วัดลูกแก

Rating: 2.7/5 (7 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00
วัดลูกแก ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี 71120 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักคุ้นเคยมายาวนาน ในภาพของคนท่ามะกา วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็น “แกนกลางของชุมชน” ที่เชื่อมโยงศรัทธา วิถีชีวิต และความทรงจำร่วมของผู้คนหลายรุ่นเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น วัดมีพื้นที่ประมาณ 41 ไร่ ทำให้ผังวัดมีความโปร่ง โล่ง และรองรับกิจกรรมชุมชนได้หลากหลาย ทั้งงานบุญประจำปี งานบวช งานกฐิน งานผ้าป่า ตลอดจนพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อท้องถิ่นและการสืบสานประเพณี
เมื่อพูดถึงเอกลักษณ์ของวัดลูกแก สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ คือการได้ “นมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง” ซึ่งเป็นจุดหมายของผู้ศรัทธาที่ต้องการมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล การสักการะรอยพระพุทธบาทในคติพุทธศาสนาถือเป็นการระลึกถึงพระพุทธองค์ผ่านสัญลักษณ์แทนพระวรกาย โดยเฉพาะรอยพระบาทที่ถูกยกให้เป็นเครื่องหมายแห่งการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าและเป็นนัยถึงหนทางแห่งธรรมที่พระองค์ทรงวางไว้ให้ผู้คนเดินตาม ด้วยเหตุนี้ การมาวัดลูกแกจึงไม่ใช่แค่การ “มาไหว้พระ” แบบผ่าน ๆ แต่เป็นการมารวบรวมจิตใจให้สงบ ตั้งมั่น และเริ่มต้นความหมายใหม่ ๆ ให้กับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลา
วัดลูกแก มีตำนานเกี่ยวข้องกับพระธุดงค์ 3 รูปที่เดินทางมาจากทางภาคเหนือ ได้แก่ หลวงพ่อแป้น หลวงพ่อดี และหลวงพ่อเสือ ซึ่งในเวลานั้นบริเวณนี้ถูกเรียกว่า “บ้านปากท่อ” ก่อนจะรู้จักกันทั่วไปในชื่อ “บ้านลูกแก” ในเวลาต่อมา พื้นที่บริเวณนี้ถูกมองว่าเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเพราะมีความสงบ เป็นชนบทที่ผู้คนมีความศรัทธา ชาวบ้านจึงนิมนต์พระธุดงค์ทั้ง 3 รูปให้พักจำพรรษา และแต่งตั้งหลวงพ่อแป้นเป็นเจ้าอาวาสในระยะแรก พร้อมใช้ชื่อวัดว่า “วัดปากท่อ” ตามชื่อหมู่บ้านในช่วงนั้น วัดในระยะเริ่มต้นจึงสะท้อนภาพของสำนักสงฆ์ที่เติบโตมาจากแรงศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจมากกว่าการเริ่มต้นจากทรัพยากรที่พร้อมสรรพ
กาลเวลาผ่านไป การธุดงค์ยังดำเนินตามวิถีของพระสายปฏิบัติ หลวงพ่อแป้นและหลวงพ่อดีออกธุดงค์ต่อ ขณะที่หลวงพ่อเสือได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน เมื่อหลวงพ่อเสือมรณภาพ ชุมชนจึงแต่งตั้งหลวงพ่อขำเป็นเจ้าอาวาส และเริ่มมีการพัฒนาพื้นที่วัดให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ช่วงหนึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินเพิ่มเติมให้วัดกว่า 10 ไร่ ทำให้การขยายพื้นที่วัดเริ่มเป็นระบบและรองรับกิจกรรมของชุมชนได้มากขึ้นในเวลาต่อมา ประวัติช่วงนี้สะท้อนภาพความต่อเนื่องของศรัทธาในท้องถิ่นที่ไม่ได้ผูกกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการพยุงกันของชุมชนทั้งระบบ ทั้งผู้นำทางศาสนาและฆราวาสที่ร่วมแรงกันดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน
เมื่อวัดเติบโตขึ้นตามลำดับ ได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของการตั้งวัด โดยมีข้อมูลว่ามีการขออนุญาตสร้างวัดตามขั้นตอน และต่อมามีการสร้างเสนาสนะสำคัญ เช่น อุโบสถ หอสวดมนต์ และกุฏิ เพื่อให้พระภิกษุมีที่จำพรรษา และให้ชุมชนมีพื้นที่ประกอบศาสนกิจอย่างเหมาะสม เรื่องเล่าที่พบในท้องถิ่นยังกล่าวถึงการสร้างอุโบสถและหลังคามุงแฝกในระยะแรก ๆ เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นที่เรียนหนังสือและเป็นที่ทำกิจกรรมของเยาวชน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนสำคัญว่า “วัด” ในชนบทไทยมักทำหน้าที่เป็นทั้งโรงเรียน ศูนย์กลางวัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะของชุมชนในคราวเดียวกัน
อีกบุคคลหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในประวัติวัดลูกแกคือ พระครูจริยาภอรัติ (นามเดิม “โป๊ะ” ฉายา ธมฺมรโต) อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ามะกา ผู้มีบทบาทต่อการพัฒนาวัดลูกแกอย่างเด่นชัด ช่วงเวลาของท่านเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนสำคัญที่วัดมีการขยายพื้นที่และก่อสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุจำนวนมาก จนเห็นเป็นรูปธรรมอย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน ภาพรวมนี้ทำให้เข้าใจว่าวัดลูกแกไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ค่อย ๆ สั่งสมความมั่นคงผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่องของคณะสงฆ์และศรัทธาชุมชนที่ยาวนานหลายทศวรรษ
ในด้านการบริหารและการดูแลวัดในยุคปัจจุบัน มีข้อมูลเจ้าอาวาสที่ปรากฏจากหลายแหล่งว่า “พระอธิการรังสรรค์ จนฺทวํโส” เป็นเจ้าอาวาสวัดลูกแก ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนหรือผู้ประสานงานกิจกรรมทางศาสนามีข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน วัดที่มีข้อมูลการบริหารชัด จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ศรัทธาในการติดต่อทำบุญ การจัดงานกฐินผ้าป่า และการประสานงานกิจกรรมชุมชนให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่และต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบได้
เสน่ห์ของวัดลูกแกในมุมของผู้มาเยือนจำนวนมาก คือการได้สัมผัสบรรยากาศวัดชนบทที่ “จริง” และ “ไม่เร่งรีบ” พื้นที่วัดที่กว้างทำให้การเดินชมวัดไม่อึดอัด มีมุมให้หยุดพัก ตั้งสติ และสังเกตชีวิตประจำวันของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเสียงสวดมนต์ยามเช้า การเตรียมของทำบุญของชาวบ้าน หรือการรวมตัวของผู้สูงอายุที่มาพักใจในพื้นที่วัด สิ่งเหล่านี้ทำให้การเที่ยววัดลูกแกมีความหมายมากกว่าการมาไหว้พระแล้วกลับ แต่เป็นการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในช่วงเวลาที่วัดลูกแกคึกคักและมีสีสันมากที่สุดคือช่วง “ตรุษจีน” ของทุกปี ซึ่งวัดมีการจัดงานประจำปีที่ผู้คนในท้องถิ่นรอคอย งานช่วงนี้มักสะท้อนการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมในพื้นที่ท่ามะกา ซึ่งเป็นอำเภอที่มีผู้คนหลากหลายพื้นเพ รวมถึงชุมชนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดวัฒนธรรมการทำบุญและการแสดงความกตัญญูในช่วงปีใหม่จีน งานประจำปีจึงมักไม่ได้มีเพียงการทำบุญแบบพุทธเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของความรื่นเริงอย่างพอดี มีอาหารพื้นถิ่น ร้านค้า และกิจกรรมที่ทำให้วัดเป็น “พื้นที่ร่วมของทุกคน” ในชุมชนมากขึ้น การมาช่วงงานจะได้เห็นภาพวัดในมิติของการเป็นศูนย์กลางสังคมและวัฒนธรรมด้วย ไม่ใช่เพียงศาสนสถานในความหมายแคบ
การมานมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดลูกแก หากต้องการให้การสักการะมีความหมายและเป็นระเบียบ สามารถเริ่มจากการตั้งใจให้จิตใจสงบก่อน แล้วค่อยถวายดอกไม้ ธูป เทียนตามความเหมาะสม บางคนเลือกตั้งจิตอธิษฐานในเรื่องความกตัญญูต่อครอบครัว การทำมาหากินให้สุจริต หรือการตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ที่ต้องการความมั่นคง โดยทั่วไปการมาไหว้รอยพระพุทธบาทมักสื่อถึงการขอพรให้ชีวิตเดินไปในทางที่ถูกต้องและมีสติ เพราะ “รอยพระบาท” เปรียบเหมือนร่องรอยแห่งทางธรรมที่พระพุทธองค์ทรงชี้นำไว้ ยิ่งเมื่อผู้มาเยือนให้ความสำคัญกับการตั้งใจทำความดีควบคู่กับการขอพร ความหมายของการมาวัดจะยิ่งลึกและยั่งยืน
สำหรับผู้ที่เดินทางมาวัดลูกแกเพื่อท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การใช้เวลาเดินชมรายละเอียดของวัดจะช่วยให้เห็นความพยายามในการพัฒนาวัดตามยุคสมัย ทั้งอาคารที่สร้างใหม่ควบคู่กับอาคารที่สะท้อนรูปแบบท้องถิ่น วัดจำนวนมากในพื้นที่ภาคตะวันตกมักผสมผสานศิลปกรรมหลายแบบตามยุคของการบูรณะ เช่น หลังคาอาคารที่ปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานจริง ลานวัดที่เปิดโล่งรองรับงานบุญ และพื้นที่ร่มเงาที่เหมาะกับการนั่งพัก การมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดไม่ใช่สิ่งหยุดนิ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ “มีชีวิต” และเปลี่ยนไปพร้อมชุมชนที่ดูแลมัน
ในมุมของการปฏิบัติธรรม วัดลูกแกมีความเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “พักใจ” แบบง่าย ๆ แม้จะไม่ได้มาถือศีลหลายวัน การเดินเงียบ ๆ รอบวัด หายใจลึก ๆ และตั้งสติอยู่กับปัจจุบันก็เพียงพอจะเปลี่ยนจังหวะชีวิตให้ช้าลงได้ โดยเฉพาะสำหรับคนทำงานที่อยู่ในความเร่งรีบ การเข้าวัดช่วงเช้าอากาศไม่ร้อน และผู้คนยังไม่พลุกพล่าน จะเหมาะสำหรับการสวดมนต์ ไหว้พระ และนั่งสงบสัก 10–20 นาทีเพื่อให้จิตใจกลับมาอยู่กับตัวเอง
ถ้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือมารยาทและการแต่งกายที่เหมาะสม เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาว ไม่ส่งเสียงดังในเขตศาสนสถาน และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะบริเวณที่ผู้คนกำลังประกอบพิธีกรรมหรือกำลังสวดมนต์ หากตั้งใจถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ควรเลือกจุดที่ไม่รบกวนการทำบุญของผู้อื่น และระมัดระวังการเดินขึ้นลงบันไดหรือพื้นที่ต่างระดับเพื่อความปลอดภัย การทำตัวอย่างเคารพจะทำให้การมาเยือนเป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งต่อผู้มาเยือนเองและต่อชุมชนเจ้าของพื้นที่
อีกมุมหนึ่งที่ทำให้การมาเที่ยววัดลูกแกคุ้มค่า คือการเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยว “ท่ามะกา–ท่าม่วง–ตัวเมืองกาญจนบุรี” ในวันเดียวได้ โดยท่ามะกาเป็นเหมือนจุดผ่านสำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองกาญจนบุรี ทำให้ผู้เดินทางสามารถจัดทริปแบบสั้น ๆ ได้สะดวก เช่น แวะไหว้พระที่วัดลูกแกในช่วงเช้า จากนั้นไปเดินตลาดหรือหาของกินในอำเภอ แล้วค่อยต่อไปยังจุดท่องเที่ยวหลักในตัวเมืองกาญจนบุรีช่วงบ่าย การจัดเส้นทางแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ได้ทั้งมิติศรัทธาและมิติท่องเที่ยวในทริปเดียวกัน
การเดินทาง มาวัดลูกแกด้วยรถยนต์ส่วนตัวทำได้ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากอำเภอท่ามะกาเชื่อมต่อกับถนนสายหลักหลายสาย ผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอท่ามะกา จากนั้นเข้าตำบลดอนขมิ้นตามป้ายบอกทางท้องถิ่น วัดตั้งอยู่ในหมู่บ้านและเข้าถึงได้จริง เหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการทริปไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ เมื่อถึงวัดควรขับรถด้วยความระมัดระวังเพราะถนนในชุมชนอาจมีรถจักรยานยนต์และคนเดินในช่วงเช้าหรือช่วงงานวัด
สำหรับผู้ที่ตั้งใจมาช่วงงานตรุษจีนหรือช่วงงานบุญใหญ่ ควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถและการจราจรในชุมชน เพราะจำนวนผู้คนจะมากขึ้นกว่าปกติ การมาถึงช่วงเช้าจะช่วยให้หาที่จอดรถได้ง่ายกว่า และอากาศจะสบายกว่า ช่วงสายถึงบ่ายมักร้อนและคนหนาแน่นมากขึ้น ถ้าต้องการความสงบเพื่อไหว้พระอย่างตั้งใจ แนะนำให้เลือกวันธรรมดาหรือช่วงเช้าวันหยุดก่อนคนเริ่มเข้าวัดมาก
วัดลูกแกยังเหมาะสำหรับการพาผู้สูงอายุมาไหว้พระ เพราะบรรยากาศโดยรวมไม่เร่งรีบ และพื้นที่กว้างทำให้เดินได้สะดวก อย่างไรก็ตามหากมีผู้สูงอายุที่เดินไม่สะดวก ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินและเลือกจุดพักเป็นระยะ ๆ การเตรียมน้ำดื่มและหมวกกันแดดก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ทริปสบายขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางวัน
หากมองในมิติ “คุณค่าทางวัฒนธรรม” วัดลูกแกเป็นตัวอย่างของวัดท้องถิ่นที่เติบโตจากการธุดงค์ การนิมนต์พระจำพรรษา และการจัดตั้งวัดโดยชุมชน ก่อนจะขยายตัวเป็นวัดที่มีบทบาททางสังคมชัดเจน เรื่องเล่าของหลวงพ่อแป้น หลวงพ่อดี และหลวงพ่อเสือทำให้เห็นจิตวิญญาณของพระสายธุดงค์ที่มองหาพื้นที่สงบเพื่อการปฏิบัติธรรม ขณะที่การพัฒนาวัดในยุคต่อ ๆ มาสะท้อนพลังของชุมชนที่ไม่เพียงรักษาศาสนสถานไว้ แต่ยังทำให้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่รวมใจของผู้คนในทุกช่วงวัย
เมื่อรวมองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกัน วัดลูกแกจึงเหมาะกับทั้งผู้ศรัทธาที่ตั้งใจมานมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง ผู้ที่ต้องการหาที่สงบเพื่อทบทวนใจ และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของกาญจนบุรีในมุมชุมชนท้องถิ่น หากตั้งใจมาแบบไม่เร่งรีบ ใช้เวลาเดินดูรายละเอียด ตั้งจิตให้สงบ และเคารพพื้นที่ร่วมกับชาวบ้าน วัดลูกแกจะให้ประสบการณ์ที่ “เรียบง่ายแต่มีความหมาย” ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หลายคนตามหาในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งด่วน
| ชื่อสถานที่ | วัดลูกแก |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 7 ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี 71120 |
| สรุปสถานที่ | วัดราษฎร์มหานิกายในอำเภอท่ามะกา จุดศรัทธาสำคัญด้านการนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมชุมชน |
| จุดเด่นของสถานที่ | นมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง และบรรยากาศวัดชุมชนพื้นที่กว้าง เหมาะทำบุญและพักใจ |
| ยุคสมัย / ประวัติย่อ | มีตำนานตั้งขึ้นราว พ.ศ. 2400 เริ่มจากพระธุดงค์และศรัทธาชุมชน ต่อมามีการพัฒนาเสนาสนะและขยายพื้นที่วัดจนเป็นรูปธรรม |
| หลักฐานสำคัญ | เรื่องเล่าประวัติการตั้งวัดในท้องถิ่น และข้อมูลทะเบียน/ข้อมูลวัดจากหน่วยงานและแหล่งข้อมูลวัดที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ |
| ที่มาของชื่อ | สืบเนื่องจากชื่อชุมชน “บ้านลูกแก” และการเรียกขานในท้องถิ่น ก่อนพัฒนาเป็นชื่อวัดทางการว่า “วัดลูกแก” |
| ผู้ดูแลหรือเจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระอธิการรังสรรค์ จนฺทวํโส |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06:00 – 18:00 |
| การเดินทาง | เหมาะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เข้าสู่อำเภอท่ามะกา จากนั้นมุ่งหน้าตำบลดอนขมิ้นและเข้าหมู่ที่ 7 ตามป้ายบอกทางท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ทำบุญและนมัสการได้ตามปกติ มีงานประจำปีช่วงตรุษจีน |
| เบอร์ติดต่อ | 034-566-064 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร – 18 กม. 2) ตลาดท่าเรือ (ท่ามะกา) – 14 กม. 3) วัดถ้ำเสือ (ท่าม่วง) – 28 กม. 4) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (เมืองกาญจนบุรี) – 40 กม. 5) เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 – 42 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) กบทอด (ท่ามะกา) – 12 กม. โทร 087-174-5569 2) โก๊ขิว (ท่ามะกา) – 13 กม. โทร 034-694-188 3) น้านครัวใต้ (ท่ามะกา) – 15 กม. โทร 080-091-5291 4) ผัดไทยเจ๊ตุ้ม (ท่ามะกา) – 14 กม. โทร 089-837-3085 5) The Connection 78 (ท่ามะกา) – 16 กม. โทร 096-965-1442 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) บ้านคุ้งน้ำรีสอร์ท (ท่ามะกา) – 16 กม. โทร 087-106-0918 2) วนาแก้วรีสอร์ท (ท่ามะกา) – 18 กม. โทร 085-323-3999 3) ชบาแก้วรีสอร์ท (ท่ามะกา) – 19 กม. โทร 089-254-3885 4) อิงกาญจน์วิลล่ารีสอร์ท (ท่ามะกา) – 20 กม. โทร 091-441-4562 5) เดอะ แกลเลอรี่ รีสอร์ท กาญจนบุรี (ท่ามะกา) – 23 กม. โทร 098-938-6502 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดลูกแกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดลูกแกตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
ถาม: จุดเด่นของวัดลูกแกคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง และบรรยากาศวัดชุมชนที่กว้าง สงบ เหมาะทำบุญและพักใจ
ถาม: วัดลูกแกมีงานประจำปีช่วงไหน?
ตอบ: มีการจัดงานประจำปีช่วงตรุษจีนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่วัดคึกคักและมีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก
ถาม: ไปวัดลูกแกควรแต่งกายอย่างไร?
ตอบ: แนะนำแต่งกายสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาว และรักษามารยาทในเขตศาสนสถาน
ถาม: ต้องการติดต่อวัดลูกแกควรใช้ช่องทางใด?
ตอบ: สามารถติดต่อผ่านเบอร์โทรวัด 034-566-064 เพื่อตรวจสอบข้อมูลกิจกรรมหรือการประสานงานทำบุญ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage







หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(