น้ำตกสัตมิตร

Rating: 4.4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น. (แนะนำเที่ยวช่วงกลางวัน)
น้ำตกสัตตมิตร คือหนึ่งในพิกัดธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกว่า “มาถึงแล้วเหมือนได้หลุดออกจากโลกเดิม” เพราะเส้นทางของมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเดินสบาย ๆ แล้วถึงจุดถ่ายรูปทันที แต่เป็นธรรมชาติที่ยังคงบรรยากาศดิบ เงียบ และมีความจริงจังในแบบของทองผาภูมิอย่างชัดเจน หลายคนรู้จักพื้นที่ตำบลปิล็อกผ่านภาพจำของบ้านอีต่อง หมอกยามเช้า ถนนคดเคี้ยว และวิวเขาที่ซ้อนชั้นกันเป็นคลื่น แต่ในรายละเอียดของพื้นที่จริง ๆ ยังมีแหล่งธรรมชาติอีกจำนวนมากที่ “อยู่ลึกกว่า” และต้องตั้งใจมากกว่า น้ำตกสัตตมิตรจึงมักถูกพูดถึงในหมู่นักเดินทางที่ชอบธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ ชอบความสงบ และชอบความรู้สึกว่าแต่ละก้าวที่เดินเข้าไปนั้นกำลังพาเราเข้าใกล้ป่าจริง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ทำให้น้ำตกสัตตมิตรต่างจากน้ำตกยอดนิยมหลายแห่งคือการเป็นพื้นที่ที่มีองค์ประกอบของ “ถ้ำและน้ำตก” อยู่ร่วมกันในบริเวณเดียวกัน อารมณ์ของทริปจึงไม่ใช่แค่การไปดูสายน้ำไหลผ่านชั้นหินเท่านั้น แต่ยังเป็นการไปสัมผัสความชื้นในป่า ความเย็นที่ซ่อนอยู่หลังแนวไม้ ความมืดและความนิ่งของโพรงถ้ำ ตลอดจนเสียงธรรมชาติที่ชัดขึ้นอย่างประหลาดเมื่อเราอยู่ห่างจากถนนหลักมากขึ้น สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติแบบละเอียด ชอบดูรูปทรงของหิน ดูการกัดเซาะของน้ำ ดูตะไคร่ ดูเงาไม้ และดู “อารมณ์ของป่า” ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา น้ำตกสัตตมิตรเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมันไม่ได้พยายามจะอลังการด้วยการจัดฉาก แต่สวยด้วยความจริงของภูมิประเทศและความสงบของพื้นที่
หากอธิบายให้เห็นภาพ น้ำตกสัตตมิตรอยู่ในโซนบ้านอีปู่ ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ของผืนป่าตะวันตกที่มีทั้งสันเขา หุบลึก และลำห้วยย่อยที่ไหลรวมกันเป็นระบบน้ำของพื้นที่ ป่าบริเวณนี้ขึ้นชื่อเรื่องความชุ่มชื้นในฤดูฝน และความเขียวที่หนาแน่นจนเหมือนมีฟิลเตอร์ธรรมชาติครอบไว้ตลอดทั้งวัน เมื่อแสงลอดผ่านใบไม้ลงมากระทบความชื้นตามพื้นป่า อากาศจะดูนุ่มและเย็นกว่าที่คิด แม้ในวันที่แดดแรง ความร่มของแนวไม้และความชื้นของลำห้วยก็ยังช่วยทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกบนผิวลดลงอย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าการไปเที่ยวน้ำตกในทองผาภูมิไม่ได้ให้แค่ความสดชื่นจากน้ำ แต่ให้ความ “เย็นใจ” จากบรรยากาศทั้งระบบของป่า
ชื่อ “สัตตมิตร” เป็นชื่อที่มีนัยของความหมายในภาษาไทย เพราะคำว่า “สัตต” หมายถึง “เจ็ด” จึงมีการเรียกในบางแหล่งว่า “น้ำตกเจ็ดมิตร” ด้วยเช่นกัน ชื่อแบบนี้มักทำให้คนที่ได้ยินครั้งแรกเกิดความสงสัยทันทีว่า “เจ็ด” นั้นเกี่ยวกับอะไร เป็นจำนวนชั้นของน้ำตกหรือไม่ เป็นจำนวนธารย่อยหรือไม่ หรือเป็นชื่อที่สื่อถึงเรื่องเล่าในพื้นที่ ความน่าสนใจคือ ต่อให้เรายังไม่รู้คำตอบทั้งหมดตั้งแต่ต้น การเดินทางไปถึงพื้นที่จริงจะค่อย ๆ ทำให้เราเข้าใจว่า ชื่อของแหล่งธรรมชาติหลายแห่งในทองผาภูมิไม่ได้เกิดจากการตั้งชื่อเพื่อการตลาด แต่เกิดจากวิธีที่คนในพื้นที่มองธรรมชาติ และเลือกจดจำธรรมชาติด้วยภาษาแบบของตัวเอง การเดินทางไปน้ำตกสัตตมิตรจึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่เหมือนการไปอ่าน “ภาษาของพื้นที่” ผ่านภูมิประเทศจริง
ในแง่ของภูมิประเทศ น้ำตกสัตตมิตรเป็นภาพของสายน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินตามธรรมชาติ ลักษณะของน้ำตกในผืนป่าตะวันตกมักไม่ได้เป็นผาสูงแบบตั้งฉากเสมอไป แต่จะมีช่วงลดหลั่นเป็นจังหวะ มีโขดหินที่ทำให้สายน้ำแตกตัวเป็นละออง หรือไหลเป็นริ้ว ๆ ตามผิวหินก่อนจะรวมตัวลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง สิ่งที่ทำให้ภาพของน้ำตกดูมีชีวิตคือ “เสียง” เพราะเสียงน้ำที่ไหลผ่านหินจะเปลี่ยนโทนตามปริมาณน้ำและรูปทรงของลำห้วย บางช่วงเสียงดังชัด บางช่วงเป็นเสียงซ่าเบา ๆ คล้ายฝนตกบนใบไม้ และบางช่วงเป็นเสียงหยดน้ำที่สะท้อนอยู่ในโพรงหิน หากคุณเป็นคนที่ชอบฟังเสียงธรรมชาติ การยืนนิ่ง ๆ ใกล้น้ำตกจะเหมือนการได้ฟังดนตรีที่ไม่มีโน้ต แต่มีจังหวะของป่าเป็นคนกำหนด
องค์ประกอบ “ถ้ำ” ทำให้พื้นที่มีมิติที่ต่างออกไปจากน้ำตกทั่วไป เพราะถ้ำในป่ามักให้ความรู้สึก “หยุดเวลา” เมื่อเราเดินเข้าใกล้ปากถ้ำ อุณหภูมิจะเปลี่ยนอย่างชัดเจน อากาศเย็นลง ความชื้นเพิ่มขึ้น และแสงลดลงจนสายตาต้องปรับตัว ความนิ่งของถ้ำยังทำให้เสียงเล็ก ๆ อย่างเสียงฝีเท้าหรือเสียงหยดน้ำดูชัดขึ้นกว่าเดิม ในมุมของประสบการณ์ การมีถ้ำอยู่ร่วมกับน้ำตกทำให้ทริปนี้เป็นเหมือนการเดินทางผ่าน “สองโลก” ในพื้นที่เดียวกัน โลกหนึ่งคือโลกของน้ำและแสงที่เคลื่อนไหว อีกโลกคือโลกของหินและเงาที่นิ่งและลึก ทั้งสองโลกนี้อยู่ใกล้กันจนเราสามารถรับรู้ความต่างได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายมาก
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ ธรรมชาติของน้ำตกในพื้นที่ทองผาภูมิจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างชัดเจน เพราะปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับฝนที่ตกสะสมในลุ่มน้ำย่อยและความชื้นที่เก็บอยู่ในผืนป่า ช่วงหน้าฝน น้ำมักมีพลังมากขึ้น ภาพรวมจะเขียวและชุ่มฉ่ำ กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ และกลิ่นความชื้นจะชัดเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงเรื่องพื้นลื่นและน้ำหลากก็เพิ่มขึ้นด้วย ช่วงปลายฝนต้นหนาวมักเป็นช่วงที่หลายคนชอบ เพราะยังได้ความเขียวและสายน้ำที่สวย แต่การเดินทางและการเดินเท้าจะสบายขึ้นกว่าในช่วงฝนหนัก ส่วนหน้าแล้ง น้ำอาจลดลงตามธรรมชาติ แต่ข้อดีคือพื้นทางเดินมักแห้งขึ้น เห็นรายละเอียดของลำห้วยและหินชัดขึ้น และเหมาะกับคนที่ตั้งใจมาดูพื้นที่แบบละเอียดมากกว่ามาเล่นน้ำเป็นหลัก
การไปน้ำตกสัตตมิตรจึงเหมาะกับคนที่วางแผนตามฤดูกาลและยอมให้ธรรมชาติเป็นคนกำหนดจังหวะของทริป ถ้าตั้งใจไปเพื่อดูน้ำเต็มผา ให้เลือกช่วงฝนหรือหลังฝนใหม่ ๆ แต่ต้องเตรียมเรื่องรองเท้า การกันลื่น และเวลาเดินทางให้มากขึ้น ถ้าตั้งใจไปเพื่อให้ทริป “เดินสบาย” และได้ถ่ายภาพแบบมีแสงสวย ให้เลือกปลายฝนต้นหนาวที่อากาศไม่ร้อนจัด และหมอกในทองผาภูมิมักมีเสน่ห์เป็นพิเศษ ส่วนถ้าตั้งใจไปเพื่อสำรวจถ้ำหรือดูรายละเอียดหินและร่องน้ำให้ชัด หน้าแล้งอาจตอบโจทย์กว่า เพราะระดับน้ำที่ลดลงจะทำให้บางจุดมองเห็นพื้นหินและรูปทรงของลำห้วยได้ง่ายขึ้น โดยไม่ถูกน้ำบดบังตลอดเวลา
อีกด้านหนึ่งที่คนมักมองข้ามคือความพร้อมของตัวเองและทีมเดินทาง เพราะคำว่า “สวย” ของธรรมชาติบางครั้งแลกมาด้วยเงื่อนไขของพื้นที่จริง น้ำตกที่อยู่ลึกมักมีจุดที่พื้นชื้น หินลื่น และมีช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถ้าไปหลังฝนตกใหม่ ๆ ตะไคร่และมอสบนหินจะทำให้การก้าวผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่าย การเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นดีจึงสำคัญมาก รวมถึงการพกไฟฉายหรือไฟคาดหัวหากตั้งใจจะเข้าใกล้โซนถ้ำ เพราะแสงธรรมชาติในป่าอาจลดลงเร็วในช่วงบ่าย โดยเฉพาะวันที่ฟ้าครึ้ม การเตรียมตัวที่ดีไม่ได้ทำให้ทริปดูจริงจังเกินไป แต่ทำให้เรามีพื้นที่ทางใจพอจะสนุกกับธรรมชาติได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลตลอดเวลา
นอกจากนี้ หากคุณเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพ น้ำตกสัตตมิตรให้ภาพที่น่าสนใจหลายแบบ ภาพแรกคือภาพสายน้ำกับผืนป่าที่ดู “เขียวลึก” และมีมิติจากชั้นใบไม้ ภาพที่สองคือภาพรายละเอียด เช่น หินที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นลาย ตะไคร่ที่เกาะเป็นพื้นผิว และละอองน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศ ภาพที่สามคือภาพที่มี “ความนิ่ง” มากขึ้นในโซนถ้ำหรือบริเวณร่มเงา ซึ่งให้ฟีลเหมือนภาพสารคดีธรรมชาติ ถ้าคุณถ่ายด้วยมือถือ การเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่แสงนุ่มจะช่วยให้ภาพมีไดนามิกเรนจ์ดีขึ้น และถ้าคุณถ่ายด้วยกล้อง การใช้สปีดชัตเตอร์ที่เหมาะสมจะทำให้คุณเลือกได้ว่าจะให้สายน้ำเป็นเส้นไหมนุ่ม ๆ หรือให้หยดน้ำคมชัดตามสไตล์ที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ความสวยที่ถ่ายกลับไปได้ควรมาพร้อมความรับผิดชอบต่อพื้นที่ เพราะพื้นที่น้ำตกและถ้ำเป็นระบบนิเวศที่เปราะบางมาก ขยะเพียงชิ้นเดียวอาจกลายเป็นภาพจำที่ทำลายความรู้สึกของคนถัดไป และยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องอาศัยความเงียบเพื่อให้สัมผัสธรรมชาติได้เต็มที่ เสียงดังหรือการเปิดเพลงจะรบกวนทั้งคนอื่นและสัตว์ป่าในพื้นที่ด้วย การท่องเที่ยวแบบเคารพธรรมชาติในพื้นที่ทองผาภูมิไม่ได้เป็นแค่คำสวย ๆ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้สถานที่ยังคงน่าอยู่จริงในระยะยาว โดยเฉพาะแหล่งธรรมชาติที่ไม่ได้มีระบบจัดการขนาดใหญ่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
การเดินทาง ไปน้ำตกสัตตมิตร ตามข้อมูลที่ใช้กันในพื้นที่ นักท่องเที่ยวมักเริ่มจากจุดตั้งต้นที่บ้านอีปู่ แล้วแยกเข้าไปตามเส้นทางผาแป โดยระยะทางจากบ้านอีปู่ไปยังจุดหมายประมาณ 24 กิโลเมตร เส้นทางควรวางแผนให้เหมาะกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่อาจมีพื้นถนนเปียก เศษดินหรือใบไม้ตกบนผิวทาง และการมองเห็นลดลงในบางช่วงจากหมอกหรือฝน หากคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำตรวจสภาพเบรก ยาง และเติมน้ำมันให้พร้อมก่อนเข้าพื้นที่ เพราะโซนตำบลปิล็อกและเส้นทางขึ้นเขามีความคดเคี้ยวเป็นธรรมชาติ การขับด้วยความเร็วที่เหมาะสมและเผื่อเวลาเดินทางจะช่วยให้ทริปปลอดภัยและสบายใจกว่ามาก
ในภาพรวม น้ำตกสัตตมิตรเหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติแบบ “มีเรื่องให้จำ” ไม่ใช่แค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ เพราะมันทำให้เราใช้เวลาอยู่กับป่าอย่างช้า ๆ และได้สัมผัสความต่างของพื้นที่ในระยะใกล้ ตั้งแต่เสียงน้ำที่เปลี่ยนจังหวะตามหิน ความเย็นที่มาแบบไม่ต้องเปิดแอร์ ไปจนถึงความนิ่งของถ้ำที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าความเก่าแก่ของธรรมชาติ หากคุณกำลังมองหาทริปที่ไม่ต้องหรู แต่ต้อง “จริง” และต้องได้ความสงบกลับไปด้วย น้ำตกสัตตมิตรคือพิกัดที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ของทองผาภูมิอย่างจริงจัง และถ้าทุกคนช่วยกันดูแลพื้นที่ให้สะอาดและเป็นระเบียบ ธรรมชาติแบบนี้จะยังคงมีคุณค่าให้คนรุ่นถัดไปได้เรียนรู้และพักใจต่อไปอีกนาน
| สรุปสถานที่ | แหล่งธรรมชาติแนวถ้ำและน้ำตกในโซนบ้านอีปู่ ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เหมาะกับสายธรรมชาติที่ชอบความสงบและอยากเที่ยวแบบจริงจัง |
| ที่อยู่ | บ้านอีปู่ ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี (พื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ) |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) ได้บรรยากาศธรรมชาติค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัว 2) มีมิติของ “ถ้ำ + น้ำตก” ในพื้นที่เดียวกัน 3) เด่นเรื่องความเขียวชุ่มของป่าทองผาภูมิ (สวยมากช่วงหน้าฝนและปลายฝน) 4) เหมาะกับการถ่ายภาพแนวธรรมชาติและเดินสำรวจแบบไม่เร่งรีบ 5) เป็นทริปที่ให้ความรู้สึก “เข้าใกล้ป่าจริง” มากกว่าแหล่งเที่ยวแบบแวะเร็ว |
| การเดินทาง | เริ่มจากบ้านอีปู่ → เข้าตามเส้นทางผาแป → ไปยังจุดหมาย ระยะทางประมาณ 24 กม. (ควรเช็กสภาพอากาศและความพร้อมรถก่อนเข้าพื้นที่) |
| ค่าบริการ | อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ (ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท) ทั้งนี้เงื่อนไข/กิจกรรมบางอย่างอาจมีประกาศเฉพาะช่วง ควรตรวจสอบล่าสุดก่อนเดินทาง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ควรเช็กประกาศ/สภาพอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหน้าฝนที่เสี่ยงพื้นลื่นและน้ำป่า |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) บ้านอีต่อง–เหมืองปิล็อก (ประมาณ 29 กม.) 2) น้ำตกจ๊อกกระดิ่น (ประมาณ 24 กม.) 3) จุดชมวิวเนินช้างศึก (ประมาณ 32 กม.) 4) จุดชมวิว กม.12 (ประมาณ 35 กม.) 5) อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ (โซนที่ทำการ/จุดบริการนักท่องเที่ยว) (ประมาณ 45 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ครัวเจ๊ณี (ปิล็อก) (ประมาณ 29 กม.) โทร 089-515-3528 2) ร้านชาวเหมืองเค้กปิล็อก (ประมาณ 29 กม.) โทร 098-408-6509 3) Brume Cafe N' Room (คาเฟ่/เครื่องดื่ม) (ประมาณ 29 กม.) โทร 082-258-5456 4) ร้านมะ กิน กัน (อาหารตามสั่ง) (ประมาณ 29 กม.) โทร (ตรวจสอบกับร้านก่อนเดินทาง) 5) ร้านปลาเขื่อนทองผาภูมิ (โซนตัวอำเภอ) (ประมาณ 70 กม.) โทร 098-925-5909 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) Pilok Hill House (ประมาณ 29 กม.) โทร 080-781-5702 2) E-Tong Homestay (ประมาณ 29 กม.) โทร 092-249-1915 3) Pilok My Home (ประมาณ 29 กม.) โทร 063-183-4056 4) Brume Cafe N' Room (โฮมสเตย์) (ประมาณ 29 กม.) โทร 082-258-5456 5) Pha Pae Homestay (ผาแป โฮมสเตย์) (ประมาณ 10 กม.) โทร 064-372-5666 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกสัตตมิตรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในโซนบ้านอีปู่ ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และเกี่ยวข้องกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ถาม: น้ำตกสัตตมิตรเหมาะไปเที่ยวช่วงไหนที่สุด?
ตอบ: ปลายฝนต้นหนาวมักเหมาะที่สุดเพราะยังได้ความเขียวและน้ำสวย แต่เดินทางและเดินสำรวจสบายกว่าช่วงฝนหนัก ส่วนหน้าฝนสวยมากแต่ต้องระวังลื่นและน้ำหลาก
ถาม: น้ำตกสัตตมิตรมีถ้ำจริงไหม และควรระวังอะไร?
ตอบ: พื้นที่ถูกเล่าว่าเป็นแนวถ้ำและน้ำตกในบริเวณเดียวกัน ควรเตรียมไฟฉายหรือไฟคาดหัว รองเท้ากันลื่น และหลีกเลี่ยงการเข้าไปลึกหากไม่ชำนาญหรือไปกันน้อยคน โดยเฉพาะช่วงฝนที่พื้นชื้นมาก
ถาม: ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษก่อนเดินทาง?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นดี น้ำดื่ม ชุดกันฝนหรือเสื้อกันลม ถุงขยะสำหรับเก็บกลับ และตรวจสภาพรถก่อนเข้าพื้นที่ปิล็อกเพราะถนนมีโค้งและสภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว
ถาม: มีข้อปฏิบัติสำคัญในการเที่ยวธรรมชาติที่นี่ไหม?
ตอบ: ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทำลายหินหรือร่องรอยธรรมชาติ ระวังพื้นลื่น และหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหากน้ำแรงผิดปกติหรือฝนตกต่อเนื่อง
ถาม: ถ้าจะจัดทริปให้คุ้ม ควรเชื่อมเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: หลายคนนิยมเชื่อมเส้นทางไปบ้านอีต่อง–เหมืองปิล็อก แวะน้ำตกจ๊อกกระดิ่น และขึ้นจุดชมวิวเนินช้างศึกเพื่อดูทะเลหมอกหรือวิวชายแดน โดยควรวางแผนเวลาและตรวจอากาศก่อนเสมอ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage







หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(