วัดสุรชายาราม
Rating: 3.9/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวราชบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: โปรดสอบถามวัดก่อนเดินทาง
วัดสุรชายาราม ราชบุรี หรือวัดหลุมดิน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญริมแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันตกในตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี วัดแห่งนี้มีรากประวัติยาวนานอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมรู้จักกันในชื่อวัดหลุมดิน ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาค จนได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุรชายาราม” และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง จุดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติศาสตร์ชุมชนหลุมดิน ความเชื่อมโยงกับแหล่งเครื่องปั้นดินเผา พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญไม้ พระเจดีย์ พระปรางค์ และบรรยากาศวัดเก่าริมน้ำที่ยังคงให้ความรู้สึกสงบและหนักแน่นด้วยกาลเวลา
วัดสุรชายาราม ราชบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันตก ในตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งของราชบุรี เพราะไม่ได้มีความสำคัญเพียงในฐานะศาสนสถานเก่าแก่ หากยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของชุมชนเกษตรกรรมริมน้ำ ประวัติศาสตร์เครื่องปั้นดินเผา ความสัมพันธ์กับตระกูลบุนนาค และการฟื้นฟูวัดร้างให้กลับมาเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้อย่างน่าสนใจมาก
หากมองวัดสุรชายารามเพียงผิวเผิน ผู้มาเยือนอาจเห็นเพียงวัดเก่าริมน้ำที่มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และดูเรียบง่าย แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยอธิบายราชบุรีในฐานะเมืองที่มีความต่อเนื่องยาวนานจากอดีตได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของภูมิศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน การผลิตเครื่องปั้นดินเผา เครือข่ายวัดริมแม่น้ำ และการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาโดยชนชั้นนำในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นและตอนกลาง วัดสุรชายารามจึงเป็นมากกว่าจุดหมายสำหรับการไหว้พระ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้อ่านและผู้เดินทางเข้าใจ “ชั้นประวัติศาสตร์” ของราชบุรีได้อย่างเป็นรูปธรรม
เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “วัดหลุมดิน” ชื่อดังกล่าวสะท้อนภูมิประเทศและเศรษฐกิจของพื้นที่โดยตรง เพราะบริเวณคลองหลุมดินเป็นพื้นที่ที่มีดินดี เหมาะแก่การขุดไปทำเครื่องปั้นดินเผา ชื่อวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกธรรมดา แต่เป็นหลักฐานเชิงภาษาและวัฒนธรรมที่บอกเราว่า พื้นที่นี้เคยผูกพันอย่างลึกซึ้งกับทรัพยากรดิน น้ำ และอาชีพของผู้คนในชุมชน วัดจำนวนมากในไทยมักได้ชื่อจากภูมิประเทศหรือเหตุการณ์ในพื้นที่ และวัดหลุมดินก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากของรูปแบบดังกล่าว
ความสำคัญของพื้นที่หลุมดินยังเชื่อมโยงกับวัดโคกหม้อ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาในอดีต ความสัมพันธ์นี้ทำให้วัดสุรชายารามไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงชุมชน การผลิต และศาสนาเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ในอดีต วัดมักเป็นศูนย์กลางของชุมชน ขณะที่ชุมชนเองก็มีฐานเศรษฐกิจจากทรัพยากรในพื้นที่ เมื่อพื้นที่มีดินดีและมีการผลิตเครื่องปั้นดินเผา วัดจึงย่อมมีบทบาทในฐานะพื้นที่รวมใจของผู้คนที่มีวิถีชีวิตพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลประวัติ วัดสุรชายารามอาจมีรากเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรืออาจเก่ากว่านั้นด้วยซ้ำ ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะทำให้วัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงวัดที่เกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ หากเป็นวัดที่มีชั้นเวลาเก่ากว่านั้นซ้อนอยู่ เพียงแต่ในระยะหนึ่งวัดตกอยู่ในสภาพวัดร้าง เหลือเพียงซากฐานอิฐโบราณ ความเป็นวัดร้างนี้เองกลับยิ่งทำให้วัดสุรชายารามมีมิติทางประวัติศาสตร์ลึกขึ้น เพราะมันสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและชุมชนที่เคยรุ่งเรืองแล้วเสื่อมลง ก่อนจะถูกฟื้นคืนใหม่อีกครั้ง
เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้วัดหลุมดินกลับมามีชีวิตอีกครั้งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาค ภริยาของเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) พบว่าวัดอยู่ในสภาพรกร้าง เหลือเพียงซากฐานอิฐเท่านั้น และไม่สามารถบูรณะพระอุโบสถเดิมได้ การตัดสินใจของท่านผู้หญิงอิ่มในการสร้างพระอุโบสถใหม่ห่างจากที่เดิมประมาณ 30 วา จึงไม่ใช่แค่การบูรณะอาคาร แต่เป็นการปลุกศาสนสถานเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลองให้กลับมามีสถานะและบทบาทในสังคมอีกครั้ง
การฟื้นฟูวัดโดยท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาคมีความหมายมากในเชิงสังคมและประวัติศาสตร์ เพราะสะท้อนบทบาทของสตรีชนชั้นสูงในสมัยนั้นที่ไม่ได้มีเพียงบทบาทภายในครอบครัว แต่ยังสามารถอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา สร้างวัด และทิ้งมรดกทางศิลปกรรมและศาสนาไว้ให้บ้านเมืองได้อย่างชัดเจน ในกรณีของวัดสุรชายาราม การอุปถัมภ์ครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อการรอดพ้นจากการเลือนหายของวัดเก่า และทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นพระอารามหลวงในเวลาต่อมา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมาให้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2427 และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุรชายาราม” พร้อมทั้งยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2427 เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า วัดสุรชายารามไม่ใช่เพียงวัดที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงศรัทธาส่วนบุคคล แต่เป็นวัดที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากพระมหากษัตริย์ และได้รับเกียรติให้มีฐานะเป็นพระอารามหลวงในปีเดียวกัน
ชื่อ “วัดสุรชายาราม” เองก็สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการอุปถัมภ์ของตระกูลบุนนาคกับวัดแห่งนี้อย่างชัดเจน ชื่อใหม่ไม่เพียงยกระดับภาพลักษณ์ของวัดจากชื่อภูมิประเทศเดิมอย่าง “วัดหลุมดิน” แต่ยังทำให้วัดก้าวเข้าสู่สถานะใหม่ในระบบความทรงจำของราชบุรีและของประเทศ กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ การเปลี่ยนชื่อวัดในครั้งนั้นเป็นทั้งการฟื้นฟู การยกระดับ และการเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับศาสนสถานแห่งนี้ในเวลาเดียวกัน
พระอุโบสถของวัดสุรชายารามในปัจจุบันเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง และมีชายคาปีกนกคลุมทั้ง 4 ด้าน จุดเด่นสำคัญคือเป็นพระอุโบสถที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ ซึ่งแตกต่างจากภาพจำของวัดไทยจำนวนมาก ความเรียบของรูปทรงเช่นนี้ทำให้พระอุโบสถของวัดสุรชายารามมีบุคลิกเฉพาะ คือดูสงบ หนักแน่น และเรียบง่าย แต่ยังคงศักดิ์สิทธิ์และสง่างามในแบบของตนเอง
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางสมาธิขัดสมาธิเพชร มีพระอัครสาวกยืนพนมมืออยู่ด้านซ้ายและขวาอย่างละ 1 องค์ องค์พระประธานให้ความรู้สึกสงบนิ่ง มั่นคง และเหมาะอย่างยิ่งกับบรรยากาศของวัดเก่าริมน้ำแห่งนี้ ความพิเศษอีกอย่างคือภายในวัดยังมีพระพุทธรูปสำริดประทับยืนปางห้ามสมุทร และปางห้ามพระแก่นจันทร์ ซึ่งเป็นศิลปะแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยทำให้วัดสุรชายารามมีมิติทางพุทธศิลป์ที่น่าสนใจมากกว่าการเป็นวัดเก่าเพียงอย่างเดียว
เดิมผนังของพระอุโบสถเป็นผนังเรียบ แต่ในปัจจุบันได้รับการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเพิ่มเติม การมีจิตรกรรมภายในอุโบสถช่วยเพิ่มชั้นเชิงทางศิลปกรรมและทำให้ประสบการณ์การชมวัดสมบูรณ์ขึ้น เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เพียงเห็นโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม แต่ยังได้สัมผัสงานจิตรกรรมที่ช่วยสื่อสารโลกทัศน์ทางพุทธศาสนาด้วย แม้จิตรกรรมจะเป็นการเพิ่มเติมในเวลาหลัง แต่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนร่วมสมัยของวัดไปแล้ว
นอกกำแพงแก้วของพระอุโบสถ มีพระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆังกลมอยู่ 2 องค์ ซึ่งท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาคเป็นผู้สร้างไว้ เจดีย์ทั้งสองนี้ไม่เพียงเพิ่มความงามของผังวัด แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของผู้บูรณะวัดในการสร้างความสมบูรณ์ให้กับศาสนสถานแห่งนี้อย่างรอบด้าน กล่าวคือ ไม่ได้สร้างเพียงพระอุโบสถเพื่อให้วัดใช้งานได้เท่านั้น แต่ยังสร้างองค์ประกอบที่ส่งเสริมศักดิ์ศรีและความศักดิ์สิทธิ์ของวัดให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ ด้านทิศใต้ของพระอุโบสถนอกเขตกำแพงแก้วยังมีเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆังกลมอีกองค์ ซึ่งเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ หรือเจ้าจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 5 เป็นผู้สร้างไว้เพื่อบรรจุพระสรีรังคารของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี และของเจ้าคุณประยูรวงศ์เอง เจดีย์องค์นี้จึงมีความสำคัญไม่เพียงในเชิงสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นอนุสรณ์แห่งสายสัมพันธ์ของชนชั้นนำในราชสำนักกับวัดสุรชายารามอย่างลึกซึ้ง ทำให้วัดแห่งนี้ยิ่งมีมิติด้านประวัติศาสตร์ราชสำนักมากขึ้น
ด้านหลังพระอุโบสถยังมีพระปรางค์ตั้งอยู่คู่กับพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง พระปรางค์ของวัดเป็นพระปรางค์สมัยรัตนโกสินทร์ ก่ออิฐถือปูน มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และมีซุ้มเรือนแก้วทั้ง 4 ด้าน รูปแบบนี้ทำให้พระปรางค์ของวัดสุรชายารามแตกต่างจากวัดหลายแห่งที่เน้นเพียงพระเจดีย์ทรงระฆัง การมีทั้งปรางค์และเจดีย์อยู่ร่วมกันในผังวัดช่วยเพิ่มน้ำหนักทางศิลปกรรมและทำให้พื้นที่ด้านหลังพระอุโบสถมีมิติที่น่าชมอย่างมาก
ศาลาการเปรียญของวัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2471 เป็นอาคารทรงไทยยกพื้นสูง สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่ามากในเชิงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและงานช่างไม้ไทย ศาลาไม้ลักษณะนี้หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในวัดเมืองปัจจุบัน และยิ่งมีคุณค่าขึ้นไปอีกเมื่อภายในยังมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติ ฝีมือช่างในสมัยรัตนโกสินทร์ ทำให้ศาลาการเปรียญของวัดสุรชายารามเป็นทั้งอาคารใช้งานและเป็นหลักฐานทางศิลปะในตัวเอง
เมื่อพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นว่าวัดสุรชายารามมีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่เป็นวัดซึ่งรวม “ชั้นเวลา” หลายยุคไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่วัดเก่าที่อาจมีรากมาตั้งแต่อยุธยา การฟื้นฟูสมัยรัชกาลที่ 5 พระอุโบสถและเจดีย์ที่สัมพันธ์กับตระกูลบุนนาคและราชสำนัก ไปจนถึงศาลาการเปรียญไม้ในสมัยหลัง การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเข้าวัดทำบุญ แต่คือการเดินผ่านประวัติศาสตร์หลายช่วงของราชบุรีและของสยามในพื้นที่เดียวกัน
ในมิติของชุมชน วัดสุรชายารามยังเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา การรวมตัวของชาวบ้าน และการเรียนรู้เรื่องศาสนาและประวัติศาสตร์ไทย วัดริมแม่น้ำเช่นนี้มักมีบทบาทลึกซึ้งต่อชุมชน เพราะเป็นทั้งพื้นที่ประกอบพิธี พื้นที่พักใจ และพื้นที่เชื่อมโยงความทรงจำร่วมของคนในท้องถิ่น เมื่อวัดมีรากเก่าลึกและได้รับการบูรณะโดยชนชั้นนำในสมัยรัตนโกสินทร์ ก็ยิ่งทำให้วัดมีความหมายสองชั้น คือเป็นทั้งวัดของชุมชนและวัดที่มีน้ำหนักเชิงประวัติศาสตร์ระดับจังหวัด
ข้อมูลร่วมสมัยที่ตรวจพบล่าสุดระบุว่า วัดสุรชายารามมีพระครูโสภณธรรมสังวรเป็นเจ้าอาวาส การมีเจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและยังมีข้อมูลปรากฏต่อเนื่องในช่วงหลัง เป็นหลักฐานสำคัญว่าวัดแห่งนี้ยังดำเนินบทบาทในปัจจุบันจริง มิใช่เพียงแหล่งโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่เฉย ๆ การใส่ชื่อเจ้าอาวาสล่าสุดจึงมีความสำคัญทั้งในเชิงข้อมูลใช้งานและในเชิงความน่าเชื่อถือของบทความ
สำหรับนักท่องเที่ยว วัดสุรชายารามเหมาะอย่างมากกับผู้ที่ต้องการเที่ยวราชบุรีในมุมที่ลึกกว่าการเช็กอินจุดดัง เพราะวัดแห่งนี้ให้ทั้งความสงบของวัดเก่าริมน้ำ ความเข้มข้นของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และรายละเอียดทางศิลปกรรมที่น่าสังเกต ผู้ที่ชอบสำรวจความหมายของชื่อวัด ภูมิหลังของชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับภูมิประเทศจะรู้สึกได้ทันทีว่าวัดสุรชายารามเป็นวัดที่ “มีเรื่องให้เล่า” มากกว่าวัดทั่วไป
อีกจุดเด่นหนึ่งคือวัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองราชบุรีมากนัก จึงสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นได้ง่าย เช่น วัดโคกหม้อ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร และย่านตลาดเก่าในเมือง วิธีนี้ช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจเมืองราชบุรีผ่านทั้งวัด ชุมชน ภูมิประเทศ และอาหารท้องถิ่นไปพร้อมกัน ทำให้การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการแวะสถานที่ แต่เป็นการเชื่อมเรื่องราวของเมืองอย่างเป็นระบบ
การเดินทาง วัดสุรชายารามตั้งอยู่ในตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี เมื่อเข้าสู่เขตตัวเมืองราชบุรีแล้วให้ใช้ถนนหมายเลข 3089 หรือถนนคฑาธรมุ่งหน้าไปทางตำบลหลุมดิน ขับตรงไปราว 5 กิโลเมตรจะพบวัดอยู่ทางซ้ายมือ เส้นทางนี้ถือว่าเดินทางสะดวกสำหรับรถยนต์ส่วนตัว และหากมาจากตัวเมืองราชบุรีเองก็ใช้เวลาไม่นานมากนัก
ผู้ที่วางแผนมาเยือนวัดควรแต่งกายสุภาพตามมาตรฐานการเข้าศาสนสถานไทย หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นเกินไป และควรสำรวมกิริยา โดยเฉพาะภายในพระอุโบสถและบริเวณที่มีการประกอบศาสนกิจ เพราะแม้วัดจะมีคุณค่าเชิงท่องเที่ยวสูง แต่แก่นแท้ของสถานที่ยังคงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอยู่เสมอ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนมากที่สุดคือช่วงเช้าถึงสาย และช่วงบ่ายแก่ เนื่องจากบรรยากาศริมแม่น้ำจะร่มรื่นกว่า แสงธรรมชาติก็สวยกว่า เหมาะกับทั้งการไหว้พระ การเดินชมเจดีย์ พระปรางค์ และศาลาการเปรียญไม้ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ วัดสุรชายารามจะให้ภาพที่มีความสงบ อบอุ่น และมีบริบทมากกว่าวัดที่อยู่ในเมืองอย่างเต็มตัว เพราะมีทั้งองค์ประกอบทางศิลปกรรมและบรรยากาศชุมชนริมแม่น้ำอยู่พร้อมกัน
หากสรุปให้ชัดเจน วัดสุรชายาราม ราชบุรี เป็นวัดที่มีคุณค่าครบทั้งในด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ประวัติศาสตร์ราชสำนัก ศิลปกรรม และศรัทธาทางพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้โดดเด่นจากรากเดิมของวัดหลุมดิน ความสัมพันธ์กับแหล่งดินทำเครื่องปั้นดินเผา การฟื้นฟูโดยท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาค การได้รับพระราชทานนามใหม่และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ตลอดจนองค์ประกอบสำคัญอย่างพระอุโบสถ พระเจดีย์ พระปรางค์ และศาลาการเปรียญไม้ เมื่อรวมกับบรรยากาศริมแม่น้ำแม่กลอง วัดนี้จึงเป็นหนึ่งในวัดที่มีเสน่ห์และมีความหมายมากที่สุดแห่งหนึ่งของราชบุรีอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่อยากรู้จักราชบุรีให้ลึกกว่าจุดเช็กอินกระแสหลัก วัดสุรชายารามคือคำตอบที่ชัดมาก เพราะที่นี่ไม่ได้ให้เพียงภาพของวัดเก่า แต่ให้ทั้งเรื่องราวของชุมชนหลุมดิน ประวัติศาสตร์การฟื้นฟูวัดร้าง บทบาทของชนชั้นนำในสมัยรัชกาลที่ 5 และงานศิลปกรรมที่ยังสะท้อนรสนิยมของแต่ละยุคไว้ครบถ้วน เมื่อได้มายืนอยู่ในวัดจริง เดินผ่านพระอุโบสถ เจดีย์ พระปรางค์ และศาลาไม้ แล้วมองออกไปยังแม่น้ำแม่กลอง จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมวัดแห่งนี้จึงยังคงมีคุณค่าและน่าจดจำมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดสุรชายาราม, ราชบุรี |
| ที่อยู่ | หมู่ 3 ตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี 70000 |
| สรุปสถานที่ | พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญริมแม่น้ำแม่กลอง เดิมชื่อวัดหลุมดิน มีรากประวัติอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนฟื้นฟูครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาค และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุรชายาราม” |
| จุดเด่นของสถานที่ | ประวัติวัดหลุมดิน, ความเกี่ยวข้องกับแหล่งเครื่องปั้นดินเผา, พระอุโบสถทรงเรียบไม่มีช่อฟ้าใบระกา, พระเจดีย์ 3 องค์, พระปรางค์รัตนโกสินทร์, ศาลาการเปรียญไม้พร้อมจิตรกรรมพุทธประวัติ, บรรยากาศวัดเก่าริมแม่น้ำแม่กลอง |
| ประวัติสถานที่ | เดิมชื่อวัดหลุมดิน สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่สมัยอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาคบูรณะวัดใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2427 และได้รับพระราชทานนามว่า “วัดสุรชายาราม” พร้อมยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2427 |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระอุโบสถ, พระประธานปางสมาธิขัดสมาธิเพชร, พระอัครสาวก, พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร, พระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทร์, พระเจดีย์, พระปรางค์, ศาลาการเปรียญไม้, จิตรกรรมฝาผนัง |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดหลุมดินตามภูมิประเทศปากคลองหลุมดินซึ่งมีดินดีเหมาะกับการทำเครื่องปั้นดินเผา ก่อนจะได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุรชายาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 5 |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลล่าสุด | พระครูโสภณธรรมสังวร |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | โปรดสอบถามวัดก่อนเดินทาง |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด, พื้นที่สักการะ, ทางเดินภายในวัด, ศาลาการเปรียญ, พื้นที่จอดรถในเขตวัดและชุมชนใกล้เคียง, ท่าน้ำและบรรยากาศริมแม่น้ำ |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษมเข้าสู่ตัวเมืองราชบุรี แล้วใช้ถนนหมายเลข 3089 หรือถนนคฑาธรไปทางตำบลหลุมดิน ประมาณ 5 กิโลเมตรจากตัวเมือง วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ |
| สถานะปัจจุบัน | ยังใช้งานตามปกติและยังมีบทบาททางศาสนาในชุมชน |
| เบอร์ติดต่อวัด | 032-312-951, 032-337-155 |
| โซน | โซนหลุมดิน / ริมแม่น้ำแม่กลอง / อำเภอเมืองราชบุรี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. วัดโคกหม้อ – ประมาณ 2 กม. – โซนหลุมดิน / เครื่องปั้นดินเผา 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี – ประมาณ 6 กม. – โซนเมืองเก่า / ประวัติศาสตร์ 3. วัดมหาธาตุวรวิหาร – ประมาณ 6 กม. – โซนศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมือง 4. ตลาดเก่าโคยกี๊ – ประมาณ 6 กม. – โซนย่านการค้าเก่าและของกินเมือง 5. ศาลหลักเมืองราชบุรี – ประมาณ 6 กม. – โซนศูนย์กลางเมือง / ศักดิ์สิทธิ์ |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. The Mae Klong Cafe and Restaurant – ประมาณ 5 กม. – โซนริมแม่น้ำ / คุ้งกระถิน – โทร 062-924-6632, 095-359-9463 2. บะหมี่ก๋ำเช้ง – ประมาณ 6 กม. – โซนเมืองเก่า / ร้านเก่าแก่ – โทร 032-323-278, 093-264-9856 3. R-tee Kopee – ประมาณ 6 กม. – โซนอาหารเช้า / คาเฟ่เมืองเก่า 4. เด่นไทยไอศครีม – ประมาณ 7 กม. – โซนตลาดสนามหญ้า / ของหวาน – โทร 081-001-9339 5. ป.ปลาเผา ราชบุรี – ประมาณ 9 กม. – โซนทางเข้าเมือง / อาหารไทย-อีสาน – โทร 089-882-6886, 089-172-9501, 032-737-256 |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. Rachabhura Hotel – ประมาณ 6 กม. – โซนริมแม่น้ำ / บ้านไร่ – โทร 032-919-999 2. HOP INN Ratchaburi – ประมาณ 7 กม. – โซนตัวเมือง / เดินทางสะดวก – โทร 02-080-2222 3. Numsin Hotel – ประมาณ 6 กม. – โซนกลางเมืองดั้งเดิม – โทร 032-337-551 4. Space 59 Hotel – ประมาณ 7 กม. – โซนตัวเมือง / โมเดิร์นลอฟต์ – โทร 085-263-4848, 081-638-1909, 082-242-2092 5. Vanilla River – ประมาณ 6 กม. – โซนริมแม่น้ำ / เมืองเก่า – โทร 092-262-8264 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสุรชายารามมีประวัติอย่างไร?
ตอบ: วัดสุรชายารามเดิมชื่อวัดหลุมดิน สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาหรือเก่ากว่านั้น ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาคได้ฟื้นฟูวัดขึ้นใหม่ และได้รับพระราชทานนามว่า “วัดสุรชายาราม” พร้อมยกฐานะเป็นพระอารามหลวงใน พ.ศ. 2427
ถาม: ทำไมวัดสุรชายารามจึงเคยชื่อวัดหลุมดิน?
ตอบ: เพราะวัดตั้งอยู่ปากคลองหลุมดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีดินดี เหมาะแก่การขุดไปทำเครื่องปั้นดินเผา ชื่อเดิมจึงสะท้อนภูมิประเทศและวิถีเศรษฐกิจของชุมชนโดยตรง
ถาม: จุดเด่นของวัดสุรชายารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติศาสตร์วัดเก่าริมแม่น้ำแม่กลอง พระอุโบสถทรงเรียบที่ไม่มีช่อฟ้าใบระกา พระเจดีย์ 3 องค์ พระปรางค์รัตนโกสินทร์ ศาลาการเปรียญไม้ และความเกี่ยวข้องกับท่านผู้หญิงอิ่ม บุนนาค
ถาม: เจ้าอาวาสล่าสุดของวัดสุรชายารามคือใคร?
ตอบ: ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจพบระบุว่าเจ้าอาวาสวัดสุรชายารามคือ พระครูโสภณธรรมสังวร
ถาม: วัดสุรชายารามอยู่ตรงไหนของราชบุรี?
ตอบ: วัดตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันตก และอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองราชบุรี
ถาม: ภายในวัดสุรชายารามมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีพระอุโบสถ พระประธานปางสมาธิ พระอัครสาวก พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทร์ พระเจดีย์ พระปรางค์ และศาลาการเปรียญไม้ที่มีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติ
ถาม: ไปวัดสุรชายารามแล้วเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ เช่น วัดโคกหม้อ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร ตลาดเก่าโคยกี๊ และศาลหลักเมืองราชบุรี ซึ่งช่วยให้การเที่ยวราชบุรีมีความต่อเนื่องทั้งด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
ทุ่งดอกไม้(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนน้ำ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(