ถ้ำแกลบ

ถ้ำแกลบ

ถ้ำแกลบ
Rating: 2.3/5 (91 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
ถ้ำแกลบ เป็นถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ภายในบริเวณ วัดบุญทวี เชิงเขาหลวงด้านทิศใต้ (ต.ธงชัย อ.เมืองเพชรบุรี) จุดเด่นไม่ใช่ความอลังการของโพรงถ้ำแบบถ้ำใหญ่ แต่คือ “ชั้นเรื่องเล่า” ที่สืบต่อในชุมชน โดยเฉพาะตำนานแกลบที่มากองซ้ำทุกเช้าและตำนานเมืองลับแล/เมืองผู้หญิงล้วนซึ่งสะท้อนคติเรื่องสัจจะ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในครอบครัว และความกลัวต่อโลกที่มองไม่เห็น การมาเยือนจึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวเมืองเพชรบุรีแบบลึกขึ้น เดินดูพื้นที่จริง แล้วอ่านความหมายทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
 
ถ้ำแกลบ (วัดบุญทวี – เชิงเขาหลวงด้านทิศใต้, อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี) เป็นที่เที่ยวเชิงเรื่องเล่าที่ชวนให้ “เดินช้าแล้วคิดลึก” เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าอาจเป็นถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน ลักษณะภายนอกคล้ายหลืบในซอกหิน มีคูหาย่อย ๆ แทรกอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ถ้ำแกลบมีน้ำหนักในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคือชั้นความทรงจำของชุมชนและตำนานที่เล่าซ้ำมาหลายชั่วคน วัดในพื้นที่เดียวกันนี้เคยถูกเรียกติดปากว่า “วัดถ้ำแกลบ” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดบุญทวี” ในเวลาต่อมา ทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่ค้นหาข้อมูลจะพบชื่อสองชุดนี้อยู่ร่วมกันเสมอ และยิ่งตอกย้ำว่าพื้นที่เชิงเขาหลวงไม่ได้มีแต่ถ้ำขนาดใหญ่ที่คนรู้จักทั่วประเทศ หากยังมีถ้ำเล็กที่เป็นเหมือน “สมุดบันทึกความเชื่อ” ของเมืองเพชรบุรีซ่อนอยู่ด้วย
 
ตัวถ้ำแกลบในปัจจุบันสะท้อนภาพ “การปรับใช้พื้นที่ธรรมชาติให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม” อย่างชัดเจน จากคูหาธรรมชาติที่เคยเป็นโพรงหินตื้นลึกต่างกัน ถูกดัดแปลงให้เป็นห้อง ๆ มีประตูเปิดปิดได้ บางคูหาที่ตื้นถูกจัดวางพระพุทธรูปไว้ให้เป็นจุดสักการะ ขณะที่ส่วนบนของถ้ำและซอกเขาบางช่วงมีการเทคอนกรีตเป็นคานทำพื้นแทนหลังคา และตกแต่งทางเดินด้วยอิฐปูนเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ภาพรวมจึงเป็นถ้ำที่ “มีรอยมือมนุษย์” มากกว่าถ้ำที่คงสภาพธรรมชาติล้วน ๆ ข้อดีของการปรับพื้นที่ลักษณะนี้คือผู้มาเยือนเดินได้ปลอดภัยขึ้น และพื้นที่ถูกจัดระเบียบให้เหมาะกับการนั่งสงบหรือปฏิบัติธรรม แต่ในอีกด้านก็ทำให้ผิวสัมผัสธรรมชาติของถ้ำเดิมเลือนหายไปมาก นี่เป็นประเด็นที่น่าสังเกต เพราะมันชวนให้เราคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธา การใช้งานจริง และการอนุรักษ์ เมื่อพื้นที่หนึ่งถูกตีความว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และต้อง “อยู่ได้” สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ความเป็นธรรมชาติอาจถูกลดทอนเพื่อแลกกับความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ
 
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้ถ้ำแกลบยังคงเสน่ห์ ไม่ใช่ความสวยงามของหินงอกหินย้อยหรือปล่องแสงแบบถ้ำใหญ่ แต่คือ “ตำนาน” ที่เกาะอยู่กับชื่อสถานที่อย่างแนบแน่น ตำนานที่เล่ากันมาอย่างแพร่หลายกล่าวว่า ในตอนเช้าจะมีกองแกลบเหมือนมีคนนำมากองไว้หน้าถ้ำ เมื่อปัดกวาดออกไป วันรุ่งขึ้นก็จะมีกองแกลบปรากฏใหม่ซ้ำอีก จนผู้คนเชื่อว่าในถ้ำลึกเข้าไปมีผู้คนอยู่อาศัยและนำแกลบมาทิ้งไว้เป็นประจำ ชื่อ “ถ้ำแกลบ” จึงกลายเป็นชื่อที่ไม่ได้เกิดจากภูมิประเทศล้วน ๆ แต่เกิดจากการ “เล่าให้ชื่อมีชีวิต” ซึ่งเป็นรูปแบบการตั้งชื่อที่พบได้เสมอในวัฒนธรรมไทย กล่าวคือสถานที่หนึ่งจะถูกทำให้มีความหมายผ่านเหตุการณ์หรือเรื่องเล่าซ้ำ ๆ จนเรื่องเล่านั้นกลายเป็นคำอธิบายที่คนในชุมชนใช้ร่วมกัน
 
เมื่อชั้นความเชื่อเริ่มหนาขึ้น ตำนานแกลบก็ขยับไปไกลกว่าเรื่องแปลกประหลาดยามเช้า กลายเป็น “หลักฐานเชิงจินตนาการ” ที่ชี้ว่าด้านในต้องมีชุมชนเร้นลับ หรือมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ในภูเขา และจากจุดนี้เอง ตำนานถ้ำแกลบจึงเชื่อมเข้ากับตำนานเมืองลับแล/เมืองผู้หญิงล้วนหรือเมืองแม่หม้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของนิทานพื้นบ้านไทยที่ว่าด้วย “โลกที่มีกฎของตัวเอง” และ “คนภายนอกเข้าไปแล้วต้องยอมรับกติกา” ตำนานเล่าว่ามีชายคนหนึ่งเห็นคนกลุ่มหนึ่งหาบของออกจากถ้ำ เมื่อเดินออกไปสักพักก็ซ่อนของบางอย่างไว้ใกล้ปากถ้ำ แล้วหายตัวไป วันถัดมาเขาแอบดูพบเหตุการณ์ซ้ำ จึงไปดูของที่ซ่อน พบเป็นใบไม้จึงหยิบไปโยนทิ้ง ต่อมาคนกลุ่มนั้นกลับมา หาใบไม้ไม่เจอ เหลือหญิงสาวคนหนึ่งร้องไห้ ชายคนนั้นจึงไปหยิบใบไม้คืนให้ นางบอกว่าใบไม้นั้นคือ “ของสำคัญที่ทำให้กลับบ้านได้” หากไม่มีจะกลับไม่ได้ ชายจึงขอตามไปเมืองลับแลและได้อยู่กินเป็นสามีภรรยา มีลูกด้วยกัน
 
แกนของตำนานไม่ได้หยุดที่ความโรแมนติก แต่ไปจบที่ “ข้อห้ามเรื่องการพูดเท็จ” วันหนึ่งเมื่อภรรยาไม่อยู่บ้าน ชายดูแลลูก ลูกงอแงร้องหาแม่ เขาปลอบด้วยคำพูดว่าแม่กลับมาแล้ว แม่ยายได้ยินจึงบอกลูกสาวว่าสามีพูดเท็จ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงในเมืองลับแล เพราะเมืองนี้ยึด “สัจจะ” เป็นกฎสูงสุด ชายจึงต้องออกจากเมืองลับแลในที่สุด ก่อนออก นางให้ขมิ้นห่อใหญ่เป็นเสบียง เขาเดินกลับแล้วรู้สึกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จึงทิ้งขมิ้นจนเหลือเพียงแง่งเดียว เมื่อกลับถึงบ้านแง่งขมิ้นนั้นกลายเป็นทองคำบริสุทธิ์ เขาเสียดาย แต่ก็สายเกินไป
 
หากมองตำนานนี้ในเชิงวัฒนธรรม “เมืองลับแล” ทำหน้าที่เป็นภาพแทนของสังคมอุดมคติที่ตั้งอยู่บนคุณค่าหนึ่งอย่างสุดโต่ง นั่นคือความจริง/สัจจะ การโกหกแม้เพื่อปลอบเด็กก็ถูกนับเป็นการทำลายระเบียบของชุมชน นี่สะท้อนความคิดแบบชุมชนดั้งเดิมที่เชื่อว่า “คำพูด” คือทุนความน่าเชื่อถือสูงสุด เพราะสังคมที่พึ่งพากันในระดับหมู่บ้านต้องใช้ความไว้วางใจเป็นฐาน การพูดเท็จแม้เพียงเล็กน้อยจึงถูกมองว่าเป็นรอยร้าวที่อาจขยายไปทำลายระบบทั้งหมด ตำนานจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสอนศีลธรรมผ่านเรื่องเล่า โดยยกระดับความจริงให้เป็นกฎที่สูงกว่าความรัก ความเป็นพ่อ และความตั้งใจดีด้วยซ้ำ
 
ขณะเดียวกัน “เมืองผู้หญิงล้วน/เมืองแม่หม้าย” ในตำนานไทยมักสะท้อนความกังวลของสังคมชายเป็นใหญ่ต่อพื้นที่ที่ผู้หญิงมีอำนาจกำกับกติกาเอง เมืองลับแลในเรื่องนี้มีแม่ยายเป็นผู้ตัดสินความผิด และเป็นผู้ประกาศมาตรฐานศีลธรรม ขณะที่ลูกสาวแม้มีความรักก็ต้องยอมรับกฎของเมือง นี่ทำให้ตำนานทำงานสองชั้น ชั้นหนึ่งสอนเรื่องสัจจะ อีกชั้นสะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจในครอบครัวและชุมชน ที่ “ผู้ใหญ่/ผู้นำกฎ” มีสิทธิ์กำหนดชะตาของคนเข้าเมืองใหม่ คนภายนอกจึงเหมือนแรงงานต่างถิ่นหรือคนนอกชุมชนในโลกจริง ที่แม้แต่งงานเข้าบ้าน ก็ยังต้องพิสูจน์ความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมของพื้นที่
 
นอกจากนี้ ใบไม้ที่ซ่อนไว้และการ “หายตัว” มีนัยเชิงสัญลักษณ์เรื่อง “พิธีผ่านแดน” หรือการข้ามพรมแดนระหว่างโลกสองใบ ใบไม้ทำหน้าที่เหมือนบัตรผ่านทาง เป็นวัตถุเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีค่าในสายตาคนนอก แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ในระบบความเชื่อของคนในเมืองลับแล ความเข้าใจผิดของชายที่หยิบใบไม้ไปโยนทิ้งจึงสะท้อนบทเรียนคลาสสิกของตำนานพื้นบ้านว่า “อย่าตัดสินของคนอื่นด้วยมาตรฐานของตัวเอง” เพราะสิ่งที่ดูไร้สาระสำหรับเรา อาจเป็นหัวใจของการดำรงอยู่ของคนอีกโลกหนึ่ง และเมื่อชายคืนใบไม้ให้หญิงสาว เขาไม่ได้แค่ทำความดี แต่เขากลายเป็นผู้ที่ “ได้สิทธิ์” เข้าใกล้โลกเร้นลับ ซึ่งเป็นโครงสร้างเรื่องเล่าที่พบได้มากในนิทานไทยและนิทานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม
 
จุดแตกหักของเรื่องที่ชายพูดเท็จกับลูก ยังสะท้อนความตึงเครียดระหว่าง “ความจริง” กับ “ความเมตตา” ในการเลี้ยงดูเด็ก ในโลกจริง คนเลี้ยงเด็กต้องใช้คำปลอบ ใช้เรื่องเล่า ใช้การสมมติ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางใจให้เด็กเป็นปกติ แต่เมืองลับแลในตำนานกลับปฏิเสธพื้นที่สีเทานี้อย่างสิ้นเชิง ตำนานจึงชวนให้ตั้งคำถามเชิงวัฒนธรรมว่า สังคมที่ยึดสัจจะสุดโต่งจะมีที่ว่างสำหรับความรู้สึกและความเปราะบางของมนุษย์แค่ไหน และการตัดสิน “คำเท็จ” ของชายเป็นการลงโทษพฤติกรรม หรือเป็นการรักษาอัตลักษณ์ของเมืองไม่ให้ปนเปื้อนจากคนภายนอกกันแน่ ในมุมนี้ เมืองลับแลจึงคล้ายสังคมปิดที่กลัวการเปลี่ยนแปลง และใช้ศีลธรรมเป็นกำแพงรักษาเขตแดน
 
ส่วนขมิ้นที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนกลายเป็นทองคำ เป็นอีกชั้นหนึ่งของคติเตือนใจเรื่อง “อย่าตัดสินคุณค่าด้วยน้ำหนักปัจจุบัน” และ “ความโลภทำให้เสียโอกาส” ขมิ้นในฐานะของพื้นบ้านที่ใช้กิน ใช้รักษาโรค มีสถานะเป็นสิ่งสามัญ แต่กลับแฝงพลังแปรรูปเป็นทองเมื่อออกจากเมืองลับแล นี่ทำให้ขมิ้นทำหน้าที่เหมือนของกำนัลจากโลกเร้นลับที่ทดสอบความอดทนและความศรัทธาของคน หากชายยอมแบกกลับทั้งหมด เขาจะได้ทองมาก แต่เมื่อเขาทิ้งเพราะคิดว่าเป็นภาระ เขาได้เพียงเศษทองและความเสียดาย ตำนานจึงสอนเรื่องการอดทนต่อความยากลำบากระหว่างทาง และเตือนว่า “สิ่งที่ได้มาจากความสัมพันธ์” บางอย่างมีคุณค่าในภายหลังมากกว่าที่คิดในตอนแรก
 
เมื่อโยงกลับมาที่ถ้ำแกลบ ตำนานเมืองลับแลจึงไม่ใช่แค่เรื่องแฟนตาซี แต่เป็นเครื่องมือของชุมชนในการอธิบายความลี้ลับของภูมิประเทศเชิงเขาหลวง และในเวลาเดียวกันก็เป็น “บทเรียนทางสังคม” ที่เล่าควบคู่กับสถานที่จริงให้ผู้คนจำง่ายขึ้น ถ้ำกลายเป็นสื่อกลางของศีลธรรม โดยใช้ภูเขาและถ้ำเป็นภาพแทนของ “พื้นที่ที่คนควรเคารพ” เพราะเราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน และไม่รู้ว่ากฎของพื้นที่นั้นคืออะไร การที่เรื่องเล่าผูกกับถ้ำ ทำให้การเดินทางมาเยือนมีความหมายทางจิตใจเพิ่มขึ้น คนไม่ได้มองถ้ำเป็นแค่หินและโพรง แต่เป็นพื้นที่ที่ควรสำรวม พูดดี ทำดี และระวังคำพูดตามคติของเรื่องเล่าไปโดยปริยาย
 
ในเชิงการท่องเที่ยว ถ้ำแกลบเหมาะกับผู้ที่อยากทำ “เส้นทางเขาหลวงแบบหลายมิติ” เพราะพื้นที่เชิงเขาหลวงมีทั้งถ้ำใหญ่ที่โด่งดังและจุดเล็กที่เป็นเรื่องเล่าท้องถิ่น หากคุณไปถ้ำเขาหลวงเพื่อดูปล่องแสงและพุทธศิลป์แล้ว การแวะถ้ำแกลบจะช่วยเติมภาพว่าเขาหลวงเป็นภูมิทัศน์ที่มีทั้งราชประวัติ วัดวา และนิทานพื้นบ้านอยู่ร่วมกันจริง การเที่ยวจะไม่รู้สึกเหมือน “เช็กอินตามรีวิว” แต่เป็นการเดินประกอบเรื่องเล่าไปกับพื้นที่ และนี่คือรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ช่วยให้เมืองเพชรบุรีมีความลึกมากขึ้นกว่าภาพจำแบบเดิม
 
มารยาทการเที่ยวถ้ำแกลบจึงควรยึดสองหลักพร้อมกัน คือหลักของสถานที่ปฏิบัติธรรมและหลักของการเคารพเรื่องเล่า ถ้ำอยู่ในวัดและถูกใช้งานจริงโดยผู้ปฏิบัติธรรม ดังนั้นควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยเบา ไม่รบกวนผู้ปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพแบบรุกล้ำในพื้นที่ที่เป็นห้องหรือคูหาที่อาจมีคนใช้งาน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้พื้นที่เสียหาย เช่น ขีดเขียนผนัง จับต้องสิ่งประดิษฐาน หรือทิ้งขยะ เพราะพื้นที่ลักษณะนี้ดูแลยากและเสื่อมสภาพง่าย
 
การเดินทาง ถ้ำแกลบอยู่ในบริเวณ วัดบุญทวี เชิงเขาหลวงด้านทิศใต้ หมู่ 8 ตำบลธงชัย อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี หากมาจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เข้าตัวเมืองเพชรบุรี แล้วขับตามป้ายไป “เขาหลวง/ถ้ำเขาหลวง” เมื่อถึงโซนเชิงเขาหลวง ให้มุ่งหน้าเข้าพื้นที่วัดบุญทวีซึ่งอยู่ในกลุ่มสถานที่เชิงเขาหลวงฝั่งทิศใต้ จากนั้นสามารถเดินเท้าเข้าชมบริเวณถ้ำแกลบภายในวัดได้สะดวก แนะนำเริ่มเที่ยวช่วงเช้าเพื่ออากาศสบายและมีเวลาจัดทริปต่อไปยังจุดสำคัญในตัวเมือง เช่น เขาวัง วัดมหาธาตุฯ และวัดใหญ่สุวรรณารามได้ในวันเดียว
 
หากคุณอยากได้ทริปที่ “ครบทั้งภาพใหญ่และภาพเล็ก” ของเขาหลวง แนะนำวางเส้นทางโดยเริ่มที่ถ้ำเขาหลวงเพื่อชมโถงถ้ำและพุทธศิลป์ จากนั้นค่อยแวะวัดบุญทวีและถ้ำแกลบเพื่อปิดท้ายด้วยเรื่องเล่าชุมชน เพราะลำดับแบบนี้ช่วยให้คุณเห็นว่าเมืองเพชรบุรีไม่ได้มีแค่แหล่งท่องเที่ยวระดับจังหวัด แต่ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เก็บคติความเชื่อและนิทานพื้นบ้านไว้ และเมื่อคุณกลับออกมาจากถ้ำแกลบ คุณจะรู้สึกว่า “ชื่อถ้ำ” ไม่ได้เป็นแค่คำเรียก แต่เป็นหน้าต่างให้เราอ่านวิธีที่คนเมืองเพชรผูกโลกของตนเข้ากับภูเขา ถ้ำ วัด และคำสอนเรื่องสัจจะอย่างแนบแน่น
 
สรุปสถานที่ ถ้ำขนาดเล็กภายในบริเวณวัดบุญทวี เชิงเขาหลวงด้านทิศใต้ เด่นเรื่องตำนาน “แกลบมากองซ้ำ” และตำนานเมืองลับแล/เมืองผู้หญิงล้วน พื้นที่ถูกปรับใช้เป็นคูหาและทางเดินสำหรับการปฏิบัติธรรมและสักการะ
ชื่อสถานที่ ถ้ำแกลบ (วัดบุญทวี)
ที่อยู่ 63 ถนนคีรีรัฐยา ตำบลธงชัย อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 76000
พิกัด 13.130000, 99.940000
จุดเด่นของสถานที่ ถ้ำระดับพื้นดินแบบคูหาย่อยในซอกหิน, ปรับพื้นที่เป็นห้อง/คูหาปฏิบัติธรรมและจุดสักการะ, เรื่องเล่ากองแกลบที่มากองซ้ำ, ตำนานเมืองลับแลที่เน้นคติ “สัจจะ”, อยู่ในโซนเขาหลวงเชื่อมทริปถ้ำเขาหลวง–เขาวังได้ง่าย
ยุคสมัย/บริบททางวัฒนธรรม พื้นที่เชิงเขาหลวงที่มีทั้งการใช้ประโยชน์ทางศาสนา (วัด/ปฏิบัติธรรม) และการสืบทอดนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับเมืองลับแลซึ่งสะท้อนคติเรื่องสัจจะและกติกาของชุมชน
หลักฐาน/สิ่งที่ควรสังเกต คูหาย่อยที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องมีประตู, จุดประดิษฐานพระพุทธรูปในคูหาตื้น, โครงสร้างทางเดินอิฐปูนและคานคอนกรีตในซอกเขาบางส่วนซึ่งสะท้อนการปรับใช้พื้นที่เพื่อการปฏิบัติธรรม
ที่มาของชื่อ ตำนานเล่าว่ามีกองแกลบปรากฏซ้ำบริเวณหน้าถ้ำทุกเช้า แม้กวาดทิ้งแล้ววันถัดมาก็มีใหม่ ทำให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นร่องรอยของผู้คนในโลกเร้นลับภายในภูเขา จึงเรียกว่า “ถ้ำแกลบ”
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระมหาพิสุทธิ์ พิสุทฺธิธมฺโม
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมในฐานะพื้นที่ภายในวัด (แนะนำสำรวมเสียงและเคารพผู้ปฏิบัติธรรม)
เบอร์โทรติดต่อ 092-275-0559
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) 1) ถ้ำเขาหลวง – 2 กม.
2) พระนครคีรี (เขาวัง) – 5 กม.
3) วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี – 7 กม.
4) วัดใหญ่สุวรรณารามราชวรวิหาร – 8 กม.
5) วัดเขาบันไดอิฐ – 11 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียงยอดนิยม (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) ระเบียงริมน้ำ เพชรบุรี – 7 กม. – 032-426-555
2) ข้าวแช่แม่อร (เมืองเพชรบุรี) – 7 กม. – 089-410-1696
3) เจ้ลั้ง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ/ก๋วยเตี๋ยวเรือ (เพชรบุรี) – 8 กม. – 093-392-6541
4) โอวทึ้ง นายกี๋ (เมืองเพชรบุรี) – 8 กม. – 032-400-438
5) ครัวเจ๊นงค์ซีฟู้ด (บ่อเคี๊ยะ/ชะอำ) – 45 กม. – 081-986-0916
ที่พักใกล้เคียงยอดนิยม (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) Royal Diamond Hotel (ตัวเมืองเพชรบุรี) – 8 กม. – 032-411-061
2) Sun Hotel Phetchaburi (ตัวเมืองเพชรบุรี) – 9 กม. – 032-400-000
3) Sweet Dreams Guest House (เมืองเพชรบุรี) – 8 กม. – 085-121-9666
4) ณ เพชร รีสอร์ท (Na Phet Resort, เพชรบุรี) – 10 กม. – 032-890-123
5) Fisherman’s Resort (หาดเจ้าสำราญ) – 35 กม. – 032-478-020
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำแกลบอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ภายในบริเวณวัดบุญทวี เชิงเขาหลวงด้านทิศใต้ ตำบลธงชัย อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
 
ถาม: ทำไมถึงเรียกว่า “ถ้ำแกลบ”?
ตอบ: มีตำนานเล่าว่าหน้าถ้ำจะมีกองแกลบปรากฏซ้ำทุกเช้า แม้กวาดทิ้งแล้ววันถัดมาก็มีใหม่ ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงว่าด้านในอาจมีโลกเร้นลับหรือชุมชนลี้ลับอยู่ จึงเรียกกันว่า “ถ้ำแกลบ”
 
ถาม: ตำนานเมืองลับแลของถ้ำแกลบสอนเรื่องอะไร?
ตอบ: แกนสำคัญคือคติ “สัจจะ” เมืองลับแลยึดความจริงเป็นกฎสูงสุด การพูดเท็จแม้เพื่อปลอบเด็กก็ถือเป็นความผิดร้ายแรง ตำนานจึงสอนเรื่องความรับผิดชอบต่อคำพูด และสะท้อนกติกาของชุมชนที่ต้องพึ่งพาความไว้วางใจร่วมกัน
 
ถาม: ถ้ำแกลบเป็นถ้ำธรรมชาติเต็มรูปแบบไหม?
ตอบ: ลักษณะถ้ำเป็นคูหาย่อยในซอกหิน แต่พื้นที่บางส่วนถูกดัดแปลงให้เป็นห้อง/คูหาและทางเดินเพื่อการปฏิบัติธรรมและความสะดวกในการใช้งาน จึงเห็นร่องรอยการปรับพื้นที่มากกว่าถ้ำที่คงสภาพธรรมชาติล้วน ๆ
 
ถาม: ไปเที่ยวถ้ำแกลบควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ พูดคุยเบา ไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพรุกล้ำในคูหาที่มีคนใช้งาน และไม่จับต้องสิ่งประดิษฐานหรือทำให้พื้นที่เสียหาย
 
ถาม: สามารถจัดทริปเที่ยวใกล้ ๆ ร่วมกับถ้ำแกลบได้ไหม?
ตอบ: ได้ แนะนำเชื่อมเส้นทางเขาหลวง เช่น ถ้ำเขาหลวง – ถ้ำแกลบ (วัดบุญทวี) แล้วต่อด้วยเขาวัง วัดมหาธาตุฯ และวัดใหญ่สุวรรณารามในตัวเมืองเพชรบุรีได้ภายในวันเดียว
แผนที่ ถ้ำแกลบ แผนที่ถ้ำแกลบ
ถ้ำ กลุ่ม: ถ้ำ
คำค้นคำค้น: ถ้ำแกลบถ้ำแกลบ วัดบุญทวี เขาหลวง เพชรบุรี เมืองลับแล ตำนานเมืองลับแล นิทานพื้นบ้านไทย ที่เที่ยวเพชรบุรี ถ้ำเพชรบุรี เที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดในเพชรบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเพชรบุรี(38)

https://www.lovethailand.org/อ.เขาย้อย(21)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองหญ้าปล้อง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ชะอำ(22)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ายาง(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านลาด(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแหลม(26)

https://www.lovethailand.org/อ.แก่งกระจาน(20)