วัดพระศรีอารย์ (โบสถ์ร้อยล้าน)

Rating: 2.8/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวราชบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ 08.00–17.00 น. / วันเสาร์–วันอาทิตย์ 08.00–18.00 น.
วัดพระศรีอารย์ หรือที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักในชื่อ “โบสถ์ร้อยล้าน” เป็นวัดสำคัญในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่โดดเด่นด้วยอุโบสถทองคำอันวิจิตร ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 37 ปี จุดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงความงดงามของงานปูนปั้นและจิตรกรรมภายในเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติที่ย้อนไปถึงปลายกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัด โบสถ์เก่าโบราณ และเรื่องราวของหลวงพ่อขันธ์ผู้เป็นแรงศรัทธาสำคัญของชุมชนอีกด้วย
วัดพระศรีอารย์ (โบสถ์ร้อยล้าน) เป็นหนึ่งในวัดที่ทำให้ชื่อของอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดดเด่นขึ้นมาในสายตาของนักท่องเที่ยวสายบุญและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปกรรมไทยร่วมสมัยอย่างชัดเจน เพราะทันทีที่เดินทางมาถึง สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคืออุโบสถสีทองอร่ามทั้งหลัง ตั้งสง่าอยู่กลางพื้นที่วัดอย่างงดงามสะดุดตา ความรู้สึกเมื่อยืนมองใกล้ ๆ ไม่ได้เป็นเพียงความประทับใจจากขนาดของอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นความรู้สึกถึงแรงศรัทธาของชุมชนที่ร่วมกันผลักดันให้งานชิ้นใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นจริงได้ วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดเช็กอินถ่ายภาพสวยของราชบุรี แต่เป็นสถานที่ที่รวมเอาประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปะ และความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์
ความโดดเด่นของวัดพระศรีอารย์อยู่ที่คำว่า “อลังการ” แต่ความอลังการในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความหรูหราแบบฉาบฉวย หากหมายถึงความละเอียดอ่อนของงานช่างและความต่อเนื่องของศรัทธาที่ค่อย ๆ สะสมเป็นรูปธรรมผ่านกาลเวลา อุโบสถทองคำร้อยล้านของวัดเป็นผลงานที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 37 ปี จึงไม่ใช่งานสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ แต่เป็นงานที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ราบรื่นและอุปสรรคหลายประการ จนสุดท้ายกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัดและเป็นภาพจำของผู้มาเยือนราชบุรีจำนวนมากในปัจจุบัน
เมื่อพิจารณาในมุมประวัติศาสตร์ วัดพระศรีอารย์มีรากเก่าแก่กว่าที่หลายคนคาดคิด เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดสระอาน” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2275 ช่วงแรกเป็นวัดร้างและไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ภายในพื้นที่มีอุโบสถเก่าก่ออิฐถือปูนขนาดไม่ใหญ่ เป็นอุโบสถมหาอุดที่เข้าออกได้ทางเดียว พร้อมสระน้ำโบราณอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับวัดมาแต่เดิม ลักษณะของวัดในอดีตจึงมีภาพของวัดเก่าเงียบสงบ อยู่ท่ามกลางพื้นที่ร่มครึ้มและมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมมากกว่าจะเป็นวัดท่องเที่ยวอย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้
ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2475 เริ่มมีพระภิกษุเข้ามาพักจำพรรษาอย่างต่อเนื่อง และใน พ.ศ. 2500 จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดสระอานมาเป็น “วัดพระศรีอารย์” ชื่อใหม่ของวัดสะท้อนความผูกพันกับพระศรีอารย์ พระพุทธรูปเก่าแก่คู่วัดที่ชาวบ้านเคารพนับถืออย่างยิ่ง ความศรัทธานี้กลายเป็นแกนกลางของการพัฒนาวัดในเวลาต่อมา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้วัดพระศรีอารย์มีเอกลักษณ์ทางความเชื่อเด่นชัดมากกว่าวัดสวยทั่วไป เพราะที่นี่มีทั้งเรื่องเล่าของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติของอดีตเจ้าอาวาส และร่องรอยสถาปัตยกรรมเดิมที่ยังเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างแนบแน่น
เรื่องราวที่ทำให้วัดพระศรีอารย์เป็นที่รู้จักไปไกลก็คือการสร้างอุโบสถทองคำร้อยล้าน งานก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2510 โดยพระครูสิริพัฒนกิจ หรือหลวงพ่อขันธ์ กนฺตธโร อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นกำลังหลักในการริเริ่มโครงการ วัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ และเพื่อสร้างมรดกทางศิลปกรรมที่งดงามคู่กับวัด การก่อสร้างได้รับวิสุงคามสีมาในปีเดียวกัน โครงสร้างอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้อุโบสถหลังนี้มีคุณค่าเหนืออาคารศาสนสถานทั่วไปคือการออกแบบที่ไม่มีแบบสำเร็จรูป เป็นงานที่เกิดจากแนวคิดและความตั้งใจเฉพาะของผู้ริเริ่มและช่างพื้นบ้านในชุมชน
รายละเอียดที่ทำให้อุโบสถหลังนี้น่าทึ่งยิ่งขึ้นคือการก่อสร้างในยุคที่เทคโนโลยียังไม่พร้อมเหมือนปัจจุบัน มีข้อมูลเล่าว่าในช่วงเริ่มต้นไม่ได้ใช้วิธีตอกเสาเข็มอย่างที่พบในงานก่อสร้างสมัยใหม่ แต่ใช้การถมหินและเทคานรองรับตัวอาคารแทน ช่างผู้รับงานเป็นคนในพื้นที่ ส่วนแรงงานจำนวนมากมาจากการลงแรงของชาวบ้านในเวลาว่างจากงานประจำ ทำให้อุโบสถหลังนี้ไม่ใช่งานของผู้รับเหมากลุ่มหนึ่ง หากเป็นงานของทั้งชุมชนอย่างแท้จริง แม้จะมีช่วงเวลาที่การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะหลังการมรณภาพของหลวงพ่อขันธ์ แต่ก็ยังมีผู้สืบสานงานต่อจนสามารถผลักดันให้ผลงานชิ้นนี้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคของพระครูวิทิตพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
หากมองในเชิงศิลปกรรม อุโบสถทองคำร้อยล้านของวัดพระศรีอารย์มีเสน่ห์อยู่ที่ความเป็นงานช่างไทยซึ่งยังคงกลิ่นอายฝีมือช่างพื้นบ้านไว้อย่างชัดเจน ลวดลายปูนปั้นภายนอกอาคารถูกสร้างขึ้นเฉพาะแห่ง ไม่ได้อาศัยแม่พิมพ์สำเร็จรูป จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อเดินชมรอบอาคารจะเห็นความสม่ำเสมอของโทนสีทองที่ปกคลุมทั้งผนัง เสา หน้าบัน และองค์ประกอบตกแต่งต่าง ๆ ทำให้ตัวอาคารดูโดดเด่นแม้ในระยะไกล แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะเห็นว่าความงามที่แท้จริงอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของงานปั้นและการประดับตกแต่งที่ทำอย่างตั้งใจทุกจุด
ภายในอุโบสถก็มีคุณค่าไม่แพ้ภายนอก ประตูและหน้าต่างบางส่วนมีการลงรักปิดทองและแกะสลักเรื่องราวทางพุทธศาสนาอย่างประณีต ฝาผนังมีจิตรกรรมที่กล่าวถึงพระมหาชนกและพระเจ้า 5 พระองค์ ช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้และการชื่นชมศิลปะให้แก่ผู้มาเยือน ทำให้การเดินชมอุโบสถไม่ได้จบเพียงการถ่ายภาพอาคารสีทองเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ของการค่อย ๆ อ่านรายละเอียดทางศิลป์ผ่านสายตาอีกด้วย สำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรมวัดไทย วัดพระศรีอารย์จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการผสมผสานความศรัทธา งานช่างชุมชน และการสร้างภาพจำใหม่ให้วัดในยุคปัจจุบัน
ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ “พระศรีอารย์” พระพุทธรูปคู่วัดที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว โดยมีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระ จีวรจับจีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ พระศรีอารย์องค์เดิมถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพกราบไหว้มาแต่โบราณ และยังมีอีกองค์ที่อัญเชิญมาจากวัดธรรมศาลา จังหวัดนครปฐม ความเชื่อและความศรัทธาที่ผูกพันกับพระศรีอารย์นี่เองที่ทำให้วัดมีอัตลักษณ์เฉพาะและมีเรื่องราวที่ลึกกว่าคำว่า “วัดสวย”
อีกจุดสำคัญคือพระประธานภายในอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ ความงดงามของพระประธานทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถสงบนุ่มลึกต่างจากความโดดเด่นทางสีทองของภายนอกอย่างน่าสนใจ ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงใช้เวลานั่งสงบใจและสักการะพระประธานก่อนเดินชมรายละเอียดอื่น ๆ ภายในวัด การมีทั้งพระพุทธรูปคู่วัดที่เก่าแก่และพระประธานหยกขาวที่งดงาม ทำให้วัดพระศรีอารย์มีความครบถ้วนทั้งมิติของศิลปะและศรัทธา
นอกจากนี้ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานร่างของหลวงพ่อขันธ์ที่ไม่เน่าเปื่อยอยู่ในโลงแก้ว ซึ่งเป็นอีกจุดที่ผู้ศรัทธามักแวะมากราบสักการะ หลวงพ่อขันธ์ไม่ได้เป็นเพียงอดีตเจ้าอาวาสในเชิงตำแหน่ง แต่เป็นบุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนการสร้างอุโบสถทองคำและฝากร่องรอยแห่งความมุ่งมั่นไว้กับวัดอย่างชัดเจน ดังนั้นการมาวัดพระศรีอารย์จึงไม่ใช่เพียงการชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการสัมผัสประวัติชีวิตของพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อชุมชนและต่อพัฒนาการของวัดแห่งนี้ด้วย
หากมีเวลาเดินชมให้ครบ ควรแวะไปชมโบสถ์หลังเก่าด้วย เพราะพื้นที่ส่วนนี้ช่วยให้มองเห็นพัฒนาการของวัดจากยุคเดิมมาสู่ยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน โบสถ์เก่าแบบมหาอุดเป็นหลักฐานที่ทำให้เรื่องราวของวัดไม่ขาดตอน และเมื่ออยู่ใกล้กับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชุมชนให้ความเคารพ ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศของวัดมีชั้นเชิงทางประวัติศาสตร์และความเชื่อมากขึ้น ผู้ที่สนใจวัดโบราณหรือการเปลี่ยนผ่านของชุมชนไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันจะรู้สึกได้ชัดว่าที่นี่มีคุณค่าเชิงเล่าเรื่องสูงมาก
อีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือบทบาทของวัดพระศรีอารย์ต่อชุมชน วัดแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังมีบทบาทด้านการอบรมเยาวชนผ่านศูนย์อบรมค่ายพุทธบุตร และเคยเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องว่าวไทยกับปราชญ์ชาวบ้านด้วย จึงสะท้อนภาพของวัดไทยที่เชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ความน่าสนใจของวัดพระศรีอารย์จึงไม่ได้อยู่แค่สิ่งปลูกสร้าง หากยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่สืบทอดทั้งศาสนา ความรู้ และความสัมพันธ์ในท้องถิ่น
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บบรรยากาศให้ครบ แนะนำให้มาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงจะช่วยขับให้ผิวสีทองของอุโบสถเด่นเป็นพิเศษ และอากาศจะไม่ร้อนเกินไปจนเดินชมได้ลำบาก การแต่งกายควรสุภาพตามธรรมเนียมของการเข้าวัด และหากต้องการเข้าไปสักการะภายในอุโบสถควรรักษาความสงบ สำรวมกิริยา และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง พื้นที่วัดมีทั้งโซนลานหน้าอุโบสถ โซนอาคารหลัก โซนโบสถ์เก่า และพื้นที่ประกอบศรัทธาอื่น ๆ จึงเหมาะกับการใช้เวลาเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
นักเดินทางที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสามารถจัดวัดพระศรีอารย์ให้อยู่ในทริปเดียวกับย่านโพธารามได้อย่างลงตัว เพราะบริเวณใกล้เคียงยังมีจุดแวะที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดคงคาราม ตลาดสดโพธาราม มังกรโพธาราม หรืออุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม การวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวันจึงทำได้ง่ายมาก โดยเริ่มต้นจากไหว้พระและชมโบสถ์ทองคำในช่วงเช้า ก่อนออกไปต่อยังตลาดเก่าและร้านอาหารดังของโพธารามในช่วงสายหรือบ่าย วิธีนี้จะช่วยให้การมาเที่ยววัดพระศรีอารย์ไม่ใช่เพียงการแวะสั้น ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวที่มีเรื่องเล่าและรสชาติของเมืองโพธารามอย่างแท้จริง
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถใช้เส้นทางสู่อำเภอโพธารามผ่านทางหลวงหมายเลข 3080 แล้วสังเกตจากบริเวณสี่แยกบางแพ เมื่อเลยมาไม่นานประมาณ 500 เมตรจะพบป้ายทางเข้าวัดอยู่ด้านขวามือ จากนั้นเลี้ยวเข้าไปตามทางอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงบริเวณวัด ที่ตั้งของวัดคือเลขที่ 139 หมู่ 9 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถนั่งรถที่เข้าสู่ตลาดอำเภอโพธาราม แล้วต่อรถรับจ้างหรือเดินทางเข้ามายังวัดตามป้ายทางเข้าได้ การเดินทางถือว่าสะดวกและไม่ไกลจากตัวอำเภอ ทำให้วัดพระศรีอารย์เหมาะทั้งกับคนที่ตั้งใจมาทำบุญโดยตรง และคนที่จัดเป็นหนึ่งในจุดแวะของทริปโพธาราม
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว วัดพระศรีอารย์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่มีความครบถ้วนมากแห่งหนึ่งของราชบุรี เพราะมีทั้งประวัติยาวนานตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา มีเรื่องเล่าของอดีตเจ้าอาวาสผู้ริเริ่มสร้างอุโบสถทองคำ มีพระพุทธรูปสำคัญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านศรัทธา รวมถึงมีความงามเชิงสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนและแตกต่างจากวัดทั่วไป ใครที่มองหาสถานที่ซึ่งให้ทั้งความสงบ ความงาม และความรู้ทางประวัติศาสตร์ในคราวเดียว วัดพระศรีอารย์คือจุดหมายที่คุ้มค่ามากของอำเภอโพธาราม และเป็นวัดที่ไม่ควรถูกมองข้ามเมื่อเดินทางมาราชบุรี
| ชื่อสถานที่ | วัดพระศรีอารย์ (โบสถ์ร้อยล้าน) |
| ที่ตั้ง | 139 หมู่ 9 ซอยสุขาภิบาล 8 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120 |
| ที่อยู่ | ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใกล้สี่แยกบางแพ |
| สรุปสถานที่ | วัดเก่าแก่ในอำเภอโพธารามที่มีชื่อเสียงจากอุโบสถทองคำร้อยล้าน เป็นทั้งสถานที่สักการะ ศิลปกรรมสำคัญ และจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของราชบุรี |
| จุดเด่นของสถานที่ | อุโบสถทองคำมูลค่าร้อยล้าน ใช้เวลาก่อสร้าง 37 ปี, ลวดลายปูนปั้นเฉพาะแห่ง, จิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก, พระศรีอารย์พระพุทธรูปคู่วัด, พระประธานหยกขาวศิลปะพม่า, ร่างหลวงพ่อขันธ์ในโลงแก้ว, โบสถ์เก่าและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ |
| สมัย/ยุค | เดิมสร้างสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2275 และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในยุครัตนโกสินทร์ |
| ประวัติสถานที่ | เดิมชื่อวัดสระอาน เคยเป็นวัดร้าง ต่อมามีพระภิกษุเข้ามาจำพรรษาอีกครั้ง และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระศรีอารย์ใน พ.ศ. 2500 ส่วนอุโบสถทองคำเริ่มสร้างใน พ.ศ. 2510 โดยหลวงพ่อขันธ์ และใช้เวลาก่อสร้างยาวนาน 37 ปี |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับ “พระศรีอารย์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาแต่โบราณ |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาสล่าสุด | พระครูวิทิตพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระศรีอารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส: พระมหาสมบูรณ์ จันทโชโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส: พระอาจารย์เจริญ สุมฌโน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | วันจันทร์–วันศุกร์ 08.00–17.00 น. วันเสาร์–วันอาทิตย์ 08.00–18.00 น. |
| โซนต่าง ๆ | 1. โซนลานหน้าอุโบสถทองคำ 2. โซนภายในอุโบสถและพระประธานหยกขาว 3. โซนพระศรีอารย์พระพุทธรูปคู่วัด 4. โซนโลงแก้วหลวงพ่อขันธ์ 5. โซนโบสถ์เก่าโบราณมหาอุด 6. โซนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่โดยรอบวัด |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวใช้ทางหลวงหมายเลข 3080 มุ่งสู่อำเภอโพธาราม เมื่อผ่านสี่แยกบางแพประมาณ 500 เมตรจะพบป้ายทางเข้าวัดด้านขวามือ จากป้ายเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร ขนส่งสาธารณะสามารถนั่งรถเข้าสู่ตลาดอำเภอโพธาราม แล้วต่อรถรับจ้างหรือเดินทางเข้ามายังวัดตามป้ายทางเข้า |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดให้เข้าชมและสักการะตามวันและเวลาที่ประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการของวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ราชบุรี – ประมาณ 0.8 กม. 2. อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม – ประมาณ 1.5 กม. 3. วัดคงคาราม – ประมาณ 4.5 กม. 4. วัดไทรอารีรักษ์ – ประมาณ 4.7 กม. 5. ตลาดสดโพธาราม – ประมาณ 5 กม. 6. มังกรโพธาราม – ประมาณ 4.9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. ครัวคุณสา บางแพ – ประมาณ 0.4 กม. 2. หมูสะเต๊ะแม่พิมพา สาขาโพธาราม – ประมาณ 0.3 กม. 3. น้องยุ้ยหมูกระทะโภชนา – ใกล้วัดพระศรีอารย์ 4. เจ๊เช็งหมูสะเต๊ะ โพธาราม – ประมาณ 4.9 กม. 5. ร้านอาหารญี่ปุ่นยาซาชิ – ประมาณ 4.6 กม. 6. บ้านดล – ประมาณ 4.8 กม. 7. ข้าวต้ม 200 ปี – โซนโพธาราม |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. Wicket White Villa – ประมาณ 4 กม. 2. Photharam 126 Resort – ประมาณ 4.5 กม. 3. Katom Satu Garden Cottage – ประมาณ 4.7 กม. 4. บ้านเราเอง โพธาราม วิลล่า – ประมาณ 7.2 กม. 5. พิง-เพ-ลา โพธาราม – ประมาณ 7.6 กม. 6. อิงธาราแคมป์รีสอร์ท-ริมน้ำโพธาราม – ประมาณ 7.6 กม. 7. The Antique Riverside Resort & Café – ประมาณ 7.9 กม. 8. The Way Hotel Banpong – ประมาณ 10 กม. |
| เบอร์ติดต่อ | วัดพระศรีอารย์ / พระครูวิทิตพัฒนโสภณ: 063-221-8589 พระมหาสมบูรณ์ จันทโชโต: 092-658-9364 พระอาจารย์เจริญ สุมฌโน: 064-934-2959 Wicket White Villa: 081-428-7896 The Way Hotel Banpong: 081-385-8999 The Antique Riverside Resort & Café: 095-230-8133, 032-297-298 น้องยุ้ยหมูกระทะโภชนา: 081-852-0219 เจ๊เช็งหมูสะเต๊ะ โพธาราม: 089-451-5414, 080-558-6740 ข้าวต้ม 200 ปี: 089-504-1166 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระศรีอารย์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระศรีอารย์ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใกล้สี่แยกบางแพ เดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ
ถาม: วัดพระศรีอารย์เปิดกี่โมง?
ตอบ: ปัจจุบันวันจันทร์–วันศุกร์เปิดเวลา 08.00–17.00 น. และวันเสาร์–วันอาทิตย์เปิดเวลา 08.00–18.00 น.
ถาม: ทำไมวัดพระศรีอารย์จึงถูกเรียกว่าโบสถ์ร้อยล้าน?
ตอบ: เพราะอุโบสถทองคำของวัดมีมูลค่าการก่อสร้างระดับร้อยล้านบาท และใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 37 ปี จึงกลายเป็นชื่อเรียกที่คนจดจำได้ง่ายและแพร่หลาย
ถาม: ภายในวัดพระศรีอารย์มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคืออุโบสถทองคำ ลวดลายปูนปั้นเฉพาะแห่ง จิตรกรรมฝาผนัง พระศรีอารย์พระพุทธรูปคู่วัด พระประธานหยกขาวศิลปะพม่า ร่างหลวงพ่อขันธ์ในโลงแก้ว โบสถ์เก่า และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
ถาม: วัดพระศรีอารย์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดนี้เดิมชื่อวัดสระอาน สร้างมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระศรีอารย์ใน พ.ศ. 2500 และพัฒนาเป็นวัดสำคัญของโพธารามในเวลาต่อมา
ถาม: ไปวัดพระศรีอารย์ช่วงไหนดี?
ตอบ: หากต้องการชมความงามของอุโบสถทองคำและเดินเที่ยวได้สบาย แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัดเกินไป
ถาม: เจ้าอาวาสปัจจุบันของวัดพระศรีอารย์คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสปัจจุบันคือพระครูวิทิตพัฒนโสภณ ซึ่งเป็นผู้สานต่องานพัฒนาวัดหลังจากยุคของหลวงพ่อขันธ์
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|

หมวดหมู่:
กลุ่ม: