ถ้ำน้ำมุด

ถ้ำน้ำมุด

ถ้ำน้ำมุด
Rating: 2.4/5 (14 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำตรวจสอบสภาพอากาศและประกาศพื้นที่ก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00
 
ถ้ำน้ำมุด (ถ้ำน้ำบุด) จังหวัดกาญจนบุรี คือจุดหมายสายธรรมชาติที่มีคาแรกเตอร์ชัดมากตั้งแต่ชื่อ เพราะคำว่า “น้ำมุด” อธิบายภาพของสถานที่ได้แทบจะทันทีว่าที่นี่คือถ้ำหรือช่องเขาที่มีลำธารไหล “มุดผ่าน” โพรงหินอยู่ตลอดทั้งปี ความพิเศษของถ้ำน้ำมุดไม่ได้อยู่ที่การเป็นถ้ำลึกมืดทึบแบบถ้ำผจญภัยที่ต้องมีอุปกรณ์หนัก ๆ เท่านั้น แต่อยู่ที่ประสบการณ์การเดินตามแนวธารน้ำในพื้นที่ที่ธรรมชาติสร้างช่องทางไว้ให้คนได้เข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด ทั้งความเย็นของน้ำ ความชื้นของหิน เสียงลำธารที่ดังเป็นจังหวะคงที่ และบรรยากาศป่าเขาของกาญจนบุรีที่ทำให้การมาเยือนครั้งหนึ่งรู้สึกเหมือนได้ “รีเซ็ต” ตัวเองจากความเร่งรีบในเมืองแบบไม่ต้องพยายามมากนัก
 
ภาพจำที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเมื่อพูดถึงถ้ำ คือความมืด ความเงียบ และหินงอกหินย้อย แต่ถ้ำน้ำมุดมีมิติอีกแบบหนึ่งคือมิติของ “ถ้ำธารน้ำ” ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตตลอดเวลา เพราะลำธารที่ไหลผ่านไม่ได้เป็นเพียงฉากประกอบให้ถ้ำดูสวยขึ้น แต่เป็นหัวใจของพื้นที่จริง ๆ น้ำคือสิ่งที่ทำให้ถ้ำเย็น น้ำคือเสียงพื้นหลังของการเดิน น้ำคือเหตุผลที่พื้นอาจลื่น และน้ำคือสิ่งที่ทำให้ผู้มาเยือนต้องเดินอย่างมีสติอยู่กับปัจจุบันมากกว่าเดิม ยิ่งในวันที่อากาศร้อน การก้าวเข้าไปในโซนที่น้ำไหลผ่านจะรับรู้ความต่างของอุณหภูมิทันที ความเย็นแบบธรรมชาติจะทำให้คนจำนวนมากเข้าใจว่าเหตุใดสถานที่อย่างถ้ำน้ำมุดจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการมาแบบไม่เร่งรีบ มาเพื่อเดินช้า ๆ มองรายละเอียด และปล่อยให้เสียงธารน้ำทำหน้าที่จัดระเบียบความคิดให้เราไปพร้อมกัน
 
ในแง่ข้อมูลกายภาพ ถ้ำน้ำมุดถูกเล่าต่อกันในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็นถ้ำที่มีขนาดกว้างราว 8 เมตร และต้อง “มุดผ่านช่องเขา” โดยมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี ลักษณะนี้ทำให้การเที่ยวไม่ใช่การยืนดูถ้ำจากด้านนอกแล้วจบ แต่เป็นการ “เข้าไปอยู่ในช่องทางของธรรมชาติ” อย่างแท้จริง ความกว้างระดับนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่อึดอัดเท่าถ้ำที่แคบมาก แต่ก็ไม่ใช่พื้นที่ที่เดินแบบไม่ระวังได้ เพราะสิ่งที่ทำให้ถ้ำน้ำมุดสวยคือความชื้นและธารน้ำ และสิ่งเดียวกันนี้เองที่ทำให้ต้องใส่ใจเรื่องการทรงตัว โดยเฉพาะหากไปช่วงหน้าฝนหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ ที่ความชื้นเพิ่มขึ้น พื้นหินอาจมีตะไคร่บาง ๆ และน้ำอาจไหลแรงกว่าปกติ หากมองให้ครบในมิติของประสบการณ์ สถานที่ประเภทนี้สอนให้เราเที่ยวอย่างเคารพธรรมชาติ เพราะการเดินเร็วหรือเล่นสนุกแบบไม่ดูพื้นอาจทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายกว่าที่คิด
 
อีกเหตุผลที่ทำให้ถ้ำน้ำมุดน่าไปคือความรู้สึกของ “การเดินตามเส้นทางน้ำ” ซึ่งต่างจากการเดินบนทางแห้งทั่วไป ลำธารที่ไหลผ่านตลอดปีทำให้ภูมิทัศน์ข้างทางไม่ค่อยนิ่ง คุณจะเห็นน้ำไหลวนตามโขดหิน เห็นก้อนกรวดบางช่วงถูกน้ำกลิ้งให้ขยับตำแหน่ง เห็นผิวหินที่เงาขึ้นเมื่อโดนน้ำ และเห็นแสงสะท้อนเล็ก ๆ บนผิวน้ำในบางมุม ทั้งหมดนี้ทำให้ถ้ำน้ำมุดเหมาะกับคนที่ชอบสังเกต เพราะความสนุกของที่นี่อยู่ที่รายละเอียด ไม่ได้อยู่ที่จุดเดียวที่ต้องไปยืนถ่ายรูปให้ได้เหมือนสถานที่เช็กอินจำนวนมาก และเมื่อคุณยอมเดินช้า ๆ คุณจะรู้สึกว่าช่องเขาและโพรงหินไม่ได้เป็นแค่โครงสร้างทางธรณีวิทยา แต่เป็น “พื้นที่ที่ธรรมชาติออกแบบ” ให้คนเข้าไปสัมผัสความสงบผ่านประสาทสัมผัสจริง ๆ ทั้งเสียงน้ำ ความเย็นของอากาศในโพรง และกลิ่นดินชื้นที่หลายคนบอกว่าทำให้ใจนิ่งได้อย่างประหลาด
 
ถ้าพูดให้เป็นภาพชัดแบบไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก กระบวนการที่ทำให้เกิดถ้ำหรือช่องเขาที่มีน้ำไหลลอด มักเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศหินปูนและการกัดเซาะของน้ำในระยะยาว เมื่อน้ำฝนซึมผ่านหินและพาแร่ธาตุบางส่วนออกไปทีละน้อย น้ำจะค่อย ๆ สร้างโพรง สร้างช่องทาง และขยายทางเดินใต้ดินหรือใต้หน้าผาหินจนเกิดเป็นช่องเขาหรือถ้ำลักษณะต่าง ๆ สำหรับถ้ำน้ำมุด ความน่าสนใจคือระบบน้ำยังคงไหลอยู่จริง ไม่ได้เป็นโพรงแห้งที่เหลือไว้เป็นร่องรอยอดีต นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าที่นี่เป็น “ถ้ำที่มีชีวิต” เพราะน้ำยังทำหน้าที่เป็นผู้สร้างภูมิทัศน์อยู่ตลอดเวลา แม้เราจะเห็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในหนึ่งวัน แต่ถ้าคิดในมุมของเวลา ธรรมชาติใช้เวลายาวนานมากเพื่อทำให้ช่องเขาแห่งหนึ่งกลายเป็นเส้นทางน้ำที่ผู้คนสามารถเข้าไปสัมผัสได้ และการรับรู้แบบนี้ทำให้การเที่ยวถ้ำน้ำมุดมีความหมายมากกว่าแค่การมาเดินเล่น เพราะเรากำลังเดินอยู่ในงานสถาปัตยกรรมของธรรมชาติที่ยังคงทำงานอยู่จริง
 
การมาเยือนถ้ำน้ำมุดให้ “คุ้ม” มักเริ่มจากการเข้าใจว่าเป้าหมายของทริปนี้ไม่ใช่การวิ่งเก็บให้ครบหลายจุดในเวลาสั้น ๆ แต่เป็นการใช้เวลาในพื้นที่ที่มีความเปราะบางทั้งเรื่องน้ำและพื้นหิน หากคุณชอบถ่ายภาพ จุดที่ให้ภาพสวยมักเป็นช่วงที่แสงภายนอกส่องเข้ามากระทบผิวน้ำหรือผนังหินแล้วเกิดเงาเป็นชั้น ๆ การถ่ายภาพในพื้นที่ชื้นควรระวังอุปกรณ์และควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชแรง ๆ แบบไม่จำเป็น เพราะแฟลชไม่เพียงทำให้บรรยากาศธรรมชาติหายไป แต่ยังรบกวนคนอื่นได้ง่ายในพื้นที่ที่เสียงและแสงสะท้อนมากกว่าปกติ ที่สำคัญคือถ้ำน้ำมุดเป็นพื้นที่ที่ “พื้นเปลี่ยนได้” ตามระดับน้ำ หากคุณตั้งใจจะเดินเข้าไปตามแนวธาร ควรเดินตามคำแนะนำหรือเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด และไม่ควรฝืนเข้าไปในจุดที่น้ำลึกหรือไหลแรง เพราะความสวยของสถานที่แนวนี้ไม่ได้คุ้มกับความเสี่ยงที่จะลื่นล้ม หรือทำให้น้ำกระเด็นจนรบกวนคนที่เดินอยู่ข้างหน้า
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปถ้ำน้ำมุดโดยทั่วไปคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะแสงยังดีและทัศนวิสัยดีกว่า การเริ่มต้นเช้าทำให้คุณมีเวลาเดินแบบไม่ต้องเร่งรีบ และยังลดความเสี่ยงจากการเดินในช่วงใกล้มืดซึ่งอาจทำให้มองพื้นหินไม่ชัด โดยเฉพาะถ้าพื้นเปียกหรือมีตะไคร่บางจุด หากคุณเดินทางในฤดูฝน ควรจริงจังกับการตรวจพยากรณ์อากาศมากกว่าปกติ เพราะฝนที่ตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้เร็ว แม้บริเวณที่คุณยืนอยู่จะไม่ได้ฝนตกแรงก็ตาม การเที่ยวถ้ำที่มีธารน้ำเกี่ยวข้องจึงต้องคิดเผื่อถึง “น้ำ” มากกว่าถ้ำแห้ง และนี่คือจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักพลาดเมื่อเที่ยวแบบไม่วางแผน การมองสภาพฟ้าอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่การเช็กข้อมูลสภาพพื้นที่หรือคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเข้าจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทริปสนุกขึ้นจริง
 
สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนเข้าถ้ำน้ำมุดอย่างจริงจังคือรองเท้าที่เกาะพื้นดี เพราะการลื่นในพื้นที่หินชื้นเป็นอุบัติเหตุที่เกิดได้ง่ายที่สุด รองลงมาคือไฟฉายหรือไฟสำรองเล็ก ๆ เผื่อกรณีที่คุณต้องผ่านช่วงที่แสงน้อยหรือเดินกลับในเวลาที่แสงลดลง ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือของสำคัญก็เป็นไอเทมที่ช่วยลดความกังวลได้มาก เพราะสถานที่มีน้ำไหลผ่านตลอดปี โอกาสที่น้ำกระเด็นหรือมือเปียกแล้วจับโทรศัพท์ลื่นย่อมมีมากกว่าเดินปกติ และหากคุณมากับเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรประเมินความพร้อมให้ตรงไปตรงมา เพราะแม้ความกว้างราว 8 เมตรจะฟังดูไม่เล็ก แต่สภาพพื้นต่างระดับและความลื่นคือประเด็นหลัก ไม่ใช่ความแคบของทางเดิน การจับจังหวะเดินช้า ๆ และมีคนคอยดูจุดก้าวให้ จะทำให้ทุกคนได้ประสบการณ์ที่ดีโดยไม่ต้องฝืนจนทริปกลายเป็นความเครียด
 
ในมุมมารยาทและความรับผิดชอบ ถ้ำน้ำมุดเป็นตัวอย่างของสถานที่ที่สวยเพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และจะสวยต่อไปได้ก็เพราะพฤติกรรมของคนที่ไปเยือนช่วยกันรักษา สิ่งที่ควรทำอย่างเคร่งครัดคือไม่ทิ้งขยะทุกชนิด ไม่ทิ้งเศษอาหารลงน้ำหรือริมธาร ไม่จับหรือทุบผนังหิน ไม่เขียนชื่อบนหิน และไม่ส่งเสียงดังต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ลักษณะโพรงจะสะท้อนเสียงทำให้เสียงเล็ก ๆ ดังมากกว่าที่คิด อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการไม่ใช้สบู่หรือสารเคมีใด ๆ ลงในลำธาร แม้จะเป็นการล้างมือเล็กน้อย แต่สารเคมีสามารถไหลไปกระทบสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในน้ำได้ และเมื่อระบบนิเวศเล็ก ๆ เปลี่ยน สมดุลทั้งพื้นที่ก็เปลี่ยนตามไปด้วย การเที่ยวถ้ำธารน้ำให้มีคุณภาพจึงไม่ใช่แค่ไม่ทิ้งขยะ แต่คือการทำให้พื้นที่ไม่ต้องรับภาระจากกิจกรรมของเราเกินจำเป็น
 
ด้านประวัติหรือที่มาของชื่อ ถ้ำน้ำมุดเป็นชื่อที่สื่อสารภาพภูมิประเทศได้ตรงมาก เพราะให้ภาพของ “น้ำที่มุดผ่าน” ช่องเขาหรือโพรงหินเป็นหลัก หากมองในเชิงวัฒนธรรมการตั้งชื่อสถานที่ของไทย ชื่อจำนวนมากมักเกิดจากการสังเกตลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดในพื้นที่ เช่น น้ำตกที่เรียกตามสีของน้ำ หรือภูเขาที่เรียกตามรูปทรง สำหรับถ้ำน้ำมุด จุดเด่นคือการมีธารน้ำลอดผ่านตลอดปีจนนำมาเป็นชื่อเรียกให้คนจำง่ายและสื่อความหมายได้ทันที แม้บางครั้งจะพบการสะกดหรือเรียกคลาดเคลื่อนเป็น “ถ้ำน้ำบุด” ในบางแหล่งหรือการบอกต่อ แต่แก่นของสถานที่ยังคงเป็นถ้ำ/ช่องเขาที่มีน้ำไหลลอดผ่านตลอดปีเหมือนเดิม ดังนั้นเวลาเขียนบทความให้ชัดสำหรับผู้อ่าน การระบุว่าเป็นถ้ำน้ำมุด และใส่วงเล็บอธิบายชื่อที่เรียกคลาดเคลื่อน จะช่วยให้คนค้นหาเจอสถานที่ได้จริง และลดความสับสนระหว่างการวางแผนเดินทาง
 
ถ้าคุณต้องการจัดทริปให้ “คุ้มและลื่นไหล” แนวคิดที่ใช้ได้ดีคือการวางถ้ำน้ำมุดเป็นหนึ่งในจุดธรรมชาติที่เน้นการเดินและการสัมผัสพื้นที่ แล้วค่อยเชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวที่ใช้พลังน้อยลง เช่น จุดชมวิว แหล่งน้ำ หรือคาเฟ่ในเส้นทางกลับ เพราะการเดินในพื้นที่ชื้นแม้จะไม่หนักมาก แต่ทำให้ร่างกายล้าแบบเงียบ ๆ ได้ง่าย การสลับจังหวะทริปจะทำให้ทั้งวันสมดุลและไม่เหนื่อยเกินไป และหากคุณตั้งใจเที่ยวกาญจนบุรีเชิงธรรมชาติจริงจัง การวางแผนให้มีเวลาเผื่อเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสถานที่อย่างถ้ำน้ำมุดไม่เหมาะกับการวิ่งทำเวลา แต่เหมาะกับการไปแบบเผื่อใจ เผื่อเวลา และให้ธรรมชาติทำหน้าที่ของมัน คือทำให้เราเดินช้าลง มองให้ละเอียดขึ้น และกลับออกมาพร้อมความนิ่งมากกว่าเดิม
 
สุดท้าย ถ้ำน้ำมุดคือจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติแบบเรียบง่ายแต่มีรายละเอียด คนที่ชอบเดินตามธารน้ำ ชอบอากาศเย็นชื้นของโพรงหิน และชอบประสบการณ์ที่ต้องใช้สติเล็ก ๆ ระหว่างทาง ถ้าคุณอยากได้ที่เที่ยวในกาญจนบุรีที่ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปแล้วจบ แต่เป็นการ “เข้าไปอยู่กับสถานที่” แบบจริงจัง ถ้ำน้ำมุดคือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ และยิ่งถ้าคุณให้ความสำคัญกับการเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่ทิ้งร่องรอยไว้กับธรรมชาติ คุณจะยิ่งรู้สึกว่าเสน่ห์ของถ้ำน้ำมุดไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติที่ยังคงทำงานอยู่จริง ทั้งน้ำที่ไหลตลอดปี หินที่ชื้นเย็น และความเงียบที่ทำให้ใจเรากลับมาชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด
 
ชื่อสถานที่ ถ้ำน้ำมุด (บางแหล่งเรียก: ถ้ำน้ำบุด)
ที่อยู่ จังหวัดกาญจนบุรี 
สรุปสถานที่ ถ้ำ/ช่องเขาที่ต้องมุดผ่าน โดยมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี เด่นเรื่องบรรยากาศเย็นชื้น เสียงธารน้ำ และประสบการณ์เดินธรรมชาติแบบระมัดระวัง
จุดเด่นของสถานที่ กว้างราว 8 ม. มีธารน้ำไหลลอดตลอดปี เหมาะกับสายธรรมชาติที่ชอบเดินช้า ๆ ตามแนวลำธาร และสัมผัสความเย็นชื้นของโพรงหิน
การเดินทาง (สรุป) แนะนำรถส่วนตัว และควรตรวจสอบจุดเริ่มทางเดิน/เส้นทางเข้าถึงจากพื้นที่ดูแลหรือแผนที่ที่เชื่อถือได้ก่อนออกเดินทางจริง (พื้นที่ถ้ำธารน้ำควรเผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงฝนหนัก)
สถานะปัจจุบัน โดยทั่วไปเปิดเข้าชมได้ (แนะนำตรวจสอบประกาศ/สภาพน้ำก่อนเดินทาง โดยเฉพาะฤดูฝน)
เบอร์ติดต่อ 1672 (ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ททท.)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (โซนถ้ำธารลอด) – ประมาณ 55 กม.
2) ถ้ำธารลอดใหญ่ – ประมาณ 55 กม.
3) ถ้ำธารลอดน้อย – ประมาณ 55 กม.
4) น้ำตกไตรตรึงษ์ – ประมาณ 56 กม.
5) โซนเขื่อนศรีนครินทร์/ท่ากระดาน – ประมาณ 40 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) ครัววันทนีย์ อาหารป่า – ประมาณ 40 กม. – 096-359-4792
2) สไบนาง สวนอาหาร-คาเฟ่ – ประมาณ 40 กม. – 081-206-9312
3) พี่โจ๊ะ ตำลั่นเขื่อน – ประมาณ 42 กม. – 062-626-2491
4) เรือนธารา (โซนเขื่อนศรีนครินทร์) – ประมาณ 40 กม. – 081-7500-541
5) บ้านต้นน้ำ (โซนเอราวัณ) – ประมาณ 60 กม. – 093-635-4198
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) Z9 Resort – ประมาณ 55 กม. – 061-360-4959
2) Rayaburi Resort – ประมาณ 45 กม. – 034-696-165
3) Lake Heaven Resort & Park – ประมาณ 50 กม. – 061-418-2270
4) ภูฟ้าอิงน้ำ (Pufa Engnam Lake Resort) – ประมาณ 30 กม. – 082-221-2118
5) Sweet Home Floating House – ประมาณ 35 กม. – 094-853-9459
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำน้ำมุด (ถ้ำน้ำบุด) คือถ้ำแบบไหน?
ตอบ: เป็นถ้ำ/ช่องเขาที่ต้องมุดผ่าน และมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี ทำให้บรรยากาศภายในเย็นชื้นและมีเสียงน้ำเป็นเอกลักษณ์
 
ถาม: จุดเด่นของถ้ำน้ำมุดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการได้เดินในช่องเขาที่มีน้ำไหลลอดตลอดปี ความกว้างราว 8 เมตร และประสบการณ์ธรรมชาติแบบสงบที่ต้องเดินอย่างระมัดระวัง
 
ถาม: ควรไปถ้ำน้ำมุดช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: แนะนำช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะแสงและทัศนวิสัยดีกว่า ลดความเสี่ยงจากพื้นลื่นและการเดินในช่วงใกล้มืด โดยเฉพาะถ้าไปฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงวันที่ฝนหนัก
 
ถาม: ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษก่อนเข้าถ้ำน้ำมุด?
ตอบ: ควรใส่รองเท้ากันลื่น พกไฟฉายหรือไฟสำรอง ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และหลีกเลี่ยงการพกของรุงรัง เพราะพื้นที่ชื้นและมีน้ำไหลผ่านตลอดปี
 
ถาม: มีข้อควรระวังอะไรสำคัญที่สุด?
ตอบ: ระวังพื้นลื่นจากความชื้นและตะไคร่ ระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นหลังฝนตก และควรเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ไม่ลงเล่นน้ำในจุดเสี่ยง และไม่ทิ้งขยะ/เศษอาหารลงลำธาร
แผนที่ ถ้ำน้ำมุด แผนที่ถ้ำน้ำมุด
ถ้ำ กลุ่ม: ถ้ำ
คำค้นคำค้น: ถ้ำน้ำมุดถ้ำน้ำมุด กาญจนบุรี ถ้ำน้ำบุด กาญจนบุรี ถ้ำน้ำมุด ศรีสวัสดิ์ ถ้ำน้ำมุด ลำธารลอดถ้ำ ถ้ำธารน้ำ กาญจนบุรี ที่เที่ยวธรรมชาติ กาญจนบุรี ที่เที่ยวศรีสวัสดิ์ ท่องเที่ยวถ้ำ กาญจนบุรี เดินป่ากาญจนบุรี ที่เที่ยวหน้าฝน กาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)