แหล่งดูนกตำบลแหลมผักเบี้ย

Rating: 4/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น. (แนะนำช่วงเช้า 06:00–09:00 และช่วงเย็น 15:30–18:00 สำหรับการดูนก) / โครงการฯ เปิดรอบศึกษาดูงาน 09:00–16:00 น. (โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหากมาเป็นคณะ)
แหล่งดูนกตำบลแหลมผักเบี้ย ถ้าคุณอยาก “ดูนกชายเลนจริงจัง” ในเพชรบุรีแบบได้ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนและภาพนกทะเลรวมฝูงแบบอลังการ แหล่งดูนกตำบลแหลมผักเบี้ย คือคำตอบที่คุ้มค่า เพราะมี 2 โซนหลักที่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน – โซนแรกคือแนวขอบบ่อบำบัดน้ำเสียและเส้นทางศึกษาธรรมชาติใน โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ทำให้เราเห็นนกน้ำและนกป่าชายเลนได้ใกล้ในฉากหลังเป็นระบบนิเวศที่ถูก “ดูแลด้วยความรู้” ส่วนโซนที่สองคือ ปลายแหลมผักเบี้ย ที่โดดเด่นเรื่องนกนางนวลและนกชายเลนจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูอพยพปลายฝน–ต้นร้อน ซึ่งมักได้ภาพ “นกเต็มเฟรม” แบบที่สถานที่ทั่วไปให้ไม่ได้
แหล่งดูนกตำบลแหลมผักเบี้ย (อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี) มีเสน่ห์แบบ “เงียบแต่แน่น” คือเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องสร้างฉากให้สวยเพราะธรรมชาติและวิถีชายฝั่งทำงานของมันเองอยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้แหลมผักเบี้ยต่างจากจุดดูนกอื่นคือการวางตัวของพื้นที่ 2 แบบที่อยู่ใกล้กันมาก แต่ให้ประสบการณ์ต่างกันเหมือนคนละทริป ภาพหนึ่งคือความเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ของโครงการฯ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าระบบนิเวศชายฝั่งดีขึ้นได้จริงเมื่อมีการจัดการน้ำเสียและขยะอย่างถูกหลัก อีกภาพหนึ่งคือความเป็น “ปลายแหลม” ที่เปิดรับลมทะเลและความเคลื่อนไหวของฝูงนกทะเล ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนมาดู “การแสดงสด” ที่เกิดจากจังหวะน้ำขึ้น–น้ำลงและฤดูกาลอพยพ
ถ้าพูดแบบคนดูนก โซนโครงการฯ เหมาะกับการเก็บ “ชนิด” และ “พฤติกรรม” ส่วนโซนปลายแหลมเหมาะกับการเก็บ “จำนวน” และ “ภาพรวมฝูง” ในโครงการฯ คุณจะเห็นนกยางหลายชนิดที่ใช้พื้นที่ชุ่มน้ำและขอบบ่อเป็นแหล่งหากิน เห็นนกกาน้ำที่คอยดำน้ำหาเหยื่อ เห็นนกกระสานวลยืนเด่นเป็นจุดสีขาวในฉากหลังสีเขียวของป่าชายเลน ความสนุกอยู่ที่การค่อย ๆ อ่านพฤติกรรม เช่น จังหวะเดินช้า ๆ เพื่อก้าวให้เหยื่อขยับ จังหวะหยุดนิ่งแบบตั้งใจเพื่อรอปลาเข้าระยะ หรือจังหวะบินสั้น ๆ เปลี่ยนจุดหากินตามทิศลมและแสง ในหลายวันคุณจะได้ภาพนกที่สื่อสารความสงบของพื้นที่ได้ดีมาก เพราะฉากหลังไม่ใช่เมือง แต่เป็นพื้นที่ทดลองและพื้นที่เรียนรู้ที่ถูกจัดวางอย่างมีเหตุผล
อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้โครงการฯ น่าสนใจคือ “ป่าชายเลน” ซึ่งเป็นสนามของนกที่หลายคนอยากเห็นแต่ไม่ค่อยได้เห็นง่าย ๆ เช่นนกกระจ้อยป่าโกงกางและนกโกงกางหัวโตที่ผูกชีวิตกับแนวไม้โกงกางโดยตรง นกกลุ่มนี้มีความเฉพาะทางสูง ทั้งเรื่องแหล่งอาหาร การทำรัง และการใช้โครงสร้างของกิ่งไม้เพื่อหลบผู้ล่า ถ้าคุณเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบ ฟังเสียงนกมากกว่ามองอย่างเดียว คุณจะเริ่มจับ “ลายเซ็น” ของเสียงร้องและการกระพือปีกสั้น ๆ ที่บอกว่ามีนกอยู่จริง แม้ตัวจะเล็กและกลมกลืนกับใบไม้ก็ตาม จุดนี้เองที่ทำให้คนดูนกหลายคนกลับมาซ้ำ เพราะไม่ใช่แค่มา “เช็กอิน” แต่เป็นการกลับมา “อ่านพื้นที่” ให้เก่งขึ้น
ส่วน “นกหาดูยาก” ที่คนพูดถึงกันมากคือ นกกรีดน้ำ ซึ่งเป็นนกที่การหากินมีเอกลักษณ์ คือบินต่ำแล้วใช้จะงอยปากกรีดผิวน้ำเพื่อจับเหยื่อ การพบเจอขึ้นอยู่กับฤดูกาลและจังหวะพื้นที่อย่างมาก ดังนั้นความคาดหวังที่เหมาะสมคือ “มาเพื่อเพิ่มโอกาส” มากกว่ามาเพื่อ “รับประกัน” การพบ แต่ข้อดีของแหลมผักเบี้ยคือในภาพรวมมีชนิดนกให้ดูจำนวนมากอยู่แล้ว ต่อให้ไม่ได้เจอนกที่ตั้งใจมา คุณก็ยังได้ทริปที่มีคุณค่า ทั้งด้านภาพถ่าย การเรียนรู้ และความสงบของชายฝั่ง
เมื่อขยับจากโครงการฯ ไปยังโซนที่สองคือ ปลายแหลมผักเบี้ย ภาพจะเปลี่ยนทันทีจาก “ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ” ไปเป็น “ลมทะเล–สันทราย–ขอบฟ้า” ปลายแหลมเป็นพื้นที่ที่นกทะเลหลายชนิดใช้รวมฝูง โดยเฉพาะนกนางนวลขนาดใหญ่ที่มักเห็นเป็นกลุ่มเด่นชัด นอกจากนั้นยังมีโอกาสพบนกยางจีนและนกชายเลนหลายชนิดที่ใช้แนวชายฝั่งและพื้นที่น้ำตื้นเป็นแหล่งอาหาร จุดที่คนรักนกมักให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ “พฤติกรรมรวมฝูง” และ “จังหวะบินขึ้นพร้อมกัน” ซึ่งถ่ายภาพสวยมากโดยเฉพาะตอนแสงเช้าและแสงเย็น เพราะเงาและไฮไลต์จะช่วยให้เห็นรูปทรงปีกและทิศทางการบินชัดเจน
ปลายแหลมผักเบี้ยยังถูกพูดถึงในฐานะพื้นที่ธรรมชาติที่มีเรื่องของ “การทำรังวางไข่” ของนกบางชนิด เช่น นกหัวโตมลายู ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้คนดูนกรู้สึกว่าพื้นที่นี้ไม่ใช่แค่ทางผ่านของนกอพยพ แต่เป็นพื้นที่ที่บางชนิดเลือกใช้ชีวิตจริง การไปชมพื้นที่ลักษณะนี้จึงควรยึดหลัก “ไม่รบกวน” เป็นอันดับแรก เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวทำได้ดีคือการรักษาระยะ ไม่เดินตัดพื้นที่เสี่ยงรบกวนรัง และไม่ทำกิจกรรมเสียงดังใกล้บริเวณที่นกใช้พักหรือหากิน การได้เห็นนกอยู่ในสภาพธรรมชาติที่ไม่ตื่นคนคือ “ภาพที่ดีที่สุด” มากกว่าภาพระยะใกล้ที่แลกกับความเครียดของสัตว์ป่า
สำหรับฤดูกาล ถ้าคุณถามว่าเดือนไหนเหมาะ โซนชายเลนและนกอพยพในเพชรบุรีมักคึกคักในช่วงปลายปีถึงต้นปี เพราะเป็นช่วงที่นกอพยพจำนวนมากเข้ามาใช้พื้นที่ชายฝั่งไทยเป็นแหล่งพักและหาอาหาร ขณะเดียวกันช่วงหน้าฝนพื้นที่ชุ่มน้ำมักมีความสมบูรณ์อีกแบบหนึ่ง คือมีอาหารในระบบมากและมีโอกาสเห็นนกน้ำบางกลุ่มเด่นขึ้น แต่ต้องยอมรับเรื่องสภาพอากาศ ลม ฝน และความชื้นที่จะทำให้การเดินเส้นทางบางช่วงไม่สบายเท่าหน้าหนาว หากเป้าหมายคือภาพถ่าย แสงหน้าหนาว–ต้นร้อนจะนุ่มและคมกว่า แต่ถ้าเป้าหมายคือการเรียนรู้และเห็นระบบนิเวศทำงาน “ทุกฤดูมีเรื่องเล่า” เพียงแต่คนดูนกต้องปรับวิธีสังเกตตามสภาพพื้นที่
ความพิเศษของแหลมผักเบี้ยอีกอย่างคือ “มันเชื่อมเรื่องสิ่งแวดล้อมกับการท่องเที่ยวได้จริง” เพราะโครงการฯ ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ดูนก แต่เป็นพื้นที่ที่ทำหน้าที่เป็นต้นแบบด้านการบำบัดน้ำเสียและการจัดการขยะตามแนวพระราชดำริ สิ่งนี้ช่วยอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจว่า ทำไมพื้นที่ชายฝั่งถึงยังมีนกอยู่จำนวนมาก และทำไมการดูแลน้ำ–ดิน–ป่าชายเลนจึงเป็นหัวใจของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การมาเที่ยวแล้ว “เห็นของจริง” ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่เป็นแค่คำสวย ๆ แต่เป็นภาพที่จับต้องได้ เช่น น้ำที่ถูกบำบัดแล้วไหลผ่านระบบก่อนปล่อย หรือการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยไม่ทำลายระบบนิเวศเดิม
การเดินทาง ถ้าขับรถจากตัวเมืองเพชรบุรี ให้ใช้เส้นทางเพชรบุรี–หาดเจ้าสำราญ (ทางหลวงหมายเลข 3177) ไปจนถึงสี่แยกหาดเจ้าสำราญ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4028 ประมาณ 5 กิโลเมตรจะถึงท่าเรือแหลมผักเบี้ย (สำหรับนั่งเรือไปปลายแหลม) และหากจากท่าเรือย้อนกลับ/วิ่งต่อในเส้นทางเดียวกันราว 2 กิโลเมตรจะถึงทางเข้าโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ ซึ่งเป็นโซนดูนกและเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่โครงการฯ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไป “ปลายแหลมผักเบี้ย” โดยทั่วไปจะต้องใช้เรือจากท่าเรือแหลมผักเบี้ย ใช้เวลาเดินทางทางน้ำประมาณ 45 นาที (เวลาจริงขึ้นกับสภาพลม คลื่น และเส้นทางเดินเรือในวันนั้น) จุดสำคัญคือควรสอบถามรอบเรือและเงื่อนไขการออกเรือก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงมรสุมที่คลื่นลมอาจทำให้เลื่อนหรือยกเลิกได้ ความต่างจากการไปโครงการฯ คือโครงการฯ เข้าถึงด้วยรถได้และเหมาะกับการแวะได้ยืดหยุ่นกว่า ส่วนปลายแหลมเป็น “ทริปทางน้ำ” ที่ต้องคิดเรื่องเวลาและความปลอดภัยมากขึ้น
ถ้าคุณกำลังทำบทความให้ใช้งานได้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย สิ่งที่ต้องทำให้ชัดคือ “2 โซนนี้ไปคนละแบบ” และ “ควรเผื่อเวลาไม่เท่ากัน” โครงการฯ เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา คนที่อยากเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และคนที่อยากดูนกแบบไม่ต้องใช้ความพร้อมทางร่างกายมาก ส่วนปลายแหลมเหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ลมทะเลจริง การถ่ายภาพนกนางนวลและนกชายเลนในพื้นที่โล่ง และคนที่สนใจธรรมชาติชายฝั่งที่ยังมีความเป็น “ปลายทาง” มากกว่า “จุดแวะ”
ในมุมการถ่ายภาพและการสังเกตนก แหลมผักเบี้ยให้ “สภาพแสง” ที่ทำงานได้ดีมาก เพราะพื้นที่เปิดโล่งและมีเส้นขอบฟ้าชัด ถ้าคุณไปช่วงเช้า คุณจะได้แสงเฉียงที่ช่วยให้เห็นผิวขนนกและรายละเอียดจะงอยปากชัดขึ้น ขณะที่ช่วงเย็นแสงจะอุ่นและเหมาะกับการถ่ายภาพฝูงบินหรือภาพเงา (silhouette) โดยเฉพาะที่ปลายแหลม หากไปช่วงกลางวัน แสงจะแรงและคอนทราสต์สูง เหมาะกับการสังเกตชนิดและพฤติกรรมมากกว่าการถ่ายภาพสวย ๆ ดังนั้นการวางเวลาเป็นตัวกำหนด “คุณภาพของทริป” ได้ชัดเจนมากในพื้นที่นี้
อีกประเด็นที่ควรเล่าให้ครบเพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเนื้อหา “ช่วยตัดสินใจได้จริง” คือเรื่องพื้นฐานความปลอดภัยและการเคารพพื้นที่ธรรมชาติ โซนโครงการฯ เป็นพื้นที่จัดการและมีระบบรองรับผู้มาเยือนมากกว่า แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่มีน้ำและบ่อ ดังนั้นการเดินตามเส้นทางที่กำหนดและดูแลเด็กเล็กเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนโซนปลายแหลมต้องรับมือกับแดด ลม และความร้อนสะท้อนจากทราย/พื้นโล่ง รวมถึงการขึ้น–ลงเรือ หากผู้อ่านรู้ล่วงหน้าว่าพื้นที่เป็นแบบนี้ เขาจะเตรียมตัวได้พอดีและทริปจะไม่สะดุด
สำหรับคนที่อยากต่อยอดทริปให้คุ้ม แหลมผักเบี้ยตั้งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งบ้านแหลมที่สามารถเชื่อมไปหาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน และชุมชนบางตะบูนได้ง่าย ดังนั้นการดูนกตอนเช้าแล้วไปกินอาหารทะเลหรือไปเดินชมวิถีชุมชนริมน้ำช่วงสาย–บ่าย เป็นรูปแบบทริปที่ทำได้จริงและเข้ากับพฤติกรรมท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่พักอยู่ในหัวหิน/ชะอำ แต่ต้องย้ำว่า “ดูนก” ไม่ใช่กิจกรรมที่เร่งรีบได้ผลดี พื้นที่นี้จะให้ผลดีที่สุดเมื่อคุณยอมให้เวลา 1–2 ชั่วโมงแรกเป็นเวลาของการสังเกตแบบช้า ๆ แล้วค่อยขยับไปทำอย่างอื่น
สุดท้าย ถ้าจะอธิบายแหลมผักเบี้ยแบบคม ๆ ใน 1 ประโยค – ที่นี่คือพื้นที่ที่ทำให้คนเข้าใจว่า “สิ่งแวดล้อมที่ดี” ไม่ได้อยู่ไกลจาก “การท่องเที่ยวที่ดี” เพราะเมื่อระบบนิเวศทำงาน นกจะกลับมา ผู้คนจะมีเรื่องเล่า และนักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าแค่ภาพถ่าย
| ชื่อสถานที่ | แหล่งดูนกตำบลแหลมผักเบี้ย (โครงการฯ แหลมผักเบี้ย & ปลายแหลมผักเบี้ย), อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี |
| ที่อยู่ (โซนหลัก) | ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี (ทางเข้าโครงการฯ อยู่บนเส้นทางเลียบชายฝั่งบ้านแหลม–หาดเจ้าสำราญ / ท่าเรือแหลมผักเบี้ยเป็นจุดลงเรือไปปลายแหลม) |
| สรุปสถานที่ | จุดดูนกชายเลนสำคัญของเพชรบุรีที่มี 2 พื้นที่เด่น: โครงการฯ แหลมผักเบี้ย (ขอบบ่อบำบัดน้ำเสียและป่าชายเลน) และปลายแหลมผักเบี้ย (นกนางนวลและนกชายเลนรวมฝูง) เหมาะทั้งดูนก ถ่ายภาพ และเรียนรู้ระบบนิเวศชายฝั่ง |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) ดูนกได้ทั้ง “นกน้ำ–นกป่าชายเลน–นกชายเลน–นกทะเล” ในทริปเดียว 2) โครงการฯ เป็นแหล่งเรียนรู้สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ เห็นระบบจัดการน้ำเสีย/ขยะควบคู่ธรรมชาติ 3) ปลายแหลมให้ภาพนกนางนวลและนกชายเลนรวมฝูงเด่น โดยเฉพาะฤดูอพยพ 4) เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมชายฝั่งบ้านแหลม–หาดเจ้าสำราญ–ชะอำ วางทริปต่อได้ง่าย |
| ค่าเข้าชม | โครงการฯ: ไม่เก็บค่าเข้าชม (แนะนำติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหากมาเป็นคณะ) / ปลายแหลม: มีค่าเรือ (ขึ้นกับผู้ให้บริการและรูปแบบเหมาลำ/รอบ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่โครงการฯ มีจุดเรียนรู้และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในแนวป่าชายเลน (การให้บริการภายในขึ้นกับรอบ/กิจกรรมในวันนั้น) / ท่าเรือมีพื้นที่ขึ้นเรือและบริการโดยชุมชน (ควรนัดหมายก่อน) |
| วิธีการเดินทาง | จากเมืองเพชรบุรี ใช้ทางหลวง 3177 ไปสี่แยกหาดเจ้าสำราญ จากนั้นเข้าทางหลวง 4028 ไปท่าเรือแหลมผักเบี้ย (ลงเรือไปปลายแหลม ~45 นาที) และจากท่าเรือไปประมาณ 2 กม. ถึงทางเข้าโครงการฯ แหลมผักเบี้ย |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามเงื่อนไขพื้นที่และรอบกิจกรรมของโครงการฯ / การลงเรือไปปลายแหลมขึ้นกับสภาพอากาศและการนัดหมายผู้ให้บริการเรือ |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันแล้ว) | โครงการฯ แหลมผักเบี้ย (ข้อมูลท่องเที่ยว/ทั่วไป): 032-441-264, 032-441-265 สำนักมูลนิธิชัยพัฒนา (ข้อมูลโครงการตามพระราชดำริ): 02-579-2116 ทริปเรือไปปลายแหลม (ผู้ประสานงานในพื้นที่ตามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว): 092-713-9730, 081-856-4939 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) หาดเจ้าสำราญ – 5 กม. 2) หาดปึกเตียน – 13 กม. 3) พระรามราชนิเวศน์ (บ้านปืน) – 16 กม. 4) เมืองเก่าเพชรบุรี – 16 กม. 5) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี (เขาวัง) – 17 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ร้านอาหารบ้านทะเล แหลมผักเบี้ย – 2 กม. – 085-405-2856 2) ครัวบ้านต้นไม้ ซีฟู้ด (บ้านแหลม) – 10 กม. – 083-436-3942 3) โค้งน้ำ บ้านแหลม – 12 กม. – 062-226-9544 4) บางตะบูนเบย์ – 20 กม. – 082-499-9993 5) ครัวบางตะบูน (ลุงญา) – 20 กม. – 032-581-297 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) i Tara Resort & Spa (หาดเจ้าสำราญ) – 6 กม. – 032-478-301 2) Merito Boutique Beach Resort – 7 กม. – 086-001-3499 3) Fisherman’s Resort (หาดเจ้าสำราญ) – 7 กม. – 032-478-020 4) Seaman Resort (หาดเจ้าสำราญ) – 8 กม. – 081-846-1327 5) Chomtalay Resort Had Chao Samran – 7 กม. – 099-097-7271 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งดูนกแหลมผักเบี้ยมีจุดดูนกกี่โซน และต่างกันอย่างไร?
ตอบ: หลัก ๆ มี 2 โซน คือโซนโครงการฯ แหลมผักเบี้ย (ขอบบ่อบำบัดน้ำเสียและป่าชายเลน เหมาะดูชนิดและพฤติกรรม) และโซนปลายแหลมผักเบี้ย (เหมาะดูนกนางนวลและนกชายเลนรวมฝูงในพื้นที่โล่งริมทะเล)
ถาม: ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการดูนกมากที่สุด?
ตอบ: แนะนำเช้า 06:00–09:00 และเย็น 15:30–18:00 เพราะแสงสวย อากาศไม่ร้อน และนกออกหากินมากกว่าช่วงกลางวัน
ถาม: ต้องนั่งเรือไปปลายแหลมผักเบี้ยไหม?
ตอบ: ถ้าต้องการไป “ปลายแหลมผักเบี้ย” โดยทั่วไปต้องนั่งเรือจากท่าเรือแหลมผักเบี้ย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ส่วนโครงการฯ แหลมผักเบี้ยสามารถขับรถเข้าถึงได้
ถาม: ที่โครงการฯ แหลมผักเบี้ยต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปโครงการฯ ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่ถ้ามาเป็นคณะหรืออยากเข้ารอบศึกษาดูงาน แนะนำติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก
ถาม: มีโอกาสเจอนกหายากอะไรบ้างที่แหลมผักเบี้ย?
ตอบ: นอกจากนกยางและนกกาน้ำที่พบได้บ่อย โซนป่าชายเลนมีโอกาสพบกลุ่มนกที่เกี่ยวข้องกับโกงกาง เช่นนกกระจ้อยป่าโกงกางและนกโกงกางหัวโต และบางช่วงมีโอกาสพบ “นกกรีดน้ำ” ซึ่งเป็นชนิดที่หลายคนตั้งใจมาดู
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(