วัดต้นลำใย

Rating: 2.8/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 17:00 น.
วัดต้นลำไย ตั้งอยู่ที่บ้านต้นลำไย หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดเก่าแก่ริมลุ่มน้ำแม่กลองที่มี “ชั้นเวลา” ซ้อนทับอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ภูมิหลังปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาในฐานะราชธานี ไปจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่สังคมกำลังจัดระเบียบการปกครองและศาสนสถานใหม่ ๆ ให้มั่นคง วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดแวะทำบุญของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างที่ทำให้เราอ่านความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสายน้ำ การตั้งถิ่นฐานของผู้คนหลากเชื้อสาย และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมน้ำที่ต้องอยู่กับฤดูกาลน้ำหลากอย่างจริงจัง
หากมองจากภูมิประเทศ วัดต้นลำไยอยู่ในที่ราบลุ่มของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีทั้งความอุดมสมบูรณ์และความไม่แน่นอนในเวลาเดียวกัน ฤดูฝนทำให้ดินดี น้ำดี เหมาะต่อการเพาะปลูกและการตั้งชุมชน แต่ในอีกด้านหนึ่ง น้ำหลากก็สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมได้รวดเร็ว วัดและชุมชนริมน้ำจำนวนมากในภาคกลางและภาคตะวันตกจึงต้องมี “ทักษะการอยู่กับน้ำ” เป็นทุนชีวิต ตั้งแต่การยกพื้นอาคาร การจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้พ้นน้ำ ไปจนถึงการย้ายหรือขยับพื้นที่บางส่วนเมื่อสภาพน้ำเปลี่ยน วัดต้นลำไยถูกเล่าไว้ชัดเจนว่าเคยประสบปัญหาน้ำท่วมจนไม่สะดวก ต้องขยับวัดอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินให้จำนวน 10 ไร่ เพื่อสร้างวัดใหม่ให้มั่นคงขึ้น กระบวนการนี้สะท้อนว่าศรัทธาในชุมชนไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อเชิงนามธรรม แต่เป็นพลังที่ลงมือ “แก้ปัญหาพื้นที่จริง” เพื่อรักษาศาสนสถานให้ดำรงอยู่ได้
ประวัติที่เล่าสืบกันมาของวัดต้นลำไยเชื่อมโยงกับชื่อเดิมว่า “วัดเกาะกะเหรี่ยง” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนบริบทลุ่มน้ำแม่กลองในฐานะเส้นทางเดินทางและแลกเปลี่ยนของผู้คนหลายกลุ่ม ในเรื่องเล่า ชื่อวัดเกาะกะเหรี่ยงเกิดจากการที่มีพวกกะเหรี่ยง มอญ และพม่า ล่องแพมาติดเกาะหน้าวัดเป็นประจำ และชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ต้องพึ่งพาวัด เมื่ออ่านอย่างระมัดระวัง เราจะเห็นภาพสำคัญอย่างน้อย 3 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือภาพของแม่น้ำในฐานะ “ถนน” ที่เชื่อมผู้คนและชุมชนเข้าหากัน ชั้นที่สองคือภาพของวัดในฐานะ “พื้นที่รองรับ” คนเดินทาง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลค้าขาย โยกย้าย หรือแสวงหาความปลอดภัย และชั้นที่สามคือภาพของความสัมพันธ์เชิงศีลธรรมที่ทำให้ศาสนสถานไม่ปิดตัวเองอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้จริง
สิ่งที่ทำให้วัดต้นลำไยน่าเขียนเชิงลึกคือ “ความเป็นวัดริมน้ำ” ที่มีมิติทับซ้อนกันหลายแบบ ในมิติศาสนา วัดริมน้ำมักเป็นจุดหมายของการทำบุญที่เชื่อมกับวิถีชุมชน เช่น การถวายสังฆทาน การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ และการมารวมตัวในเทศกาลสำคัญตามปฏิทินพุทธศาสนา ในมิติสังคม วัดคือสถานที่นัดพบและพื้นที่กิจกรรมของชุมชน และในมิติภูมิทัศน์ วัดริมน้ำคือจุดที่ทำให้ผู้มาเยือน “มองเห็นสายน้ำ” แล้วเข้าใจทันทีว่าชุมชนนี้เติบโตกับแม่น้ำอย่างไร ความเป็นวัดริมน้ำจึงสร้างทั้งความสงบ ความร่มเย็น และความรู้สึกว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ไกลตัว เพราะสายน้ำไหลต่อเนื่องเหมือนการสืบทอดเรื่องเล่าของผู้คน
ในข้อมูลที่ชุมชนเล่าต่อกันมา วัดต้นลำไยระบุว่าเป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีโบสถ์เก่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง มีอายุประมาณ 300 ปี การกล่าวถึง “โบสถ์เก่า” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะทำให้วัดมีฐานะเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ แม้รายละเอียดเชิงช่างศิลป์จะต้องอาศัยการสำรวจภาคสนามอย่างเป็นระบบ แต่เพียงแนวคิดที่ว่าโบสถ์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำก็เพียงพอจะทำให้เราเห็นภาพวัดยุคเก่า ที่ผูกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติอย่างแน่นแฟ้น ยิ่งเป็นพื้นที่แม่กลองที่มีทั้งการค้าขายและการคมนาคมทางน้ำมาแต่เดิม การมีโบสถ์ริมน้ำจึงไม่แปลก หากมองว่าวัดคือ “ศูนย์กลางการมองเห็น” ของชุมชน และแม่น้ำคือ “ศูนย์กลางการเคลื่อนไหว” ของผู้คน
อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือการประกาศเป็นวัดถาวรขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2320 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2358 ตามข้อมูลที่เล่ามา การระบุปีแบบนี้ทำให้วัดมีแกนเวลาที่ชัดขึ้น เพราะสะท้อนว่าภายหลังการเปลี่ยนผ่านจากอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์ ชุมชนได้ค่อย ๆ ทำให้ศาสนสถานมีสถานะมั่นคงขึ้นในระบบการปกครองของรัฐ การได้รับวิสุงคามสีมามีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่า “พื้นที่อุโบสถ” ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการ เป็นการจัดระเบียบความศักดิ์สิทธิ์ให้ชัดเจน และทำให้วัดประกอบสังฆกรรมสำคัญได้ตามพระวินัยอย่างสมบูรณ์ เมื่อเชื่อมกลับไปยังเรื่องน้ำท่วมและการขยับวัดบ่อย ๆ เราจะเห็นความพยายามของชุมชนที่จะทำให้ทั้ง “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” และ “พื้นที่ใช้งานจริง” ดำรงอยู่ได้พร้อมกัน
เรื่องเล่าที่ว่าชื่อเดิมคือวัดเกาะกะเหรี่ยง เพราะมีชาวกะเหรี่ยง มอญ และพม่า ล่องแพมาติดเกาะหน้าวัดเป็นประจำ ยังทำให้เราเข้าใจวัดในฐานะ “ท่า” หรือ “จุดพัก” ของผู้คนต่างถิ่นได้ลึกขึ้น ในโลกของลุ่มน้ำ แม่น้ำไม่ใช่เพียงทางผ่าน แต่เป็นระบบเศรษฐกิจและความปลอดภัย แพที่ล่องมาติดเกาะหน้า “วัด” บอกเราว่าวัดทำหน้าที่คล้ายสถานีที่มีทั้งการพัก การขอความช่วยเหลือ และการยืนยันตัวตนของผู้คนที่เดินทาง ในสังคมไทยดั้งเดิม วัดมักเป็นที่พึ่งเชิงสังคมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขอน้ำ ขออาหาร ขอที่พักชั่วคราว หรือขอคำแนะนำจากพระสงฆ์ เมื่อผู้คนต่างกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาใช้วัดเป็นที่พึ่ง จึงยิ่งเน้นบทบาทวัดว่าเป็นพื้นที่ที่มี “เมตตา” เป็นแกนกลาง
ต่อมา เมื่อวัดย้ายหรือสร้างใหม่บนที่ดินที่ได้รับบริจาค 10 ไร่ โดยผู้บริจาคชื่อ “นายลำ” และ “นางไย” ชื่อ “วัดต้นลำไย” จึงกลายเป็นชื่อที่ผูกกับความทรงจำของผู้ให้ และเป็นหลักฐานว่าศาสนสถานจำนวนมากในไทยดำรงอยู่ได้ด้วยการลงแรงร่วมกันของชุมชน ชื่อวัดแบบนี้ต่างจากชื่อที่อิงราชสำนักหรืออิงนามมงคลแบบวัดหลวง เพราะเป็นชื่อที่สะท้อน “ทุนทางศรัทธาของคนธรรมดา” ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าที่นี่คือวัดของชุมชนจริง ๆ และยิ่งเมื่อวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ต้องอยู่กับน้ำท่วม การมีผู้บริจาคที่ดินเพื่อให้วัดตั้งหลักได้ จึงเป็นเรื่องที่ชุมชนจดจำและเล่าต่ออย่างมีเหตุผล
ภาพรวมของวัดต้นลำไยในปัจจุบันจึงควรถูกมองใน 2 แบบพร้อมกัน แบบแรกคือในฐานะ “วัดเก่าแก่ริมแม่กลอง” ที่มีรากเรื่องเล่าและประวัติการก่อตั้งสืบทอดยาวนาน แบบที่สองคือในฐานะ “พื้นที่เรียนรู้เรื่องชุมชนริมน้ำ” เพราะแค่การเดินอยู่ในพื้นที่วัดและมองแม่น้ำ ก็ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจได้ทันทีว่าชุมชนนี้วางชีวิตบนความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำอย่างไร และรับมือกับความผันผวนของฤดูกาลอย่างไร สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จุดแข็งของวัดแบบนี้คือการให้ประสบการณ์ที่ไม่ต้องใช้คำอธิบายเยอะ ผู้มาเยือนได้เห็น ได้สัมผัส และได้ตีความด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้าอยากเที่ยวให้ “ได้ความหมาย” มากกว่าแค่มาทำบุญแล้วกลับ แนวทางหนึ่งคือการสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ที่วัดริมน้ำมักมี เช่น ตำแหน่งของโบสถ์หรืออุโบสถสัมพันธ์กับแนวแม่น้ำอย่างไร ทางเดินและพื้นที่ใช้งานถูกยกระดับหรือจัดระเบียบเพื่อรับมือกับน้ำหลากอย่างไร บริเวณร่มไม้และพื้นที่พักคอยถูกวางให้คนมานั่งหลบแดดและพักใจตรงไหน สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ “ไฮไลต์ถ่ายรูป” แต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เราเข้าใจวัดในฐานะสิ่งมีชีวิตของชุมชน ไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมที่ตั้งนิ่ง ๆ
อีกมิติที่ควรให้ความสำคัญคือการเคารพสถานที่ วัดต้นลำไยเป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ผู้มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงที่เหมาะสม และให้ความสำคัญกับพื้นที่พิธีกรรม หากมีการสวดมนต์หรือทำวัตร ควรหลีกเลี่ยงการเดินตัดหน้าในระยะใกล้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการวางตัวแบบสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป เพราะวัดริมน้ำจำนวนมากมีผู้สูงอายุในชุมชนมาใช้พื้นที่เพื่อทำบุญและพักใจ การรักษาบรรยากาศให้สงบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการ “ทำบุญแบบไม่รบกวนผู้อื่น”
สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต้นลำไยชวนให้ตั้งคำถามต่อยอดได้ดี เช่น เหตุใดวัดริมน้ำจำนวนมากในภาคกลางจึงมีเรื่องเล่าการย้ายวัดหรือการขยับพื้นที่อยู่เสมอ ความเปลี่ยนแปลงของลำน้ำและเกาะหน้าวัดสะท้อนอะไรเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของแม่กลอง การที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ล่องแพมาติดเกาะหน้าวัดเป็นประจำบอกอะไรเกี่ยวกับการเดินทาง การค้าขาย และความปลอดภัยของยุคก่อน คำถามแบบนี้ทำให้การมาไหว้พระไม่จบแค่การสักการะ แต่กลายเป็นการเรียนรู้ที่ติดตัวกลับบ้าน
หากคุณเป็นสายถ่ายภาพ วัดต้นลำไยมักให้ภาพที่ต่างจากวัดบนเขาหรือวัดถ้ำในกาญจนบุรี เพราะจุดเด่นคือความร่มรื่นแบบริมน้ำ แสงสะท้อนจากผิวน้ำ และอารมณ์สงบที่เกิดจากพื้นที่ราบที่เดินง่าย ถ้ามาช่วงเช้า แสงจะนุ่มและอากาศสบาย เหมาะกับการเดินชมโดยไม่เร่งรีบ ส่วนช่วงเย็น บรรยากาศริมน้ำจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่ควรเผื่อเวลาให้ทันก่อนวัดปิด และควรเคารพความเป็นส่วนตัวของชุมชนโดยรอบ
ในด้านความเชื่อและการทำบุญแบบไทย วัดริมน้ำมักถูกใช้เป็นสถานที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ และเป็นพื้นที่รวมตัวของชุมชนในงานบุญตามฤดูกาล แม้บทความนี้จะไม่ระบุ “พิธีเฉพาะถิ่น” ของวัดต้นลำไยอย่างตายตัว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้มาเยือนสามารถทำบุญแบบเรียบง่ายได้ เช่น ไหว้พระ สวดมนต์ ตั้งจิตอธิษฐานในเรื่องความสงบและความเมตตา และร่วมทำบุญตามกิจกรรมที่วัดประกาศในช่วงนั้น การทำบุญที่ดีในวัดชุมชนคือการทำด้วยความเคารพและไม่สร้างภาระให้วัด เช่น รักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นพื้นที่เสียงดัง
การเดินทาง วัดต้นลำไยตั้งอยู่บ้านต้นลำไย หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี แนะนำเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ โดยใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภอท่าม่วงและมุ่งหน้าตำบลบ้านใหม่ จากนั้นตามป้ายหรือแผนที่ไปยังบ้านต้นลำไย เมื่อถึงวัดควรขับช้า ๆ เพราะเป็นพื้นที่ชุมชนริมน้ำ และควรจอดรถในจุดที่วัดจัดไว้เพื่อไม่กีดขวางทางสัญจรของชาวบ้าน
| สรุปสถานที่ | วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่อำเภอท่าม่วง มีรากเรื่องเล่าชุมชนริมน้ำ ชื่อเดิมเกี่ยวโยงผู้คนหลายเชื้อสาย และมีประวัติการขยับพื้นที่วัดจากปัญหาน้ำหลาก |
| ที่ตั้ง / ที่อยู่ | บ้านต้นลำไย หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี |
| จุดเด่นของสถานที่ | วัดริมแม่น้ำแม่กลองบรรยากาศสงบ, เรื่องเล่าชื่อเดิมวัดเกาะกะเหรี่ยงเชื่อมชุมชนหลากกลุ่ม, ที่มาชื่อวัดจากผู้บริจาคที่ดิน “นายลำ–นางไย”, ภูมิทัศน์ลุ่มน้ำที่อ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้จากพื้นที่จริง |
| ยุคสมัย / ช่วงเวลา | ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา (ตามคำบอกเล่าเรื่องโบสถ์เก่าอายุราว 300 ปี) – ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (มีปีประกาศเป็นวัดถาวรและปีวิสุงคามสีมาตามประวัติที่เล่าไว้) |
| หลักฐานสำคัญ / เรื่องเล่าประวัติ | ชื่อเดิม “วัดเกาะกะเหรี่ยง” เชื่อมกับการล่องแพของกะเหรี่ยง–มอญ–พม่าในลุ่มน้ำแม่กลอง, ปัญหาน้ำหลากทำให้ต้องขยับพื้นที่วัดและย้ายสร้างวัดใหม่บนที่ดินที่มีผู้ศรัทธาบริจาคจำนวน 10 ไร่, ที่มาชื่อ “วัดต้นลำไย” จากชื่อผู้บริจาค “นายลำ” และ “นางไย” |
| ที่มาชื่อสถานที่ | ชื่อปัจจุบัน “วัดต้นลำไย” มาจากชื่อผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดใหม่ คือ “นายลำ” และ “นางไย” ส่วนชื่อเดิมเล่าว่า “วัดเกาะกะเหรี่ยง” เพราะมีชนกลุ่มน้อยล่องแพมาติดเกาะหน้าวัดเป็นประจำ |
| เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระครูสมุห์ทองพูล สิริปญฺโญ |
| การเดินทาง | ขับรถเข้าสู่อำเภอท่าม่วง มุ่งหน้าตำบลบ้านใหม่ แล้วเข้าสู่บ้านต้นลำไย หมู่ 3 ตามป้ายหรือแผนที่ จุดหมายอยู่ในเขตชุมชนริมแม่น้ำแม่กลอง ควรขับช้าและจอดรถตามจุดที่วัดจัดไว้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้สักการะและทำบุญ (แนะนำติดต่อวัดหรือสอบถามในพื้นที่หากต้องการเข้าชมจุดเฉพาะภายในวัด) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) วัดถ้ำเสือ (ท่าม่วง) ~12 กม. 2) วัดถ้ำเขาน้อย ~12 กม. 3) วัดบ้านถ้ำ (เขาน้อย) ~14 กม. 4) สกายวอล์กกาญจนบุรี ~18 กม. 5) สะพานข้ามแม่น้ำแคว ~20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวชุกโดน ~12 กม. โทร 034-512-345 2) ร้านข้าวต้มเจ๊เล็ก ~14 กม. โทร 086-998-4846 3) balance cafe house ~12 กม. โทร 034-623-156 4) move to mountain cafe ~12 กม. โทร 091-878-2083 5) ลำยวน (กาญจนบุรี) ~18 กม. โทร 086-141-4944 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Hop Inn Kanchanaburi ~18 กม. โทร 034-513-599 2) Kanokkan Hotel ~18 กม. โทร 034-513-260 3) The 28th Hotel ~18 กม. โทร 034-51-2828 4) Chic Inn Hotel Thamuang ~12 กม. โทร 092-424-1644 5) BY Hotel Kanchanaburi ~18 กม. โทร 092-901-7722 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดต้นลำไยตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่บ้านต้นลำไย หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในโซนลุ่มน้ำแม่กลอง บรรยากาศชุมชนริมน้ำค่อนข้างสงบ
ถาม: ทำไมวัดต้นลำไยจึงเคยมีชื่อว่า “วัดเกาะกะเหรี่ยง”?
ตอบ: ตามคำบอกเล่าที่สืบกันมา เพราะมีกะเหรี่ยง มอญ และพม่า ล่องแพมาติดเกาะหน้าวัดเป็นประจำ และต้องพึ่งพาวัด ทำให้ชื่อเดิมผูกกับภาพการเดินทางของผู้คนในลุ่มน้ำแม่กลอง
ถาม: ที่มาชื่อ “วัดต้นลำไย” เกี่ยวข้องกับอะไร?
ตอบ: เล่าว่ามีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินจำนวน 10 ไร่เพื่อสร้างวัดใหม่ โดยผู้บริจาคชื่อ “นายลำ” และ “นางไย” จึงกลายเป็นชื่อวัดที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ถาม: จุดเด่นของวัดต้นลำไยสำหรับสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือความเป็นวัดริมน้ำแม่กลองที่อ่านเรื่องชุมชนได้จากพื้นที่จริง ทั้งภูมิทัศน์ลุ่มน้ำ เรื่องเล่าชื่อเดิม และเรื่องการขยับวัดจากปัญหาน้ำหลาก ทำให้การมาไหว้พระมีมิติเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ถาม: ไปวัดต้นลำไยควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่พิธีกรรม ขับรถช้าเมื่อเข้าชุมชนริมน้ำ จอดรถตามจุดที่วัดจัดไว้ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังเพื่อรักษาความสงบของผู้มาทำบุญในพื้นที่
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(