ต้นแม่น้ำเพชรบุรี

ต้นแม่น้ำเพชรบุรี

ต้นแม่น้ำเพชรบุรี
Rating: 4.5/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (การเข้าพื้นที่ป่าต้นน้ำอาจมีเงื่อนไข/ต้องขออนุญาตตามระเบียบอุทยาน โปรดตรวจสอบก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. (อ้างอิงเวลาเข้า–ออกพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไปของอุทยาน แนะนำตรวจสอบประกาศ/ด่าน/เส้นทางล่าสุดก่อนเดินทาง)
 
ต้นแม่น้ำเพชรบุรี (เขตป่าต้นน้ำอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) คือปลายทางที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ท่องเที่ยวแบบเร็ว” แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนมาเยือนต้องปรับจังหวะให้สอดคล้องกับป่าจริง น้ำจริง และความเสี่ยงจริงของการเดินทางในป่าลึก คำว่า “ต้นน้ำ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจุดถ่ายรูปริมธารที่เข้าถึงง่าย แต่หมายถึงระบบนิเวศต้นน้ำที่ก่อรูปเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเพชรบุรี แล้วไหลลงสู่ที่ราบ ผ่านชุมชน ผ่านพื้นที่เกษตร และในที่สุดออกสู่อ่าวไทย ดังนั้นการมาเยือนต้นแม่น้ำเพชรบุรีจึงควรถูกมองเป็นการ “ไปทำความเข้าใจต้นทางของชีวิตผู้คนทั้งจังหวัด” มากกว่าการไปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งจุด
 
ต้นแม่น้ำเพชรบุรีอยู่ในแนวป่าลึกของตำบลห้วยแม่เพรียงในเขตอำเภอแก่งกระจาน และเชื่อมโยงกับภูมิประเทศเทือกเขาตะนาวศรีด้านทิศใต้ซึ่งเป็นแนวกำเนิดลำห้วยจำนวนมากที่ค่อย ๆ ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำสายสำคัญ สภาพป่าต้นน้ำของแก่งกระจานมีความหลากหลายสูง ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบในบางช่วงระดับความสูง ทำให้ “น้ำ” ของต้นน้ำมีบุคลิกชัด คือใส เย็น และมีจังหวะไหลที่เปลี่ยนตามฤดูกาลอย่างตรงไปตรงมา หน้าฝนกระแสน้ำแรงและเส้นทางข้ามน้ำเปลี่ยนตลอด ส่วนหน้าแล้งระดับน้ำลดลงจนบางช่วงเปิดให้เห็นหาดทรายและก้อนหินที่กลายเป็นทางเดินชั่วคราว แต่ก็ยังต้องระวังพื้นลื่นและแอ่งลึกที่ซ่อนตัวอยู่
 
ความสำคัญของต้นแม่น้ำเพชรบุรีในมุมมองของคนเพชรบุรีไม่ใช่เรื่องโรแมนติกอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความมั่นคงของน้ำอย่างเป็นรูปธรรม เพราะแม่น้ำเพชรบุรีเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัด ทั้งด้านการเกษตร การประมงน้ำจืด การจัดการน้ำในชุมชน และระบบนิเวศป่าชายเลนปลายน้ำที่บ้านแหลม เมื่อมองย้อนกลับไป ต้นน้ำจึงเป็น “จุดกำหนดคุณภาพของทั้งระบบ” หากต้นน้ำถูกทำลาย ความใสของน้ำจะกลายเป็นความขุ่น ตะกอนจะเพิ่ม ระบบห้วยจะเปลี่ยน และปลายน้ำจะรับภาระเป็นลูกโซ่ ต้นแม่น้ำเพชรบุรีจึงเป็นพื้นที่ที่ควรเข้าด้วยความเคารพและความระมัดระวังสูงสุด เพราะความเสียหายจำนวนมากในป่าต้นน้ำเกิดจากความประมาทเล็ก ๆ ที่สะสม จนกลายเป็นผลกระทบใหญ่ที่ย้อนกลับมาในที่ราบ
 
เสน่ห์ของการเข้าป่าต้นน้ำไม่ได้อยู่ที่สิ่งปลูกสร้างหรือจุดบริการ แต่เป็น “ความสมบูรณ์ที่ยังทำงานอยู่” ตลอดแนวลำน้ำคุณมีโอกาสพบต้นไม้ใหญ่หลายคนโอบเรียงรายริมฝั่ง เห็นร่องรอยสัตว์ป่าที่มาใช้ลำน้ำเป็นทางผ่านและแหล่งน้ำ ได้ยินเสียงชะนีที่ร้องก้องป่าในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย และในบางจังหวะอาจเห็นฝูงค่างหากินอยู่บนเรือนยอดไม้ ความพิเศษของระบบลำน้ำป่าคือมันเป็นทั้ง “ทางเดิน” และ “ห้องอาหาร” ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ตั้งแต่นกที่ลงมากินน้ำ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ต้องลงมาหาน้ำตามรอบเวลา เมื่อคุณอยู่เงียบพอ ธรรมชาติจะเริ่มเปิดเผยตัวเองมากขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการเดินป่าต้นน้ำจึงต้องมีวินัยเรื่องเสียงและพฤติกรรม เพราะเสียงของคนเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้ระบบทั้งหมดหายไปจากสายตาคุณทันที
 
สิ่งที่ทำให้ต้นแม่น้ำเพชรบุรี “ต่างจากที่เที่ยวธรรมชาติทั่วไป” คือสภาพแวดล้อมบังคับให้คุณคิดเรื่องความปลอดภัยตลอดเวลา การเดินทางในป่าต้นน้ำมักต้องข้ามลำน้ำหลายครั้งในหนึ่งวัน ระดับน้ำตั้งแต่เหนือข้อเท้าจนถึงโคนขาในช่วงน้ำไม่มาก แต่เมื่อฝนลงหนักหรือน้ำหลาก ระดับน้ำจะเปลี่ยนเร็วและกระแสน้ำแรงจนการข้ามกลายเป็นความเสี่ยงสูง พื้นใต้ผิวน้ำมีทั้งก้อนหินลื่น แอ่งลึก และทรายดูดในบางช่วง ดังนั้นการเข้าต้นน้ำไม่ควรทำแบบเดี่ยว ๆ และไม่ควรทำแบบคาดเดาด้วยประสบการณ์ท่องเที่ยวทั่วไป แต่ควรวางแผนตาม “ระเบียบพื้นที่” และ “คำแนะนำของเจ้าหน้าที่/ผู้นำทาง” เป็นหลัก เพราะความผิดพลาดในป่าต้นน้ำไม่ได้จบที่แผลถลอก แต่สามารถกลายเป็นเหตุฉุกเฉินที่การช่วยเหลือเข้าถึงได้ช้า
 
บริบททางประวัติศาสตร์ที่ถูกเล่าต่อกันเกี่ยวกับต้นแม่น้ำเพชรบุรีคือความสัมพันธ์กับการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในพื้นที่เพชรบุรี ซึ่งทำให้ “น้ำต้นน้ำ” ถูกจดจำในมิติของความบริสุทธิ์และความสำคัญในระดับรัฐประศาสนศาสตร์ของยุคนั้น แม้ผู้มาเยือนปัจจุบันจะไม่ได้เดินทางเพื่อย้อนรอยประวัติศาสตร์โดยตรง แต่การรับรู้ชั้นเรื่องเล่านี้ช่วยทำให้การยืนริมธารไม่ใช่แค่การยืนดูน้ำไหล หากเป็นการยืนอยู่ในพื้นที่ที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของท้องถิ่นและประวัติศาสตร์การเดินทางของเพชรบุรีด้วย
 
ในเชิงภูมิศาสตร์ แม่น้ำเพชรบุรีมีลักษณะการไหลที่เปลี่ยนทิศตามจุดบรรจบของลำน้ำสาขา โดยต้นน้ำเริ่มไหลจากทิศใต้ขึ้นมาทิศเหนือ ผ่านโซนผาน้ำหยด จากนั้นเปลี่ยนทิศไปทางตะวันออกลงสู่เขื่อนแก่งกระจาน และมีลำห้วย/ลำน้ำสาขาอีกหลายสายไหลมารวม เช่น ห้วยแม่ประโดน ห้วยทอทิพย์ ห้วยแม่สะเลียง แม่น้ำบางกลอย และห้วยอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่เหมือนเส้นเลือดฝอยช่วยประคองระบบต้นน้ำให้มีความต่อเนื่องตลอดปี ภาพนี้สำคัญมากในมุมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เพราะทำให้คนมาเยือนเข้าใจว่า “แม่น้ำ” ไม่ได้เกิดจากจุดเดียว แต่เกิดจากการรวมแรงของผืนป่าทั้งผืน และเมื่อผืนป่าถูกทำให้บางลง แม่น้ำทั้งสายย่อมเปลี่ยนไปตามนั้น
 
จุดท่องเที่ยวที่คนรู้จักในแนวป่าต้นน้ำมากที่สุดมักหนีไม่พ้น “น้ำตกทอทิพย์” ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเส้นทางป่าภายในอุทยาน และมักถูกใช้เป็นหมุดหมายของการเดินทางเข้าสู่โลกต้นน้ำ เพราะเป็นจุดที่พอ “จับต้องได้” สำหรับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยที่ต้องการสัมผัสป่าจริง แต่ยังมีจุดพักและแนวทางเดินที่เจ้าหน้าที่ดูแลมากกว่าโซนต้นน้ำลึก การเดินจากแนวลำน้ำเข้าไปน้ำตกใช้เวลาไม่นานนักในบางช่วงเส้นทาง แต่ความยากง่ายขึ้นกับฤดูกาลและสภาพทาง ณ วันเดินทาง ดังนั้นการวางแผนที่ดีที่สุดคือเลือก “รูปแบบทริป” ให้เหมาะกับความพร้อม ได้แก่ ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อสัมผัสระบบต้นน้ำบางช่วง หรือทริปหลายวันสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และได้รับอนุญาตตามระเบียบอุทยานอย่างถูกต้อง
 
แก่นของการเที่ยวต้นแม่น้ำเพชรบุรีให้มีคุณภาพคือการตั้งใจ “ไม่ทิ้งร่องรอย” และ “ไม่เร่งระบบนิเวศ” สิ่งที่ทำลายป่าต้นน้ำได้เร็วที่สุดไม่ใช่การมาเยือนของคนจำนวนหนึ่งในครั้งเดียว แต่คือการมาเยือนซ้ำ ๆ แบบไม่มีวินัย เช่น ทิ้งขยะเศษอาหารไว้ริมธาร ทำให้สัตว์ปรับพฤติกรรมมาใกล้คน จุดไฟในจุดเสี่ยง ไปรบกวนแหล่งน้ำตื้นที่เป็นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ หรือเดินตัดทางใหม่จนหน้าดินพัง การรักษาป่าต้นน้ำจึงต้องเริ่มจากสิ่งเล็กมาก ได้แก่ เดินตามเส้นทางที่กำหนด พกขยะกลับออกมาทั้งหมด ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ลดการใช้พลาสติก และไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้ลำน้ำปั่นป่วนโดยไม่จำเป็น เพราะความใสของน้ำในป่าต้นน้ำคือ “ผลลัพธ์ของระเบียบธรรมชาติ” ที่ต้องการความร่วมมือของคนอย่างจริงจัง
 
เรื่องฤดูกาลเป็นตัวกำหนดทั้งความสวยและความเสี่ยงอย่างชัดเจน หน้าฝนคือช่วงที่ป่ามีชีวิตที่สุด น้ำตกและลำน้ำงดงามที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่ลื่นที่สุด อันตรายที่สุด และมีความไม่แน่นอนสูงที่สุดจากน้ำหลากและดินถล่มย่อย ๆ ในบางพื้นที่ หน้าแล้งเป็นช่วงที่การข้ามลำน้ำง่ายขึ้นและเส้นทางนิ่งกว่า แต่ก็แลกกับความแห้งของป่าบางช่วงและโอกาสเห็นสายน้ำลดลงจนไม่เต็มอารมณ์เท่าหน้าฝน ช่วงปลายฝนต้นหนาวมักเป็นช่วงสมดุลที่สุดในมุมท่องเที่ยว คือยังมีน้ำสวย อากาศเย็น และความเสี่ยงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงฝนหนัก แต่ทุกอย่างยังต้องยึด “ประกาศพื้นที่” เป็นหลัก เพราะอุทยานอาจปรับการเข้าถึงตามสภาพอากาศจริงและเหตุการณ์เฉพาะหน้า
 
หากมองแบบท่องเที่ยวเชิงลึก ต้นแม่น้ำเพชรบุรีคือสถานที่ที่พาคุณกลับไปตั้งคำถามพื้นฐานว่า “น้ำมาจากไหน” และ “เราควรใช้ชีวิตอย่างไรเพื่อไม่ทำลายต้นทางของน้ำ” เพราะแม่น้ำสายนี้ไม่ได้หล่อเลี้ยงแค่คนเมืองเพชรบุรี แต่หล่อเลี้ยงระบบเกษตรริมฝั่ง การทำสวน การทำนา และปลายน้ำที่เชื่อมกับระบบนิเวศชายฝั่งด้วย เมื่อคุณเห็นป่าต้นน้ำจริง คุณจะเข้าใจว่าการประหยัดน้ำ การไม่ทิ้งของเสียลงลำน้ำ และการเคารพพื้นที่อนุรักษ์ไม่ใช่คำสอนเชิงศีลธรรม แต่เป็นการดูแลเส้นเลือดของจังหวัดให้ยังทำงานได้ต่อไป
 
การเดินทาง การเข้าถึง “ต้นแม่น้ำเพชรบุรี” ทำได้ผ่านเส้นทางภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจะใช้ “เขื่อนแก่งกระจาน” และ “ที่ทำการอุทยาน” เป็นจุดตั้งต้น จากนั้นจึงเข้าพื้นที่ตามเส้นทางที่อุทยานอนุญาตในช่วงเวลานั้น ๆ (บางโซนอาจต้องมีเจ้าหน้าที่/ผู้นำทาง หรือมีข้อจำกัดตามฤดูกาล) หากต้องการเข้าพื้นที่ป่าต้นน้ำลึก แนะนำให้ติดต่ออุทยานแห่งชาติแก่งกระจานล่วงหน้าเพื่อสอบถามเงื่อนไข การขออนุญาต และความพร้อมของเส้นทาง รวมถึงสอบถามข้อมูลสภาพอากาศและระดับน้ำล่าสุดก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
 
ต้นแม่น้ำเพชรบุรีจึงไม่ใช่ที่เที่ยวที่เหมาะกับการ “ไปแบบเดา” แต่เหมาะกับคนที่พร้อมวางแผน เคารพกติกา และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความยั่งยืนเป็นอันดับแรก หากคุณเข้าป่าด้วยท่าทีที่ถูกต้อง คุณจะได้มากกว่าวิว คุณจะได้เห็นระบบต้นทางของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเพชรบุรีทั้งจังหวัด และได้สัมผัสความหมายของคำว่า “ป่าต้นน้ำ” แบบที่รูปถ่ายไม่มีทางสื่อสารได้ครบ
 
สรุปสถานที่ พื้นที่ป่าต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดกำเนิดระบบลำน้ำที่พัฒนาเป็นแม่น้ำเพชรบุรี เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ธรรมชาติระดับลึก ต้องวางแผนและปฏิบัติตามระเบียบอุทยานอย่างเคร่งครัด
ชื่อสถานที่ ต้นแม่น้ำเพชรบุรี (เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน)
ที่อยู่ เขตป่าต้นน้ำอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (โซนตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี)
จุดเด่นของสถานที่ ป่าต้นน้ำสมบูรณ์ระดับสูง, ระบบลำน้ำใสและหลากหลายฤดูกาล, โอกาสพบร่องรอย/เสียงสัตว์ป่า, เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และเดินป่าที่ต้องใช้วินัยและความปลอดภัยสูง
ยุคสมัย พื้นที่ธรรมชาติป่าต้นน้ำ; มีชั้นเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสด็จประพาสและการใช้น้ำในพื้นที่เพชรบุรีในอดีต
หลักฐานสำคัญ ระบบลำน้ำสาขาที่ไหลรวมเป็นแม่น้ำเพชรบุรี (เช่น โซนห้วยแม่ประโดน/ห้วยทอทิพย์/บางกลอยในบริบทพื้นที่ต้นน้ำ) และภูมิประเทศป่าต้นน้ำเทือกเขาตะนาวศรี
ที่มาของชื่อ “ต้นแม่น้ำเพชรบุรี” หมายถึงเขตต้นน้ำที่พัฒนาเป็นแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งไหลผ่านจังหวัดก่อนออกสู่อ่าวไทย
ผู้ดูแลพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
การเดินทาง รถยนต์: เขื่อนแก่งกระจาน/ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นจุดตั้งต้น แล้วเข้าพื้นที่ตามเส้นทางที่อุทยานอนุญาตในช่วงนั้น — โซนต้นน้ำลึกอาจต้องมีเจ้าหน้าที่/ผู้นำทางและอาจมีข้อจำกัดตามฤดูกาล
สถานะปัจจุบัน เข้าชมได้ตามระเบียบอุทยานและความพร้อมของเส้นทาง (แนะนำติดต่ออุทยานล่วงหน้าก่อนเดินทางทุกครั้ง)
สิ่งอำนวยความสะดวก ขึ้นกับโซน/เส้นทางที่อุทยานอนุญาต (จุดบริการหลักอยู่บริเวณที่ทำการ/เขื่อน/จุดท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าถึง)
เบอร์ติดต่อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน: 032-459-293
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) น้ำตกทอทิพย์ (โซน กม.36 ในอุทยาน) (ประมาณ 60 กม.)
2) เขื่อนแก่งกระจาน/ทะเลสาบเขื่อนแก่งกระจาน (ประมาณ 0–40 กม. ตามจุดเริ่มต้น)
3) พะเนินทุ่ง (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) (ประมาณ 80 กม.)
4) แคมป์บ้านกร่าง (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) (ประมาณ 55 กม.)
5) น้ำตกป่าละอู (ประมาณ 95 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัวริมแก่ง แก่งกระจาน (ประมาณ 25 กม.) โทร 061-835-1986
2) KISSA Cafe & Restaurant แก่งกระจาน (ประมาณ 25 กม.) โทร 082-734-4300
3) Tanote Restaurant (โซนถ้ำรงค์/บ้านลาด) (ประมาณ 45 กม.) โทร 082-252-4990
4) บ้านพูลลาฐาน (Baan Poollatharn) (ประมาณ 55 กม.) โทร 089-136-1336
5) ครัวคุณหล่อ (โซนบ้านลาด) (ประมาณ 55 กม.) โทร 081-012-9919
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) River Tales Kaeng Krachan (ประมาณ 25 กม.) โทร 062-318-6886
2) Kaeng Krachan River Resort (ประมาณ 25 กม.) โทร 081-255-2006
3) Nana Resort Kaeng Krachan (ประมาณ 25 กม.) โทร 032-706-139
4) Jamjan Resort (ประมาณ 25 กม.) โทร 089-447-2595
5) Baan Maka Nature Lodge (ประมาณ 60 กม.) โทร 065-563-0672
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ต้นแม่น้ำเพชรบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในเขตป่าต้นน้ำอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โซนตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
 
ถาม: ไปต้นแม่น้ำเพชรบุรีต้องติดต่อที่ไหนก่อน?
ตอบ: ควรติดต่ออุทยานแห่งชาติแก่งกระจานล่วงหน้าเพื่อสอบถามเงื่อนไขการเข้าพื้นที่ เส้นทางที่เปิด และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โทร 032-459-293
 
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเข้าป่าต้นน้ำมากที่สุด?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวมักสมดุลที่สุดเรื่องปริมาณน้ำและสภาพทาง แต่ยังต้องยึดประกาศอุทยานและสภาพอากาศจริง ณ วันเดินทางเป็นหลัก
 
ถาม: ต้นแม่น้ำเพชรบุรีเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่พร้อมวางแผน มีวินัยเรื่องความปลอดภัย และยอมรับกติกาพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ระบบนิเวศต้นน้ำอย่างจริงจัง
 
ถาม: สิ่งที่ต้องระวังที่สุดในการเดินป่าตามลำน้ำคืออะไร?
ตอบ: การข้ามลำน้ำที่ระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว พื้นลื่น แอ่งลึก และกระแสน้ำแรง รวมถึงความเสี่ยงจากสภาพอากาศและเส้นทางที่เปลี่ยนตามฤดูกาล จึงต้องเดินตามคำแนะนำของพื้นที่และไม่ฝืนสภาพแวดล้อม
 
ถาม: สามารถเที่ยวแล้วไปต่อจุดไหนได้ในทริปเดียว?
ตอบ: โดยทั่วไปนิยมจัดทริปเชื่อมกับเขื่อนแก่งกระจาน จุดท่องเที่ยวในอุทยานที่เปิดให้เข้าถึง เช่น แคมป์บ้านกร่าง พะเนินทุ่ง หรือโซนน้ำตกทอทิพย์ ทั้งนี้ขึ้นกับเส้นทางที่อุทยานอนุญาตและเวลาที่มี
แผนที่ ต้นแม่น้ำเพชรบุรี แผนที่ต้นแม่น้ำเพชรบุรี
คำค้นคำค้น: ต้นแม่น้ำเพชรบุรีต้นแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำเพชรบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ป่าต้นน้ำแก่งกระจาน เที่ยวแก่งกระจาน เดินป่าแก่งกระจาน น้ำตกทอทิพย์ เขื่อนแก่งกระจาน สัตว์ป่าแก่งกระจาน ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพชรบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 4 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเพชรบุรี(38)

https://www.lovethailand.org/อ.เขาย้อย(21)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองหญ้าปล้อง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ชะอำ(22)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ายาง(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านลาด(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแหลม(26)

https://www.lovethailand.org/อ.แก่งกระจาน(20)