วัดยางน้ำกลัดใต้

Rating: 3.7/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
วัดยางน้ำกลัดใต้ ตั้งอยู่บ้านยางน้ำกลัดใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาของชุมชนในพื้นที่จริง ไม่ใช่วัดที่ถูกวางให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ต้น แต่เป็น “วัดของหมู่บ้าน” ที่ค่อย ๆ เติบโตตามจังหวะชีวิตของคนท้องถิ่น และทำหน้าที่รองรับพิธีกรรม งานบุญ และกิจกรรมทางสังคมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง วัดมีที่ดินตั้งวัดรวม 8 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด และมีอาณาเขตโดยรอบจดที่ดินสาธารณะทั้ง 4 ทิศ ซึ่งสะท้อนภาพพื้นที่วัดที่เป็นศูนย์กลางสาธารณะของชุมชนอย่างชัดเจน
บริบทของตำบลยางน้ำกลัดใต้และอำเภอหนองหญ้าปล้องเป็นพื้นที่ชนบทที่มีภูมิประเทศกึ่งราบกึ่งเนินเขา รายรอบด้วยผืนป่าและแนวเขาที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่แก่งกระจานและเขาย้อย ทำให้ชุมชนมีวิถีชีวิตที่ผูกกับการเกษตร น้ำฝน แหล่งน้ำตามฤดูกาล และการเดินทางด้วยถนนสายรองที่เชื่อมหมู่บ้านเข้ากับเส้นหลักของจังหวัด วัดยางน้ำกลัดใต้จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะ “หลักยึดทางใจ” ของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่กันแบบเครือญาติและพึ่งพาอาศัยกันสูง เมื่อถึงวันพระ วันสำคัญทางพุทธศาสนา หรือช่วงเทศกาลงานบุญ วัดจะกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม ทำความสะอาดวัด ไปจนถึงการรวมตัวในงานกฐินผ้าป่า งานบวช งานทำบุญอุทิศส่วนกุศล
วัดยางน้ำกลัดใต้ “ตั้งวัด” เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2529 โดยผู้ริเริ่มการสร้างวัดคือพระเปลื้องจากวัดหัวนา ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นภาพจำแบบไทยชนบทที่พบได้เสมอว่า วัดไม่ได้เกิดจากการลงทุนขนาดใหญ่ แต่เกิดจากการ “รวมแรง” ของศรัทธาและการลงมือทำทีละขั้น จากนั้นมีการแต่งตั้งพระสังวาลย์เป็นเจ้าอาวาสในช่วงแรก และต่อมาวัดได้พัฒนาโครงสร้างด้านการปกครองและการบริหารตามลำดับ โดยรายนามเจ้าอาวาสที่มีการบันทึกไว้ ได้แก่ รูปที่ 1 พระสังวาลย์ รูปที่ 2 พระหลวง และรูปที่ 3 พระใบฎีกาจันทร์ จนฺโท ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2539 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันตามข้อมูลท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ในฐานข้อมูลกิจกรรมกฐินของแหล่งเผยแพร่ข้อมูลวัด ยังระบุชื่อเจ้าอาวาสเป็น “พระมหากรกฤษณ์ กิตฺติญาโณ” ซึ่งสะท้อนว่าปัจจุบันวัดมีการขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณะและงานบุญขนาดใหญ่ที่มีผู้ประสานงานและอัปเดตข้อมูลเป็นระบบมากขึ้นกว่ายุคเริ่มต้น
เสน่ห์ของวัดยางน้ำกลัดใต้จึงไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของสถาปัตยกรรมแบบวัดหลวง แต่เป็นความจริงแท้ของ “วัดชุมชน” ที่ทำหน้าที่ครบเครื่อง ทั้งพิธีกรรม การศึกษา และสาธารณประโยชน์ โครงสร้างเสนาสนะที่มีอยู่สะท้อนการเติบโตแบบเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากพื้นที่ใช้งานร่วมกันก่อน แล้วค่อยเสริมอาคารที่จำเป็นต่อการดำรงศาสนกิจของพระสงฆ์และรองรับญาติโยมอย่างเหมาะสม สิ่งที่โดดเด่นคือศาลาการเปรียญขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อปี 2539 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ลักษณะเช่นนี้พบได้มากในวัดชนบทภาคตะวันตกและภาคกลาง เพราะตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริง ระบายอากาศดี และซ่อมบำรุงได้ตามกำลังชุมชน ศาลาการเปรียญมักเป็นพื้นที่หลักของกิจกรรมวัด ตั้งแต่สวดมนต์ ฟังเทศน์ ทำบุญเลี้ยงพระ ประชุมชุมชน ไปจนถึงเป็นพื้นที่รวมพลในงานบุญใหญ่
อีกอาคารที่ช่วยทำให้ภาพวัดสมบูรณ์คือกุฏิสงฆ์ซึ่งเป็นอาคารไม้ และศาลาอเนกประสงค์กว้าง 15 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างเมื่อปี 2543 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ซึ่งมักถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมที่ต้องการความคล่องตัวมากกว่าศาลาการเปรียญ เช่น การจัดโรงทาน การจัดโต๊ะหมู่บูชาในบางพิธี งานเตรียมงานกฐินผ้าป่า หรือเป็นพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทำกิจกรรมช่วงปิดเทอม วัดยังมีศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ช่วยรองรับพิธีกรรมด้านงานศพและงานอุทิศส่วนกุศลได้อย่างเหมาะสม ทำให้วัดทำหน้าที่ครอบคลุม “วงจรชีวิต” ของชุมชน ตั้งแต่งานบุญมงคลไปจนถึงงานอวมงคลที่ทุกคนต้องพึ่งพาพื้นที่กลางร่วมกัน
ในรายละเอียดเชิงโครงสร้าง วัดยังมีโรงครัว ห้องสุขา และแท็งก์น้ำเก็บน้ำฝน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญมากสำหรับวัดชนบท เพราะการจัดงานบุญในพื้นที่จริง ๆ ไม่ได้จบที่พิธีสวด แต่ต้องมีระบบรองรับคนจำนวนมาก ทั้งเรื่องอาหาร น้ำใช้ และสุขอนามัย การมีแท็งก์เก็บน้ำฝนเป็นสัญญาณว่าชุมชนเข้าใจบริบทของพื้นที่ที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำในบางฤดูกาล จึงจัดการให้วัดมีความพร้อมต่อการใช้งานตลอดปี และเมื่อวัดพร้อม ชุมชนก็พร้อมทำกิจกรรมได้ต่อเนื่อง วัดลักษณะนี้จึงมักเป็น “พื้นที่ฝึกวินัยร่วมกัน” ของชุมชนโดยไม่รู้ตัว เพราะทุกงานบุญคือการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่เตรียมสถานที่ จัดอาหาร จัดพิธี ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มาเยือน
มิติด้านการศึกษาของวัดยางน้ำกลัดใต้ก็เป็นอีกประเด็นที่ควรถูกเล่าให้ชัด เพราะสะท้อนบทบาทวัดไทยในฐานะพื้นที่สร้างโอกาสและพัฒนาคน วัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อปี 2539 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการก่อสร้างศาลาการเปรียญพอดี นัยสำคัญคือ เมื่อวัดมีพื้นที่ใช้งานหลักแล้ว ก็เดินหน้าสู่ “แกนการศึกษา” เพื่อให้พระภิกษุสามเณรและผู้สนใจได้เรียนรู้หลักธรรมอย่างเป็นระบบ โรงเรียนพระปริยัติธรรมในวัดชุมชนมักทำหน้าที่ทั้งยกระดับความรู้ของพระสงฆ์ และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านรู้สึกว่าศาสนาไม่ได้ไกลตัว แต่มีระบบการเรียน การสอบ และการพัฒนาความรู้ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในครอบครัวชนบทที่ให้ความเคารพการศึกษา การมีโรงเรียนปริยัติธรรมคือการทำให้วัด “มีอนาคต” เพราะวัดมีคนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้ศาสนาอย่างเป็นระบบและสืบต่อบทบาทของวัดได้
เมื่อมองในเชิงประสบการณ์ของผู้มาเยือน วัดยางน้ำกลัดใต้เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสงบและต้องการแวะไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ เพราะวัดอยู่ในชุมชนจริง ไม่วุ่นวายเหมือนวัดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ จุดที่ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญคือการวางตัวให้เหมาะกับสถานที่ ซึ่งเป็นกติกาพื้นฐานของการเข้าวัดไทย ได้แก่ แต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง เคารพพื้นที่พระสงฆ์ และหลีกเลี่ยงการรบกวนกิจวัตรของวัด โดยเฉพาะช่วงเช้าที่พระสงฆ์ทำวัตรหรือเตรียมกิจของสงฆ์ หากตั้งใจมาทำบุญ แนะนำให้เตรียมดอกไม้ธูปเทียนหรือเครื่องสังฆทานแบบพอดี ไม่ต้องเน้นปริมาณ แต่เน้นความตั้งใจและความเหมาะสมกับการใช้งานจริงของวัด เช่น ของใช้ประจำวัน อาหารแห้ง หรือเวชภัณฑ์พื้นฐาน
ในแง่ “ประเพณีและกิจกรรมประจำปี” วัดชุมชนอย่างวัดยางน้ำกลัดใต้จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงกฐินและผ้าป่า ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นมักกลับบ้านมาร่วมทำบุญ ทำให้วัดเป็นเหมือนเวทีรวมญาติและยืนยันความเป็นชุมชนเดียวกัน หลัก ๆ จะมีการทอดกฐินสามัคคีตามกำหนดของแต่ละปี และมีโอกาสพบกิจกรรมทำบุญปิดทอง/สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดตามงานประจำปีที่ชุมชนประกาศนัดหมาย ซึ่งรูปแบบกิจกรรมลักษณะนี้ทำให้วัดไม่ใช่แค่สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่เป็น “ปฏิทินสังคม” ของชุมชนที่ทุกคนยึดโยงร่วมกัน การทำบุญช่วงงานประจำปีมักมีองค์ประกอบครบ ทั้งการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร ฟังเทศน์ การจัดโรงทาน และกิจกรรมจิตอาสาเพื่อพัฒนาวัด เช่น ทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ หรือร่วมสมทบทุนก่อสร้างอาคารที่ยังดำเนินการอยู่
อีกจุดที่ทำให้วัดยางน้ำกลัดใต้มี “เรื่องเล่าเชิงพัฒนา” คืออุโบสถของวัดอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนตามจริงของวัดชุมชนจำนวนมากในประเทศไทย อุโบสถเป็นอาคารสำคัญสำหรับสังฆกรรม แต่การสร้างอุโบสถต้องใช้ทุนสูงและต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยและงานช่าง วัดที่ค่อย ๆ สร้างอุโบสถด้วยกำลังศรัทธาจึงมักมีระยะเวลาพัฒนาเป็นช่วง ๆ เมื่อชุมชนพร้อมก็เดินหน้า เมื่อเศรษฐกิจชะลอก็ชะลอ แต่ยังรักษาเป้าหมายเดิมไว้ ทำให้ผู้มาเยือนที่กลับมาอีกครั้งในอนาคตจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของวัดอย่างชัดเจน วัดจึงกลายเป็น “พื้นที่บันทึกเวลา” ของชุมชน ผ่านอาคารที่ถูกสร้างในแต่ละยุค และผ่านชื่อผู้คนที่ร่วมทำบุญร่วมแรงในแต่ละช่วง
สำหรับนักเดินทางที่อยากวางแผนเที่ยวแบบได้ทั้งทำบุญและเที่ยวธรรมชาติ พื้นที่หนองหญ้าปล้องเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวหลายประเภท ตั้งแต่ศาสนสถานอื่น ๆ ไปจนถึงแหล่งธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำ การแวะวัดยางน้ำกลัดใต้จึงสามารถจัดเป็น “จุดพักใจ” ระหว่างทางได้ดี โดยเฉพาะคนที่ขับรถมุ่งหน้าไปแก่งกระจานหรือเส้นทางเชื่อมเขาย้อย เพราะการเข้าวัดสั้น ๆ ช่วยปรับจังหวะการเดินทางให้ช้าลง ลดความเร่ง และเติมบรรยากาศแบบท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากจุดท่องเที่ยวหลักเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรทำเมื่อมาถึงวัดคือการเดินชมพื้นที่อย่างสำรวม สังเกตการจัดวางอาคารหลักว่าศาลาการเปรียญและศาลาอเนกประสงค์ทำหน้าที่อย่างไรในชีวิตจริงของวัด แล้วค่อยเข้าสู่การสักการะในจุดที่วัดจัดไว้ หากเจอช่วงเวลาที่ชาวบ้านกำลังทำกิจกรรม เช่น จัดเตรียมงานบุญหรือทำความสะอาดพื้นที่ ผู้มาเยือนสามารถร่วมช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้หากเหมาะสมและได้รับการอนุญาตจากผู้ดูแลวัด เพราะวัดชุมชนจำนวนมากยินดีต่อ “น้ำใจ” ที่มาแบบสุภาพและไม่สร้างภาระ การร่วมแรงเล็ก ๆ เช่น ยกของ จัดเก้าอี้ หรือช่วยเก็บขยะ เป็นรูปแบบการทำบุญที่จับต้องได้และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มาเยือนกับชุมชนเป็นมิตรขึ้น
ในเชิงการเล่าเรื่องเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดยางน้ำกลัดใต้สะท้อนคุณค่าหลัก 3 อย่างที่ทำให้วัดชุมชนมีความสำคัญเสมอ อย่างแรกคือ “ความเป็นฐานรากของชุมชน” เพราะวัดเป็นพื้นที่กลางที่ทุกคนเข้าได้และมีส่วนร่วมได้ อย่างที่สองคือ “ความต่อเนื่องของศรัทธา” ที่วัดถูกก่อตั้งด้วยแรงร่วมของพระและชาวบ้าน และยังคงพัฒนาด้วยแรงศรัทธานั้นต่อเนื่องจนปัจจุบัน อย่างที่สามคือ “ความเป็นระบบของวัดไทย” ที่ไม่ได้มีแค่พิธีกรรม แต่มีการปกครอง มีการศึกษา และมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับงานบุญได้จริง เมื่อผู้มาเยือนมองเห็น 3 มิตินี้ วัดจะไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายรูปหรือแวะไหว้พระแบบผ่าน ๆ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้เข้าใจโครงสร้างชีวิตชนบทไทยมากขึ้น
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้ปักหมุด “วัดยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง” แล้วใช้เส้นทางถนนสายหลักของจังหวัดเพชรบุรีเชื่อมเข้าสู่ถนนท้องถิ่นในตำบลยางน้ำกลัดใต้ วัดอยู่ในพื้นที่บ้านยางน้ำกลัดใต้ หมู่ที่ 1 และสามารถเข้าถึงได้ด้วยถนนรถยนต์ตามปกติ การเดินทางในโซนนี้ควรเผื่อเวลาและขับด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นถนนชนบทที่มีทางแยกและมีรถท้องถิ่นสัญจร สำหรับผู้ที่วางแผนไปแก่งกระจาน สามารถจัดวัดเป็นจุดแวะทำบุญระหว่างเส้นทางได้สะดวก
เพื่อให้การมาเยือนราบรื่น แนะนำให้เลือกช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด และมีโอกาสพบกิจกรรมของวัดมากกว่า อีกทั้งยังเหมาะกับการวางแผนต่อยอดไปยังร้านอาหารและที่พักในโซนแก่งกระจานหรือหนองหญ้าปล้องได้ในทริปเดียว หากคุณตั้งใจทำบุญถวายสังฆทาน ควรเลือกของที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง เช่น ของใช้ส่วนตัวพระ เครื่องอุปโภคบริโภค หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด เพราะวัดชุมชนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสิ่งของที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระการจัดเก็บและทำให้บุญเกิดประโยชน์จริง
วัดยางน้ำกลัดใต้จึงเป็นตัวแทนของวัดชนบทที่มีความหมายต่อพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งในฐานะศูนย์รวมจิตใจ แหล่งประกอบพิธีกรรม พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่กลางของชุมชน การแวะมาไหว้พระที่นี่อาจไม่ได้ให้ความตื่นตาตื่นใจแบบแลนด์มาร์กใหญ่ แต่ให้คุณค่าที่ลึกกว่า คือการเห็น “ชีวิตจริงของวัดไทย” ที่ยังทำงานอยู่ทุกวัน และยังคงเติบโตด้วยแรงศรัทธาของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
| สรุปสถานที่ | วัดราษฎร์สังกัดมหานิกายของชุมชนบ้านยางน้ำกลัดใต้ มีบทบาทด้านศาสนกิจ งานบุญ และการศึกษาพระปริยัติธรรม โครงสร้างวัดพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป อุโบสถอยู่ระหว่างก่อสร้าง |
| ชื่อสถานที่ | วัดยางน้ำกลัดใต้ |
| ที่อยู่ | บ้านยางน้ำกลัดใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี 76160 |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระมหากรกฤษณ์ กิตฺติญาโณ |
| จุดเด่นของสถานที่ | วัดชุมชนที่เติบโตจากแรงศรัทธาท้องถิ่น, มีศาลาการเปรียญและศาลาอเนกประสงค์รองรับงานบุญ, มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม (เปิดสอนตั้งแต่ปี 2539), โครงสร้างสาธารณูปโภครองรับกิจกรรม (โรงครัว ห้องสุขา แท็งก์เก็บน้ำฝน) |
| ยุคสมัย/ช่วงเวลา | ตั้งวัดวันที่ 17 ธันวาคม 2529 |
| หลักฐาน/ข้อมูลสำคัญ | ที่ดินตั้งวัด 8 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา (กรรมสิทธิ์เป็นของวัด), ศาลาการเปรียญสร้างปี 2539, ศาลาอเนกประสงค์สร้างปี 2543, มีศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง, อุโบสถอยู่ระหว่างก่อสร้าง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม – ประมาณ 5.3 กม. 2) วัดพุสวรรค์ – ประมาณ 5.1 กม. 3) ตลาดน้ำกลางป่าบนน้ำตกกวางโจว – ประมาณ 10 กม. 4) บ่อน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 16 กม. 5) เขื่อนแก่งกระจาน – ประมาณ 19 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ครัวกล้วยหอม แก่งกระจาน – ประมาณ 3.2 กม. – 096-161-6196 2) Little Forest Coffee House แก่งกระจาน – ประมาณ 3.2 กม. – 086-174-4245 3) อิ่มอุ่น ริมทาง หนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 6.2 กม. – 082-824-4616 4) ณ.นม สาริกา – ประมาณ 7 กม. – 095-526-5624 5) 289 Hill Farm Cafe & Resort – ประมาณ 9.5 กม. – 099-289-9628 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) คีรีพาร์ค รีสอร์ท แก่งกระจาน – ประมาณ 3.3 กม. – 085-653-9954 2) Montoro Resort เพชรบุรี หนองหญ้าปล้อง – ประมาณ 6.8 กม. – 032-473-533 3) River Tales – ประมาณ 18 กม. – 062-318-6886 4) บ้านไม้ไร่เจริญ รีสอร์ทแก่งกระจาน – ประมาณ 19 กม. – 089-164-1332 5) บ้านโอบฟ้า รีสอร์ท – ประมาณ 20 กม. – 089-528-2428 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะและทำบุญ (เวลาเปิดทำการโดยทั่วไป 08:00 – 17:00) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดยางน้ำกลัดใต้ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่บ้านยางน้ำกลัดใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
ถาม: วัดยางน้ำกลัดใต้เปิดทุกวันและเปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00
ถาม: วัดยางน้ำกลัดใต้ก่อตั้งเมื่อไหร่?
ตอบ: ตั้งวัดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2529 โดยพระเปลื้องจากวัดหัวนาและชาวบ้านร่วมกันสร้าง
ถาม: เจ้าอาวาสวัดยางน้ำกลัดใต้ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ล่าสุดระบุเจ้าอาวาสเป็น “พระมหากรกฤษณ์ กิตฺติญาโณ”
ถาม: วัดยางน้ำกลัดใต้มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีศาลาการเปรียญ (สร้างปี 2539), ศาลาอเนกประสงค์ (สร้างปี 2543), กุฏิสงฆ์, ศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง และอุโบสถที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ถาม: วัดยางน้ำกลัดใต้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมหรือไม่?
ตอบ: มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนตั้งแต่ปี 2539
ถาม: หากอยากจัดทริปไหว้พระแล้วเที่ยวต่อ ใกล้วัดมีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ใกล้วัดมีจุดน่าสนใจหลายแบบ เช่น อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม, ตลาดน้ำกลางป่าบนน้ำตกกวางโจว, บ่อน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง และเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งสามารถจัดเป็นทริปวันเดียวหรือค้างคืนได้
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|



หมวดหมู่:
กลุ่ม: