เขื่อนท่าทุ่งนา

Rating: 3.8/5 (9 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (โดยทั่วไปเปิดให้เยี่ยมชมช่วง 08.00 – 16.00 น.)
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น. (แนะนำช่วงแสงสวย 06.30 – 09.00 และ 16.00 – 18.00 สำหรับถ่ายภาพ “บริเวณรอบนอก/วิวด้านนอก”)
เขื่อนท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี คือ “เขื่อนกักเก็บน้ำตอนล่าง” ที่สร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของลุ่มน้ำแควใหญ่ โดยวางตำแหน่งไว้ถัดจากเขื่อนศรีนครินทร์ลงมาท้ายน้ำบนลำน้ำแควใหญ่ (Khwae Yai River) ทำให้เขื่อนแห่งนี้มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การชลประทาน และการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของพื้นที่ แม้ขนาดเขื่อนจะไม่ใหญ่เท่าเขื่อนศรีนครินทร์ แต่ “ความสำคัญ” ของเขื่อนท่าทุ่งนาอยู่ที่การทำให้พลังงานน้ำถูกใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า และช่วยทำให้การปล่อยน้ำจากเขื่อนต้นน้ำมีเสถียรภาพมากขึ้นในมุมของระบบไฟฟ้าและระบบน้ำเพื่อการเกษตร โดยผู้ดูแลและผู้ดำเนินการหลักคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
เสน่ห์ของเขื่อนท่าทุ่งนาสำหรับนักท่องเที่ยวคือบรรยากาศที่ “ชิลและเป็นธรรมชาติ” เพราะพื้นที่เขื่อนอยู่ท่ามกลางแนวเขาและผืนน้ำที่กว้างพอให้มองเห็นเส้นขอบฟ้าชัด เมื่ออากาศดีท้องฟ้าจะเปิดเป็นฉากหลังสวย ๆ ให้กับสันเขื่อนและผิวน้ำ ในวันที่มีลมอ่อนผิวน้ำจะดูเรียบและสะท้อนแสงได้ดี ขณะที่ช่วงเย็นแสงจะอุ่นและทำให้ทิวเขาด้านไกลดูมีมิติขึ้น จุดเด่นอีกด้านคือความรู้สึก “ไม่วุ่นวาย” เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวฮิตในเมืองกาญจนบุรี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพักสายตา นั่งดูน้ำ ชมวิวแบบไม่ต้องรีบ และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย
ในเชิงวิศวกรรม เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นเขื่อนแบบผสม (Composite Dam) คือผสมระหว่างเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวกับเขื่อนคอนกรีตในช่องทางระบายน้ำล้น ตัวเขื่อนมีความสูงจากฐานรากประมาณ 30 เมตร ความยาวสันเขื่อนประมาณ 840 เมตร และความกว้างสันเขื่อนประมาณ 8 เมตร ส่วนปริมาตรตัวเขื่อนราว 280,000 ลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำมีระดับเก็บกักน้ำสูงสุดราว 59.70 เมตร และระดับเก็บกักน้ำต่ำสุดราว 55.50 เมตร ความจุรวมของอ่างประมาณ 54.8 ล้านลูกบาศก์เมตร (ที่ระดับ 59.70 เมตร) และมีปริมาณน้ำใช้งานราว 28.8 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงสร้างโรงไฟฟ้าเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหลายชั้น และมีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจำนวน 2 เครื่อง เครื่องละประมาณ 19 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตติดตั้งประมาณ 38 เมกะวัตต์ โดยเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ-พลังงานของลุ่มน้ำแควใหญ่
ประเด็นที่ทำให้เขื่อนท่าทุ่งนา “มีคุณสมบัติพิเศษ” ในมุมพลังงาน คือแนวคิดการใช้พลังงานน้ำให้คุ้มค่าที่สุดจากระบบเขื่อนต้นน้ำ-ปลายน้ำ โดยน้ำที่ถูกปล่อยผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เขื่อนศรีนครินทร์สามารถไหลมาสู่เขื่อนท่าทุ่งนาเพื่อผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้งหนึ่ง พูดง่าย ๆ คือพลังงานศักย์ของน้ำที่ถูกปลดปล่อยจากระดับสูงของเขื่อนต้นน้ำ เมื่อไหลลงมาในระบบก็ยังมีศักยภาพในการหมุนกังหันของเขื่อนปลายน้ำต่อได้ ทำให้ระบบพลังงานน้ำในลุ่มน้ำเดียวกันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น นี่คือเหตุผลที่เขื่อนท่าทุ่งนาถูกมองว่าเป็น “เขื่อนสนับสนุน” ที่ช่วยเสริมเสถียรภาพและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของพื้นที่
หากคุณสงสัยแบบคำค้นเชิงข้อมูลว่า “เขื่อนท่าทุ่งนา ผลิตไฟฟ้าอย่างไร” หลักการสำคัญคือการเปลี่ยนพลังงานของน้ำให้เป็นพลังงานกลและพลังงานไฟฟ้า น้ำในอ่างเก็บน้ำจะถูกควบคุมให้ไหลผ่านท่อส่งน้ำหรือทางนำน้ำเข้าสู่กังหัน (turbine) เมื่อกระแสน้ำมีแรงดันและอัตราการไหลที่เหมาะสม ใบกังหันจะถูกหมุน จากนั้นเพลาของกังหันจะไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ ก่อนส่งต่อไปยังระบบสายส่งเพื่อจำหน่ายในโครงข่ายไฟฟ้า จุดสำคัญของเขื่อนท่าทุ่งนาคือการบริหาร “จังหวะน้ำ” ที่ปล่อยมาจากเขื่อนศรีนครินทร์ให้เหมาะกับทั้งการผลิตไฟฟ้าและการใช้น้ำด้านอื่น ๆ จึงต้องมีการกำหนดระดับน้ำ การระบาย และการควบคุมปริมาณน้ำอย่างเป็นระบบ
ด้านประวัติการพัฒนาโครงการ เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นโครงการของ กฟผ. ในแผนพัฒนาลุ่มน้ำแควใหญ่ โดยรัฐบาลมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2520 จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและงานก่อสร้างตามลำดับ ในมุมการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ เขื่อนท่าทุ่งนาเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2524 และอีกหน่วยในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ก่อนมีพิธีเปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2525 ข้อมูลนี้ช่วยทำให้เห็นภาพว่าเขื่อนท่าทุ่งนาเกิดขึ้นในยุคที่ประเทศไทยขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการจัดการน้ำอย่างจริงจัง เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการใช้น้ำของภาคเกษตร/ชุมชนในภูมิภาค
เมื่อมองเขื่อนท่าทุ่งนาในบริบทการท่องเที่ยว จะเห็นว่า “ความสวย” ของที่นี่ไม่ใช่ความหวือหวาแบบแลนด์มาร์กใหญ่ แต่เป็นความงามจากองค์ประกอบของผืนน้ำ ทิวเขา และเส้นสายของสันเขื่อนที่ตัดกับท้องฟ้าอย่างเรียบง่าย นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาที่นี่เพื่อเดินเล่นบนสันเขื่อน ถ่ายภาพวิวกว้าง ๆ และนั่งพักในจุดที่มองเห็นอ่างเก็บน้ำ บางคนตั้งใจมาเช้าเพื่อเจออากาศดีและแสงนุ่ม ขณะที่บางคนชอบช่วงใกล้เย็นเพราะแสงอุ่นทำให้ทิวเขาดูมีมิติ และผิวน้ำมีประกายสะท้อนสวยขึ้น โดยรวมเขื่อนท่าทุ่งนาเหมาะกับการมาแบบ “ไปเช้าเย็นกลับ” หรือแวะเป็นหนึ่งจุดในเส้นทางท่องเที่ยวกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ที่เชื่อมต่อไปยังจุดธรรมชาติอื่นได้ไม่ยาก
กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมักเป็นกิจกรรมเบา ๆ ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น เดินเล่นชมวิว ถ่ายภาพวิวอ่างเก็บน้ำและสันเขื่อน ดูการเปลี่ยนสีของฟ้าในช่วงเช้า-เย็น หรือมานั่งเงียบ ๆ เพื่อพักสายตาจากหน้าจอและความวุ่นวายในเมือง ในบางช่วงฤดูกาลที่ระดับน้ำและสภาพอากาศเหมาะสม นักท่องเที่ยวบางกลุ่มจะนิยมทำกิจกรรมทางน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง (โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของพื้นที่) เช่น ล่องเรือชมวิว ตกปลา หรือพายเรือในจุดที่อนุญาต หากคุณเป็นสายถ่ายภาพ แนะนำให้เผื่อเวลายืนดูแสงและเงา เพราะมุมเดิมจะให้ภาพต่างกันมากระหว่างเช้า กลางวัน และเย็น โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้ามีเมฆเป็นชั้นจะช่วยให้ภาพมีมิติขึ้น
เพื่อให้การเที่ยวเขื่อนท่าทุ่งนาลื่นไหล ควรเตรียมตัวแบบ “เที่ยวธรรมชาติอย่างมีวินัย” เช่น พกน้ำดื่มให้พอ หมวกกันแดด แว่นกันแดด และเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะบริเวณสันเขื่อนและจุดชมวิวโดยมากเปิดโล่ง แดดอาจแรงในช่วงสายถึงบ่าย อีกทั้งควรเตรียมถุงขยะสำหรับเก็บกลับ เพราะการรักษาพื้นที่ให้สะอาดคือเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอยู่ได้อย่างยั่งยืน หากมีการถ่ายภาพหรือทำคอนเทนต์ แนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการยืนใกล้ขอบเขื่อนหรือจุดที่มีความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายโครงสร้างที่ไม่อนุญาต
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนสนใจคือ “ระดับน้ำ” กับความสวยของวิว เขื่อนท่าทุ่งนาจะให้บรรยากาศต่างกันตามฤดูกาล ช่วงปลายฝนต้นหนาวมักให้ภาพที่สดชื่นเพราะภูเขามีสีเขียวและอากาศสบาย ส่วนช่วงฤดูหนาวจะได้ความโปร่งของท้องฟ้าและอากาศเย็น เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพสันเขื่อนแบบคมชัด ขณะที่ฤดูร้อนอาจร้อนกว่าแต่ก็มีข้อดีคือท้องฟ้ามักเปิดและเหมาะกับการถ่ายภาพวิวกว้าง ๆ หากคุณต้องการภาพที่ดู “อลัง” จากผืนน้ำ แนะนำให้ตรวจสอบสภาพอากาศและเลือกวันที่ลมไม่แรงมาก เพราะผิวน้ำจะนิ่งและสะท้อนแสงสวยกว่า
ในมุมการเรียนรู้ เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ เพราะมีทั้งการผลิตไฟฟ้า การกักเก็บน้ำ และการช่วยบริหารการปล่อยน้ำจากเขื่อนต้นน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ หากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ระบบนี้ทำงานคล้าย “ชุดควบคุม” ที่พยายามบาลานซ์ระหว่างความต้องการพลังงาน (ไฟฟ้า) กับความต้องการน้ำ (ชลประทาน/ระบบนิเวศ/การใช้น้ำของชุมชน) เมื่อมีการปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า น้ำก็ยังมีประโยชน์ต่อการใช้งานในลุ่มน้ำต่อไป ดังนั้นเขื่อนท่าทุ่งนาจึงไม่ใช่แค่จุดเที่ยวถ่ายรูป แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจของพื้นที่ด้วย
การเดินทาง ไปเขื่อนท่าทุ่งนาจากกรุงเทพฯ โดยรถยนต์ส่วนตัว ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร (ขึ้นกับจุดเริ่มต้น) สามารถใช้เส้นทางผ่านพุทธมณฑล-นครชัยศรี (นครปฐม) ต่อด้วยบ้านโป่ง (ราชบุรี) เข้าตัวเมืองกาญจนบุรี แล้ววิ่งต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 ไปทางศรีสวัสดิ์ประมาณ 36 กิโลเมตรจึงถึงบริเวณเขื่อน เส้นทางโดยรวมเป็นถนนสายหลักและถนนท้องถิ่นที่ขับได้ แต่ควรเผื่อเวลาและขับระวังช่วงโค้ง/ทางมืดในบางช่วง หากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถเริ่มต้นจากสถานีขนส่งสายใต้ไปกาญจนบุรี แล้วต่อรถโดยสารสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์เพื่อมุ่งหน้าไปยังโซนเขื่อน หรือเลือกนั่งรถไฟสายท่องเที่ยวธนบุรี-กาญจนบุรี แล้วต่อรถโดยสารในตัวเมืองตามเส้นทางไปศรีสวัสดิ์
เมื่อมาถึงเขื่อนท่าทุ่งนา แนะนำให้ใช้เวลาเดินเล่นบนสันเขื่อนแบบไม่รีบ เพื่อเก็บรายละเอียดของวิวและบรรยากาศ ถ้าคุณเป็นสายถ่ายรูป ลองสังเกตเส้นสายของสันเขื่อนที่พาดยาวกับแนวภูเขาด้านหลัง และเล่นกับองค์ประกอบ “น้ำ-ฟ้า-เขา” จะได้ภาพที่ดูสะอาดตาและสื่ออารมณ์ธรรมชาติได้ดี ถ้าคุณมากับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ เขื่อนท่าทุ่งนาถือว่าเดินง่ายกว่าเส้นทางเดินป่า เพราะเป็นพื้นที่กึ่งโครงสร้างที่เข้าถึงได้สะดวก แต่ก็ควรดูแลเรื่องแดดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเล็ก
หากคุณอยากจัดทริปให้ครบใน 1 วัน เขื่อนท่าทุ่งนาเหมาะจะเป็น “จุดพักสายตา” ก่อนต่อไปยังโซนธรรมชาติอื่น เช่น จุดชมวิวเขื่อน/น้ำตก/อุทยานใกล้เคียง หรือแวะคาเฟ่และร้านอาหารในเส้นทาง 3199 ที่มีให้เลือกหลายสไตล์ ส่วนถ้าต้องการค้างคืน แนะนำเลือกที่พักในโซนช่องสะเดา-ลาดหญ้า-เส้นทางไปเอราวัณ ซึ่งเดินทางต่อไปเขื่อนท่าทุ่งนาได้สะดวก และยังสามารถต่อทริปไปน้ำตกเอราวัณหรือจุดธรรมชาติอื่นได้ง่ายขึ้น
โดยสรุป เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่อยากได้ “ความสงบ + วิวผืนน้ำ + ภูเขา” ในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ และในเวลาเดียวกันยังเป็นสถานที่ที่มีสาระด้านพลังงานและการจัดการน้ำให้เรียนรู้ได้จริง หากคุณกำลังหาที่เที่ยวกาญจนบุรีที่ไม่ต้องทำกิจกรรมหนัก แต่ได้พักใจและได้ภาพสวย ๆ แบบเรียบง่าย เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อวางแผนเวลาให้เหมาะกับแสงเช้าหรือแสงเย็น
| สรุปสถานที่ | เขื่อนท่าทุ่งนาเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดเล็กของ กฟผ. ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแควใหญ่ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำตอนล่าง สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากระบบเขื่อนศรีนครินทร์ และใช้ประโยชน์ด้านชลประทาน พร้อมเป็นจุดชมวิวผืนน้ำและทิวเขาที่บรรยากาศสงบ เหมาะกับการเที่ยวพักผ่อนแบบชิล |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำและแนวภูเขา บรรยากาศเงียบสงบ 2) เป็นเขื่อนสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของลุ่มน้ำแควใหญ่ (ใช้น้ำจากเขื่อนต้นน้ำมาผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้ง) 3) เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และพักสายตาแบบไม่ต้องทำกิจกรรมหนัก 4) มีข้อมูลด้านวิศวกรรม/พลังงานให้เรียนรู้จริง (เขื่อนแบบผสม + โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 เครื่อง รวม 38 เมกะวัตต์) 5) วางเป็นจุดแวะในเส้นทางท่องเที่ยวกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ต่อไปยังธรรมชาติอื่นได้สะดวก |
| ที่อยู่ | ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71190 |
| พิกัด | ละติจูด 14.2336, ลองจิจูด 99.2359 |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.00 น. |
| ปีเปิดใช้งาน (เชิงลึก) | เริ่มจ่ายไฟฟ้า: ธ.ค. 2524 (หน่วยที่ 1) และ ก.พ. 2525 (หน่วยที่ 2) / พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ: 16 เม.ย. 2525 |
| หน่วยงานผู้ดูแล/เบอร์ติดต่อ | การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนท่าทุ่งนา โทร 0 3469 7501 – 6 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | 1) อุทยานแห่งชาติเอราวัณ – 25 กม. 2) เขื่อนศรีนครินทร์ – 25 กม. 3) น้ำตกเอราวัณ – 28 กม. 4) จุดชมวิว/โซนร้านค้า-คาเฟ่ ลาดหญ้า – 30 กม. 5) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ตัวเมืองกาญจนบุรี) – 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) | 1) Lakeview Cafe (ใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา) – 2 กม. – 083-836-5736 2) ครัวคุณลุง (ทางหลวง 3199) – 3 กม. – 081-772-2993 3) เก้าทัพแกงป่า – 4 กม. – 089-911-6701 4) ครัวพรสวรรค์ – 3 กม. – 086-671-9071 5) Adam's Coffee กาแฟขี้ช้าง – 3 กม. – 091-249-6911 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทรยืนยัน) | 1) Mida Resort Kanchanaburi – 20 กม. – 034-542-777 2) Riverkwai Park & Resort – 12 กม. – 034-696-232 3) บ้านกกกอด กาญจนบุรี – 3 กม. – 085-519-1953 4) ชนะพัชร์ รีสอร์ท – 5 กม. – 093-840-9223 5) ทัศนียาฮิลล์ รีสอร์ท – 8 กม. – 081-802-0238 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนท่าทุ่งนา ผลิตไฟฟ้าอย่างไร?
ตอบ: หลักการคือปล่อยน้ำให้ไหลผ่านกังหันเพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เกิดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับแล้วส่งเข้าระบบสายส่ง โดยเขื่อนท่าทุ่งนารับน้ำที่ผ่านการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนศรีนครินทร์แล้วมาผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้ง ทำให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า
ถาม: เขื่อนท่าทุ่งนาเปิดใช้งานตั้งแต่ปีไหน?
ตอบ: เริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2524 และกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 (ตามลำดับของหน่วยผลิต) และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2525
ถาม: ไปเขื่อนท่าทุ่งนาช่วงไหนสวยที่สุด?
ตอบ: ถ้าเน้นถ่ายภาพ แนะนำเช้า 06.30 – 09.00 เพราะแสงนุ่มและอากาศสบาย หรือช่วงเย็น 16.00 – 18.00 เพื่อแสงอุ่นและเงาที่ทำให้ภูเขาและผืนน้ำดูมีมิติ
ถาม: เขื่อนท่าทุ่งนาอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเอราวัณไหม?
ตอบ: อยู่ไม่ไกล และนิยมจัดเป็นทริปต่อเนื่องกันได้ โดยขับรถจากเขื่อนท่าทุ่งนาไปโซนอุทยานแห่งชาติเอราวัณใช้ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร (ขึ้นกับจุดหมายภายในอุทยาน)
ถาม: ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษเมื่อไปเที่ยวเขื่อน?
ตอบ: แนะนำพกน้ำดื่ม หมวก/แว่นกันแดด และเตรียมถุงขยะเก็บกลับ เพราะพื้นที่ชมวิวค่อนข้างเปิดโล่ง แดดแรงช่วงสายถึงบ่าย และการรักษาความสะอาดช่วยให้พื้นที่น่าเที่ยวอย่างยั่งยืน
ถาม: หากต้องการสอบถามข้อมูลการเยี่ยมชมควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อ กฟผ. เขื่อนท่าทุ่งนา โทร 0 3469 7501 – 6 เพื่อสอบถามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่และรายละเอียดที่จำเป็นก่อนเดินทาง
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(