อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
Rating: 4.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:30 น.
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือหนึ่งในจุดชมช้างป่าที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าขนาดใหญ่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี ระบบนิเวศที่ยังอุดมสมบูรณ์ และกิจกรรมส่องสัตว์ป่าที่เป็นไฮไลต์สำคัญ ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชมช้างป่ามากที่สุดคือช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็น เพราะเป็นเวลาที่ช้างและสัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินบริเวณทุ่งหญ้าเปิด
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นหนึ่งในผืนป่าที่มีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันตกของประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารขนาดใหญ่แล้ว ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะช้างป่าที่ทำให้อุทยานแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความพิเศษของกุยบุรีไม่ได้อยู่เพียงแค่การได้เห็นช้างป่าในธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรยากาศของป่าผืนใหญ่ที่ยังคงความสมบูรณ์ มีเทือกเขาสลับซับซ้อน ทุ่งหญ้าเปิด น้ำตก และเส้นทางที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสธรรมชาติในมิติที่ลึกกว่าการมาเที่ยวแบบผ่าน ๆ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีพื้นที่ครอบคลุมหลายท้องที่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ ตำบลเขาจ้าง อำเภอปราณบุรี ตำบลศิลาลัย ตำบลศิลาลอย ตำบลไร่เก่า ตำบลไร่ใหม่ ในพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับอำเภอสามร้อยยอดและปราณบุรี ตลอดจนตำบลหาดขาม ตำบลสามกระทาย ตำบลกุยบุรี ตำบลบ่อนนอก ตำบลอ่าวน้อย ตำบลเกาะหลัก และตำบลคลองวาฬ ในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ รวมพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 605,625 ไร่ นับเป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของภูมิภาคอย่างมาก เพราะทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งต้นน้ำ แหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืช และพื้นที่รองรับความหลากหลายของสัตว์ป่า
ประวัติการก่อตั้งอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีความเกี่ยวข้องกับความกังวลด้านการสูญเสียพื้นที่ป่าในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานภาครัฐพบว่าพื้นที่ป่าหลายแห่งกำลังถูกบุกรุกและลดลงอย่างต่อเนื่อง กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณวนอุทยานปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า–คลองคอย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 การสำรวจดังกล่าวพบว่าพื้นที่บริเวณนี้ยังคงมีความสมบูรณ์สูง เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับแนวชายแดนเมียนมาในส่วนของเทือกเขาตะนาวศรี และมีคุณค่าต่อการอนุรักษ์อย่างยิ่ง
ผลการสำรวจในเวลาต่อมาชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ของกุยบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่หนาแน่น และยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นมีการบุกรุกพื้นที่บางส่วนเพื่อเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำไร่สับปะรดและใช้เป็นที่อยู่อาศัยของราษฎร กรมป่าไม้จึงผลักดันกระบวนการอนุรักษ์อย่างจริงจัง จนนำไปสู่การเสนอให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพิจารณากำหนดพื้นที่ป่ากุยบุรีเป็นอุทยานแห่งชาติ และท้ายที่สุดได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2542
เมื่อพิจารณาในเชิงภูมิศาสตร์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีถือเป็นผืนป่าที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเป็นแนวป่าที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความหลากหลายของระดับความสูง ภูเขา หุบเขา ลำห้วย และทุ่งหญ้าเปิด ทำให้พื้นที่แห่งนี้รองรับสิ่งมีชีวิตจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม ป่าดิบชื้นช่วยรักษาความชุ่มชื้นและต้นน้ำ ป่าดิบแล้งช่วยคงสภาพระบบนิเวศในช่วงฤดูกาลเปลี่ยนผ่าน ส่วนป่าเบญจพรรณก็เป็นพื้นที่สำคัญของสัตว์กินพืชและสัตว์ผู้ล่าหลายชนิด
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีชื่อเสียงโดดเด่นมาก คือการเป็นแหล่งชมช้างป่าที่มีโอกาสพบเห็นได้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ในไทย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่มักตั้งใจมาสัมผัสประสบการณ์ชมช้างป่าออกหากินในทุ่งหญ้าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยระบบการเข้าชมจะเน้นความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า ผู้มาเยือนจะไม่ขับรถเข้าไปส่องสัตว์กันเองในพื้นที่แกนหลัก แต่จะใช้บริการรถนำเที่ยวหรือรถของเจ้าหน้าที่ในเส้นทางที่จัดไว้ ซึ่งช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่รบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์มากเกินไป
ช่วงเวลาชมช้างป่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็น เพราะเป็นเวลาที่ช้างป่า กระทิง และสัตว์กินพืชอื่น ๆ มักออกมาหากินในบริเวณทุ่งหญ้าเปิด ช่วงเวลานี้จึงเหมาะสำหรับการชมสัตว์และการถ่ายภาพธรรมชาติเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาถึงอุทยานในช่วงสายหรือเที่ยง จากนั้นจึงเตรียมตัวเข้าสู่กิจกรรมชมสัตว์ป่าในช่วงบ่าย เพื่อให้มีเวลาจัดการเรื่องตั๋ว ค่าใช้บริการรถ และรับฟังคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ก่อนออกเดินทาง
นอกจากช้างป่าแล้ว อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังเป็นบ้านของสัตว์ป่าอีกหลายชนิด เช่น กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง ลิง ค่าง และนกนานาชนิด ความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ และทำให้กุยบุรีไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งชมช้าง แต่ยังเป็นพื้นที่ศึกษาธรรมชาติที่เหมาะกับผู้สนใจเรื่องสัตว์ป่า การอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย ผู้ที่ชื่นชอบการสังเกตธรรมชาติจะพบว่าความเงียบสงบของพื้นที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การเดินทางอย่างมาก เพราะแม้จะไม่ได้พบสัตว์ทุกชนิดในคราวเดียว แต่ประสบการณ์ของการได้เข้าไปอยู่ท่ามกลางป่าผืนใหญ่ก็มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว
ภายในอุทยานยังมีจุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะน้ำตกดงมะไฟ ซึ่งเป็นน้ำตกที่ลดหลั่นลงมาถึง 15 ชั้นจากต้นน้ำกุยบุรีแพรกขวา ลักษณะพื้นหินเป็นหินแกรนิตและมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นได้ในบางช่วง บรรยากาศสองฝั่งลำธารเต็มไปด้วยป่าไม้ที่ให้ความร่มรื่น น้ำใสสะอาด และเหมาะกับการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ อีกแห่งคือ น้ำตกผาหมาหอน ซึ่งเป็นน้ำตก 3 ชั้นที่เกิดจากต้นน้ำกุยบุรีแพรกซ้าย มีลักษณะเป็นหน้าผาลาดชันเกือบตั้งฉาก มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่บริเวณตอนกลาง และมีพรรณไม้จำพวกเฟิร์นและปาล์มขึ้นอยู่จำนวนมาก ทำให้บรรยากาศดูสดชื่นและเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติ
การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติกุยบุรีโดยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ โดยสามารถเริ่มจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางลงใต้ผ่านเพชรบุรี ชะอำ และหัวหิน จากนั้นมุ่งหน้าไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตามเส้นทางหลัก เมื่อเข้าสู่เขตกุยบุรีแล้วจึงใช้เส้นทางเชื่อมไปยังพื้นที่อุทยานตามป้ายบอกทาง ในช่วงปลายทางบางส่วนอาจมีสภาพถนนที่เปลี่ยนจากลาดยางเป็นถนนลูกรังหรือถนนภายในพื้นที่ป่า การขับขี่จึงควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งพื้นผิวถนนอาจเปียกลื่นและมีร่องน้ำในบางจุด
การเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนแบบรอบคอบ ควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้ถึงอุทยานก่อนช่วงเวลาชมสัตว์ป่า และควรเตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ กล้องส่องทางไกล หรืออุปกรณ์ถ่ายภาพให้พร้อม หากตั้งใจชมช้างป่าเป็นหลัก การไปถึงก่อนบ่ายเล็กน้อยจะช่วยให้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น อีกทั้งยังลดความเร่งรีบเมื่อต้องติดต่อเจ้าหน้าที่หรือจัดการเรื่องการเข้าร่วมกิจกรรมส่องสัตว์
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างเคารพพื้นที่ ไม่ใช่การท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมรวดเร็วหรือถ่ายรูปเพียงไม่กี่จุดแล้วเดินทางกลับ แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับป่า อยู่กับความเงียบ และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติค่อย ๆ เผยตัวเองให้เห็น การได้เห็นช้างป่าค่อย ๆ เดินออกจากแนวป่าเข้าสู่ทุ่งหญ้า การได้มองเห็นกระทิงอยู่ไกล ๆ หรือการได้ยินเสียงของป่าก่อนพระอาทิตย์ตก ล้วนเป็นรายละเอียดที่ทำให้กุยบุรีมีเสน่ห์แตกต่างจากอุทยานทั่วไป
สำหรับผู้ที่อยากขยายทริปให้เต็มมากขึ้น พื้นที่รอบอุทยานยังเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้สะดวก ทั้งวัดริมทะเล อุทยานทางทะเล แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ชายหาด และที่พักริมทะเลที่เหมาะกับการต่อยอดการเดินทางให้เป็นทริป 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืนได้ไม่ยาก จึงกล่าวได้ว่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของคนรักสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้การเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ในแนวธรรมชาติและเรียนรู้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
เมื่อพิจารณาทั้งในด้านประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ ความสำคัญเชิงระบบนิเวศ และคุณค่าด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การรู้จักอย่างลึกซึ้ง เพราะที่นี่สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์ป่าผืนใหญ่ไม่ได้มีความหมายเพียงการรักษาต้นไม้หรือสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาสมดุลของธรรมชาติ รักษาแหล่งต้นน้ำ และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นหลังได้เห็นธรรมชาติไทยในสภาพที่ยังมีชีวิต มีการเคลื่อนไหว และยังคงส่งเสียงเรียกให้ผู้คนกลับมาเรียนรู้เสมอ
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติกุยบุรี |
| ที่ตั้ง | ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกุยบุรี อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ |
| สรุปสถานที่ | อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีชื่อเสียงด้านการชมช้างป่าและสัตว์ป่าในธรรมชาติ |
| จุดเด่นของสถานที่ | ชมช้างป่า กระทิง และสัตว์ป่าตามธรรมชาติ, ผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่, น้ำตกดงมะไฟ, น้ำตกผาหมาหอน, บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ |
| พื้นที่ | ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 605,625 ไร่ |
| ช่วงเวลาชมช้างป่า | นิยมเข้าชมช่วงบ่ายถึงเย็น ประมาณ 14:00 – 18:30 น. เพราะเป็นช่วงที่ช้างป่าและสัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินบริเวณทุ่งหญ้า |
| การเดินทาง | เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ผ่านเพชรบุรี ชะอำ หัวหิน และเข้าสู่เขตกุยบุรี จากนั้นใช้เส้นทางตามป้ายเข้าสู่อุทยาน โดยช่วงปลายทางบางส่วนเป็นถนนภายในพื้นที่ป่า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามเวลาทำการ และมีบริการกิจกรรมชมสัตว์ป่าตามรอบที่กำหนด |
| เบอร์ติดต่อ | 032-611-275 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด – ประมาณ 55 กม. – โทร 032-821-568 2. วัดอ่าวน้อย – ประมาณ 58 กม. – โทร 032-603-979 3. อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ – ประมาณ 68 กม. – โทร 032-661-098 ถึง 101, 032-661-103 ต่อ 0 4. อ่าวมะนาว – ประมาณ 75 กม. – โทร 032-661-088 5. อุทยานแห่งชาติหาดวนกร – ประมาณ 90 กม. – โทร 063-142-1121 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. Kuiburi Restaurant – ประมาณ 34 กม. – โทร 089-166-1668 2. ร้านอาหารบ่อดิน Kuiburi – ประมาณ 36 กม. – โทร 097-047-3984 3. ครัวชมวาฬ ชายทะเลบ่อนอก – ประมาณ 41 กม. – โทร 061-070-1993, 082-664-2406 4. ทรายแก้วซีฟู้ด กุยบุรี – ประมาณ 43 กม. – โทร 090-792-7725 5. ครัวแหลมทองซีฟู้ด – ประมาณ 52 กม. – โทร 089-549-4992 |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1. Tolani Resort Kui Buri – ประมาณ 46 กม. – โทร 032-510-466 2. Dhevan Dara Beach Villa Kuiburi – ประมาณ 42 กม. – โทร 032-820-141 3. Kuiburi Hotel & Resort – ประมาณ 34 กม. – โทร 032-820-111 4. Vartika Resovilla Kuiburi Beach Resort and Villas – ประมาณ 44 กม. – โทร 032-820-167 5. Nishaville Resort – ประมาณ 73 กม. – โทร 032-616-333 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ กุยบุรี ปราณบุรี สามร้อยยอด และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
ถาม: อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีชื่อเสียงเรื่องอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญที่สุดคือการเป็นแหล่งชมช้างป่าที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมช้างป่า กระทิง และสัตว์ป่าในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
ถาม: ชมช้างป่ากุยบุรีช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเวลาที่นิยมที่สุดคือประมาณ 14:00 – 18:30 น. เพราะเป็นช่วงที่ช้างป่าและสัตว์ป่าอื่น ๆ มักออกมาหากินบริเวณทุ่งหญ้า ทำให้มีโอกาสพบเห็นได้มากขึ้น
ถาม: ภายในอุทยานมีอะไรนอกจากการชมช้างป่าบ้าง?
ตอบ: ภายในอุทยานยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ น้ำตกดงมะไฟ น้ำตกผาหมาหอน พื้นที่ป่าต้นน้ำ และเส้นทางสำหรับการศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ถาม: การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติกุยบุรีสะดวกไหม?
ตอบ: การเดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว เพราะเส้นทางช่วงสุดท้ายต้องเข้าสู่ถนนในพื้นที่ป่า การไปถึงก่อนช่วงบ่ายจะช่วยให้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมชมสัตว์ป่าได้มากขึ้น
ถาม: สามารถเที่ยวอุทยานแห่งชาติกุยบุรีแบบค้างคืนได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถวางแผนเที่ยวแบบค้างคืนได้ โดยนิยมพักในพื้นที่กุยบุรี บ่อนอก อ่าวน้อย หรือฝั่งเมืองประจวบคีรีขันธ์ แล้วค่อยเข้าอุทยานเพื่อชมสัตว์ป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ถาม: สถานที่ใกล้เคียงที่สามารถเที่ยวต่อจากกุยบุรีมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: หากต้องการต่อยอดทริป สามารถเที่ยวต่อไปยังอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด วัดอ่าวน้อย อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ อ่าวมะนาว และอุทยานแห่งชาติหาดวนกรได้

หมวดหมู่:
กลุ่ม: