ถ้ำผาวังจันทร์

Rating: 3.8/5 (10 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
ถ้ำผาวังจันทร์ (วัดถ้ำผาวังจันทร์) ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี คือหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับคนที่อยาก “หนีความวุ่นวาย” แล้วพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ภูเขา ป่า และความสงบแบบที่ยังไม่ถูกทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากนัก ภาพแรกที่สัมผัสได้เมื่อมาถึงพื้นที่บ้านหนองไก่ชุมคือความเงียบของชนบท เส้นทางที่ค่อย ๆ ลดเสียงเมืองลงทีละนิด และบรรยากาศร่มครึ้มของแนวไม้ที่ทำให้การเดินทางเหมือนกำลังค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปสู่ “โลกอีกใบ” ที่เวลาเดินช้าลงกว่าเดิม ที่นี่ถูกพูดถึงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวชื่อถ้ำผาวังจันทร์ เพราะมีถ้ำธรรมชาติที่สวยงามและทิวทัศน์งดงามรอบ ๆ ขณะเดียวกันก็มีบริบทของพื้นที่วัดหรือสำนักสงฆ์ที่โอบล้อมการเที่ยวให้มีมิติของความสงบ สำรวม และความเคารพต่อสถานที่ไปพร้อมกัน
เสน่ห์ของถ้ำผาวังจันทร์อยู่ที่ความ “พอดี” ของทุกอย่าง ไม่ใช่พอดีแบบไม่มีอะไรให้ดู แต่พอดีแบบที่ทำให้คนมาเยือนใช้สายตา หายใจ และเดินช้า ๆ ได้เต็มที่ ถ้ำในพื้นที่เขาหินปูนมักมีสภาพอากาศเย็นกว่าด้านนอกเล็กน้อย มีความชื้นที่ทำให้ผิวหินดูมีชีวิตเมื่อแสงกระทบ และมีรายละเอียดของผนังถ้ำที่ชวนให้เราหยุดมองเหมือนกำลังดูงานศิลป์ตามธรรมชาติ หินงอกหินย้อยในถ้ำที่ก่อตัวเป็นเวลายาวนานทำให้เกิดรูปทรงหลากหลาย บางมุมดูคล้ายม่าน บางมุมดูคล้ายเสา หรือเป็นชั้นไล่ระดับที่ทำให้จินตนาการของคนดูทำงานทันที ความพิเศษคือการได้เห็น “ความงามที่เกิดจากความนิ่ง” เพราะธรรมชาติใช้เวลาอย่างยาวนานในการสร้างรูปทรงเหล่านี้ ต่างจากความงามแบบฉับพลันที่เราเจอบ่อยในโลกออนไลน์ การยืนอยู่ในถ้ำเพียงครู่หนึ่งจึงเหมือนได้ทบทวนว่าธรรมชาติไม่เร่งรีบ แต่ก็ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์
นอกจากตัวถ้ำแล้ว ภูมิทัศน์รอบ ๆ ยังเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การมาเยือนคุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบวิวเขา ป่า และอากาศที่โปร่งกว่าพื้นที่เมือง เมื่อเดินออกจากมุมมืดสลัวของถ้ำแล้วกลับมาเจอแสงด้านนอก จะรู้สึกเหมือนได้ “รีเซ็ตสายตา” อีกครั้ง สีเขียวของต้นไม้และเส้นขอบภูเขาที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทำให้พื้นที่นี้เหมาะกับการมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะแสงในช่วงนั้นนุ่มกว่า เงาสวยกว่า และอุณหภูมิโดยรวมมักสบายกว่าเที่ยงวัน ยิ่งถ้าวันไหนท้องฟ้าโปร่ง จะได้มุมมองที่กว้างขึ้น เห็นรายละเอียดของแนวเขาได้ชัด แต่ถ้าวันไหนมีเมฆบาง ๆ ก็จะได้อารมณ์ละมุน เหมือนฉากธรรมชาติที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามสภาพอากาศอย่างเป็นธรรมชาติ
ในเชิงประวัติและสถานะของพื้นที่ วัดถ้ำผาวังจันทร์ถูกระบุว่าเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และมีข้อมูลการตั้งวัดในปี พ.ศ. 2482 พร้อมข้อมูลการรับวิสุงคามสีมาในเวลาต่อมา ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่นี้มีพัฒนาการจากการเป็นพื้นที่ปฏิบัติหรือสำนักสงฆ์สู่ความเป็นวัดที่มีสถานะชัดเจนตามกฎหมายสงฆ์ การรับรู้ประวัติแบบนี้ช่วยให้การเที่ยวถ้ำผาวังจันทร์ “ไม่เป็นแค่การมาเดินดูถ้ำ” แต่เป็นการเข้าใจพื้นที่ในฐานะศาสนสถานและพื้นที่ชุมชนที่มีคนดูแลจริง มีจังหวะชีวิตของชาวบ้านและผู้ศรัทธาที่ผูกอยู่กับสถานที่ นอกจากนี้ชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันในบางบริบท เช่น “วัดหลวงพ่อเฮง” ยังทำให้เห็นว่าพื้นที่วัดมีความหมายต่อชุมชนในเชิงศรัทธาด้วย การมาเยือนจึงควรวางตัวให้เหมาะสมกับทั้งมิติท่องเที่ยวและมิติศาสนาไปพร้อมกัน
ถ้ำในบริบทของวัดไทยมักเป็นมากกว่าสถานที่เที่ยว เพราะถ้ำคือพื้นที่ที่ผู้คนใช้ปฏิบัติธรรม เข้ากรรมฐาน หรือใช้เป็นที่สงบใจมานาน ถ้ำผาวังจันทร์เองก็ให้บรรยากาศแบบนั้นได้ดี แม้ผู้มาเยือนจะไม่ได้ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมเต็มรูปแบบ แต่เพียงการเดินเงียบ ๆ ฟังเสียงเท้าและเสียงลม ก็ช่วยให้ใจช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หากเดินผ่านมุมที่มีความมืดมากขึ้น จะยิ่งทำให้เราระวังตัวมากขึ้น และความระวังตัวนี่เองที่ทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น หลายคนที่ชอบเที่ยวแนวธรรมชาติจะรู้สึกว่าการเที่ยวถ้ำเป็นกิจกรรมที่พาเราออกจากโลกของหน้าจอ เพราะภายในถ้ำไม่ใช่พื้นที่ที่เราจะหยิบมือถือขึ้นมาดูได้ตลอดเวลา แสงน้อย สัญญาณอาจไม่แรง และการเดินต้องใช้สมาธิ นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ถ้ำผาวังจันทร์เหมาะกับคนที่อยากพักใจแบบจริงจัง แม้จะมาเพียงครึ่งวันก็ตาม
หากวางแผนมาเที่ยวให้ได้ประสบการณ์ดีที่สุด ควรเผื่อเวลาให้ตัวเองได้ “ค่อย ๆ รับสถานที่” มากกว่ามาแบบเร่งรีบ แนะนำให้เริ่มจากการเดินดูภาพรวม หามุมที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อย ๆ เข้าไปชมด้านในถ้ำตามความเหมาะสม การมีไฟฉายเล็ก ๆ หรือใช้ไฟจากโทรศัพท์เป็นตัวช่วยจะทำให้เห็นรายละเอียดของผนังหินได้ชัดขึ้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการสวมรองเท้าที่กันลื่น เพราะพื้นที่ถ้ำและทางเดินบริเวณหินปูนอาจมีความชื้นและลื่นได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หากมากับเด็กหรือผู้สูงอายุ การเดินช้า ๆ และช่วยกันดูจุดก้าวเป็นเรื่องจำเป็น เพราะความงามของถ้ำไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความเสี่ยง การเที่ยวแบบปลอดภัยจะทำให้เราได้ชื่นชมธรรมชาติได้นานกว่า และกลับไปพร้อมความทรงจำที่ดี
อีกสิ่งที่ทำให้ถ้ำผาวังจันทร์น่าไปคือ “ความไม่พลุกพล่าน” เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในกาญจนบุรีหลายแห่ง ที่นี่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า เหมาะกับสายถ่ายภาพที่ชอบมุมธรรมชาติและแสงเงา หรือคนที่อยากพาครอบครัวไปเดินเล่นแบบสงบ ๆ ถ้าเลือกช่วงเวลาเช้า จะได้อากาศสดและแสงกำลังสวย ถ้าเลือกช่วงบ่ายแก่จะได้สีทองอ่อน ๆ ที่ทำให้ภูเขาและต้นไม้ดูมีมิติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปลึกในถ้ำช่วงใกล้เย็น เพราะแสงเริ่มน้อย และการมองเห็นลดลง ทำให้ความปลอดภัยลดลงตามไปด้วย การเที่ยวถ้ำผาวังจันทร์จึงเหมาะกับการมาแบบ “ไป-กลับ” ในวันเดียว หรือวางเป็นจุดพักระหว่างการเที่ยวอำเภอบ่อพลอยและพื้นที่ใกล้เคียง
การเดินทาง: ถ้ำผาวังจันทร์อยู่ในพื้นที่ตำบลหลุมรัง บ้านหนองไก่ชุม โดยการเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากอำเภอบ่อพลอยจะห่างประมาณ 8.15 กิโลเมตร จากนั้นมีจุดแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางช่วงเข้าใกล้พื้นที่เป็นถนนลาดยางราว 3,000 เมตร ลักษณะการขับจะเป็นทางชนบทที่เงียบ รถไม่หนาแน่นเท่าเส้นหลัก แต่ควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่อาจทำให้ผิวทางลื่นหรือมีดินทรายบนถนน หากตั้งใจเข้าชมถ้ำและเดินสำรวจ ควรเผื่อเวลาและเติมน้ำมันให้พร้อมตั้งแต่ในตัวอำเภอบ่อพลอย เพราะร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมันในช่วงทางแยกเข้าอาจมีไม่ถี่เท่าในเมือง
เมื่อมาถึงพื้นที่ สิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกคือการสังเกตสภาพอากาศและสภาพพื้น หากเพิ่งมีฝนตก แนะนำให้เดินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหินปูนหรือพื้นดินที่มีความชื้นอาจทำให้ลื่นได้ง่าย การพกน้ำดื่มและผ้าเช็ดหน้าเล็ก ๆ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น โดยเฉพาะถ้าตั้งใจใช้เวลาเดินชมวิวรอบ ๆ หากมาเป็นกลุ่มครอบครัว ควรตกลงกันเรื่องจุดนัดพบและเวลา เพราะพื้นที่ธรรมชาติทำให้การเดินกระจายกันง่ายกว่าการเที่ยวในเมือง ในด้านมารยาทของสถานที่ เนื่องจากมีบริบทของวัด ควรแต่งกายสุภาพและใช้เสียงเบา หากมีจุดสำหรับทำบุญหรือกราบไหว้ ควรสำรวมและให้ความเคารพตามสมควร ความสุภาพเหล่านี้ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้การมาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สำหรับคนที่ชอบเรียนรู้เรื่องพื้นที่ การมาเยือนถ้ำผาวังจันทร์ยังช่วยให้เห็นภาพ “กาญจนบุรีอีกแบบหนึ่ง” ที่ไม่ใช่ภาพของสะพานข้ามแม่น้ำแควหรือแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ที่คนรู้จักกันดี อำเภอบ่อพลอยมีอัตลักษณ์ของเมืองพลอย มีเส้นทางชนบทและชุมชนที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่าย การแวะเข้ามาในตำบลหลุมรังทำให้เราเห็นว่ากาญจนบุรียังมีพื้นที่สงบ ๆ อีกมากที่เหมาะกับการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ และเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติจริง ๆ มากกว่าการเช็กอินถ่ายรูปอย่างเดียว ถ้ำผาวังจันทร์จึงเหมือนประตูเล็ก ๆ ที่พาเราไปเจอความหลากหลายของจังหวัดนี้ ทั้งในแง่ภูมิประเทศ วัฒนธรรม และศรัทธาของชุมชน
เมื่อพูดถึงจุดเด่นแบบ “เที่ยวให้คุ้ม” ถ้ำผาวังจันทร์เหมาะกับการวางแผนครึ่งวันโดยแบ่งเวลาให้ชัด เช่น ใช้เวลาช่วงแรกเดินชมถ้ำและถ่ายภาพ จากนั้นค่อยเดินออกมารับแสงด้านนอกเพื่อชมวิวและพักผ่อน หากอยากให้ทริปมีรสชาติยิ่งขึ้น สามารถต่อด้วยการแวะร้านอาหารในตัวอำเภอบ่อพลอย หรือร้านที่อยู่บนเส้นทางไป-กลับ เพราะพื้นที่บ่อพลอยมีร้านอาหารท้องถิ่นและร้านกาแฟที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายร้าน การจัดลำดับแบบนี้จะทำให้ทริปมีทั้งธรรมชาติ ความสงบ และความอร่อยในวันเดียว โดยไม่ต้องวิ่งหลายอำเภอให้เหนื่อยเกินไป ที่สำคัญคือควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางกลับก่อนฟ้ามืด เพราะทางชนบทช่วงค่ำมักมีแสงสว่างน้อย และการขับรถจะต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น
ถ้ำผาวังจันทร์ยังเหมาะกับคนที่อยากได้ “ประสบการณ์จริง” มากกว่าเรื่องเล่า เพราะสถานที่แนวถ้ำและวัดในป่ามักทำให้เราได้สัมผัสความสงบแบบที่หาจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมยาก หากตั้งใจมาเพื่อพักใจ ลองใช้เวลาสั้น ๆ นั่งเงียบ ๆ ฟังเสียงรอบตัว จะพบว่าเสียงลมและเสียงธรรมชาติช่วยทำให้ความคิดชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด และถ้าอยากให้การมาเยือนมีความหมายขึ้นอีกขั้น อาจตั้งใจทำบุญเล็ก ๆ ตามกำลัง หรือช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายธรรมชาติ เพราะพื้นที่แบบนี้จะสวยงามได้ยาวนานก็ด้วยการดูแลร่วมกันของคนในพื้นที่และคนที่มาเยือน
ในท้ายที่สุด ถ้ำผาวังจันทร์คือสถานที่ที่เหมาะกับคำว่า “เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์” เหมาะกับสายธรรมชาติ สายสงบ สายถ่ายภาพ และคนที่อยากเห็นกาญจนบุรีในมุมที่ไม่จำเป็นต้องดังที่สุด แต่กลับทำให้เราจดจำได้ยาวนานที่สุด หากคุณกำลังหาเป้าหมายใหม่สำหรับทริปสั้น ๆ จากตัวอำเภอบ่อพลอย หรืออยากเพิ่มจุดเที่ยวที่ไม่วุ่นวายเข้าไปในแผนกาญจนบุรี ถ้ำผาวังจันทร์เป็นตัวเลือกที่ควรลองสักครั้ง แล้วคุณอาจพบว่า ความสุขของการเที่ยวบางครั้งไม่ได้อยู่ที่จำนวนสถานที่ที่ไป แต่เป็นคุณภาพของเวลาที่เราได้อยู่กับสถานที่นั้นอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำผาวังจันทร์ (วัดถ้ำผาวังจันทร์) |
| ที่อยู่ | บ้านหนองไก่ชุม ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี 71160 |
| พิกัด (โดยประมาณ) | 14.4691732, 99.4199603 |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวถ้ำและวิวธรรมชาติในพื้นที่ตำบลหลุมรัง มีบริบทของวัด/ศาสนสถาน เหมาะเที่ยวแบบสงบ เดินสำรวจถ้ำและชมทิวทัศน์ |
| จุดเด่นของสถานที่ | ถ้ำสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบในแนวป่า/เขา มีมุมชมวิวรอบพื้นที่ เหมาะกับสายธรรมชาติและคนอยากพักใจ |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระครูวิลาศจันทโรภาส (คุตฺตสาโร) |
| การเดินทาง (สรุป) | รถส่วนตัวจากอำเภอบ่อพลอยประมาณ 8.15 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 8 กม. ช่วงทางเข้ามีถนนลาดยางราว 3,000 ม. ควรขับระมัดระวังช่วงฝน/ทางลื่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม (แนะนำเที่ยวช่วงเช้า–บ่ายเพื่อความปลอดภัยในการเข้าถ้ำ) |
| เบอร์ติดต่อ | 061-652-9951 (ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 2026-02-05) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) หลวงพ่อนิล บ่อพลอย – ประมาณ 18 กม. 2) ตลาดบ่อพลอย (ย่านตัวอำเภอ) – ประมาณ 16 กม. 3) แหล่ง/ย่านเมืองพลอยบ่อพลอย (โซนในอำเภอ) – ประมาณ 16 กม. 4) Grand Prix Golf Club – ประมาณ 14 กม. 5) วัดหนองรี (โซนบ่อพลอย) – ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ครัวตะวัน ท่าว้า – ประมาณ 18 กม. – 081-870-3911 2) Aura Cafe and The Gang – ประมาณ 16 กม. – 081-170-6462 3) ครัวบ้านซิ่ว – ประมาณ 17 กม. – 081-014-5887 4) ร้านอาหารนิล บ่อพลอย – ประมาณ 16 กม. – 086-517-9885 5) ครัวบ้านดอน – ประมาณ 16 กม. – 087-159-2664 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ยูโรรีสอร์ท (Euro Resort) – ประมาณ 10 กม. – 097-954-6222 2) ภักดี รีสอร์ท – ประมาณ 12 กม. – 085-879-6649 3) แอท เมืองพลอย รีสอร์ท (At MuangPloy Resort) – ประมาณ 16 กม. – 034-581-456, 088-194-4656 4) ที่วิเศษโรงแรม แอนด์รีสอร์ท (Teewiset Hotel and Resort) – ประมาณ 16 กม. – 085-293-1285 5) รีสอร์ทบ้านพักบีม & บูม หนองรี – ประมาณ 20 กม. – 083-313-4089 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำผาวังจันทร์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บ้านหนองไก่ชุม ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ถ้ำธรรมชาติที่มีบริบทของวัดถ้ำผาวังจันทร์
ถาม: ไปถ้ำผาวังจันทร์ เดินทางอย่างไรสะดวกที่สุด?
ตอบ: รถส่วนตัวสะดวกที่สุด จากอำเภอบ่อพลอยไปประมาณ 8.15 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 8 กม. ช่วงทางเข้ามีถนนลาดยางราว 3,000 ม.
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนถึงจะเที่ยวถ้ำได้ปลอดภัยและถ่ายรูปสวย?
ตอบ: แนะนำช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ แสงสวย อากาศสบาย และยังมีแสงพอสำหรับการเดินในพื้นที่ถ้ำ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปลึกช่วงใกล้เย็น
ถาม: ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษไหมเมื่อจะเข้าถ้ำ?
ตอบ: ควรใส่รองเท้ากันลื่น พกไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์ และเดินอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงพื้นชื้นหลังฝนตก
ถาม: ถ้ำผาวังจันทร์เป็นสถานที่ศาสนา ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ทิ้งขยะ ไม่แตะหรือทำลายหินงอกหินย้อย และสำรวมเมื่ออยู่ในพื้นที่วัดหรือจุดทำบุญ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(