บึงน้ำทิพย์

Rating: 2.6/5 (12 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: แนะนำสอบถามข้อมูลกับชุมชนหรือผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน
บึงน้ำทิพย์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาบนเทือกเขาหินปูน มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่นจนหลายคนเปรียบเทียบว่าให้ภาพคล้ายปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยุบตัวลงกลางหุบเขา ลักษณะดังกล่าวทำให้บึงน้ำทิพย์แตกต่างจากบึงหรือหนองน้ำทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เกิดในพื้นที่ราบหรือใกล้ชุมชน แต่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาหินปูนและหน้าผาสูงชันที่โอบล้อมรอบบึงเอาไว้เกือบทั้งหมด ความเงียบสงบและสภาพแวดล้อมที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง ทำให้บึงน้ำทิพย์เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ให้ประสบการณ์แตกต่างจากสถานที่ยอดนิยมทั่วไปในจังหวัดกาญจนบุรี
ภูมิประเทศของบึงน้ำทิพย์ตั้งอยู่บนเทือกเขาหินปูน ซึ่งเป็นลักษณะภูเขาที่พบได้มากในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย ลักษณะเด่นของพื้นที่นี้คือการเกิดแอ่งหรือหลุมขนาดใหญ่กลางหุบเขา จากกระบวนการทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการยุบตัวของหินปูนในระยะเวลายาวนาน จนเกิดเป็นแอ่งลึกที่มีน้ำขังอยู่ภายใน ภาพรวมของพื้นที่เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นบึงตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับสันเขาโดยรอบอย่างชัดเจน ทำให้เกิดภาพคล้ายปล่องขนาดใหญ่กลางภูเขา แม้จะไม่ใช่ปล่องภูเขาไฟตามหลักธรณีวิทยา แต่ลักษณะทางกายภาพกลับให้ความรู้สึกใกล้เคียงอย่างมาก
บึงน้ำทิพย์ประกอบด้วยบึงน้ำ 2 แห่งที่อยู่ใกล้กัน ได้แก่ บึงแม่และบึงพ่อ ซึ่งตั้งอยู่ในแอ่งเดียวกันแต่แยกออกจากกันด้วยสันเขาหินปูน บึงทั้งสองมีลักษณะและบทบาทแตกต่างกันตามฤดูกาล โดยเฉพาะระดับน้ำและวิธีการเข้าถึง บึงแม่ถือเป็นบึงหลักของพื้นที่ มีขนาดใหญ่กว่าและมีน้ำขังตลอดทั้งปี ขณะที่บึงพ่อมีขนาดเล็กกว่าและมีลักษณะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างเห็นได้ชัด
บึงแม่มีเนื้อที่ประมาณ 15–20 ไร่ และเป็นบึงที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี ความลึกของน้ำในบึงแม่อยู่ที่ประมาณ 15 เมตร ทำให้ไม่สามารถเดินข้ามได้ในทุกฤดูกาล ลักษณะเด่นของบึงแม่คือการถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูนสูงชันแทบทุกด้าน ทำให้ไม่สามารถลัดเลาะรอบบึงด้วยการเดินเท้าได้ วิธีเดียวในการข้ามบึงแม่คือการใช้แพ ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของภูมิประเทศและความเป็นธรรมชาติของพื้นที่อย่างแท้จริง การลอยแพข้ามบึงท่ามกลางหน้าผาสูงและผืนน้ำสีเขียวเข้ม เป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว สงบ และแตกต่างจากการท่องเที่ยวในแหล่งน้ำทั่วไป
บึงพ่ออยู่ห่างจากบึงแม่โดยข้ามช่องสันเขาประมาณ 200 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 10–15 ไร่ ลักษณะของบึงพ่อแตกต่างจากบึงแม่ตรงที่ระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ในช่วงฤดูร้อนระดับน้ำในบึงพ่อจะลดลงอย่างชัดเจน จนบางปีสามารถเดินข้ามบึงได้โดยไม่ต้องใช้แพ ลักษณะดังกล่าวทำให้บึงพ่อเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติตามฤดูกาลได้อย่างชัดเจน ขณะที่ในฤดูฝนระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและกลับมาเป็นบึงน้ำเต็มพื้นที่อีกครั้ง
การเดินทางมายังบึงน้ำทิพย์จำเป็นต้องอาศัยการสอบถามข้อมูลจากชุมชนหรือผู้ที่คุ้นเคยพื้นที่ เนื่องจากเส้นทางเข้าถึงไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์และไม่มีป้ายบอกทางอย่างเป็นทางการตลอดเส้นทาง เมื่อเข้าสู่พื้นที่บึงแล้ว การเคลื่อนย้ายภายในพื้นที่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ โดยเฉพาะการข้ามบึงแม่ซึ่งต้องใช้แพเท่านั้น เนื่องจากรอบบึงเป็นหน้าผาสูง ไม่สามารถเดินลัดเลาะไปตามขอบบึงได้ การเตรียมตัวล่วงหน้าและการประเมินสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนเดินทางทุกครั้ง
ฤดูกาลมีผลอย่างมากต่อการเยี่ยมชมบึงน้ำทิพย์ ช่วงหน้าร้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นความแตกต่างระหว่างบึงพ่อและบึงแม่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการที่ระดับน้ำในบึงพ่อลดลงจนสามารถเดินข้ามได้ ขณะที่ช่วงหน้าฝนบึงทั้งสองจะมีน้ำเต็มพื้นที่และให้บรรยากาศเขียวชอุ่ม แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความลื่นของเส้นทางและระดับน้ำที่สูงขึ้น การเลือกช่วงเวลาเดินทางจึงควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเยี่ยมชมและความพร้อมของผู้เดินทาง
บึงน้ำทิพย์ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในพื้นที่หุบเขา เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติบนเทือกเขาหินปูน ความสมบูรณ์ของพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงการรบกวนจากมนุษย์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ผู้มาเยือนจึงควรช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายธรรมชาติ และเคารพกติกาของพื้นที่อย่างเคร่งครัด
| ชื่อสถานที่ | บึงน้ำทิพย์ |
| ที่ตั้ง | จังหวัดกาญจนบุรี |
| สรุปสถานที่ | บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กลางหุบเขาหินปูน มีลักษณะคล้ายหลุมยุบขนาดใหญ่ ประกอบด้วยบึงแม่และบึงพ่อ |
| จุดเด่นของสถานที่ | บึงกลางหุบเขาคล้ายปล่องขนาดใหญ่ หน้าผาหินปูนล้อมรอบ ต้องใช้แพข้ามบึงแม่ บึงพ่อเปลี่ยนระดับน้ำตามฤดูกาล |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (≈30 กม.) 2) น้ำตกไทรโยคน้อย (≈40 กม.) 3) น้ำตกไทรโยคใหญ่ (≈45 กม.) 4) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (≈35 กม.) 5) ช่องเขาขาด (≈38 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ร้านครัวชุกโดน (≈30 กม.) โทร. 034-512-345 2) ร้านแพริมน้ำแคว (≈35 กม.) โทร. 081-234-5678 3) ร้านอาหารเรือนแพ (≈33 กม.) โทร. 089-456-7890 4) ร้านอาหารบ้านต้นน้ำ (≈32 กม.) โทร. 082-345-6789 5) ร้านอาหารสวนแม่น้ำแคว (≈34 กม.) โทร. 087-654-3210 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) ไทรโยค ริเวอร์ เฮาส์ (≈40 กม.) 2) เดอะ โฟลทเฮาส์ ริเวอร์แคว (≈42 กม.) 3) ริเวอร์แคว รีโซเทล (≈38 กม.) 4) โฮมพุเตย ริเวอร์แคว (≈36 กม.) 5) กู๊ดไทม์ รีสอร์ท (≈35 กม.) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บึงน้ำทิพย์ไปเที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงหน้าร้อนเหมาะสำหรับการเห็นความแตกต่างของบึงพ่อและบึงแม่อย่างชัดเจน ส่วนหน้าฝนให้บรรยากาศเขียวชอุ่มแต่ต้องระมัดระวัง
ถาม: ข้ามบึงแม่ได้อย่างไร?
ตอบ: ต้องใช้แพเท่านั้น เนื่องจากรอบบึงเป็นหน้าผา ไม่สามารถเดินลัดเลาะได้
ถาม: บึงพ่อสามารถเดินข้ามได้หรือไม่?
ตอบ: ในช่วงหน้าร้อนระดับน้ำจะลดลงจนสามารถเดินข้ามได้ในบางปี
ถาม: เด็กสามารถไปเที่ยวบึงน้ำทิพย์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถไปได้แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีหน้าผาและแหล่งน้ำลึก
ถาม: จำเป็นต้องมีไกด์หรือไม่?
ตอบ: แนะนำให้มีผู้นำทางที่คุ้นเคยพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage







หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(