากทะเลหมอก ม่อนกิ่วลมยังเหมาะกับการชมดาวในคืนฟ้าเปิด เพราะพื้นที่อยู่ห่างจากแสงเมืองและมีบรรยากาศค่อนข้างมืด เมื่อไม่มีเมฆมาก นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นท้องฟ้ากลางคืนได้ชัดกว่าพื้นที่เมือง การนอนกางเต็นท์ท่ามกลางอากาศเย็น เสียงลม และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้การเดินทางมาม่อนกิ่วลมมีมิติมากกว่าการมาแค่ชมวิวช่วงเช้า ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพดาวควรเตรียมขาตั้งกล้อง แบตเตอรี่สำรอง และเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะอุณหภูมิช่วงกลางคืนและเช้ามืดอาจลดต่ำมาก
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวม่อนกิ่วลมคือปลายฝนถึงต้นหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม เพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติสดชื่นจากฤดูฝน ป่าไม้เขียวชอุ่ม ความชื้นในอากาศสูง และมีโอกาสเกิดทะเลหมอกหนาแน่นในยามเช้า ส่วนช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องไปถึงเดือนมกราคมก็เหมาะกับการกางเต็นท์และชมดาว แต่ควรเตรียมเครื่องกันหนาวให้เพียงพอ สำหรับช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เนื่องจากถนนภูเขาอาจลื่น มีหมอกหนา หรือมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยตามสภาพอากาศ
การเดินทางไปม่อนกิ่วลมสามารถเริ่มจากตัวเมืองตากหรืออำเภอแม่สอด แล้วใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สอด-แม่สะเรียง มุ่งหน้าไปอำเภอท่าสองยาง จากนั้นเข้าสู่เส้นทางไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ผ่านทางหลวงหมายเลข 1267 บริเวณทางแยกแม่สลิดหลวง เส้นทางช่วงท้ายเป็นทางภูเขาที่มีโค้งและความชันต่อเนื่อง ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง ใช้เกียร์ต่ำในทางชัน และหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืนหากไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง
ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรวางแผนเวลาให้เหมาะสม เพราะระยะทางจากตัวเมืองตากและแม่สอดเข้าสู่พื้นที่อุทยานใช้เวลาพอสมควร และเส้นทางมีช่วงที่สัญญาณโทรศัพท์อาจไม่สม่ำเสมอ การเตรียมแผนที่ออฟไลน์ น้ำมันรถ น้ำดื่ม อาหารว่าง และยาประจำตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัวหรือมีผู้สูงอายุร่วมเดินทาง ควรเผื่อเวลาพักระหว่างทางและเลือกช่วงเวลากลางวันเพื่อความปลอดภัย
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมยมีพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก เต็นท์ และลานกางเต็นท์ในโซนที่ทำการอุทยานฯ รวมถึงจุดกางเต็นท์ตามม่อนต่าง ๆ ตามการจัดการของอุทยานในแต่ละช่วงเวลา นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามสถานะพื้นที่กางเต็นท์ การจองบ้านพัก การเช่าเต็นท์ ห้องน้ำ จุดจอดรถ และข้อกำหนดล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวและฤดูท่องเที่ยวที่อาจมีผู้เดินทางจำนวนมาก
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนบนม่อนกิ่วลม การเตรียมอุปกรณ์เป็นสิ่งจำเป็น ควรมีเต็นท์ที่กันลมได้ดี ถุงนอนที่เหมาะกับอากาศเย็น เสื้อกันหนาว หมวกไหมพรม ถุงเท้า ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ถุงขยะส่วนตัว และอุปกรณ์กันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง หากต้องการทำอาหารควรสอบถามกติกาของอุทยานก่อนเสมอ เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการก่อไฟหรือการใช้เตาเพื่อป้องกันไฟป่าและรักษาความปลอดภัย
ธรรมชาติระหว่างเส้นทางเข้าสู่ม่อนกิ่วลมมีความหลากหลาย ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม พืชพื้นล่าง และลำธารขนาดเล็กที่ไหลผ่านพื้นที่อุทยาน ในบางช่วงนักท่องเที่ยวอาจได้ยินเสียงนก เสียงแมลง หรือเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การเดินทางแตกต่างจากการเที่ยวจุดชมวิวในเมือง ธรรมชาติของแม่เมยไม่ใช่ธรรมชาติที่ถูกจัดแต่ง แต่เป็นพื้นที่ป่าภูเขาที่มีสภาพจริง ทั้งความชื้น ลมหนาว ความมืด และความสงบที่ต้องใช้เวลาในการสัมผัส
สิ่งที่ควรระวังขณะเที่ยวม่อนกิ่วลมคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนเร็ว อุณหภูมิช่วงกลางคืนที่ลดต่ำ ลมแรงบริเวณพื้นที่เปิดโล่ง และถนนที่อาจลื่นในช่วงฝนตก นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศของอุทยานฯ อยู่เสมอ หากเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนเรื่องเส้นทางหรือสภาพอากาศควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ควรออกนอกเส้นทางหรือเดินเข้าป่าโดยไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ชำนาญเส้นทาง เพราะพื้นที่อุทยานมีภูเขาและป่าต่อเนื่อง การหลงทางหรือเกิดอุบัติเหตุอาจสร้างความเสี่ยงได้
มารยาทสำคัญของการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่เมยคือการรักษาความสงบและความสะอาด นักท่องเที่ยวควรทิ้งขยะในจุดที่กำหนดหรือเก็บกลับลงไปเอง ไม่เปิดเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่เก็บพืช ไม่จับสัตว์ป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ และไม่ทำลายพื้นที่ธรรมชาติ การท่องเที่ยวบนม่อนกิ่วลมจะงดงามได้ต่อไปก็ต่อเมื่อผู้มาเยือนทุกคนช่วยกันรักษาพื้นที่ให้คงสภาพดี เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งพักผ่อนของมนุษย์และถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศป่าเขา
จุดท่องเที่ยวใกล้ม่อนกิ่วลมที่ควรจัดร่วมในแผนเดินทาง ได้แก่ ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา ม่อนปุยหมอก น้ำตกแม่ระเมิง และถ้ำแม่อุสุ ซึ่งแต่ละแห่งช่วยเติมมิติให้กับการเที่ยวอุทยานแม่เมย ม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดาเหมาะกับการชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ตกในบางช่วงเวลา ม่อนปุยหมอกมีบรรยากาศกางเต็นท์สงบ ส่วนน้ำตกแม่ระเมิงและถ้ำแม่อุสุช่วยให้ทริปมีทั้งป่า ลำธาร น้ำตก และถ้ำหินปูน เป็นการเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลายกว่าการขึ้นไปชมทะเลหมอกเพียงจุดเดียว
ถ้ำแม่อุสุเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเด่นของอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีลักษณะเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่และมีลำน้ำไหลผ่านบางช่วง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภูมิประเทศหินปูนและความหลากหลายของพื้นที่อุทยาน อย่างไรก็ตาม การเข้าชมถ้ำควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เพราะในฤดูฝนหรือช่วงน้ำมากอาจมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย การจัดทริปแบบผสมผสานระหว่างม่อนกิ่วลม น้ำตก และถ้ำ จึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อไม่ให้การเดินทางเร่งเกินไป
ม่อนกิ่วลมยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวิถีชีวิตชุมชนชายแดนและพื้นที่ภูเขาของจังหวัดตาก ระหว่างทางเข้าสู่อุทยานจะพบชุมชนท้องถิ่นที่ดำรงชีวิตท่ามกลางภูมิประเทศภูเขา มีการทำเกษตร ปลูกพืชไร่ และค้าขายตามเส้นทาง การแวะซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือของใช้จำเป็นจากร้านค้าในท้องถิ่นช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและทำให้การท่องเที่ยวมีความหมายมากขึ้น นักท่องเที่ยวควรเคารพวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต และใช้ถ้อยคำสุภาพในการติดต่อสื่อสาร
สำหรับผู้ที่วางแผนทริป 2 วัน 1 คืน สามารถเดินทางจากแม่สอดหรือท่าสองยางเข้าสู่อุทยานในวันแรก ติดต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบจุดกางเต็นท์ แล้วพักในพื้นที่อุทยานหรือม่อนกิ่วลม ช่วงเย็นสามารถชมวิวและเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช้าวันถัดไป จากนั้นตื่นก่อนฟ้าสว่างเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา น้ำตกแม่ระเมิง หรือถ้ำแม่อุสุตามสภาพเส้นทาง หากมีเวลา 3 วัน 2 คืน จะสามารถเที่ยวได้ช้าลงและสัมผัสบรรยากาศแม่เมยได้เต็มที่กว่า
ม่อนกิ่วลมจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสทะเลหมอกแบบสงบและเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้มีเพียงภาพหมอกสวยในตอนเช้า แต่ยังรวมถึงความรู้สึกของการได้อยู่ท่ามกลางภูเขา ป่า ลมหนาว เสียงธรรมชาติ และท้องฟ้ากว้างในพื้นที่ชายแดนตะวันตกของประเทศไทย การเดินทางอาจใช้เวลาและต้องเตรียมตัวมากกว่าการเที่ยวจุดชมวิวใกล้เมือง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความทรงจำที่ลึกและมีคุณค่ากว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่รักการกางเต็นท์และธรรมชาติจริง
หากต้องการให้การเดินทางสมบูรณ์ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับอุทยานแห่งชาติแม่เมยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทั้งเรื่องสภาพอากาศ เส้นทาง จุดกางเต็นท์ บ้านพัก ห้องน้ำ การจองพื้นที่ และมาตรการของเจ้าหน้าที่ เพราะข้อมูลในพื้นที่ธรรมชาติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและความปลอดภัย การเตรียมตัวอย่างรอบคอบจะทำให้การเที่ยวม่อนกิ่วลมเป็นประสบการณ์ที่ปลอดภัย สบายใจ และได้สัมผัสความงามของทะเลหมอกแม่เมยอย่างเต็มที่
| ชื่อสถานที่ | ม่อนกิ่วลม |
| ที่ตั้ง | อุทยานแห่งชาติแม่เมย ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก |
| ที่อยู่ | อุทยานแห่งชาติแม่เมย ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1267 อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150 |
| พิกัด | อ้างอิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย: F3JF+MRX ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1267 อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก |
| ไฮไลต์ | จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกแม่ระเมิง ลานกางเต็นท์บนภูเขา และวิวแนวเขาชายแดนตะวันตก |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติสำคัญของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและป่าเขาอุดมสมบูรณ์ |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “ม่อน” หมายถึงเนินหรือดอย ส่วน “กิ่วลม” สื่อถึงช่องเขาหรือแนวสันเขาที่มีลมพัดผ่าน จึงสัมพันธ์กับลักษณะภูมิประเทศของจุดชมวิวบนสันเขา |
| ลักษณะเด่น | อยู่สูงประมาณ 940 เมตรจากระดับน้ำทะเล ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมยประมาณ 12 กม. เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก กางเต็นท์ และถ่ายภาพธรรมชาติ |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สอด-แม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอท่าสองยาง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1267 บริเวณทางแยกแม่สลิดหลวงไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย จากนั้นเดินทางต่อไปยังม่อนกิ่วลมตามเส้นทางภายในอุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นจุดชมวิวและจุดกางเต็นท์ภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางเพื่อสอบถามสถานะเส้นทางและพื้นที่พักค้างแรม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ติดต่อสอบถามอุทยานฯ ได้เวลา 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพัก เต็นท์ ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ จุดจอดรถ และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวในเขตอุทยานตามการจัดการของเจ้าหน้าที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย 2. ลานกางเต็นท์ม่อนกิ่วลม 3. จุดชมวิวม่อนกิ่วลม 4. ม่อนครูบาใส 5. ม่อนพูนสุดา 6. ม่อนปุยหมอก 7. น้ำตกแม่ระเมิง 8. ถ้ำแม่อุสุ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่ | อุทยานแห่งชาติแม่เมย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติแม่เมย โทร. 061-352-3703 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | ระบบจองบ้านพักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเพจอุทยานแห่งชาติแม่เมย - Mae Moei National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ม่อนพูนสุดา ประมาณ 5 กม. 2. ม่อนครูบาใส ประมาณ 5 กม. 3. ม่อนปุยหมอก ประมาณ 6 กม. 4. น้ำตกแม่ระเมิง ประมาณ 13 กม. 5. ถ้ำแม่อุสุ ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านค้าสวัสดิการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 12 กม. 2. ครัวชบาแก้ว อำเภอท่าสองยาง ประมาณ 45 กม. โทร. 098-564-9466 3. Cozy House Cafe & Bistro อำเภอท่าสองยาง ประมาณ 45 กม. โทร. 092-575-7289 4. นิวแม่สลิดเกสท์เฮ้าส์ ประมาณ 35 กม. โทร. 055-531409, 055-546121, 055-546122 5. ร้านยำยามเย็น อำเภอท่าสองยาง ประมาณ 45 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 12 กม. โทร. 061-352-3703 2. ลานกางเต็นท์ม่อนกิ่วลม อยู่ในพื้นที่ม่อนกิ่วลม โทร. 061-352-3703 3. ท่าสองยางฮิลล์ รีสอร์ท ประมาณ 45 กม. 4. นิวแม่สลิดเกสท์เฮ้าส์ ประมาณ 35 กม. โทร. 081-971-5592 5. วสันต์ เกสต์เฮ้าส์ อำเภอท่าสองยาง ประมาณ 45 กม. โทร. 082-882-8292 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ม่อนกิ่วลมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ม่อนกิ่วลมอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
ถาม: ม่อนกิ่วลมสูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไร?
ตอบ: ม่อนกิ่วลมอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 940 เมตร และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมยประมาณ 12 กม.
ถาม: ม่อนกิ่วลมเหมาะไปเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว โดยเฉพาะเดือนกันยายนถึงธันวาคม เหมาะกับการชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นมากที่สุด
ถาม: ม่อนกิ่วลมสามารถกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: ม่อนกิ่วลมเป็นจุดกางเต็นท์ยอดนิยมในอุทยานแห่งชาติแม่เมย แต่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเดินทางเพื่อสอบถามสถานะพื้นที่และข้อกำหนดล่าสุด
ถาม: เดินทางไปม่อนกิ่วลมอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ไปอำเภอท่าสองยาง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1267 บริเวณทางแยกแม่สลิดหลวงไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย จากนั้นเดินทางต่อไปยังม่อนกิ่วลมตามเส้นทางภายในอุทยาน
ถาม: ต้องเตรียมอะไรเมื่อไปม่อนกิ่วลม?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าเดินทางที่เกาะพื้นดี ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง น้ำดื่ม ยาประจำตัว ถุงขยะ และอุปกรณ์กันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง
ถาม: เที่ยวม่อนกิ่วลมร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา ม่อนปุยหมอก น้ำตกแม่ระเมิง และถ้ำแม่อุสุได้ในทริปเดียว
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ดอย และภูเขา
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว





