วัดจะโปรง

วัดจะโปรง

วัดจะโปรง
Rating: 2.4/5 (29 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
 
วัดจะโปรง ตั้งอยู่เลขที่ 138 บ้านจะโปรง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่สะท้อน “ตัวตนของวัดชุมชน” อย่างชัดเจน เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจจะเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวตั้งแต่ต้น หากแต่เกิดจากความต้องการของผู้คนในพื้นที่ที่ต้องการศูนย์กลางทางศาสนาและพื้นที่สาธารณะสำหรับประกอบพิธีกรรม สร้างความร่วมแรงร่วมใจ และดูแลวงจรชีวิตของคนในหมู่บ้าน ตั้งแต่การทำบุญวันพระ การบวช งานบุญประจำปี ไปจนถึงพิธีบำเพ็ญกุศลเมื่อมีผู้ล่วงลับ
 
วัดมีที่ดินตั้งวัดรวม 28 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือและทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน ส่วนทิศใต้และทิศตะวันออกจดถนนสาธารณะ ภาพรวมเช่นนี้ทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้จริงของชุมชน ไม่แยกตัวออกจากหมู่บ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเดินเข้ามาใช้งานได้สะดวก ทั้งในวันปกติและวันที่มีงานบุญ โดยเฉพาะช่วงที่ชุมชนรวมตัวกันหนาแน่นอย่างงานกฐินหรือผ้าป่า ซึ่งมักเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานซึ่งไปทำงานต่างถิ่นกลับมาบ้านและกลับมาหาวัดพร้อมกัน วัดจึงกลายเป็นทั้ง “พื้นที่ศรัทธา” และ “พื้นที่พบปะของครอบครัวใหญ่” ในคราวเดียวกัน
 
วัดจะโปรงตั้งวัดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2525 ผู้สร้างวัดตามข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าเป็นนายผง นันทกิจ ขณะที่นายปุ้ย หมื่นเกลียวได้ยกที่ดินเพื่อใช้สร้างวัด ความหมายของการเริ่มต้นแบบนี้สำคัญมาก เพราะทำให้เห็นรากของวัดชุมชนไทยว่าเกิดจากคนในพื้นที่จริงและเกิดจากการให้ “ทรัพยากรที่มีค่า” คือที่ดินและแรงศรัทธา เพื่อให้เกิดพื้นที่กลางของหมู่บ้าน เมื่อวัดตั้งหลักได้แล้ว วัดก็ทำหน้าที่รองรับความต้องการของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งศาสนกิจ การศึกษา และการเป็นพื้นที่รวมตัวของคนหลายรุ่น
 
เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดคือพระใบฎีกาน้อย สีลเตโช ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของยุคก่อตั้ง เพราะการมีผู้นำสงฆ์ที่มั่นคงช่วยให้วัดค่อย ๆ วางระบบการบริหาร จัดสรรพื้นที่ เสริมสร้างเสนาสนะ และสร้างความไว้วางใจในหมู่ญาติโยม ต่อมาในช่วงที่วัดเติบโตขึ้น วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2533 โดยกำหนดเขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร นี่คือ “โครงสร้างความเป็นวัด” ที่ทำให้วัดสามารถดำเนินสังฆกรรมสำคัญได้อย่างเป็นทางการ และเป็นสัญลักษณ์ว่าชุมชนได้มีศูนย์กลางทางศาสนาที่มั่นคงครบองค์ประกอบมากขึ้น
 
เมื่อมองให้ลึก วิสุงคามสีมาไม่ใช่เพียงเรื่องเอกสาร แต่คือการยืนยันบทบาทของวัดต่อชุมชนในระยะยาว เพราะเมื่อวัดได้รับวิสุงคามสีมา วัดย่อมถูกมองว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีขอบเขตชัดเจน และสามารถรองรับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับชีวิตของผู้คนได้ครบมากขึ้น ทั้งการอุปสมบท การทำสังฆกรรม และพิธีกรรมที่ต้องอาศัยความถูกต้องตามพระธรรมวินัย ในทางสังคม สิ่งนี้ทำให้ชุมชนมี “พื้นที่อ้างอิงร่วม” ที่ทุกคนเคารพและกลับมาใช้ร่วมกันได้เสมอ
 
เสนาสนะของวัดจะโปรงสะท้อนการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของชุมชนและความจำเป็นของการใช้งานจริง หอสวดมนต์ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อปี 2523 เป็นอาคารไม้ ซึ่งเข้ากับบริบทวัดชนบทอย่างมาก เพราะอาคารไม้ให้บรรยากาศสงบ โปร่ง ระบายอากาศดี และสอดรับกับการใช้งานด้านสวดมนต์ ฟังธรรม หรือทำวัตรในชีวิตประจำวัน พื้นที่ลักษณะนี้มักเป็น “หัวใจของวัด” ในช่วงแรกเริ่ม เพราะเป็นจุดรวมศรัทธาที่ทำให้ชุมชนมีที่พึ่งทางใจแม้วัดจะยังไม่ใหญ่โต
 
กุฏิสงฆ์มีจำนวน 3 หลัง เป็นอาคารไม้ 2 หลัง และตึก 1 หลัง แสดงให้เห็นการปรับตัวของวัดตามยุคสมัยและความจำเป็นด้านการอยู่อาศัยของพระสงฆ์ อาคารไม้ให้ความเรียบง่ายและความเป็นท้องถิ่น ส่วนอาคารตึกช่วยเรื่องความทนทานและการใช้งานในระยะยาว ยิ่งวัดต้องรองรับกิจกรรมมากขึ้น การมีพื้นที่พักอาศัยที่เหมาะสมย่อมทำให้วัดสามารถดูแลศาสนกิจและการศึกษาภายในวัดได้ต่อเนื่อง
 
ภายในวัดยังมีวิหารขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร เป็นอาคารไม้ ซึ่งโดยบทบาทมักเป็นพื้นที่สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือสิ่งเคารพที่ญาติโยมเข้ามาสักการะได้อย่างสำรวม การมีวิหารแยกพื้นที่เช่นนี้ช่วยให้วัดจัดระเบียบการใช้งานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะวันที่มีคนมาทำบุญพร้อมกันจำนวนมาก เพราะทำให้คนที่ต้องการสวดมนต์สงบ ๆ สามารถแยกจากกิจกรรมส่วนรวมได้ในระดับหนึ่ง
 
อีกอาคารที่สะท้อนความ “พร้อมใช้งานจริง” ของวัดชุมชนคือศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 25 เมตร ยาว 36 เมตร สร้างเมื่อปี 2542 เป็นอาคารตึก ศาลาอเนกประสงค์ในวัดชนบทมักทำหน้าที่หลากหลายมาก ตั้งแต่รองรับงานทำบุญเลี้ยงพระ ประชุมชุมชน จัดโรงทาน จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน ไปจนถึงเป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชาในงานบุญใหญ่ ศาลาลักษณะนี้ทำให้วัดสามารถเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางสังคมของหมู่บ้านได้จริง ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น
 
การมีอาคารหลายประเภทในวัดเดียวกันทำให้วัดจะโปรงจัดจังหวะการใช้งานพื้นที่ได้ดี วันปกติอาจเงียบสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระและทำบุญแบบไม่เร่งรีบ แต่เมื่อถึงช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ พื้นที่เดียวกันสามารถรองรับคนจำนวนมากได้ ทั้งการจัดพิธี การจัดอาหาร การจัดกิจกรรมร่วมของชุมชน ภาพนี้คือเหตุผลที่วัดชุมชนจำนวนมากยังคงสำคัญในสังคมไทย เพราะวัดเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยให้ชุมชนทำงานร่วมกันได้โดยมีศรัทธาเป็นแกนกลาง
 
ด้านการปกครอง วัดจะโปรงมีข้อมูลลำดับเจ้าอาวาสที่ทราบนาม ได้แก่ รูปที่ 1 พระใบฎีกาน้อย สีลเตโช (ตั้งแต่ปี 2525) และรูปที่ 2 พระครูวิสิฐวัชราจาร์ย (ตั้งแต่ปี 2533 ถึงปัจจุบันตามข้อมูลท้องถิ่นที่ใช้กันแพร่หลาย) สิ่งที่สะท้อนผ่านระยะเวลายาวนานเช่นนี้คือความต่อเนื่องในการบริหารและการรักษาทิศทางของวัด ซึ่งสำคัญมากในวัดชุมชน เพราะความต่อเนื่องทำให้การพัฒนาอาคาร การดูแลพื้นที่ และการจัดงานบุญเป็นระบบและคงเส้นคงวามากขึ้น
 
อีกบทบาทที่ทำให้วัดจะโปรงแตกต่างจากการเป็นเพียงสถานที่ทำบุญทั่วไปคือบทบาทด้านการศึกษา วัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อปี 2524 การมีโรงเรียนปริยัติธรรมในพื้นที่ชนบทมีความหมายมาก เพราะเป็นการยืนยันว่า “วัดไม่หยุดอยู่ที่พิธีกรรม” แต่ทำหน้าที่พัฒนาความรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ ทั้งสำหรับพระภิกษุสามเณรและผู้สนใจ โดยเฉพาะในชุมชนที่ยึดโยงกับศาสนาอย่างเหนียวแน่น การมีระบบการเรียนการสอนช่วยให้ศรัทธาเดินคู่กับความเข้าใจ ไม่ใช่ศรัทธาแบบเลื่อนลอย และยังช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจหลักธรรมและสามารถเป็นกำลังของวัดและชุมชนต่อไป
 
เมื่อพูดถึง “กิจกรรมประจำปี” ของวัดชุมชนในอำเภอหนองหญ้าปล้อง ภาพที่มักพบร่วมกันคือช่วงกฐินและผ้าป่า รวมถึงงานบุญตามวันสำคัญทางพุทธศาสนา วัดจะโปรงก็เช่นเดียวกัน เพราะพื้นที่แบบหมู่บ้านยิ่งทำให้พิธีกรรมทางศาสนาเป็นกิจกรรมรวมหมู่ที่ทุกคนมีบทบาท ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ จัดสำรับอาหาร จัดดอกไม้ธูปเทียน ไปจนถึงการช่วยกันทำความสะอาดหลังงานเสร็จ งานบุญจึงเป็นการฝึกความเป็นชุมชนในทางปฏิบัติ และทำให้วัดเป็น “ศูนย์รวมใจ” ที่ยังทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน
 
สำหรับผู้มาเยือนที่อยากสัมผัสวัดแบบเข้าใจความหมาย วัดจะโปรงเหมาะกับการมาแบบตั้งใจช้า ๆ ไม่เร่งรีบ เพราะเสน่ห์ของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความหรูหรา แต่อยู่ที่ความเรียบง่ายที่สะท้อนวิถีชนบทจริง ๆ คุณจะเห็นว่าพื้นที่วัดถูกใช้งานอย่างเป็นระเบียบ เห็นการดูแลอาคารไม้ที่ยังคงบทบาท เห็นศาลาอเนกประสงค์ที่เป็นพื้นที่ชีวิตของงานบุญ และเห็นการอยู่ร่วมกันของชุมชนกับวัดในระยะใกล้ สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่วัดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ให้ไม่ได้ง่ายนัก
 
มารยาทในการเข้าวัดยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในวัดชุมชนที่มีพื้นที่ใช้งานร่วมกับกิจวัตรจริงของพระสงฆ์และชาวบ้าน การแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง เคารพพื้นที่ส่วนสงฆ์ และระมัดระวังการถ่ายภาพในจุดที่อาจรบกวนพิธีกรรมเป็นสิ่งที่ควรยึดไว้เสมอ หากตั้งใจทำบุญถวายสังฆทาน วัดชุมชนมักได้ประโยชน์จากของใช้ที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง เช่น ของอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด มากกว่าการเน้นปริมาณหรือความหรูหรา เพราะสิ่งที่เหมาะสมจะถูกนำไปใช้ได้จริงและช่วยลดภาระการจัดเก็บ
 
เสน่ห์อีกอย่างของการเข้าวัดในอำเภอหนองหญ้าปล้องคือบรรยากาศพื้นที่ที่เชื่อมต่อธรรมชาติและความสงบของชนบทเพชรบุรี การเดินทางในพื้นที่นี้ทำให้คุณเห็นภูมิประเทศกึ่งราบกึ่งเนินเขา เส้นทางชนบทที่ค่อย ๆ พาคุณออกจากความวุ่นวาย และจังหวะชีวิตที่ช้าลงโดยอัตโนมัติ วัดจะโปรงจึงทำหน้าที่เป็น “จุดพักใจ” ที่เหมาะกับคนที่ต้องการรีเซ็ตจังหวะชีวิต และเหมาะกับการจัดทริปที่ต่อยอดไปยังโซนหนองหญ้าปล้อง–แก่งกระจานได้ในวันเดียวหรือแบบค้างคืน
 
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำให้ปักหมุด “วัดจะโปรง อำเภอหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี” แล้วใช้เส้นทางหลักที่เชื่อมเข้าพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จากนั้นเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปยังบ้านจะโปรง หมู่ที่ 5 ตัววัดอยู่ติดถนนสาธารณะด้านทิศใต้และทิศตะวันออก จึงเข้าถึงได้สะดวกในเชิงโครงสร้างทางเข้าออก การขับรถในถนนท้องถิ่นควรเผื่อเวลาและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะทางแยกและช่วงที่มีรถชาวบ้านสัญจรหรือมีรถบรรทุกผลผลิตทางการเกษตร
 
สำหรับคนที่วางแผนทริปต่อเนื่อง การแวะวัดจะโปรงสามารถทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นเชิงวัฒนธรรมก่อนออกไปพักผ่อนเชิงธรรมชาติในโซนใกล้เคียง คุณสามารถจัดจังหวะทริปให้สมดุล เช่น เริ่มเช้าด้วยการไหว้พระ ทำบุญ เดินชมวัดอย่างสำรวม จากนั้นค่อยขยับไปยังคาเฟ่หรือร้านอาหารในเส้นทางเดียวกัน และปิดท้ายด้วยการเข้าที่พักแนวธรรมชาติในช่วงบ่ายเพื่อพักผ่อนเต็มที่ รูปแบบนี้ทำให้การเดินทางมีทั้ง “ความสงบ” และ “ความสบาย” โดยไม่ต้องเร่งหรือขับรถย้อนเส้นทางมากเกินไป
 
วัดจะโปรงจึงเป็นวัดที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ในแผนที่การเดินทางของคนที่อยากรู้จักเพชรบุรีให้ลึกกว่าแค่จุดท่องเที่ยวเมืองหลัก เพราะที่นี่ทำให้คุณเห็นระบบนิเวศของชุมชน—เห็นว่าศรัทธา การเรียนรู้ และการอยู่ร่วมกันของผู้คนยังคงทำงานจริงอยู่ทุกวัน หากคุณมองวัดเป็นมากกว่าสถานที่แวะไหว้พระ วัดจะโปรงจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คุณเข้าใจ “โครงสร้างชีวิตชนบทไทย” ได้ชัดขึ้น ผ่านสิ่งปลูกสร้างที่ถูกใช้จริง ผ่านงานบุญที่ชุมชนร่วมกันทำจริง และผ่านความเรียบง่ายที่มีความหมายในตัวเอง
 
สรุปสถานที่ วัดราษฎร์สังกัดมหานิกายของบ้านจะโปรง เป็นศูนย์กลางศาสนกิจและกิจกรรมชุมชน มีเสนาสนะหลักครบ ใช้งานจริงรองรับงานบุญและการศึกษาพระปริยัติธรรม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2533
ชื่อสถานที่ วัดจะโปรง
ที่อยู่ เลขที่ 138 บ้านจะโปรง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี 76160
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระครูวิสิฐวัชราจาร์ย
จุดเด่นของสถานที่ วัดชุมชนที่ก่อตั้งจากการร่วมแรงของคนในพื้นที่, มีศาลาอเนกประสงค์ขนาดใหญ่รองรับงานบุญ, มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม (เปิดสอน พ.ศ. 2524), ได้รับวิสุงคามสีมาอย่างเป็นทางการ
ยุคสมัย/ช่วงเวลา ตั้งวัดวันที่ 23 ธันวาคม 2525
หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ ที่ดินตั้งวัด 28 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา, หอสวดมนต์สร้าง พ.ศ. 2523, ศาลาอเนกประสงค์สร้าง พ.ศ. 2542, ได้รับวิสุงคามสีมา 25 กันยายน 2533 (เขตกว้าง 20 ม. ยาว 40 ม.)
สิ่งอำนวยความสะดวก ศาลาอเนกประสงค์, หอสวดมนต์, วิหาร, กุฏิสงฆ์, พื้นที่รองรับงานบุญและกิจกรรมชุมชน
ค่าเข้าชม/ค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าเข้าชม (ร่วมทำบุญตามศรัทธา)
เบอร์ติดต่อสถานที่ 032-494-073
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) วัดวังภูไทร – ประมาณ 3.5 กม.
2) เขากระทิง – ประมาณ 4.6 กม.
3) วัดหนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 4.3 กม.
4) ศาลหลักเมืองหนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 4.3 กม.
5) วัดห้วยเสือ – ประมาณ 3.2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัวกล้วยหอม แก่งกระจาน – ประมาณ 12 กม. – 064-962-9509
2) Little Forest Coffee House (แก่งกระจาน) – ประมาณ 12 กม. – 062-339-8678
3) 289 Hill Farm Cafe & Resort – ประมาณ 18 กม. – 099-289-9628
4) ร้านแห้วหัวปลาหม้อไฟ (สันเขื่อนแก่งกระจาน) – ประมาณ 35 กม. – 096-851-4055
5) NABI CAFE (แก่งกระจาน) – ประมาณ 28 กม. – 086-335-6771
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Leaves Valley Resort – ประมาณ 10 กม. – 032-494-202
2) Montoro Resort (หนองหญ้าปล้อง) – ประมาณ 7 กม. – 032-473-533
3) Trin Wellness Phetchaburi – ประมาณ 7 กม. – 082-515-4888
4) River Tales (แก่งกระจาน) – ประมาณ 28 กม. – 062-318-6886
5) บ้านธารทิพย์ แก่งกระจาน – ประมาณ 27 กม. – 065-894-9965
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าสักการะและทำบุญ
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดจะโปรงตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่เลขที่ 138 บ้านจะโปรง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
 
ถาม: วัดจะโปรงก่อตั้งเมื่อไหร่?
ตอบ: วัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2525 โดยมีนายผง นันทกิจเป็นผู้สร้างวัด และนายปุ้ย หมื่นเกลียวยกที่ดินเพื่อสร้างวัด
 
ถาม: วัดจะโปรงได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2533 และกำหนดเขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร
 
ถาม: วัดจะโปรงมีอาคารเสนาสนะสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีหอสวดมนต์ (อาคารไม้), กุฏิสงฆ์ 3 หลัง (ไม้ 2 หลัง ตึก 1 หลัง), วิหาร (อาคารไม้) และศาลาอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (อาคารตึก)
 
ถาม: วัดจะโปรงมีการศึกษาพระปริยัติธรรมหรือไม่?
ตอบ: มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนตั้งแต่ปี 2524
 
ถาม: ถ้าจะติดต่อวัดจะโปรงโดยตรงใช้เบอร์อะไร?
ตอบ: ติดต่อได้ที่ 032-494-073
แผนที่ วัดจะโปรง แผนที่วัดจะโปรง
คำค้น คำค้น: วัดจะโปรงวัดจะโปรง วัดหนองหญ้าปล้อง วัดเพชรบุรี ไหว้พระหนองหญ้าปล้อง วัดชุมชนเพชรบุรี เที่ยวหนองหญ้าปล้อง วิสุงคามสีมา โรงเรียนพระปริยัติธรรม แก่งกระจานใกล้หนองหญ้าปล้อง ที่พักแก่งกระจาน
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเพชรบุรี(38)

https://www.lovethailand.org/อ.เขาย้อย(21)

https://www.lovethailand.org/อ.หนองหญ้าปล้อง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.ชะอำ(22)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่ายาง(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านลาด(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแหลม(26)

https://www.lovethailand.org/อ.แก่งกระจาน(20)