ถ้ำแก้ว

Rating: 4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
ถ้ำแก้ว เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางปูในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่นักเดินทางสายธรรมชาติไม่ควรมองข้าม หากถ้ำพระยานครคือภาพจำของความอลังการและพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำแก้วก็คือเสน่ห์ของการสำรวจถ้ำหินปูนอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศที่ดิบ เงียบ และเต็มไปด้วยรายละเอียดของหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากเมื่อได้เห็นด้วยตาตนเอง
ตำแหน่งของถ้ำแก้วอยู่ในเส้นทางเดียวกับถ้ำพระยานคร แต่ถึงก่อนประมาณ 3 กิโลเมตร โดยอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาหุบจันทร์ในพื้นที่บ้านบางปู อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นเขตภูเขาหินปูนริมชายฝั่งที่มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ความพิเศษของพื้นที่นี้อยู่ที่การมีเทือกเขาหินปูนขนาดใหญ่ วางตัวสลับกับพื้นที่ชุ่มน้ำ ชายทะเล และชุมชนชายฝั่ง จนเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่ทั้งงดงามและมีคุณค่าในเชิงธรณีวิทยาอย่างมาก
เมื่อพูดถึงที่เที่ยวในสามร้อยยอด หลายคนมักนึกถึงถ้ำพระยานครเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง พื้นที่บ้านบางปูและเทือกเขาใกล้เคียงยังมีถ้ำอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ และถ้ำแก้วก็เป็นหนึ่งในถ้ำที่ได้รับการพูดถึงมากในหมู่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ เพราะมีลักษณะการเที่ยวที่ต่างออกไป ไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นไปชมจุดเด่นเพียงจุดเดียว แต่เป็นประสบการณ์ของการเดินเข้าสู่ความมืดภายในถ้ำ การใช้ไฟฉายส่องทาง การสังเกตซอกหิน หลุมบ่อ เสาหิน และประกายสะท้อนของผิวหินที่ทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่า “ถ้ำแก้ว”
ถ้ำแก้วเป็นถ้ำหินปูนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติยาวนานนับล้านปี น้ำฝนที่มีความเป็นกรดอ่อนตามธรรมชาติจะค่อย ๆ ซึมผ่านชั้นหินปูนและละลายเนื้อหินออกไปทีละน้อย เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะก่อให้เกิดโพรง ถ้ำ ทางน้ำใต้ดิน และลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ซึ่งพบได้ชัดในเขตเขาสามร้อยยอด ภายในโพรงถ้ำที่มีน้ำแร่หยดผ่านอยู่สม่ำเสมอ แร่แคลไซต์จะค่อย ๆ สะสมตัวจนกลายเป็นหินงอก หินย้อย เสาหิน หินปูนฉาก และหินน้ำไหลที่สร้างความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ถ้ำ
จุดเด่นสำคัญของถ้ำแก้วคือความระยิบระยับของผิวหินภายในถ้ำเมื่อถูกแสงไฟส่อง บางช่วงของหินงอกหินย้อยจะให้ความรู้สึกราวกับมีเกล็ดแก้วหรือเกล็ดเพชรเกาะอยู่บนผิวหิน เมื่อแสงจากไฟฉายตกกระทบ พื้นผิวเหล่านี้จะสะท้อนแสงเป็นประกายละเอียด ทำให้บรรยากาศภายในถ้ำดูน่าตื่นตาและไม่เหมือนถ้ำทั่วไป ลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้ถ้ำได้รับชื่อว่า “ถ้ำแก้ว” และกลายเป็นชื่อที่ทั้งจดจำง่ายและสะท้อนจุดเด่นของสถานที่ได้อย่างชัดเจน
ในด้านประวัติของถ้ำแก้ว มีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาว่าเดิมมีพระธุดงค์รูปหนึ่งเข้าไปในป่าเพื่อหาสถานที่นั่งวิปัสสนาและได้พบปากถ้ำแห่งนี้ ต่อมามีนายบ่าย ซึ่งไม่ปรากฏนามสกุลแน่ชัด ได้หลงเข้าไปในถ้ำและพบกับความงดงามของหินงอกหินย้อยภายใน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ผิวหินจะชุ่มและเกิดประกายสวยงามเป็นพิเศษ เรื่องเล่านี้ทำให้ถ้ำแก้วไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังมีมิติของประวัติการค้นพบและความทรงจำร่วมของคนในพื้นที่อีกด้วย
พื้นที่รอบถ้ำแก้วยังมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาอย่างมาก เพราะบริเวณนี้เป็นเขตภูมิประเทศแบบคาสต์ที่พัฒนาเด่นชัด หินปูนในพื้นที่สามารถละลายน้ำได้ ทำให้เกิดลักษณะผิวหินขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ เต็มไปด้วยหลุมบ่อ รอยแยก และโพรงที่พัฒนาต่อเนื่องเป็นระบบถ้ำและทางน้ำใต้ดิน ถ้ำแก้วจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเที่ยวถ้ำ แต่ยังเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องภูมิประเทศหินปูนและวิวัฒนาการของเปลือกโลกด้วย
ข้อมูลทางธรณีวิทยาระบุว่าหินปูนในบริเวณถ้ำแก้วมีซากดึกดำบรรพ์พวกฟูซูลินิดและแบรคิโอพอด อายุอยู่ในช่วงเพอร์เมียนตอนกลาง หรือราว 253 ล้านปีมาแล้ว บางช่วงมีหินดินดานและหินทรายแทรกสลับอยู่ด้วย สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่สามร้อยยอดในอดีตเคยเป็นสภาพแวดล้อมทะเลตื้น ก่อนจะผ่านกระบวนการยกตัว การกัดเซาะ และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาจนกลายเป็นภูเขาหินปูนและระบบถ้ำที่เราเห็นในปัจจุบัน
ลักษณะทางกายภาพของถ้ำแก้วทำให้การเที่ยวที่นี่มีความต่างจากถ้ำที่เดินชมง่ายแบบทั่วไป เพราะแม้ระยะจากเชิงเขาถึงปากถ้ำจะไม่ไกลมากนัก โดยเดินขึ้นเขาประมาณ 128 เมตร แต่เมื่อเข้าสู่ภายในถ้ำแล้ว สภาพเส้นทางจะเปลี่ยนไปทันที ภายในค่อนข้างมืด มีหลุมบ่อ มีซอกหินลึก และบางช่วงของทางเดินมีลักษณะแคบหรือชัน จึงต้องอาศัยความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ผู้มาเยือนควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี และควรหลีกเลี่ยงการเข้าชมโดยไม่มีเจ้าหน้าที่นำทาง
เหตุผลที่ควรมีเจ้าหน้าที่นำทาง ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสะดวก แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง เพราะภายในถ้ำมีความซับซ้อนกว่าที่เห็นจากภายนอก เส้นทางบางช่วงอาจทำให้สับสนได้ง่าย และในพื้นที่ยังมีลูกศรบอกทางสำหรับกำหนดทิศเข้าและทิศออกอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงควรเดินตามลูกศรที่กำหนดเท่านั้น ไม่ควรแยกออกนอกเส้นทาง เพราะอาจทำให้หลงหรือเกิดอันตรายจากซอกหินและพื้นต่างระดับภายในถ้ำได้
อีกประเด็นที่ควรย้ำคือเรื่องไฟฉาย การเข้าถ้ำแก้วไม่ควรใช้แหล่งสว่างเพียงจุดเดียว เพราะเมื่อเข้าไปลึกขึ้น ความมืดจะมีมากจนการมองเห็นด้วยแสงภายนอกแทบเป็นไปไม่ได้ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือแต่ละคนควรมีไฟฉายคนละกระบอก เพื่อให้สามารถช่วยกันส่องทาง มองพื้น และมองผนังถ้ำได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน แสงไฟฉายนี่เองที่จะทำให้ได้เห็นความงดงามแท้จริงของหินภายในถ้ำ เมื่อแสงสาดไปกระทบผิวหินที่มีแร่สะสมอยู่ ก็จะเกิดประกายระยับที่เป็นจุดเด่นที่สุดของถ้ำแก้ว
ภายในถ้ำแก้วมีตะกอนถ้ำสะสมอยู่มาก ทั้งหินงอก หินย้อย เสาหิน และธารน้ำไหล หินบางส่วนมีลักษณะเป็นม่าน บางส่วนเป็นแท่ง บางส่วนเป็นผนังที่ดูเหมือนน้ำตกแข็งตัว การเห็นองค์ประกอบเหล่านี้ในสภาพแสงไฟฉายจะทำให้เกิดมิติของเงาและแสงที่น่าสนใจมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมองว่าถ้ำแก้วเป็นถ้ำที่ให้ประสบการณ์ใกล้ชิดกับเนื้อแท้ของถ้ำหินปูนมากกว่าจุดท่องเที่ยวเชิงแลนด์มาร์กเพียงอย่างเดียว
บรรยากาศของการเที่ยวถ้ำแก้วต่างจากการเที่ยวชายหาดหรือจุดชมวิวอย่างชัดเจน เพราะที่นี่มีความรู้สึกของการสำรวจอยู่เต็มตัว ตั้งแต่ช่วงทางแยกจากเส้นทางถ้ำพระยานคร เข้าสู่ถนนย่อย แล้วค่อย ๆ เดินขึ้นเขาไปสู่ปากถ้ำ เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน ความสว่างภายนอกจะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยโลกอีกแบบที่เงียบ เย็น และเต็มไปด้วยพื้นผิวหินที่ธรรมชาติใช้เวลาสร้างมาอย่างยาวนาน ความรู้สึกนี้ทำให้ถ้ำแก้วเหมาะกับคนที่ไม่ได้มองหาเพียงจุดถ่ายภาพสวย ๆ แต่ต้องการประสบการณ์ของการ “เข้าไปอยู่ในถ้ำจริง ๆ”
ในแง่ของระบบนิเวศ ถ้ำแก้วยังเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ปรับตัวกับความมืดและความชื้น เช่น ค้างคาว แมลง และสัตว์ขนาดเล็กบางประเภท แม้ผู้มาเยือนอาจไม่ได้สังเกตเห็นทั้งหมด แต่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศถ้ำ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการท่องเที่ยวจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดังเกินควร ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำลายสภาพแวดล้อมที่เปราะบางภายในถ้ำ
การเดินทาง ไปยังถ้ำแก้วจากกรุงเทพฯ สามารถขับรถผ่านเพชรบุรี ชะอำ และหัวหิน ก่อนใช้ทางหลวงหมายเลข 3219 มุ่งหน้าไปยังอำเภอสามร้อยยอด เมื่อถึงหลักกิโลเมตรประมาณ 286.5 ให้เลี้ยวเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จากนั้นใช้เส้นทางชนบท ปช.4020 ตามป้ายบอกทางไปถ้ำพระยานคร เมื่อถึงสี่แยกที่ทางซ้ายไปถ้ำพระยานครและทางขวาไปวัดหุบตาโคตร ให้เลี้ยวซ้ายและขับต่อไปราว 1 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางไปถ้ำแก้ว จากนั้นเลี้ยวเข้าไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วจึงเดินขึ้นเขาไปยังปากถ้ำ
แม้ระยะทางโดยรวมจะไม่ไกลมากเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในจังหวัด แต่ถ้ำแก้วไม่ใช่สถานที่ที่ควรไปแบบรีบร้อน ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับการติดต่อเจ้าหน้าที่ การเตรียมไฟฉาย และการเดินอย่างระมัดระวังภายในถ้ำ หากไปช่วงสายเกินไปอาจเหลือเวลาสำรวจไม่มากนัก ขณะเดียวกันหากไปในช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็อาจทำให้การจัดการเวลาขากลับทำได้ยากกว่าเดิม
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวถ้ำแก้วมี 2 ลักษณะ หากต้องการเดินสะดวกและลดความเสี่ยงจากพื้นลื่น ช่วงฤดูแล้งหรือวันที่ฝนไม่ตกจะเหมาะกว่า แต่ถ้าพูดถึงความสวยของหินภายในถ้ำ หลายคนมองว่าช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่ความชื้นในถ้ำสูงขึ้นจะช่วยให้ผิวหินดูมีประกายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฤดูฝนก็ย่อมมาพร้อมความลื่นและความชื้น จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างความสวยกับความปลอดภัยและวางแผนตามสภาพอากาศจริงของวันเดินทาง
ถ้ำแก้วเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินสำรวจ ชอบธรรมชาติ และพร้อมรับสภาพเส้นทางที่ไม่ได้สบายแบบทางเดินคอนกรีตเต็มรูปแบบ ที่นี่เหมาะกับผู้ที่ยอมใช้เวลา ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ส่องไฟ และดูรายละเอียดของหินทีละจุด แต่สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า การทรงตัว หรือมีโรคประจำตัวที่ได้รับผลจากเส้นทางแคบ ชัน และมืด ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเข้าชม
ในมุมของการจัดทริป ถ้ำแก้วสามารถเที่ยวเชื่อมกับถ้ำพระยานครได้ดีมาก เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันและอยู่ในพื้นที่บ้านบางปูเช่นกัน นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเต็มวันสามารถจัดทริปแบบเริ่มจากจุดธรรมชาติเบากว่า เช่น ชายหาดและจุดชมวิว ก่อนค่อยเข้าสู่ถ้ำ หรือหากต้องการเที่ยวเชิงถ้ำจริงจัง ก็สามารถวางลำดับให้ถ้ำแก้วเป็นจุดหลัก แล้วค่อยต่อด้วยถ้ำพระยานครหรือแวะวัดบางปูและถ้ำน้ำทิพย์เพื่อเติมมิติของการเที่ยวให้ครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และชุมชน
ถ้ำแก้วจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของเขาสามร้อยยอด แต่เป็นปลายทางที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นเสน่ห์อีกแบบของประจวบคีรีขันธ์ เสน่ห์ที่ไม่ใช่ทะเลหรือรีสอร์ตริมชายหาด แต่เป็นโลกใต้ภูเขาที่มืด เงียบ และเต็มไปด้วยความงดงามจากเวลาหลายร้อยหลายพันปี หากคุณต้องการประสบการณ์เที่ยวถ้ำที่จริงจังกว่าเดิม และอยากเห็นหินงอกหินย้อยที่ระยิบระยับราวเกล็ดแก้วเมื่อกระทบแสงไฟ ถ้ำแก้วคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางของคุณอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำแก้ว |
| ที่ตั้ง | บ้านบางปู อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ |
| สรุปสถานที่ | ถ้ำหินปูนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีหินงอกหินย้อยจำนวนมาก และมีชื่อเสียงจากประกายระยิบระยับของผิวหินเมื่อส่องไฟฉาย |
| จุดเด่นของสถานที่ | หินงอกหินย้อยคล้ายเกล็ดแก้ว เสาหินภายในถ้ำ ความเข้มขลังของบรรยากาศถ้ำจริง และประสบการณ์การสำรวจแบบมีเจ้าหน้าที่นำทาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ใช้บัตรเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด 1 วัน คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| การเดินทาง | จากหัวหินใช้ทางหลวง 3219 มุ่งหน้าสามร้อยยอด แล้วเลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดตามหลักกิโลเมตรประมาณ 286.5 ใช้ถนน ปช.4020 ไปทางบ้านบางปูและทางเดียวกับถ้ำพระยานคร จากนั้นแยกเข้าถ้ำแก้วและเดินขึ้นเขาประมาณ 128 เมตร |
| ข้อควรระวัง | ภายในถ้ำมืดมาก มีหลุมบ่อ ซอกหินลึก และบางช่วงแคบชัน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง สวมรองเท้าผ้าใบ และใช้ไฟฉายคนละกระบอก |
| เบอร์ติดต่ออุทยาน | 032-821568 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) ถ้ำพระยานคร – 3 กม. 2) หาดแหลมศาลา – 4 กม. 3) วัดบางปู – 3 กม. 4) ถ้ำน้ำทิพย์ – 3 กม. 5) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด (ศูนย์บริการ/ที่ทำการ) – 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวลุงไสว ซีฟู้ด – 10 กม. – 032-821-323 2) เจ๊แมว ซีฟู้ด สามร้อยยอด – 11 กม. – 032-821-002 3) ครัวชมทะเล สามร้อยยอด – 12 กม. – 032-821-167 4) ครัวบ้านปู – 3 กม. – 032-821-555 5) ร้านอาหารเขาแดงซีฟู้ด – 15 กม. – 032-821-223 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Dolphin Bay Resort – 12 กม. – 032-559-609 2) Sam Roi Yod Holiday Resort – 13 กม. – 032-559-344 3) Blue Beach Resort – 12 กม. – 032-559-401 4) Beach Box Resort – 11 กม. – 032-559-124 5) Long Beach Inn – 12 กม. – 032-559-168 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำแก้วอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำแก้วอยู่บริเวณบ้านบางปู ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถาม: ถ้ำแก้วต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางหรือไม่?
ตอบ: ควรมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพราะภายในถ้ำมืดมาก มีหลุมบ่อ ซอกหินลึก และบางช่วงของเส้นทางค่อนข้างแคบและชัน
ถาม: จุดเด่นของถ้ำแก้วคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหินงอกหินย้อยที่มีประกายระยิบระยับเมื่อถูกแสงไฟฉายส่อง คล้ายเกล็ดแก้วหรือเกล็ดเพชร จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำแก้ว
ถาม: ต้องเตรียมอะไรไปเที่ยวถ้ำแก้ว?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี น้ำดื่ม และไฟฉาย โดยแนะนำให้แต่ละคนมีไฟฉายคนละกระบอกเพื่อความปลอดภัย
ถาม: ถ้ำแก้วอยู่ใกล้ถ้ำพระยานครหรือไม่?
ตอบ: อยู่ใกล้กัน โดยถ้ำแก้วอยู่ในเส้นทางเดียวกับถ้ำพระยานคร และถึงก่อนประมาณ 3 กิโลเมตร
ถาม: เที่ยวถ้ำแก้วช่วงไหนดี?
ตอบ: ควรไปช่วงกลางวันในวันที่อากาศดี เพื่อให้เดินทางสะดวกและมีเวลาเพียงพอสำหรับการเข้าชมและเดินกลับออกมาก่อนมืด
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage


หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนน้ำ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(